Khaosod
Online

วันอังคาร ที่ 1 ธ.ค. 2563

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2020 : ไต้หวันคือปัญหาภูมิศาสตร์การเมืองสำคัญที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนต่อไปต้องเผชิญ

28 ต.ค. 2563 - 19:23 น.

เลือกตั้งสหรัฐฯ 2020 : ไต้หวันคือปัญหาภูมิศาสตร์การเมืองสำคัญที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนต่อไปต้องเผชิญ - BBCไทย

"เตรียมพร้อมสำหรับสงคราม" ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวกับนาวิกโยธินกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (พีแอลเอ) ที่ประจำการอยู่ฐานทัพที่มณฑลกวางตุ้ง เมื่อวันที่ 13 ต.ค.

แม้จะกลายเป็นข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์หลายฉบับ แต่มีโอกาสน้อยมากที่จีนจะเตรียมรุกรานไต้หวันเร็ว ๆ นี้

อย่างไรก็ดี มีเหตุผลมากมายที่ทำให้นักวิเคราะห์วิตกกังวล และเรื่องนี้ยังเป็นปัญหาเชิงภูมิศาสตร์การเมืองที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนต่อไปต้องคิดหนัก

นานมาแล้วที่สหรัฐฯ และจีน เฝ้ามองไต้หวันด้วยความคิดคนละขั้ว จีนบอกว่าเกาะที่มีประชากร 23 ล้านคน เป็น "ดินแดนที่ไม่อาจละเมิดได้" ของจีน

Donald Trump and Xi Jinping
Reuters

ส่วนสหรัฐฯ บอกว่าการยุติสถานะดินแดนที่แยกตัวออกไปจะต้องทำด้วยวิธีสันติ

มรดกตกทอดของสี จิ้นผิง

มีหลายเหตุผลที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้น

ศ.สตีฟ ซาง จากสถาบันจีน แห่งวิทยาลัยบูรพคดีศึกษาและการศึกษาแอฟริกา หรือโซแอส บอกว่า สี จิ้นผิง ต้องการได้ไต้หวันกลับมา และอยากให้เกิดขึ้นก่อนที่เขาจะลงจากอำนาจ

ด้าน ออเรียนนา สกายลาร์ มาสโตร นักวิเคราะห์ด้านการทหารจีน จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด บอกว่า เธอเริ่มตระหนักเรื่องสถานะของไต้หวันในช่วงปี 2018 นับตั้งแต่สภาประชาชนแห่งชาติจีนลงมติผ่านความเห็นชอบให้แก้ไขธรรมนูญของพรรค เปิดทางให้สี จิ้นผิง สามารถดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีไปได้ตลอดชีพ

ศ.ซาง บอกว่า ประธานาธิบดีสี เห็นตัวเองเป็นบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ ต้องสานต่อในสิ่งที่ผู้นำจีนคนที่ผ่าน ๆ มา อาทิ เหมา เจ๋อตุง ยังทำไม่สำเร็จ

"เติ้ง เสี่ยวผิง ไม่สามารถรวมไต้หวันเข้ามาได้ แม้แต่เหมา เจ๋อตุง ก็ทำไม่ได้ และหากว่าสี จิ้นผิง ทำได้ เขาจะยิ่งใหญ่กว่าไม่ใช่แค่เติ้ง เสี่ยวผิง แต่เหมา เจ๋อตุงด้วย"

สี จิ้นผิง เคยพูดอย่างเปิดเผยว่า การรวมไต้หวันเข้ากับจีน "เป็นสิ่งที่ต้องทำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เพื่อนำพาจีนสู่การฟื้นฟูใหม่ที่ยิ่งใหญ่" โดยตั้งเป้าทำเรื่องนี้ให้สำเร็จในปี 2049 ซึ่งเป็นวาระครบรอบ 100 ปี การปฏิวัติคอมมิวนิสต์จีน หรือในอีกเกือบ 30 ปีข้างหน้า

กำลังทหารที่เข้มแข็ง

มีเหตุผลหลายอย่างที่ชี้ว่าสี จิ้นผิง กำลังเร่งรีบให้บรรลุเป้าหมายนี้

Pro-independence activists hold signs at a demonstration in Taipei on 20 October 2018
AFP/Getty Images

ประการแรกคือ จีนอาจจะมีกำลังทหารในระดับที่แข็งแกร่งพอที่จะต่อกรกับสหรัฐฯ ได้เร็ว ๆ นี้ หากขัดแย้งกันเรื่องไต้หวัน

มาสโตร จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด บอกว่า คำถามคือสหรัฐฯ จะเข้าไปช่วยไต้หวันไหม "และเมื่อกองทัพจีนก้าวหน้ามากขึ้น คำถามเปลี่ยนจาก พวกเขา (สหรัฐฯ) จะช่วยไหม ไปสู่ จะช่วยไหวหรือเปล่า"

ไม่มีใครคาดคิดว่ากองทัพจีนจะมีพัฒนาการเทคโนโลยีขั้นสูงทางทหารก้าวหน้าเร็วขนาดนี้ ดังที่ได้เห็นกันจากขบวนสวนสนามเนื่องในโอกาสครบรอบ 70 ปี พรรคคอมมิวนิสต์จีน เมื่อวันที่ 1 ต.ค. ปีที่แล้ว จีนมีอาวุธยุทโธปกรณ์ใหม่ ๆ อย่างเครื่องบินและโดรนล่องหน ซึ่งออกแบบมาเพื่อโจมตีฝูงบินสหรัฐฯ หากเข้ามาแทรกแซงเพื่อช่วยเหลือไต้หวัน

นาวาเอกเจมส์ อี ฟาเนลล์ เป็นผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองของกองทัพเรือสหรัฐฯ ในมหาสมุทรแปซิฟิก ก่อนเกษียณอายุเมื่อปี 2015 บอกว่าจีนใช้เวลา 20 ปี ที่ผ่านมา เตรียมพร้อมพัฒนาขีดความสามารถทางทหารและอาวุธยุทโธปกรณ์ พร้อมที่จะบุกโจมตีไต้หวันได้

ทะเลจีนใต้

แผนที่พื้นที่พิพาททะเลจีนใต้
BBC

นาวาเอกฟาเนลล์ บอกว่า จีนทดสอบสหรัฐฯ มาเป็นเวลานานแล้วว่าพร้อมจะช่วยเหลือพันธมิตรของตัวเองได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งสหรัฐฯ ก็ล้มเหลวหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นตอนที่จีนอ้างกรรมสิทธิ์เหนือสันทรายสการ์โบโรห์ (Scarborough Shoal) ซึ่งอยู่นอกชายฝั่งฟิลิปปินส์เมื่อปี 2012 และยังไม่ทำอะไรเมื่อจีนสร้างเกาะเทียมหลายแห่งเพื่อครอบครองพื้นที่ที่ยังเป็นข้อพิพาทในทะเลจีนใต้

นาวาเอกฟาเนลล์ บอกว่าการที่จีนอ้างกรรมสิทธิ์เหนือสันทรายสการ์โบโรห์ในช่วงเดือน เม.ย. ถึง มิ.ย. ปี 2012 เป็นความล้มเหลวที่สุดทางนโยบายต่างประเทศในเอเชียของสหรัฐฯ นับตั้งแต่การพ่ายแพ้ในสงครามเวียดนาม

จีนถมทะเลสร้างส่วนต่อขยายบนแนวปะการัง มิสชีฟ บนพื้นที่พิพาททะเลจีนใต้ เพื่อใช้เป็นฐานปฏิบัติการทางการทหารบนเกาะนั้นด้วย
Reuters
จีนถมทะเลสร้างส่วนต่อขยายบนแนวปะการังมิสชีฟ บนพื้นที่พิพาททะเลจีนใต้ เพื่อใช้เป็นฐานปฏิบัติการทางการทหารบนเกาะนั้นด้วย

"นั่นเป็นหายนะ ทำให้สหรัฐฯ สูญเสียความน่าเชื่อถือในเอเชีย ในเมื่อเราไม่ได้ทำอะไรเพื่อช่วยฟิลิปปินส์"

ขณะที่มาสโตร บอกว่าหากจีนได้ชัยชนะเหนือไต้หวัน ก็จะนับเป็นการวาดแผนยุทธศาสตร์ฉบับใหม่ขึ้นมาเลย และเท่ากับว่าสหรัฐฯ ไม่ใช่ประเทศที่มีบทบาทนำในเอเชียอีกต่อไปแล้ว

อย่างไรก็ดี สหรัฐฯ ก็ได้ส่งสัญญาณไปยังจีนเช่นกันหลังรัฐบาลทรัมป์อนุมัติขายอาวุธมูลค่านับพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ให้ไต้หวัน ซึ่งมีขีปนาวุธจากอากาศสู่พื้นด้วย

ความเสี่ยง

แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่าสหรัฐฯ จะทำอย่างไรหากไต้หวันถูกรุกรานเข้าจริง ๆ

เขาบอกว่า สหรัฐฯ ได้เรียนรู้จากการไม่สนับสนุนรัฐบาลคูเวต ว่าเป็นการส่งสัญญาณให้ซัดดัม ฮุสเซน เข้ารุกรานคูเวต และจากท่าทีที่กำกวมเรื่องสงครามเกาหลี ที่ทำให้จีนและรัสเซียคิดว่าสามารถบุกโจมตีคาบสมุทรเกาหลีได้

FILE PHOTO: An honour guard consisting of members of the Chinese navy stand in formation during a welcoming ceremony in the Great Hall of the People in Beijing November 23, 2011
Reuters

ศ.ซาง บอกว่า สี จิ้นผิง เองก็สามารถเรียนรู้จากเหตุขัดแย้งในอดีตได้ เพราะสหรัฐฯ ก็เข้าไปช่วยเหลือเกาหลีใต้และคูเวตในที่สุดแม้จะล่าช้าก็ตาม เขาบอกว่าจีนต้องไม่ประเมินความมุ่งมั่นที่จะต่อสู้ทางการทหารของสหรัฐฯ ต่ำไป

หากรวบรวมความโกรธและเคลือบแคลงเรื่องโควิด-19 สงครามการค้า ข้อกล่าวหาบริษัทหัวเว่ย การสั่งปิดสถานกงสุลของกันและกัน และการที่จีนไล่นักข่าวสหรัฐฯ ออกจากประเทศ ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ-จีน ถือว่าเลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่เหตุการณ์สังหารหมู่ที่จัตุรัสเทียนอันเหมินเมื่อปี 1989

ผู้สนับสนุนจากทั้งสองฝ่ายเรียกร้องให้ผู้นำสหรัฐฯ คนต่อไปกลับมาสานสัมพันธ์กับจีนอีกครั้ง แต่หลายคนที่บีบีซีได้พูดคุยด้วยเห็นว่าการสานสัมพันธ์แบบเดิมไม่ได้ผลอีกต่อไปแล้ว

พวกเขาบอกว่าสหรัฐฯ ต้องสานสัมพันธ์ในแบบที่แข็งกร้าวและจริงใจกว่าเดิม และต้องแสดงความชัดเจนกว่าเดิมว่ามีพันธกิจต่อพันธมิตรในเอเชีย รวมถึงไต้หวัน อย่างไร

line-qr

เกาะติดข่าวสำคัญ

กดติดตาม "ข่าวสด"

single-line

ติดตามข่าวสด


ข่าวเด่นประจำวัน













ภาพที่



อัลบั้มภาพ เลือกตั้งสหรัฐฯ 2020 : ไต้หวันคือปัญหาภูมิศาสตร์การเมืองสำคัญที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนต่อไปต้องเผชิญ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง