บารัค โอบามา : การเลือกตั้งครั้งเดียวจะไม่หยุดยั้ง "การเสื่อมสลายของความจริง" ในสหรัฐฯ

17 พ.ย. 2563 - 00:23 น.

บารัค โอบามา : การเลือกตั้งครั้งเดียวจะไม่หยุดยั้ง “การเสื่อมสลายของความจริง” ในสหรัฐฯ – BBCไทย

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

บารัค โอบามา อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ บอกว่า ประเทศกำลังเผชิญความท้าทายครั้งใหญ่ในการจัดการกับวัฒนธรรมการสร้าง “ทฤษฎีสมคบคิดอันแสนบ้าบอ” ที่ทำให้คนในประเทศยิ่งแตกแยก

โอบามา ระบุในการให้สัมภาษณ์พิเศษกับบีบีซีว่า ขณะนี้สหรัฐฯ แตกแยกกว่าเมื่อครั้งที่โดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้งเมื่อสี่ปีก่อน

เขาบอกว่า ชัยชนะของโจ ไบเดน ในครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นในการเยียวยาการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายนี้ และการเลือกตั้งประธานาธิบดีเพียงครั้งเดียวไม่สามารถเปลี่ยนแปลงแนวโน้มที่กำลังเป็นอยู่

โอบามา บอกว่า ภารกิจที่หนักอึ้งนี้ไม่ใช่เป็นหน้าที่ของนักการเมืองเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงในเชิงโครงสร้าง มีการรับฟังซึ่งกันและกัน เห็นตรงกันในชุดข้อเท็จจริงร่วมกันก่อนที่จะถกเถียงกันว่าจะทำเช่นไรต่อไป

อย่างไรก็ดี เขาก็ยังมีความหวังในทัศนคติอันรอบรู้ของคนรุ่นใหม่ และเรียกร้องให้คนหนุ่มสาว “มองโลกในแง่ดีอย่างระมัดระวัง” ว่าโลกสามารถเปลี่ยนแปลงได้ และให้พวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของความเปลี่ยนแปลงนั้น

Former US President Barack Obama
BBC

ทำไมสหรัฐฯ ถึงแตกแยก

โอบามา บอกกับนักประวัติศาสตร์ เดวิด โอลูโซกา ในการให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับหนังสืออัตชีวประวัติของเขาในรายการ BBC Arts ว่า สื่อบางสำนักของสหรัฐฯ และแรงกระเพื่อมของโซเชียลมีเดีย เป็นแรงขับเคลื่อนสิ่งที่บางคนเรียกว่า “การเสื่อมสลายของความจริง” และ “ทฤษฎีสมคบคิดอันแสนบ้าบอ” ทำให้เกิดความโกรธเคืองไม่พอใจระหว่างคนเมืองและคนในชนบทของสหรัฐฯ รวมถึงประเด็นเรื่องผู้อพยพ ความอยุติธรรมต่าง ๆ เช่นความไม่เท่าเทียม

เขาบอกว่า สหรัฐฯ แตกแยกมากกว่าตอนที่เขาชนะการเลือกตั้งเมื่อปี 2008 และส่วนหนึ่งเป็นผลจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ด้วยที่พร้อมจะ “โหมกระพือให้เกิดความแตกแยกเพราะว่ามันดีต่อเกมการเมืองของเขา”

Former US President Barack Obama and Joe Biden
Getty Images

ปัจจัยอีกอย่างคือการแพร่กระจายของข้อมูลเท็จในโลกออนไลน์จน “ข้อเท็จจริงไม่ใช่สิ่งสำคัญอีกต่อไป”


เขายกตัวอย่างทฤษฎีสมคมคิดหนึ่งที่บอกว่านักการเมืองพรรคเดโมแครตใช้ร้านพิซซ่าแห่งหนึ่งเป็นฐานสำหรับเครือข่ายล่อลวงทางเพศเด็ก

อดีตประธานาธิบดีผู้นี้บอกว่าต้องกำหนดทั้งกฎเกณฑ์และมาตรฐานในแวดวงต่าง ๆ เพื่อที่ว่าอย่างน้อยที่สุดคนจะหันไปตระหนักถึงชุดข้อเท็จจริงร่วมกัน แล้วค่อยไปถกเถียงกันต่อว่าจะจัดการข้อเท็จจริงเหล่านั้นอย่างไร

โอบามาบอกว่า หลายสื่อยักษ์ใหญ่เริ่มตรวจสอบความเท็จจริงของข้อมูลอย่างจริงจังในช่วงไม่กี่ปีมานี้แต่ก็ยังไม่เพียงพอ เพราะว่าข้อมูลเท็จเหล่านั้นได้ “เดินทางไปรอบโลก” แล้ว

Black Lives Matter

โอบามา ซึ่งเป็นประธานาธิบดีผิวดำคนแรกในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ บอกว่าประเด็นเชื้อชาติเป็นปัญหาหลัก เป็นดั่ง “บาปกำเนิด” ของสหรัฐฯ

โอบามาบอกว่า กระแสการเคลื่อนไหวหลังการเสียชีวิตของจอร์จ ฟลอยด์ ขณะถูกตำรวจเมืองมินนีแอโปลิสจับกุม ทำให้เกิดความรู้สึกสิ้นหวังและมีหวังไปพร้อม ๆ กัน

“สิ้นหวังที่บทบาทของเชื้อชาติและอคติในกระบวนการยุติธรรมที่ดำเนินมาอย่างเรื้อรังยังคงมีต่อไปอย่างโจ่งแจ้งขนาดนี้… [แต่]ก็มีความหวังมากที่คุณได้เห็นการเคลื่อนไหวและความสนใจมากอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน และก็เป็นไปอย่างสันติด้วย”

เขาบอกว่าเป็นเรื่องสำคัญที่การประท้วงประกอบไปด้วยคนหลากหลายเชื้อชาติ และยังชี้ให้เห็นด้วยว่ากระแสตอบโต้ในครั้งนี้ต่างจากเมื่อปี 2012 ที่เทรวอน มาร์ติน เด็กวัยรุ่นในรัฐฟลอริดาที่ถูกอาสาสมัครลาดตระเวนยิงเสียชีวิตทั้ง ๆ ที่ไม่ได้พกอาวุธ หรือในปี 2014 ที่ไมเคิล บราวน์ เด็กวัยรุ่นผิวดำที่ถูกตำรวจผิวขาวยิงใส่ 6 นัด ในเมืองเฟอร์กูสัน รัฐมิสซูรี

โอบามาบอกว่า จริงอยู่ที่การเสียชีวิตสองกรณีนี้ทำให้เกิดกระแสไปทั่วประเทศ แต่ก็มีการต่อต้านจากหมู่คนผิวขาวจำนวนมากที่พยายามจะบอกว่ากรณีเหล่านั้นเป็นเหตุการณ์เดี่ยว ๆ เป็นแค่ “ปลาเน่าตัวเดียวที่ทำให้เหม็นไปทั้งข้อง”

“สิ่งที่เห็นในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา ในบางชุมชนมีประชากรคนผิวดำน้อยมาก แต่กลับมีคนที่ออกมาพูดและแสดงความเห็นว่าชีวิตคนผิวดำก็สำคัญเช่นกัน พวกเขาโอบรับความคิดที่ว่าความเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงได้มาถึงแล้ว”

โอบามา ให้สัมภาษณ์พิเศษกับบีบีซีก่อนหนังสือ “A Promised Land” ที่เขาเขียนบอกเล่าเรื่องราวการทำงานในฐานะสมาชิกวุฒิสภาและประธานาธิบดีสหรัฐฯ สมัยแรก จะออกวางจำหน่ายวันที่ 17 พ.ย. โดยจะเป็นหนึ่งในหนังสือสองเล่มที่บันทึกช่วงเวลาที่เขาทำงานและใช้ชีวิตในทำเนียบขาว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ บารัค โอบามา : การเลือกตั้งครั้งเดียวจะไม่หยุดยั้ง "การเสื่อมสลายของความจริง" ในสหรัฐฯ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง