แลกนักโทษ ? ไทยปล่อยตัวชาวอิหร่าน 3 คน หลังรัฐบาลอิหร่านปล่อยตัวนักวิชาการออสเตรเลีย

27 พ.ย. 2563 - 15:19 น.

แลกนักโทษ ? ไทยปล่อยตัวชาวอิหร่าน 3 คน หลังรัฐบาลอิหร่านปล่อยตัวนักวิชาการออสเตรเลีย – BBC

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

ทางการไทยปล่อยตัวชายอิหร่าน 3 คนที่ถูกจำคุกจากแผนวางระเบิดในกทม. เมื่อ 8 ปีก่อน หลังอิหร่านปล่อยตัว ไคลี มัวร์-กิลเบิร์ต นักวิชาการชาวออสเตรเลียเชื้อสายอังกฤษ

สื่ออิหร่านรายงานว่า การปล่อยตัวนักโทษอิหร่านเป็นส่วนหนึ่งของการแลกตัวกับนักวิชาการสาวที่ถูกควบคุมตัวในข้อหาว่าเป็นสายลับ ซึ่งเธอให้การปฏิเสธ

อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ของไทยบอกกับบีบีซีไทยว่า ชาวอิหร่าน 2 คน ไม่ได้ถูกปล่อยตัวเพื่อแลกกับใคร แต่เป็นการส่งตัวกลับไปรับโทษในประเทศบ้านเกิด ที่นักโทษต่างชาติมีสิทธิขอ และเป็นการลดความแออัดในเรือนจำไทย ส่วนอีกคนได้รับพระราชทานอภัยโทษ

Saeid Moradi, 29, (C), an Iranian suspected of involvement in the February 2012 bomb blasts in Bangkok, gestures to the media next to Mohammad Khazaei (2nd R), 43, during an apprearance at the southern criminal court in Bangkok on August 22, 2013.
PORNCHAI KITTIWONGSAKUL/AFP

ต่อมา นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ แถลงว่า ไทยมีสนธิสัญญาโอนตัวนักโทษเด็ดขาดระหว่างประเทศ รวมทั้งหมด 38 ประเทศ ซึ่งรวมถึงอิหร่านด้วย โดยหลักการโอนตัวจะต้องเป็นความยินยอมของทั้ง 3 ฝ่าย ได้แก่ ผู้ต้องโทษ ประเทศผู้รับโอน และประเทศผู้โอน ภายใต้พ.ร.บ.การปฏิบัติเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศในการดําเนินการตามคําพิพากษาคดีอาญา

ในกรณีนี้ ผู้ต้องโทษได้แจ้งต่อสถานทูตว่าขอให้ช่วยดำเนินเรื่องการโอนตัวกลับไปรับโทษที่ประเทศอิหร่าน ทางสถานทูตก็จะกลับไปสอบถามกับรัฐบาลของเขาว่ายอมรับโอนตัวผู้ต้องขังหรือไม่ เพราะการโอนตัวจะมีค่าขนส่งที่ผู้ต้องขังหรือประเทศผู้รับโอนจะต้องรับผิดชอบเอง หากประเทศรับโอนยินยอมก็จะส่งเรื่องมาที่กรมราชทัณฑ์โดนผ่านกระทรวงการต่างประเทศ

ชาวอิหร่าน 2 คน คือ มาซูด เซดากัตซาเดห์ และซาเอด โมราดี ถูกส่งตัวกลับประเทศ ขณะที่โมฮัมหมัด คาซาเอ ได้รับพระราชทานอภัยโทษเมื่อเดือนสิงหาคม

Kylie Moore-Gilbert
AFP
มีรายงานว่า มัวร์-กิลเบิร์ต พยายามอดอาหารประท้วงหลายครั้งขณะถูกคุมขัง

ทางการไทยและอิสราเอลเชื่อว่าแผนวางระเบิดที่ล้มเหลวครั้งนั้น มุ่งโจมตีนักการทูตอิสราเอลในไทย

ไทยรัฐออนไลน์ รายงานว่า เหตุเกิดเมื่อช่วงบ่ายของ 14 ก.พ. 2555 เมื่อจู่ๆ เกิดเสียงตูมสนั่น บริเวณตึกแถวเลขที่ 66 ภายในซอยปรีดีพนมยงค์ 31 ถนนสุขุมวิท 71 เวลาผ่านไปไม่นาน อีกหนึ่งตูมก็ตามมา ที่หน้าบ้านเลขที่ 144 และอีกชั่วอึดใจ ตูมสุดท้ายก็เกิดขึ้นหน้าโรงเรียนเกษมพิทยา ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในเวลาห่างกันไม่กี่นาที และจุดระเบิดอยู่ภายในซอยเดียวกันทั้งหมด หลังเสียงระเบิดครั้งล่าสุดจางหายไป

โมราดี ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตด้วยข้อหาพยายามฆ่าคนตายหลังจากโยนระเบิดใส่ตำรวจขณะพยายามหลบหนี และเสียขาไปหนึ่งข้างจากระเบิดในครั้งนั้น ส่วน คาซาเอ ถูกจับกุมตัวที่สนามบินและถูกตัดสินจำคุก 15 ปี

ด้าน เซดากัตซาเดห์ เดินทางหลบหนีไปมาเลเซีย แล้วถูกจับส่งตัวมาดำเนินคดีในไทย

ข่าวเรื่องการแลกเปลี่ยนนี้ถูกเผยแพร่ครั้งแรกบนเว็บไซต์ข่าวสโมสรนักข่าวรุ่นเยาว์ ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่เชื่อมโยงกับช่องโทรทัศน์ของรัฐ

เว็บไซต์นี้ระบุว่า “นักธุรกิจชาวอิหร่าน และพลเมืองอิหร่านอีก 2 คน ที่ถูกควบคุมตัวอยู่ต่างประเทศโดยข้อหาที่ปราศจากหลักฐาน ถูกปล่อยตัวแลกกับสายลับ 2 สัญชาติที่ชื่อไคลี มัวร์-กิลเบิร์ต ผู้ซึ่งทำงานให้กับขบวนการไซออนิสต์”

วิดีโอที่บันทึกการแลกตัวถูกเผยแพร่โดยสถานีโทรทัศน์รัฐไออาร์ไอบี และเว็บไซต์ทาสนิม โดยข่าวนี้ไม่มีเสียงบรรยาย แต่เป็นแค่ภาพมัวร์-กิลเบิร์ต ซึ่งเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยเมลเบิร์น ที่สวมฮิญาบสีเทาและมีรถตู้มารับไป ขณะที่ชาวอิหร่านสามคนได้รับการต้อนรับอย่างดีจากเจ้าหน้าที่ทางการ

“ไม่เคยเป็นสายลับ”

มัวร์-กิลเบิร์ต บอกว่า การได้ออกจากอิหร่านหลังเวลาผ่านไปสองปีทำให้เกิดความรู้สึก “หวานอมขมกลืน” โดยเธอบอกว่าประสบการณ์ถูกคุมขังทั้ง “ยาวนานและสร้างความบอบช้ำทางจิตใจ”

สกอตต์ มอร์ริสัน นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นว่ามีการแลกตัวนักโทษเกิดขึ้นหรือไม่ แต่บอกว่าไม่มีใครได้รับการปล่อยตัวจากออสเตรเลีย

รัฐบาลออสเตรเลียเองก็ไม่ได้ออกมาชี้แจงถึงบริบทของการปล่อยตัว และมีบางฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลออสเตรเลียอาจเป็นผู้โน้มน้าวอิหร่าน ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า “ใช้ตัวประกันเพื่อกลยุทธ์ทางการทูต”

มาริส เพย์น รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ ออสเตรเลีย บอกว่า เธอ “พอใจและโล่งใจมาก” สำหรับการปล่อยตัวในครั้งนี้ซึ่ง “บรรลุผลจากการเจรจาทางการทูตกับรัฐบาลอิหร่าน” แต่ไม่ได้ถูกถึงการแลกเปลี่ยนตัวกับนักโทษทั้ง 3 คนแต่อย่างใด

มัวร์-กิลเบิร์ต เดินทางไปอิหร่านในปี 2018โดยใช้พาสปอร์ตออสเตรเลียก่อนที่จะโดนควบคุมตัวที่สนามบินกรุงเตหะราน หลังเสร็จจากการเข้าร่วมการสัมมนา

ในจดหมายที่ถูกแอบนำออกมาจากเรือนจำ อาจารย์ผู้เรียนจบจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ผู้นี้บอกว่า “เธอไม่เคยเป็นสายลับ” และก็กังวลเรื่องสุขภาพจิตใจตัวเอง เธอบอกว่าเธอปฏิเสธข้อเสนอของอิหร่านที่ต้องการให้เธอเป็นสายลับ

“ฉันไม่ใช่สายลับ ฉันไม่เคยเป็นสายลับ และไม่คิดสนใจจะทำงานให้องค์กรลับของประเทศใด” จดหมายเธอระบุ

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ มีชาวต่างชาติ และชาวอิหร่านที่ถือสองสัญชาติ หลายคนที่ถูกควบคุมตัว หลายคนถูกกล่าวหาว่าเป็นสายลับ กลุ่มเพื่อสิทธิมนุษยชนหลายกลุ่มกล่าวหาว่าอิหร่านใช้วิธีนี้เป็นการต่อรองเรื่องต่าง ๆ กับประเทศอื่น ๆ

ในจำนวนนี้ มี นางนาซานิน ซาการี-แรตคลิฟฟ์ เจ้าหน้าที่องค์กรการกุศลชาวอังกฤษเชื้อสายอิหร่าน ที่ถูกคุมขังด้วยข้อกล่าวหาว่าเป็นสายลับในปี 2016 ซึ่งเธอก็ปฏิเสธมาโดยตลอด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ แลกนักโทษ ? ไทยปล่อยตัวชาวอิหร่าน 3 คน หลังรัฐบาลอิหร่านปล่อยตัวนักวิชาการออสเตรเลีย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง