ห้าเดือนหลังการชุมนุม "ราษฎร" มีนักเรียนถูกดำเนินคดีแล้วอย่างน้อย 5 คน

7 ธ.ค. 2563 - 18:36 น.

ห้าเดือนหลังการชุมนุม “ราษฎร” มีนักเรียนถูกดำเนินคดีแล้วอย่างน้อย 5 คน – BBCไทย

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

เยาวชนซึ่งเป็นนักเรียนชั้นมัธยมปลาย 3 คน แกนนำกลุ่ม “นักเรียนเลว-นักเรียนไท” พร้อมด้วยผู้ปกครอง เข้าพบพนักงานคุมประพฤติที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร ธนบุรี หลังถูกแจ้งข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จากการร่วมชุมนุม “15 ตุลา ไปราชประสงค์”

การเข้าพบพนักงานคุมประพฤติในวันนี้ (7 ธ.ค.) เยาวชนทั้ง 3 ได้แก่ ลภนพัฒน์ นักเรียนชั้น ม.6 อายุ 17 ปี, เบญจมาภรณ์ นักเรียนชั้น ม.4 อายุ 16 ปี แกนนำกลุ่มที่ใช้ชื่อว่า “นักเรียนเลว” และ คณพศ นักเรียนชั้น ม.4 อายุ 16 ปี แกนนำกลุ่ม “นักเรียนไท” เปิดเผยก่อนเข้าพบพนักงานคุมประพฤติว่าจะต่อสู้คดี โดยไม่ประสงค์เข้ามาตรการอื่นแทนการดำเนินคดี

“ไม่แปลกใจที่รัฐบาลจะหนักถึงขั้นดำเนินคดีกับเด็กและเยาวชน… ทั้งที่แค่ออกมาแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ซึ่งเป็นสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญด้วยซ้ำ” นักเรียนหญิงชั้น ม.4 กล่าว

getty images
Getty Images

เมื่อวันที่ 30 พ.ย. เยาวชนทั้งสามคนได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลลุมพินี ทั้งหมดปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

นอกจากแกนนำนักศึกษากลุ่ม “ราษฎร” ซึ่งเคลื่อนไหวมาตั้งแต่เดือน ก.ค. จะถูกดำเนินคดีหลายข้อหาแล้ว ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษชน รายงานว่า จนถึงสิ้นเดือน พ.ย. มีการดำเนินคดีต่อเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี ที่เข้าร่วมการชุมนุมทางการเมืองไปแล้วอย่างน้อย 5 คน

คุ้มเกล้า ส่งสมบูรณ์ ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า กระบวนการเข้าพบพนักงานคุมประพฤติในวันนี้ เป็นการสืบเสาะประวัติ อายุ รวมถึงประวัติครอบครัว เพื่อที่เจ้าพนักงานคุมประพฤติจะทำ “รายงานการสืบเสาะ” เพื่อให้พนักงานสอบสวน รวบรวมในสำนวนคดีก่อนส่งต่ออัยการเพื่อสั่งคดีว่าจะฟ้องหรือไม่

TWITTER/@TLHR2014

ทนายตั้งข้อสังเกตว่า การดำเนินคดีกับเยาวชนเช่นนี้มีผลต่อการตัดสินของทั้งตัวเยาวชนและครอบครัวเองที่จะให้เยาวชนออกมาแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ไม่ใช่เฉพาะแกนนำที่เป็นผู้ใหญ่ที่จะถูกตั้งข้อหา ทั้งที่ก่อนหน้านี้รัฐบาลประกาศว่าจะไม่มีการดำเนินคดีกับเยาวชน

“การที่เยาวชนมาถูกดำเนินคดีนี้ แน่นอนอยู่แล้วว่าสร้างความตกใจเหมือนกันว่ารัฐออกมาดำเนินคดีเยาวชนที่แสดงความคิดเห็นที่อยู่ภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญ ในทางกำลังใจของน้อง ๆ เยาวชน เขามีความเห็นจะปฏิเสธ ให้การต่อสู้คดี และยืนยันในสิ่งที่ตนเองทำว่าไม่ได้เป็นความผิดตามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจหรือทางรัฐกล่าวหา”

ศูนย์ทนายฯ เผยมีเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ถูกดำเนินคดีจากการร่วมชุมนุมทางการเมืองแล้ว 5 คน

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน บันทึกข้อมูลคดีของเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ถูกดำเนินคดีแล้ว 5 คน

1. เยาวชนอายุ 17 ปี ผู้ร่วมชุมนุมกลุ่ม “คณะราษฎรอีสาน” ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 13 ต.ค.

2-4. ลภนพัฒน์, เบญจมาภรณ์ และคณพศ จากการเข้าร่วมการชุมนุมที่แยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 15 ต.ค. ที่แยกราชประสงค์

5. เยาวชนชาย อายุ 17 ปี ถูกแจ้งข้อหาฝ่าฝืนข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ รวม 4 ข้อหา จากการร่วมชุมนุมที่แยกอุดมสุข เมื่อวันที่ 1 พ.ย.

คุ้มเกล้า ทนายความผู้ติดตามคดีของกลุ่มนักเรียนเลว ยังระบุด้วยว่า กำลังจะมีคดีที่เยาวชนถูกดำเนินคดีอาญามาตรา 116 เข้ารับทราบข้อกล่าวหาที่สถานีตำรวจภูธรนนทบุรี ในวันพรุ่งนี้ (8 พ.ย.) อีก 1 คน

นักเรียนเลว-นักเรียนไท

กลุ่ม “นักเรียนเลว” เป็นกลุ่มนักเรียนมัธยมที่ร่วมเคลื่อนไหวเป็นส่วนหนึ่งของการชุมนุมกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ประชาชน ตั้งแต่เดือน ก.ค. โดยมีข้อเรียกร้องในประเด็นสิทธิเสรีภาพในโรงเรียน สิทธิในเนื้อตัวร่างกายที่สะท้อนถึงปัญหาอำนาจนิยม และกฎระเบียบที่ลิดรอนสิทธิของผู้เรียน

พวกเขาคือกลุ่มแรก ๆ ที่ทำให้สัญลักษณ์ “โบว์สีขาว” เป็นที่รู้จักในฐานะเครื่องหมายต่อต้านเผด็จการ จากกิจกรรมที่นักเรียนมัธยมหลายสิบโรงเรียนร่วมกันผูกที่หน้ากระทรวงศึกษาธิการก่อนขยายวงไปยังโรงเรียนมัธยมหลายแห่งทั่วประเทศ

การเคลื่อนไหวครั้งล่าสุด คือ กิจกรรม “1 ธันวาบอกลาเครื่องแบบ” แต่งชุดไปรเวทไปโรงเรียนเพื่อรณรงค์ยกเลิกการบังคับใส่เครื่องแบบนักเรียนในโรงเรียน เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

เบญจมาภรณ์ หรือ พลอย นักเรียนชั้น ม.4 แกนนำกลุ่มที่ใช้ชื่อว่า “นักเรียนเลว” ยืนยันว่าจะไม่หยุดเคลื่อนไหว เธอบอกว่า “แม้จะระวังตัวยังไง ทำถูกวิธีแค่ไหน แต่ถ้ารัฐบาลจะยัดเยียดคดีให้เราอีก ถ้าเขาจะทำก็ทำได้”

WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
นักเรียนหญิงวัยมัธยมผูกโบว์สีขาวที่ประตูกระทรวงศึกษาธิการในกิจกรรมชื่อว่า “เลิกเรียนไปกระทรวง” เมื่อวันที่ 19 ส.ค.2563

ด้าน มิน ลภนพัฒน์ ชี้ว่าการดำเนินคดีกับเยาวชนเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และรัฐไม่สมควรจะดำเนินคดีกับเยาวชนไม่ว่าจะเสียหายมากน้อยไหน เขายืนยันว่าจะไม่เข้ากระบวนการพิเศษตามกระบวนการทางกฎหมายในคดีเยาวชน แต่จะต่อสู้ทางกฎหมายจนถึงชั้นอัยการ

“เรื่องนี้ไม่ได้เป็นความเสียหายเชิงรูปธรรม มันเป็นความเสียหายนามธรรมที่รัฐคิดไปเองว่ารัฐเสียหาย แต่จริง ๆ แล้วรัฐยังไม่ได้รับความเสียหายอะไรเลย เพราะฉะนั้น สิ่งเหล่านี้มันไม่สมควรอย่างยิ่งที่รัฐจะดำเนินคดีกับเด็ก เราเลยเลือกไม่เข้ามาตรการสำนึกผิด เราจะสู้คดีต่อไป”

ส่วน คณพศ นักเรียนชั้น ม.4 แกนนำกลุ่มที่ใช้ชื่อว่า “นักเรียนไท” ปรากฏตัวบนเวทีชุมนุม “ราษฎร” หลายครั้ง รวมทั้งการชุมนุมเมื่อวันที่ 16 ต.ค. ที่แยกปทุมวัน ก่อนการเข้าสลายชุมนุมของเจ้าหน้าที่เขายืนอยู่บนเวทีปราศรัย อ่านประกาศรายชื่อของคนเสื้อแดงที่เสียชีวิตในระหว่างการชุมนุมที่แยกราชประสงค์ เมื่อปี 2553 “เพื่อล้างมลทินให้ผู้ชุมนุม”

วันถัดมา คณพศ เปิดเผยว่า เขาถูกควบคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบที่เข้ามาล้อมรถแท็กซี่ขณะเดินทางพร้อมกับแนวร่วม “เยาวชนปลดแอก” อีกหนึ่งคน หลังจากแฟลชม็อบที่สามย่านมิตรทาวน์แยกย้าย คณพศถูกตำรวจนำตัวส่ง สน.ปทุมวัน และให้ติดต่อผู้ปกครองมารับก่อนตำรวจแจ้งกับผู้ปกครองว่า “ไม่ขึ้นเวทีปราศรัยได้หรือไม่” และให้ลงชื่อในเอกสารเพื่อรับตัวกลับ โดยมีตำรวจบันทึกภาพและวีดิโอกระบวนการทั้งหมด

คนอ่านแถลงการณ์ภาษาเยอรมันหน้าสถานทูต ถูกหมายเรียก ม.112

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานด้วยว่า ในวันที่ 9 ธ.ค. ผู้ถูกออกหมายเรียก 9 คน เตรียมเข้ารับทราบข้อกล่าวหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จากการชุมนุมหน้าสถานเอกอัครราชทูตเยอรมนี เมื่อวันที่ 26 ต.ค.

รวิสรา เอกสกุล อดีตนิสิตคณะอักษรศาสตร์ เอกภาษาเยอรมัน จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย อายุ 25 ปี เป็นหนึ่งในผู้ถูกออกหมายเรียกจากการร่วมอ่านแถลงการณ์ภาษาเยอรมัน เปิดเผยกับบีบีซีไทยว่าได้รับหมายเรียกในข้อหายุงยงปลุกปั่นให้เกิดความปั่นป่วนในราชอาณาจักร มาตรา 116 และหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ มาตรา 112 จาก สน.ทุ่งมหาเมฆ

WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

รวิสราเล่า ว่าเธอเป็นเพียงหนึ่งในผู้ที่ไปร่วมชุมนุมบ่อยครั้ง วันนั้นทางแกนนำประกาศหาคนที่อ่านภาษาเยอรมันได้ มาร่วมอ่านแถลงการณ์ ตอนนั้นคิดว่าตนเองพร้อมรับความเสี่ยง จึงได้รับอาสาเป็นผู้อ่านท่อนหนึ่งของแถลงร่วมกับผู้ที่อาสามาอ่านรวมทั้งหมด 5 คน โดยรวิสรารับหน้าที่ได้อ่านแถลงช่วงที่กล่าวถึงเหตุการณ์สลายการชุมนุมที่แยกปทุมวัน ซึ่งเธออยู่ในเหตุการณ์วันนั้นด้วย

“ทุกคนที่มาอยู่ตรงนั้นไม่มีใครรู้จักกันมาก่อน เป็นแค่คนธรรมดาที่เดินมาตรงนั้นแล้วไปหยิบกระดาษมาอ่าน” เธอกล่าวกับบีบีซีไทย และบอกด้วยว่าเท่าที่ทราบ ผู้ที่อ่านแถลงการณ์ด้วยกันวันนั้นทยอยได้รับหมายเรียกคดี 112 กันหลายคนแล้ว

นักแปลอิสระวัย 25 บอกด้วยว่า ขณะที่อ่านเธอรู้สึก “ตื่นเต้น มือสั่น พอเป็นภาษาเยอรมัน พออ่านแล้วเข้าใจเนื้อหา ยิ่งโกรธที่มีเหตุการณแบบนี้” และคิดว่าการใช้กฎหมายอาญา มาตรา 112 เป็นความพยายามที่รัฐต้องการจะหยุดการชุมนุม และ “ขู่ให้กลัว” ทว่าการใช้กฎหมายข้อนี้ดำเนินคดีกับประชาชนจะยิ่งทำให้ผู้ชุมนุมออกมามากขึ้น

“ถามว่าได้ผลไหม เราคิดว่ามันไม่ได้ผลอีกต่อไปแล้ว เพราะยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว มันยิ่งทำให้กระแสความโกรธมีมากขึ้นไปอีก”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ ห้าเดือนหลังการชุมนุม "ราษฎร" มีนักเรียนถูกดำเนินคดีแล้วอย่างน้อย 5 คน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง