เลือกตั้งท้องถิ่น : ศึกชิงเก้าอี้นายก อบจ.อุดรธานี ใน “อดีตเมืองหลวงคนเสื้อแดง” และความเคลื่อนไหวของ “ขบวนการราษฎร”

15 ธ.ค. 2563 - 21:15 น.

เลือกตั้งท้องถิ่น : ศึกชิงเก้าอี้นายก อบจ.อุดรธานี ใน “อดีตเมืองหลวงคนเสื้อแดง” และความเคลื่อนไหวของ “ขบวนการราษฎร”

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

  • เรื่องโดย หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
  • วิดีโอโดย วสวัตติ์ ลุขะรัง ผู้สื่อข่าววิดีโอ

การเลือกตั้งสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) และนายก อบจ. ยังอยู่ภายใต้ทฤษฎี “สองคราประชาธิปไตย” ตามข้อวิเคราะห์ของนักวิชาการท้องถิ่นในภาคอีสาน โดยชนชั้นกลางตามหัวเมือง – ในเขตเมือง? มีแนวโน้มตัดสินใจตามอุดมการณ์ ขณะที่คนชานเมือง และนอกเขตเมือง ยังคิดถึง “ประชาธิปไตยกินได้” ท่ามกลาง “เกมใต้ดิน” และ “แคมเปญพรายกระซิบ” ที่ถูกงัดมาใช้เพื่อช่วงชิงชัยชนะในเลือกตั้งหนนี้

WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
ตามประกาศของ กกต. ผู้สมัครนายก อบจ.อุดรธานี สามารถหาเสียงภายใต้งบ 15.12 ล้านบาท ส่วนผู้สมัครสมาชิก อบจ. หาเสียงภายใต้งบ 3.8 แสนบาท

ชาวอุดรธานีกว่า 1.2 ล้านคน จะได้ใช้สิทธิเลือกตั้งท้องถิ่นในรอบ 8 ปี นับจากการเลือกตั้ง อบจ. ครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2555 เพื่อเลือก นายก อบจ. 1 คน จาก ผู้ท้าชิง 7 คน เข้าไปทำหน้าที่ฝ่ายบริหาร และเลือก ส.อบจ. 42 คน จาก ผู้สมัครทุกเขตรวม 216 คน ทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ

วันวาน.. อุดรธานีถูกขนานนามว่าเป็น “เมืองหลวงคนเสื้อแดง” และ “จังหวัดไทยรักไทย/เพื่อไทย” สะท้อนผ่านผลการเลือกตั้งในรอบ 2 ทศวรรษที่ “พรรคทักษิณ” กวาดชัยชนะครบทุกเขต-ยกจังหวัด

วันนี้.. อุดรธานีเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ปรากฏความเคลื่อนไหวของขบวนการนักเรียน นักศึกษา และประชาชน เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยและให้มีการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ ร่วมกับกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า “ราษฎร” ในส่วนกลาง

WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
กลุ่ม “อุดรพอกันที” เคยจัดการชุมนุมใหญ่มาแล้ว 4 ครั้งนับจากเดือน ต.ค.

บีบีซีไทยลงพื้นที่ จ.อุดรธานี เพื่อสังเกตการณ์กิจกรรมรณรงค์หาเสียงของคู่แข่งขันหลักในช่วงโค้งสุดท้าย พร้อมสำรวจการรับรู้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับ อบจ. และทิศทางการตัดสินใจของคนรุ่นใหม่-คนรุ่นเก่า คนหัวเมือง-คนชานเมือง คนเสื้อแดง-คนไร้สีเสื้อ ก่อนที่พวกเขาจะก้าวเข้าคูหาเลือกตั้ง 20 ธ.ค. นี้

การเข้าคูหาครั้งแรกของ “คนรุ่นใหม่”

การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารทางการเมืองเป็นกิจวัตรที่ขาดไม่ได้ของนักกิจกรรมการเมืองกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า “อุดรพอกันที” สายวันหนึ่งของเดือน ธ.ค. พวกเขาใช้สวนสาธารณะหนองประจักษ์ศิลปาคม ต.หมากแข้ง อ.เมืองอุดร เป็นสถานที่ล้อมวงสนทนาในหัวข้อว่าด้วยการเลือกตั้ง อบจ.

หลังเคลื่อนไหวเรียกร้อง “ประชาธิปไตยที่แท้” ร่วมกับกลุ่ม “ราษฎร” นี่เป็นครั้งแรกที่สมาชิกกลุ่ม “อุดรพอกันที” ทั้ง 4 คนซึ่งมีอายุตั้งแต่ 18-23 ปี จะได้ใช้อำนาจอธิปไตยทางตรงเพื่อเลือกตั้งท้องถิ่น

“มันเป็นโหวตครั้งแรกน่ะครับ มันรู้สึกว่าเราอยากจะให้โหวตของเราเป็นหนึ่งเสียงที่มีพลังให้กับเมืองอุดรธานี โหวตแล้วให้มันเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น” ชานน อาจณรงค์ หรืออะตอม สมาชิกกลุ่ม “อุดรพอกันที” วัย 18 ปี กล่าวกับบีบีซีไทย

ประสบการณ์การติดต่อราชการที่ อบจ. ของเด็กหนุ่มเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวเพื่อ “รับเสื้องานวิ่งเฉลิมพระเกียรติ”

ไม่ต่างจากเพื่อนร่วมกลุ่มอีกคน พชร สาธิยากุล หรือแม็กซ์ นักศึกษาปริญญาโท วัย 23 ปี ที่เคยคิดว่าศาลากลางจังหวัดคือ อบจ. กระทั่งมาทำกิจกรรมการเมืองและต้องติดต่อขออนุญาตจัดการชุมนุม จึงรู้ว่าส่วนราชการไหนตั้งอยู่ตรงไหน

กลุ่ม “อุดรพอกันที” จัดการชุมนุมครั้งแรกเมื่อ 22 ต.ค. เพื่อให้กำลังใจนักเคลื่อนไหวรุ่นเยาว์ใน กทม. และแสดงออกว่าไม่เห็นด้วยกับการสลายการชุมนุม ทั้งที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 15 ต.ค. และสี่แยกปทุมวัน วันที่ 16 ต.ค.

หากการเมืองระดับชาติ มี “เผด็จการที่มาจากการสืบทอดอำนาจ” การเมืองระดับท้องถิ่นก็มี “เผด็จการจากระบบอุปถัมภ์” ซึ่งเกิดจากความสัมพันธ์เชิงโครงข่ายนักการเมืองระดับชาติ นักการเมืองท้องถิ่น และข้าราชการ ตามทัศนะของ อะตอม-ชานน และ “ทำให้คนที่ควรเป็นผู้แทนประชาชน กลายเป็นเพียงผู้เชื่อฟังของผู้อุปถัมภ์ และไม่ทำตามเสียงของประชาชนอย่างแท้จริง” นั่นทำให้นักกิจกรรมการเมืองกลุ่มนี้เชื่อมโยงภาพการม็อบกับการเมืองเข้าไว้ด้วยกัน

พวกเขาคาดหวังจะเห็น “การเมืองดี” เพื่อ “พอกับที” กับสารพัดปัญหาในบ้านเกิด

“บ่อยครั้งที่เรามานั่งคุยกันถึงปัญหา เราเดินออกจากบ้าน ก็เห็นฝาท่อที่มีปัญหาแล้ว พอขับรถออกมา ก็เจอถนนที่มีปัญหา เรามาเรียน ก็เจอการจราจรที่มีปัญหาด้านหน้าโรงเรียน กลับบ้านไป บางทีก็เจอน้ำไม่ไหลไฟไม่สว่าง ดังนั้นเราอยากพอกันทีกับปัญหาพวกนี้” แม็กซ์-พชร กล่าว

ในแต่ละปี อบจ.อุดรธานี ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาลราว 1,400 ล้านบาท ทว่านักกิจกรรมการเมืองกลุ่มนี้เห็นว่า “อุดรไม่ได้พัฒนาไปไกลนักหากเทียบกับงบที่ได้รับ”

คุณสมบัตินักการเมืองท้องถิ่นที่คนรุ่นใหม่พึงประสงค์ จึงต้อง “มีความจริงใจ มีประวัติการทำงานที่จับต้องได้ และมีนโยบายชัดเจนเพื่อประชาชน” และในการตัดสินใจจะ “ไม่เอาบุญคุณมาปิดกั้นโอกาสในการเลือกอนาคต”

ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งแรกคาดหวังว่า การเข้าคูหาในวันที่ 20 ธ.ค. จะทำให้พวกเขาได้ตัวแทนของประชาชนเข้าไปทำหน้าที่เพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

“ไม่ใช่ ส.อบจ. ที่ทำหน้าที่เพื่อนายก และนายก อบจ. ที่ทำหน้าที่เพื่อพรรคการเมือง หรือนายห้าง ถ้าเขาฟังเสียงประชาชนจริง ๆ การเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งนี้ก็ถือว่าตอบสนองต่อประชาชนในขั้นแรกแล้ว” แม็กซ์-พชร กล่าว

จุดเปลี่ยน “คนเสื้อแดง”

ร้านขายของชำของ สวัสดิ์ กรมสินไทย ซึ่งตั้งอยู่ใกล้วัดป่าบ้านจิก ต.หมากแข้ง อ.เมืองอุดร ถูกใช้เป็นสถานที่เสวนาพาทีของนักกิจกรรมการเมือง “คนเสื้อแดง” มากว่า 10 ปีแล้ว โดยมีทั้งข้าราชการวัยเกษียณ แม่บ้านทหาร พ่อบ้านตำรวจ แม่ค้า รวมถึงนักธุรกิจแวะเวียนมาพูดคุยกันอยู่เนือง ๆ

WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
ร้านของของชำ “ตาสวัสดิ์” (คนเสื้อแดง) ถูกใช้เป็นที่ชุมนุมคนเสื้อแดงอยู่เป็นประจำ

หลังเสร็จภารกิจตักบาตรในช่วงเช้า และร่วม “ชุมนุมคนแก่” ในสภากาแฟ พฤษ วัย 72 ปี แวะมาที่บ้านของตาสวัสดิ์ วัย 75 ปี เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาบอกเล่า-ขยายความคิดต่อ

“แนวทางที่เด็กเรียกร้อง โดนใจเรานะ ฝั่งทักษิณ (ชินวัตร) ยังตัดไม่ขาดจากการเมืองแบบเก่า ๆ สำหรับพรรคเพื่อไทย เรารู้สึกว่าเขาสู้ไปกราบไป อันนี้พูดตรง ๆ แต่ทางนี้ (พรรคก้าวไกล/คณะก้าวหน้า) เขาจริงจังกว่า เราก็เลยเริ่มจะหันเห” พฤษกล่าวในวงเสวนายามบ่าย ซึ่งมีคนเสื้อแดงร่วมอภิปราย 5 คน

ชาวอุดรกลุ่มนี้เข้าร่วมการชุมนุมกับกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ตั้งแต่ปี 2552 ทั้งในบ้านเกิดและในเมืองกรุง ทว่าเวลาผ่านไป พวกเขานิยามตัวเองใหม่เป็น “แดงราษฎร” และ “แดงอิสระ” ที่ยังมีหัวใจประชาธิปไตย แต่เลิกฝักใฝ่ตัวบุคคลแล้ว

แม้ทั้งหมดเคยได้รับอานิสงส์จากนโยบายประชานิยมในยุครัฐบาลทักษิณ โดยสามารถแจกแจงนโยบายเด่นได้เป็นข้อ ๆ และยังเป็น “โหวตเตอร์ตัวยง” ที่ลงคะแนนเลือก “พรรคทักษิณ” อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ยุคพรรคไทยรักไทย (ทรท.) มาถึงพรรคพลังประชาชน (พปช.) และพรรคเพื่อไทย (พท.) แต่วันนี้ ธนพร อุบลวัฒน์ นักธุรกิจส่วนตัว วัย 52 ปี ขอ “คิดใหม่ ตัดสินใจใหม่ ให้เด็กรุ่นใหม่ลองบริหาร” ในศึกเลือกตั้ง อบจ. เมื่อไม่มีทักษิณอยู่ในเมืองไทย

“ถ้าตัวท่านทักษิณกลับมา บางทีเราก็ยังคงเลือกนะ แต่ตอนนี้ท่านให้คนอื่นมาอยู่เหมือนเป็นตัวแทนของท่าน แต่การทำงานจะไม่เหมือนท่าน และทุกอย่าง นโยบายของประชาชนได้ที่ผ่านมาอย่างคุณทักษิณอยู่ ไม่ได้ ไม่มี” ธนพรเผยความรู้สึก

หากในอดีต “เสียงทักษิณ” มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจทางการเมืองของคนเสื้อแดง ในยุคปัจจุบัน “เสียงคนรุ่นใหม่” ก็มีส่วนสำคัญต่อเปลี่ยนมุมมองของพวกเขา

“โหวตนี้เพื่อสนับสนุนคนรุ่นใหม่ทางอ้อม เพราะนโยบายก็สวยหรูกันทั้งนั้น จะเพื่อไทย หรือก้าวไกล/ก้าวหน้า ก็ฝ่ายประชาธิปไตยเหมือนกัน” ธนพรบอก

“ถ้าไม่มีสีนี้ (ชี้ไปที่เสื้อยืดสีส้มของตัวเอง) มาแซม เราก็อาจจะยังอยู่ตรงนั้นนะ ตอนนี้คนรุ่นพ่อแม่ยังไม่เปลี่ยน แต่รุ่นลูกเปลี่ยนแล้ว บ้านผมมี 4 เสียง ก็แยกกันไป 2-2 ส่งลูก ๆ ไปพรรคใหม่ แต่ตัวเรา ขออยู่ที่เดิมก่อน” พฤษกล่าว

ประชาชนผู้สนับสนุนอดีตนายกฯ ทักษิณร่วมเปิดหมู่บ้านคนเสื้อแดงใน จ.อุดรธานี และขอนแก่น เมื่อ มิ.ย. 2554
Getty Images
ประชาชนผู้สนับสนุนอดีตนายกฯ ทักษิณร่วมเปิดหมู่บ้านคนเสื้อแดงใน จ.อุดรธานี และขอนแก่น เมื่อ มิ.ย. 2554

ศึกเลือกตั้ง อบจ.อุดรธานี เป็นการต่อสู้ระหว่าง 1 พรรคการเมืองในฐานะ “เจ้าของเก้าอี้เดิม” กับ 1 กลุ่มการเมืองซึ่งเป็น “ผู้ท้าชิงหน้าใหม่”

พรรคเพื่อไทยและคณะก้าวหน้าส่งผู้สมัคร ส.อบจ. ครบทั้ง 42 เขต พร้อมเสนอตัวเป็นรัฐบาลท้องถิ่นของชาวอุดร โดยมีผู้สมัครอิสระอีก 5 คนร่วมช่วงชิงเก้าอี้ “นายกเล็ก”

สิ่งที่ผู้สมัครนายก อบจ. ต้องทำคือการย่ำพื้นที่อุดรให้ครบทั้ง 20 อ. และรุดไปพบปะประชาชนใน 156 ต. ให้ได้มากที่สุด เพื่อแจกบัตรแนะนำตัวผู้สมัครทั้งนายก และ ส.อบจ., เดินเคาะประตูบ้าน, ขึ้นรถแห่หาเสียง และเปิดปราศรัยย่อย ส่วนการลงพื้นที่ย่อยระดับหมู่บ้านและชุมชน เป็นหน้าที่โดยตรงของผู้สมัคร ส.อบจ.

เพื่อไทยขุดผลงานเก่าของ “พ่อใหญ่ ท.ทหาร” มาหาเสียง

“การเลือกตั้งครั้งนี้ เพื่อไทยสู้เต็มพิกัด เราขอโอกาสทำงานในระหว่างที่เศรษฐกิจไม่ดี” วิเชียร ขาวขำ ผู้สมัครนายก อบจ.อุดรธานี กลุ่มเพื่อไทยอุดรธานี กล่าวปราศรัยต่อหน้าประชาชนราว 200 คน ที่มารวมตัวกันที่วัดวิสุทธาวาส ต.สร้างก่อ อ.กุดจับ

ในฐานะอดีต ส.ส.อุดรธานี 6 สมัย และอดีตนายก อบจ.อุดรธานี ผู้ดำรงตำแหน่งยาวนานถึง 8 ปีตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทำให้เขาไม่ต้องเสียเวลาแนะนำตัวกับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

คำปราศรัยของนักการเมืองวัย 64 ปีในแต่ละเวที จึงดำเนินไปตามสูตร เริ่มต้นด้วยการให้ความรู้แก่ประชาชนว่าต้องกาบัตรเลือกตั้ง 2 ใบเพื่อเลือกนายก อบจ. กับเลือก ส.อบจ., เข้ารับการวัดไข้หน้าคูหาเพื่อป้องกันโรคโควิด-19, แจกแจงถึงสิทธิที่จะเสียไปหากนอนหลับทับสิทธิ ก่อนเข้าสู่การร่ายสารพัดเหตุผลว่าทำไมต้องเลือกทีมเพื่อไทย

วิเชียรไล่เรียงราคาพืชผลทางการเกษตร ทั้งข้าว, มันสำปะหลัง และยางพาราที่ตกต่ำอย่างหนักเหลือ 17 บาท/กก. ในยุครัฐบาล “พ่อใหญ่ ต.เต่า” ต่างจากยุค “พ่อใหญ่ ท.ทหาร” ที่ราคายางพาราพุ่งทะยานไปถึง 70 บาท/กก. เพราะคิดนโยบายแบบครบวงจรและยั่งยืน

WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
ประชาชนราว 300 คนร่วมรับฟังการปราศรัยย่อยของพรรคเพื่อไทย ที่วัดโนนสวรรค์ ต.บ้านขาว อ.เมือง

“ทุกวันนี้พ่อใหญ่ ท.ทหาร มีความทุกข์ 2 อย่าง ทุกข์แรกคืออยากกลับบ้าน ทุกข์ที่สองคือเห็นพี่น้องไม่มีกินยากจน อันแรกยังทำไม่ได้ แต่อันหลังทำได้ด้วยการเลือกเพื่อไทย พรรคที่คิดนโยบายดี ๆ มีคนมีมันสมองมาทำงานให้พี่น้อง” วิเชียรกล่าว

แม้ อบจ. มีข้อจำกัดทางอำนาจตามกฎหมาย ไม่สามารถอุดหนุนราคาพืชผลได้แบบรัฐบาลกลาง แต่วิเชียรชี้ว่า “ในระหว่างที่เศรษฐกิจไม่ดี ประชาชนยังพึ่งพา อบจ. ได้บางส่วน”

อดีตนายกเล็กเมืองอุดรยังจงใจพูดถึง “ม็อบเด็ก” อันหมายถึงการชุมนุมของขบวนการเยาวชนในกรุงเทพฯ เพื่อยื่น 3 ข้อเรียกร้องต่อผู้มีอำนาจ โดยประกาศจุดยืน “เห็นด้วยกับเด็กน้อยที่ออกมาเรียกร้องให้แก้รัฐธรรมนูญ” พร้อมชี้ให้เห็นถึงปัญหารัฐธรรมนูญปี 2560 จากการที่พรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้งด้วย ส.ส. 136 เสียง แต่ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ เพราะติดล็อกจาก ส.ว. 250 คนที่มาจากกระบวนการแต่งตั้งของ “พ่อใหญ่เตี้ย ๆ ที่ชอบจุ๊จ๊ะ ๆ” เรียกเสียงฮาจากประชาชนหน้าเวทีปราศรัย

WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
การเลือกตั้ง อบจ.อุดรธานี เกิดขึ้นครั้งสุดท้ายเมื่อ 13 มิ.ย. 2555 โดยผู้บริหาร และ ส.อบจ. ชุด วิเชียร ขาวขำ ได้รับการต่ออายุให้ทำหน้าที่เรื่อยมาด้วยคำสั่งหัวหน้า คสช.

ในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง วิเชียรใช้โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง 4 เบอร์ ไว้ติดต่อประสานงานกับผู้สมัคร ส.อบจ. เขตต่าง ๆ ที่เขาต้องเดินสายไปช่วยปราศรัย แต่สำหรับแกนนำพรรคเพื่อไทย “ไม่มีใครติดต่อมา” ลงพื้นที่อุดร ท่ามกลางความชุลมุนที่เกิดขึ้นภายในพรรค อีกทั้งตัวเขาก็คิดว่า “พอดูแลตัวเองได้” จึงให้แกนนำไปช่วยผู้สมัครใน จ. อื่นแทน

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2555 “ส.ส. เสื้อแดง” ถอยจากการเมืองระดับชาติลงสู่สนามท้องถิ่น ก่อนถึงฝั่งฝันบนเก้าอี้นายกเล็ก

ในวันแรกของการรับบทใหม่ คนเสื้อแดงหลายร้อยคนตามไปส่งเขาเข้าทำงานถึงที่ทำการ อบจ.

8 ปีผ่านไป วิเชียรบอกว่าเขาทำงานเพื่อคนทุกสีเสื้อในอุดร โดยสิ่งที่ยังเหมือนเดิมก็คือ “ตัวตน” และความเป็น “นักสู้” ส่วนสิ่งที่ต่างออกไปคือนโยบายที่ถูกปรับเปลี่ยนให้ทันสมัยขึ้น

“ในเวลา 5-6 ปีที่ผ่านมา ยิ่งไม่มีเพื่อไทยมาบริหารบ้านเมือง ประชาชนยิ่งโหยหา ยิ่งอยากให้เพื่อไทยมาบริหารประเทศ ประชาชนส่วนใหญ่ของอุดรธานียังคิดถึงคนอยู่แดนไกล” วิเชียรกล่าวกับบีบีซีไทย

การสวมเสื้อพรรคเพื่อไทยลงรักษาเก้าอี้นายก อบจ. ใน “เมืองหลวงเพื่อไทย” ที่กวาด ส.ส. ยกจังหวัด ทำให้เจ้าตัวมั่นใจว่าประชาชนจะยังให้ความไว้วางใจเหมือนเดิม

………………..

ผลการเลือกตั้ง ส.ส.อุดรธานี ใน 2 ทศวรรษ

  • 2544 ทรท. 4/10 เขต (ก่อนที่ในเวลาต่อมา ส.ส. จะย้ายไปสังกัด ทรท.)
  • 2548 ทรท. 10/10 เขต
  • 2550 พปช. 9/10 เขต
  • 2554 พท. 9/9 เขต
  • 2562 พท. 8/8 เขต

ที่มา : บีบีซีไทยรวบรวมจากรายงานผลการเลือกตั้งของสำนักงาน กกต.

ก้าวหน้าจุดกระแสโหวตเพื่อเปลี่ยนแปลง

ในวัน-เวลาไล่เรี่ยกัน ฐานวัฒน์ ธนาธัญญพิชญ์ ผู้สมัครนายก อบจ.อุดรธานี จากคณะก้าวหน้า ลงพื้นที่พบปะประชาชนราว 50 คนที่ศาลาประชาคม ชุมชนโนนสว่าง ต.หมากหญ้า อ.หนองวัวซอ

กิจกรรมหาเสียงของคณะก้าวหน้าอุดรดำเนินไปในรูปแบบเดียวกันทั่วประเทศ โดยเริ่มต้นจากการเล่าประวัติความเป็นมาของคณะก้าวหน้าที่สืบทอดอุดมการณ์จากพรรคอนาคตใหม่หลังถูกสั่งยุบพรรค, แนะนำตัวผู้สมัคร, เปิดข้อมูลงบประมาณที่ อบจ. ได้รับ เทียบกับความเจริญที่เกิดขึ้นในพื้นที่ เพื่อชี้ชวนให้ประชาชนรู้สึกว่าต้องเปลี่ยนแปลงตามคำขวัญหาเสียง “เปลี่ยนประเทศไทย เริ่มได้ที่บ้านเรา” แล้วตบท้ายด้วยการยืนยันแนวทางการทำ “การเมืองแบบใหม่” ที่ไม่ซื้อเสียง ไม่ใช้หัวคะแนน และใช้นโยบายเป็นธงนำ

“20 ธ.ค. เอาปากกาไปฟาดหน้านักธุรกิจการเมืองที่ตีค่าประชาชนแค่ 300-500 บาท” ทีมคณะก้าวหน้าอุดรธานีโหมโรง

จากนั้นฐานวัฒน์ได้คว้าไมค์-เปิดปราศรัยกับประชาชน โดยแจกแจงประวัติฉบับย่อในระหว่างรับราชการที่อุดรนาน 39 ปี จาก “เกษตรตัวน้อย ๆ” ไต่ระดับจาก ต. อ. และ จ. พร้อมร่ายผลงานที่เขามีส่วนผลักดันให้ชาวอุดร อาทิ ตลาดเกษตรกร, ตลาดร่มเขียว และเปิดตัว “หมู่บ้านไม้ดอกไม้ประดับ ห้วยสำราญ-ห้วยเจริญ” เพื่อการท่องเที่ยว

ด้วยพื้นฐานครอบครัวของชาวอุดรราว 80% ที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำให้ ฐานวัฒน์ ซึ่งรู้จักในชื่อ “เกษตรโต้ง” มั่นใจว่าจะเก็บคะแนนจากคนกลุ่มนี้ได้ แม้ต้องพบศึกหนักจากคู่แข่งขันขันที่พรรคต้นสังกัดเป็น “ต้นตำรับประชานิยม” และครองใจชาวอุดรมายาวนานก็ตาม

“ผมคงไม่กล่าวถึงว่าเขา (คู่แข่ง) มีผลงานรูปธรรมอย่างไร ผมไม่ใช่นักการเมือง นักธุรกิจ หรือผู้รับเหมา แต่พร้อมเปลี่ยนอุดรด้วยนโยบายที่เป็นรูปธรรม จับต้องได้ และชัดเจน” ฐานวัฒน์กล่าวกับบีบีซีไทย

WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
ฐานวัฒน์ ธนาธัญญพิชญ์ ผู้สมัครนายก อบจ.อุดรธานี จากคณะก้าวหน้า บอกว่าเขาไม่ใช่นักการเมืองอาชีพ ไม่ได้ศึกษาเรื่องการเมืองเลย แต่ยืนยันว่า “หัวใจประชาธิปไตยเต็มร้อย”

ในทัศนะของผู้ท้าชิง การเลือกตั้ง 20 ธ.ค. นี้ จะเป็นบทพิสูจน์ระหว่าง “สิ่งเดิม” กับ “สิ่งใหม่” หลังไม่มีการเลือกตั้งมานานถึง 8 ปี

“คนรุ่นใหม่ที่เกิดขึ้นและอายุ 18 ปีเยอะนะ เขาก็อยากเห็นการเมืองใหม่ อยากเห็นการเปลี่ยนแปลง เพราะว่าตอนนี้กระแสในเรื่องประชาธิปไตย ในเรื่องความถูกต้อง ความยุติธรรม การถูกเอารัดเอาเปรียบมีอยู่ มันเห็นภาพตรงนี้”

ตัวช่วยสำคัญของอดีตข้าราชการที่เพิ่งผันตัวมาเป็นผู้เล่นการเมืองหน้าใหม่ หนีไม่พ้น การปรากฏตัวของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า เพื่อช่วยหาเสียงที่อุดร 2 ครั้ง ซึ่งเกษตรโต้งบอกว่าได้รับเสียงตอบรับดีมากจากคนรุ่นใหม่ และคนที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง

WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
รถตุ๊กตุ๊ก ถูกใช้เป็น “สื่อหาเสียง” ให้ผู้สมัคร อบจ. ในช่วงเลือกตั้ง

แต่ในขณะเดียวกัน ผู้สมัครจากคณะก้าวหน้าในหลายพื้นที่ต้องเผชิญกับ “เกมใต้ดิน” ทั้งการจุดกระแสเรื่อง “ล้มล้าง” และการส่อ “โดนใบส้ม/ใบแดง” จากการขึ้นป้ายหาเสียงคู่กับธนาธร ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ตั้งเรื่องสืบสวนฐานทำตัวคล้ายพรรคการเมืองแล้ว

“แนวทางคณะก้าวหน้าอุดรที่ผมทำ ผมต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ถึงแม้ผมจะมีได้ยินกระแสว่าเอ้ย ถ่ายรูปคู่กับธนาธรแล้ว เดี๋ยวโดนใบแดงนะ ใบส้มนะ เดี๋ยวเสียเวลานะ อันนี้ผมก็ไม่รู้ว่าฝ่ายไหนพูด แต่ชาวบ้านบอกผมตลอด” เกษตรโต้งกล่าว

พท. หวังเข้าวินอีสาน 9 จ. ส่วนโพลก้าวหน้าคาดปักธง 2-4 จ.

ในการเลือกตั้ง อบจ. ครั้งแรกหลังรัฐประหาร มีเพียง พท. และคณะก้าวหน้าที่ส่งผู้สมัครสวมเสื้อพรรค/กลุ่ม ลงสู่สนามเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ โดย พท. ส่งผู้สมัครนายก อบจ. 25 จ. และคณะก้าวหน้าส่ง 42 จ.

เฉพาะใน 20 จ. ภาคอีสาน พท. ส่งผู้สมัครนายก อบจ. 10 จ. โดยกรรมการบริหาร พท. ประเมินกับบีบีซีไทยว่ามีโอกาสชนะเลือกตั้ง 9 จ. ส่วนทีมยุทธศาสตร์คณะก้าวหน้าเผยผลสำรวจกระแสนิยมภายใน พบว่ามีโอกาสลุ้นชัยชนะใน 2-4 จ. จากการส่งผู้สมัครในภาคอีสานรวม 13 จ.

คำถามใหญ่ที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งอีสานแสวงหาคำตอบจากสนามเลือกตั้ง อบจ. ซึ่งเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่ใหญ่ที่สุดคืออะไร

WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
ห้องประชุมสภา อบจ.อุดรธานี เตรียมพร้อมรอต้อนรับ ส.อบจ. ชุดใหม่ทั้ง 42 คน

เกี่ยวกับเรื่องนี้ รศ.ดร. อลงกรณ์ อรรคแสง รองคณบดีวิทยาลัยการเมืองการปกครอง ม.มหาสารคาม กล่าวกับบีบีซีไทยว่า ประชาชนรู้ในข้อจำกัดทางอำนาจของ อบจ. ว่าทำอะไรได้บ้าง จึงมีความคาดหวังไม่มากนักกับ อบจ. ดังนั้นเวลาเลือก เขาก็จะตัดสินใจเลือกคนที่เข้าถึงได้ง่าย โทรหาง่าย ขี่รถจักรยานยนต์ไปหาได้

รศ.ดร. อลงกรณ์เป็นอีกคนที่ไม่เคยไปติดต่อราชการที่ อบจ. เลยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพราะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของเขา ต่างจาก อปท. ในต่างประเทศที่เกี่ยวข้องชีวิตประชาชนตั้งแต่ตื่นยันเข้านอน

ความเห็นนักวิชาการนี้สอดคล้องกับการสุ่มสำรวจความคิดเห็นของประชาชนชาวอุดรธานีโดยบีบีซีไทย ซึ่งพบว่า แม่ค้า, แม่บ้าน, ครูสอน รร.มัธยม, นักกิจกรรมการเมือง กระทั่งประชาชนที่เข้าร่วมขบวนหาเสียงของผู้สมัคร อบจ. บางคน ต่างระบุว่าไม่เคยไป อบจ. เลย หรือไปทำเรื่องธุรการเท่านั้น เช่น ขอยืมโต๊ะ เต็นท์ ถ่ายรูปทำบัตรประชาชน ขณะที่บางส่วนไม่รู้ว่า อบจ. มีไว้ทำไม

เผยแคมเปญพรายกระซิบ “อีกครึ่งเทอม เราจะกลับมา”

แต่ถึงกระนั้น สนามการเมืองท้องถิ่นกลับเป็นพึงใจของนักการเมืองระดับชาติท่ามกลางภาวะไม่แน่นอนทางการเมืองจาก “รัฐธรรมนูญฉบับกีดกันนักการเมือง” ซึ่ง รศ.ดร. อลงกรณ์พบว่ามี 14 จาก 20 จ. ในภาคอีสาน ที่อดีต ส.ส. และ ส.ว. โดดลงมาชิงเก้าอี้นายก อบจ. และมีการแข่งขันกันนำเสนอนโยบายอย่างจริงจังครั้งแรก

นอกจากนี้ยังมี “แคมเปญพรายกระซิบ” ของ “พรรคใหญ่” เกิดขึ้นในบาง จ. เพื่อโน้มน้าวประชาชนแบบปากต่อปาก เช่น “เมื่อไม่ได้เป็นรัฐบาลระดับชาติ เราขอโอกาสช่วยเหลือพี่น้องผ่านการเป็นรัฐบาลท้องถิ่น” หรือ “สภาอยู่มาครึ่งเทอมแล้ว อีกครึ่งเทอม เราจะกลับมา”

WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
โรงเรียนพันดอนวิทยา เป็น 1 ใน 8 รร. สังกัด อบจ. ซึ่งนักเรียนจะได้รับการอุดหนุนทั้งชุด นร., ชุดกีฬา และอาหารกลางวันฟรี

จากการเฝ้าสังเกตการณ์พฤติกรรมของผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งในภาคอีสานช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา นักวิชาการ ม.มหาสารคามเห็นว่าการซื้อสิทธิขายเสียงกลายเป็นเพียงวาทกรรมในอดีตไปแล้ว

“คนอีสานใช้การเลือกตั้งเป็นเครื่องมือต่อรองดึงผลประโยชน์มาในพื้นที่ มีงานวิจัยออกมาแล้วว่าคนที่ไปโหวตเพราะรับเงินมีไม่เกิน 5% แต่เขาโหวตให้กับนโยบายประชานิยมที่ลงไปถึงระดับปัจเจก ไม่ใช่แค่ระดับชุมชน เช่น โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค, กองทุนหมู่บ้าน ทำให้เขาหวงแหนการเลือกตั้งค่อนข้างมาก” นักวิชาการ เจ้าของตำรา “ฐานรากการปกครองท้องถิ่น” กล่าว

อ.อลงกรณ์เชื่อว่า ประสบการณ์ตรงที่ประชาชนเคยได้รับจาก “ประชาธิปไตยกินได้” น่าจะยังผูกติดกับตัวโหวตเตอร์ นั่นทำให้เกิดข้อได้เปรียบ-เสียเปรียบจากการแข่งขันกันนำเสนอนโยบายระหว่าง พท. กับคณะก้าวหน้า เพราะ “พท. เคยบริหารประเทศมาแล้ว ขณะที่ อนค./คณะก้าวหน้า ยังไม่ได้พิสูจน์ตัวเองในแง่การทำงานบริหาร

WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
สนามเทนนิสใจกลางเมืองอุดร ก็เป็นส่วนหนึ่งของทรัพย์สิน อบจ.

สองคราประชาธิปไตย

เขายังเชื่อในทฤษฎี “สองนคราประชาธิปไตย” อันหมายถึงการตัดสินใจที่แตกต่างระหว่างคนในเมือง-คนชานเมือง และคนรุ่นใหม่-คนรุ่นเก่า

คนรุ่นเก่า จะยังเทใจให้ พท. แม้ทักษิณไม่ได้บริหารจัดการแล้ว

“ผมเคยสงสัยเหมือนกันว่าทำไมคุณทักษิณถึงไม่ตายไปจากจิตใจประชาชน ทั้งที่ไม่ได้แอคติ้ง ก็ได้พูดคุยกับคนหลาย ๆ คน จึงรู้ว่ามันก็เหมือนกับที่จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ อยู่ในใจคนอีกรุ่นหนึ่ง ถึงแม้จอมพลสฤษดิ์ตายไปแล้ว ก็ยังเป็นฮีโร่ของคนรุ่นนั้น ถึงตอนนี้ก็ยังมีคนรุ่นหนึ่งที่มีใจคิดถึงคุณทักษิณ ในฐานะที่เขาเป็นตัวแทนอุดมการณ์บางอย่างที่อยู่เบื้องหลังความคิดประชาชน ทำให้คนชนบทมีสิทธิเสียง และทำให้ระบบเลือกตั้งเป็นกลไกต่อรองผลประโยชน์ลงในพื้นที่” รศ.ดร. อลงกรณ์กล่าว

คนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นฐาน อนค. มีแนวโน้มจะสนับสนุนคณะก้าวหน้า

“นิวโหวตเตอร์ที่อยู่ตามหัวเมืองก็อาจจะยังเทคะแนนให้คณะก้าวหน้า แต่เมื่อเทียบกับนคราชนบท อย่างหลังก็น่าจะมีจำนวนมากกว่า.. เขา (คณะก้าวหน้า) อาจมีนิวโหวตเตอร์จำนวนหนึ่ง แต่ไม่ได้ใหญ่พอที่จะทำให้ชนะการเลือกตั้ง ส.อบจ. ทั้งอำเภอ หรือนายก อบจ. ทั้งจังหวัด” รศ.ดร. อลงกรณ์กล่าว

WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

ส่วนกระแสการเมืองระดับชาติที่เกิดขึ้นจากการลุกฮือของขบวนการเยาวชนขับไล่รัฐบาล รศ.ดร. อลงกรณ์ชี้ว่าอาจมีผลต่อ “นคราในเมือง” เพราะชนชั้นกลางในเมืองที่มีงานทำ มีเงินเดือนใช้ ไม่ได้ต้องวิ่งหาน้ำประปา ไม่ต้องมาเรียกร้องโครงสร้างพื้นฐาน จึงขยับไปพูดถึงเรื่องอุดมการณ์ ขณะที่ “นคราชานเมือง” “แม้ประชาชนส่วนใหญ่เอาใจช่วยม็อบนักศึกษา แต่ถ้าต้องตัดสินใจเลือกผู้บริหารท้องถิ่น เขาเลือกจากคนที่เข้าถึงได้”

สำหรับทฤษฎี “สองนคราประชาธิปไตย” บัญญัติขึ้นโดย ศ.พิเศษ ดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เมื่อครั้นที่เขายังเป็นนักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ โดยชี้ให้เห็นว่าคนชนบทเป็นคนเลือก/ตั้งรัฐบาล ขณะที่ชนชั้นกลางในเมืองเป็นคนไล่/ล้มรัฐบาล

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ เลือกตั้งท้องถิ่น : ศึกชิงเก้าอี้นายก อบจ.อุดรธานี ใน “อดีตเมืองหลวงคนเสื้อแดง” และความเคลื่อนไหวของ “ขบวนการราษฎร”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง