Khaosod
Online

วันอาทิตย์ ที่ 17 ม.ค. 2564

โควิด-19: เปิดประสบการณ์ทีมแพทย์ดูแลแรงงานข้ามชาติ ที่รพ.สนาม จ.สมุทรสาคร

13 ม.ค. 2564 - 15:48 น.

โควิด-19: เปิดประสบการณ์ทีมแพทย์ดูแลแรงงานข้ามชาติ ที่รพ.สนาม จ.สมุทรสาคร - BBCไทย

"เราต้องหา (ผู้ป่วยที่เริ่มมีอาการปอดอักเสบ) ให้ได้ใน 700 คน เพื่อที่จะส่งเขาไป ไม่ให้เขาอาการหนักกว่านี้ที่นี่ เพราะว่ามันจะวุ่นวายมากและเราอาจจะเสียคนไข้ไป"

เป็นเวลาเกือบหนึ่งสัปดาห์แล้วที่ พญ.เอม สิริวราภรณ์ แพทย์ชำนาญการ เวชศาสตร์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลพะเยา และทีมบุคลากรทางการแพทย์จากโรงพยาบาลใน จ.พะเยา รวม 16 คน ลงมาปฏิบัติหน้าที่ในโรงพยาบาลสนามสนามกีฬา จ.สมุทรสาคร -จังหวัดที่มีผู้ป่วยยืนยันสะสมในการระบาดระลอกใหม่กว่า 3,500 คน ในจำนวนนี้กว่า 2,500 คน เป็นแรงงานข้ามชาติผู้เป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัด

"เราไม่ได้คิดว่าเขาเป็นพม่า ติดแค่ว่าเราคุยกับเขาไม่ค่อยรู้เรื่องเท่านั้นเอง..." แพทย์ฉุกเฉินหญิงกล่าวถึงบทสรุปของภารกิจที่ยังไม่จบ "สิ่งที่เราทำ เราก็ให้การดูแลเขา และสนับสนุนปัจจัย 4 ที่สามารถจัดหาได้ให้เขา"

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสาคร
โรงพยาบาลสนามสนามกีฬาจังหวัดสมุทรสาคร เป็นโรงพยาบาลสนามที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดขณะนี้ รองรับผู้ป่วยได้ 700 เตียง และในสัปดาห์นี้ สมุทรสาครกำลังจัดตั้งโรงพยาบาลสนามแห่งที่ 8

ใช้ชีวิต 24 ช.ม.ในโรงพยาบาลสนาม ทางจังหวัดจัดที่พักใกล้ ๆ ให้ทีมแพทย์เพื่อเตรียมพร้อมหากมีผู้ป่วยฉุกเฉินตอนกลางคืน พวกเธอคือหนึ่งในทีมรับมือเหตุฉุกเฉินด้านการแพทย์ หรือ MERT (Medical Emergency Response Team) ที่ถูกส่งมาจากจังหวัดอื่น เพื่อสนับสนุนเป็นกำลังเสริมให้กับแพทย์พยาบาลในสมุทรสาคร

"รถทัวร์คว่ำผู้ประสบภัย 16-17 คน เราบัญชาการเหตุ ช่วงเวลาสั้น ๆ ไม่กี่ชั่วโมงเสร็จแล้ว" คือประสบการณ์การเป็นหมอฉุกเฉินกว่า 3 ปี ทว่าไม่มีเหตุภัยพิบัติครั้งไหนที่ดูจะยืดยาวและต้องคิดแก้ปัญหาเหมือนกับโรงพยาบาลสนามสำหรับผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่หมอเอมบอกว่า ภารกิจนี้ยังไม่เห็นวันสิ้นสุด

ทีมรับมือเหตุฉุกเฉินด้านการแพทย์ คือ ทีมบุคลากรที่ถูกส่งมาจากพื้นที่ที่มีความพร้อม มีบุคลากรเพียงพอ และผู้ป่วยโควิดเป็นศูนย์ ซึ่งจะถูกร้องขอกำลังมาช่วยรับมือในโรงพยาบาลสนาม สับเปลี่ยนหมุนเวียนเป็นรอบ ปฏิบัติงานรอบละกว่า 10 วัน และไม่ใช่แค่พะเยา เพียงที่เดียว แต่ยังมีทีมบุคลากรโรงพยาบาลจากจังหวัดอื่นเข้ามาช่วย

พญ.เอม สิริวราภรณ์
ทีมแพทย์และพยาบาล เภสัชกร เวชกิจฉุกเฉิน จากโรงพยาบาลพะเยา

จนถึงวันนี้ โรงพยาบาลสนาม เปิดดำเนินการรับผู้ป่วยที่ไม่มีอาการเข้ามาพักเป็นสู่สัปดาห์ที่สอง และเริ่มส่งกลับผู้ป่วยกลุ่มแรงงานข้ามชาติซึ่งมีผลตรวจปลอดเชื้อกลับบ้าน ภายหลังครบกำหนดกักตัว 14 วัน ตั้งแต่ 10 ม.ค. เป็นต้นมา

"ถ้าปล่อยคนไข้คนนึงกลับไป ถ้ายังมีผู้ป่วยที่ค้างอยู่จากข้างนอก ก็จะประสานส่งเข้ามา ตอนนี้ก็ยังอยู่ในสถานะที่เตียงว่างอยู่ ก็ยังมีส่งเข้ามาอยู่เรื่อย ๆ ค่ะ ที่อื่นก็เหมือนกัน" แพทย์หญิงวัย 32 ปี กล่าว และคิดว่าวันถัด ๆ ไปของโรงพยาบาลสนาม "ก็น่าจะพีคขึ้นเรื่อย ๆ"

นับตั้งแต่พบผู้ป่วยรายแรกที่ตลาดกลางกุ้ง มหาชัย เมื่อกลางเดือน ธ.ค. สมุทรสาครได้ทยอยตั้งโรงพยาบาลสนามขึ้น จนถึงขณะนี้มีทั้งหมด 8 แห่งแล้วเพื่อรองรับจำนวนผู้ป่วยที่มีตัวเลขสะสมเพิ่มขึ้น

โรงพยาบาลสนาม 101

โรงพยาบาลสนามมีอะไรในนั้นบ้าง รักษาผู้ป่วยได้แค่ไหน

พญ.เอม อธิบายแนวทางการดำเนินการโรงพยาบาลสนามให้ฟังว่า คือการจำลองโรงพยาบาลและหน้าที่การทำงานของทุกอย่างในโรงพยาบาลขึ้นมาแห่งหนึ่ง เริ่มตั้งแต่การรับ ดูแล และวางแผนการจำหน่ายผู้ป่วยหนึ่งคนเหมือนในโรงพยาบาล

ทว่าความแตกต่างจากโรงพยาบาลจริง ๆ คือต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบตามลักษณะหน้างาน ที่บุคลากรมีจำนวนจำกัด คนหนึ่งคนทำหน้าที่หลายหน้าที่

THAI NEWS PIX

โรงพยาบาลสนามที่สนามกีฬาจังหวัด เริ่มรับแรงงานข้ามชาติกลุ่มจากตลาดกลางกุ้งเข้ามาเรื่อย ๆ ตั้งแต่วันที่ 4 ม.ค.

จุดประสงค์ของการตั้งโรงพยาบาลสนาม คือเพื่อแยกผู้ติดเชื้อออกจากผู้ที่ไม่ติดเชื้อเพื่อตัดวงจรการติดต่อของโรค ผู้ป่วยที่มาเข้าพักเป็นผู้ป่วยที่ไม่มีอาการ และระหว่างการพักกักตัว แพทย์พยาบาลต้องติดตามอาการ เฝ้าระวัง หากผู้ป่วยรายใดมีอาการเปลี่ยนแปลงหรือรุนแรงขึ้น ก็จะส่งตัวผู้ป่วยรายนั้นเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลหลัก

"เราให้เขามาอยู่ที่นี่เพื่อติดตามอาการ ดูแลให้เห็นว่าถ้าเขาป่วย หรือมีอาการเปลี่ยนแปลง จะได้ตรวจสอบได้ง่ายกว่าที่เขาอยู่ที่ชุมชนแออัด"

ใครทำงานในโรงพยาบาลสนาม

เจ้าหน้าที่หน้างานมีตั้งแต่แพทย์ พยาบาลที่ดูแลคนไข้ เจ้าหน้าที่ห้องบัตรเวชระเบียน เอ็กซเรย์ คอมพิวเตอร์ เภสัชกรจ่ายยา นับสิบชีวิต นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ส่วนอื่น ซึ่งดูแลระบบสภาพแวดล้อม สาธารณูปโภค ห้องน้ำ อาหารการกิน รวมไปถึงตำรวจตระเวนชายแดน เรียกได้ว่าใช้บุคลากรทุกแขนงทั้งการแพทย์และไม่ใช่การแพทย์เพื่อขับเคลื่อนงานที่โรงพยาบาลสนาม

การขับเคลื่อนโรงพยาบาลสนามจะมีทีมแพทย์บุคลากรโรงพยาบาลสมุทรสาครเป็นแกนหลัก ซึ่งมีทั้งการดูแลผู้ป่วยติดเชื้อในโรงพยาบาล และถูกกระจายกำลังไปตามโรงพยาบาลสนามแห่งต่าง ๆ ทีม MERT มีหน้าที่เสริมกำลังในการดูแล พยาบาล และการบริหารจัดการหน้างาน

THAI NEWS PIX

สำหรับทีม MERT หมอเอมเป็นแพทย์ประจำการเป็นหลักตลอด 24 ชม. มีแพทย์ พยาบาล หมุนเวียนทำงานแต่ละคนเข้าทำงาน 12 ชั่วโมงต่อวันต่อคน กลางวันมีแพทย์สมุทรสาคร 2-3 คน เข้าสับเปลี่ยน เช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่พยาบาลที่ใช้กำลังคนในอัตราเท่ากันต่อเวรการทำงาน รวม ๆ แล้วมีบุคลากรหมุนเวียนขับเคลื่อนโรงพยาบาลสนามแห่งหนึ่งราว 20-30 คน

"สำหรับผู้ป่วย 700 คน เรื่องกิน เรื่องอาบน้ำ ของใช้ ความสะอาด ขยะ ต้องใช้คนจากทุกส่วน จริง ๆ ไม่ใช่แค่ด้านสาธารณสุข เป็นเรื่องใหญ่โตพอสมควร และเป็นเรื่องของการดูแลรักษาความปลอดภัยด้วย"

ก่อนเดินทาง

ขึ้นชื่อว่าเป็นทีม MERT หมอเอมบอกว่า เวลาไปช่วยงานที่เป็นสาธารณภัย ทีมฉุกเฉินมีคุณสมบัติที่สำคัญคือ "กินอยู่ได้ด้วยตัวเอง ไม่เป็นภาระพื้นที่" ดังนั้น ทุกอย่างที่เกี่ยวกับการยังชีพ ตั้งแต่ยา ชุดป้องกันการติดเชื้อโรค (พีพีอี) ของใช้จำเป็นจึงถูกเตรียมพร้อม

จากพื้นที่การทำงานใน จ.พะเยา ที่มีผู้ป่วยยืนยันเป็นศูนย์เมื่อรับทราบภารกิจ มาเจอพื้นที่ที่มีผู้ป่วยยืนยันหลักพันคน ก็ไม่ได้ทำให้หมอเอมกังวล เพราะรู้อยู่แล้วว่าเป็นสถานที่ที่มีความเสี่ยง การป้องกันเป็นไปตามมาตรฐานในระดับสูงสุด

"ตอนนี้มันเลยความวิตกกังวลอยู่แล้ว ติด (เชื้อ) ก็เป็นเรื่องธรรมชาติที่เหมือนเราติดเชื้อติดหวัด" เธอกล่าวและให้ความเห็นว่าหากมีการติดเชื้อในบุคลากรขึ้นมาก็เชื่อว่าทุกฝ่ายจะมองเห็นจุดอ่อนของระบบและแก้ปัญหาตรงนั้นได้เพื่อป้องกันบุคลากรได้ดีขึ้น

"ในทีมก็คุยกันแล้วว่า โอเค ถ้าเราทำตามมาตรฐานเต็มที่จะติดหรือไม่ติด ไม่ต้องกังวล สุดท้ายเดี๋ยวเราต้องไปตรวจอยู่ดี หลังจากที่เราเสร็จภารกิจ"

24 ช.ม.ในโรงพยาบาลสนาม

แต่ละวันในโรงพยาบาลสนาม ไม่มีวันใดที่ไม่ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้า พญ.เอมบอกว่า ต้อง "ใช้ความคิดและจินตนาการพอสมควร" อย่างเช่น วันที่ผู้ป่วยเข้ามาจำนวนมากพร้อม ๆ กันและมีข้อจำกัดในการตรวจ ต้องรับมืออย่างไร

ควบคู่ไปกับงานวางระบบการรับเข้าผู้ป่วย คือ การดูแลคนไข้ บางวันต้องคิดวางแผนอยู่บนวอร์รูมสลับกับการเปลี่ยนชุดพีพีอีลงไปตรวจอาการผู้ป่วย

"ไม่ใช่แค่รับใหม่ หรือว่าดูอาการไปเฉย ๆ เพราะว่าถ้าดูอาการไม่ปกติแล้วหรือว่าอยู่ที่นี่ไม่ได้ ต้องใส่ออกซิเจนก็ต้องรีบไป มันเป็นการบริหารจัดการทุกจุด ขึ้นอยู่กับว่าเราเจอเหตุการณ์อย่างไหนยังไง ค่อนข้างท้าทายเหมือนกันค่ะ แต่ก็สนุกดี"

THAI NEWS PIX

โดยพื้นฐานแล้ว ผู้ป่วยที่มาโรงพยาบาลสนาม เป็นผู้ป่วยที่ตรวจพบเชื้อแต่ไม่มีอาการ ทว่าเมื่อเข้ามาพักติดตามอาการ ความรุนแรงของโรคอาจมีมากขึ้น

อาการของผู้ป่วยในโรงพยาบาลสนามที่ทีมแพทย์ต้องส่งต่อ ที่ผ่านมามีผู้ป่วยที่หายใจเหนื่อย เริ่มมีอาการปอดอักเสบติดเชื้อ 1 คน โรงพยาบาลสนามไม่ได้มีระบบที่รักษาอาการของโรคที่รุนแรงเช่นนี้ ทีมแพทย์จึงต้องหาผู้ป่วยจากการตรวจเชิงรุก คล้าย ๆ กับการเดินตรวจผู้ป่วยประจำวันซึ่งยังมีข้อจำกัดเรื่องกำลังคนอยู่บ้าง หรือบางครั้งเป็นผู้ป่วยเองที่แจ้งอาการของตัวเองมาที่พยาบาล

"บางคนก็จะมาบอกว่า เหนื่อยหรือว่ามีอาการอะไรบางอย่าง หมอก็ต้องไปหาเองด้วย ไปตรวจร่างกาย ตรวจออกซิเจน ใช้วิธีการลงหน้างานไป ซึ่งแต่ละโรงพยาบาลสนาม มันไม่เหมือนกัน เพราะจำนวนไม่เท่ากัน รูปแบบจะต่างกันพอสมควร"

ตั้งแต่เปิดโรงพยาบาลสนามมาเกือบสองสัปดาห์ โดยเฉลี่ยแล้วมีการส่งต่อเข้าโรงพยาบาลวันละ 1 คน เป็นอาการต้องพักที่โรงพยาบาล ส่วนผู้ป่วยที่แจ้งว่ามีไข้ ไอ น้ำมูก จะได้รับการจ่ายยาตามอาการ และติดตามอาการต่อไป

"เราต้องหาคนแบบนี้ให้ได้ ใน 700 คน เพื่อที่จะส่งเค้าไป ไม่ให้เค้าอาการหนักกว่านี้ที่นี่ เพราะว่ามันจะวุ่นวายมากและเราอาจจะเสียคนไข้ไป"

การทำงานกับแรงงานข้ามชาติ

พญ.เอม บอกว่าอุปสรรคเล็ก ๆ อย่างหนึ่งเป็นเรื่องการสื่อสารเพราะคุยกันคนละภาษาจึงอาจทำให้การพูดการฟังไม่เข้าใจกันมากนัก แต่อย่างไรก็ตาม ทีมหมอจะเข้าไปพร้อมล่ามเพื่อคอยช่วยสื่อสารให้

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสาคร
จ.สมุทรสาคร เริ่มทยอยส่งตัวแรงงานข้ามชาติที่ปลอดเชื้อโควิด-19 กลับออกจากศูนย์ของโรงพยาบาลสนาม ไปยังที่พักที่ตลาดกลางกุ้ง เมื่อวันที่ 10 ม.ค. ที่ผ่านมา พวกเขาจะได้รับหนังสือรับรองผ่านการตรวจคัดกรองหาเชื้อโควิด 19 จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร เพื่อเป็นการยืนยันว่าปลอดจากโรคแล้ว

แม้จะคุยกันไม่เข้าใจบ้าง แต่สิ่งที่สัมผัสได้จากกลุ่มแรงงานชาวเมียนมาที่เข้ามากักตัวเป็นความกังวลในเรื่องการประกอบอาชีพมากกว่าโรคภัยที่พวกเขาเผชิญอยู่

"ส่วนมากแล้วเขาไม่ได้มีความวิตกกังวลเรื่องการเจ็บป่วย แต่พวกเขาวิตกกกังวลเรื่องหลังจากนี้จะทำงานยังไงมากกว่า คือมีความวิตกกังวลเรื่องปากท้อง และอาจจะมีเรื่องความสุขสบาย เพราะมันไม่ใช่บ้าน ก็เข้าใจได้อยู่"

ท้าทาย-ต้องได้คิด-แก้ปัญหาเฉพาะหน้า

เป็นแพทย์มาแล้ว 8 ปี และเป็นแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ฉุกเฉินมา 3 ปี ไม่เคยมีครั้งไหนที่ให้ประสบการณ์ที่ "ท้าทาย" "ต้องได้คิด" "แก้ปัญหาเฉพาะหน้า" เท่ากับการเผชิญภัยพิบัติโรคระบาดครั้งนี้

"ถ้าภัยพิบัติอื่น ๆ เช่น น้ำท่วม หรืออุบัติเหตุหมู่ มันไม่ได้ยากขนาดนี้ เพราะมันไม่ได้เรื้อรัง เราอยู่ที่จุดเกิดเหตุหรือที่โรงพยาบาลสนามไม่นานมาก แต่อันนี้ค่อนข้างเรื้อรังมาก เนื่องจากมีผู้ป่วยที่เกิดขึ้นใหม่ สว็อบ (เก็บตัวอย่างเชื้อส่งตรวจ) เจอโพสิทีฟ (ติดเชื้อ) ขึ้นใหม่มาเรื่อย ๆ มันยังไม่หยุดเพราะฉะนั้น มันค่อนข้างกินเวลาพอสมควร คือเรายังมองไม่เห็นจุดสิ้นสุดของโรงพยาบาลสนาม มันค่อนข้างต่างกัน"

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสาคร

พญ.เอมบอกว่าสิ่งที่หวังอยากเห็นโรงพยาบาลสนามคือการพัฒนาระบบให้ดีและเร็ว เพื่อที่ว่าโรงพยาบาลสนามในพื้นที่อื่นที่กำลังจะตั้งขึ้นจะได้มีต้นแบบในการจัดการอย่างน้อยในหลักการใหญ่บางเรื่อง

ช่วงเวลา 13 วันนี้ แพทย์หญิงชาวกรุงเทพฯ บอกว่าเป็นความภูมิใจครั้งในหนึ่งในชีวิตการทำงานของหมอ

"ครั้งหนึ่งเราได้มาช่วยดูแลคนไข้ที่คุยกันไม่รู้เรื่องเลย 700 คน ให้ระบบมันเดินต่อไปได้ โดยที่ไม่ได้มีอะไรวุ่นวาย หรือว่าได้พัฒนาระบบอะไรบางไปให้ถึงจุดที่เราพาคนไข้กลับออกไปได้ อันนี้มันน่าจะสุดยอดแล้ว"

เรียนรู้อะไรจากสมุทรสาคร

จ.สมุทรสาคร อยู่ระหว่างการจัดตั้ง โรงพยาบาลสนาม หรือที่เรียกว่า "ศูนย์ห่วงใยแรงงานสาคร" แห่งที่ 8 เพื่อรองรับกลุ่มก้อนผู้ป่วยที่ต้องแยกตัวออกจากชุมชน ขณะเดียวกันเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สาธารณสุขได้เข้าไปค้นหาผู้ป่วยเชิงรุกในสถานประกอบการเป้าหมาย ล่าสุด ทางจังหวัดได้ขอความร่วมมือสถานประกอบกิจการทุกแห่งเตรียมพื้นที่เพื่อจัดตั้งศูนย์ห่วงใยแรงงานสาคร เพื่อรองรับแรงงานที่อาจติดเชื้อ โดยเตรียมพื้นที่อย่างน้อย 20% ของจำนวนแรงงาน

นพ.นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร (สสจ. สมุทรสาคร) ระบุกับบีบีซีไทยเมื่อวันที่ 8 ม.ค.ว่า ทางจังหวัดตั้งเป้าตั้งโรงพยาบาลสนามให้ได้อีก 1,000 เตียง ในสัปดาห์นี้ แต่ละแห่งจัดระบบไว้ว่าจะต้องมีแพทย์และพยาบาลอย่างละ 1 คน เป็นอย่างน้อย

ประสบการณ์ของสมุทรสาคร อาจเป็นภาพอนาคตที่เกิดขึ้นได้ในพื้นที่อื่น สสจ.สมุทรสาครบอกว่า ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ตั้งโรงพยาบาลได้ทันเหตุการณ์ คือการสื่อสารกับประชาชนในพื้นที่ให้เข้าใจ

เขายอมรับว่าการตั้งโรงพยาบาลสนามในสมุทรสาครยังไม่ทันต่อเงื่อนเวลาที่วางไว้นัก

สถานที่ที่กว้างเพียงพอจะทำให้การบริหารจัดการง่ายกว่าการบริหารจัดการหลายแห่งเป็นอีกข้อเสนอแนะของนายแพทย์ใหญ่ผู้นี้ เนื่องจากต้องมีการจัดระบบสิ่งแวดล้อมเข้ามาเกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับชุมชนรอบข้างให้มากที่สุด

สำหรับในภาพการจัดการภาวะฉุกเฉินขนาดใหญ่ นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยา กระทรวงสาธารณสุข บอกกับสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสเมื่อ 8 ม.ค. ว่าสถานการณ์เฉพาะพื้นที่สมุทรสาคร เวลานี้ ต้องสร้างโรงพยาบาลสนามไว้รองรับไม่น้อยกว่า 3,000 เตียง

อดีตรองอธิบดีกรมควบคุมโรค ชี้ว่าหากใช้ฐานตัวเลขอัตราการติดเชื้อกับจำนวนแรงงานต่างชาติทั้งถูกกฎหมายและผิดกฎหมายกว่า 5 แสนคน "โรงพยาบาลสนาม คงต้องสร้างไว้รองรับมากถึงหลักหมื่นเตียง"

นี่ไม่ใช่แค่ปัญหาของกระทรวงสาธารณสุขหรือแค่จังหวัดสมุทรสาคร แต่เป็นคล้ายภัยพิบัติขนาดใหญ่ที่ทุกฝ่ายต้องร่วมสนับสนุนทรัพยากร เฉกเช่นเหตุการณ์ภัยพิบัติใหญ่ ๆ อย่างสึนามิ หรือน้ำท่วมปี 2554 ที่ทุกฝ่ายต้องระดมงบประมาณและทรัพยากรที่อาจรวมถึงภาคส่วนเอกชนด้วย

line-qr

เกาะติดข่าวสำคัญ

กดติดตาม "ข่าวสด"

single-line

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ โควิด-19: เปิดประสบการณ์ทีมแพทย์ดูแลแรงงานข้ามชาติ ที่รพ.สนาม จ.สมุทรสาคร
ข่าวที่เกี่ยวข้อง