โควิด-19: ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกจะได้รับวัคซีนอย่างถ้วนหน้าเมื่อใดกันแน่ ?

15 ก.พ. 2564 - 13:05 น.

โควิด-19: ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกจะได้รับวัคซีนอย่างถ้วนหน้าเมื่อใดกันแน่ ? – BBCไทย

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

เมื่อพูดถึงการผลิตและแจกจ่ายวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 คำถามที่ผู้คนส่วนใหญ่อยากรู้คำตอบมากที่สุด ก็คือตนเองจะได้ฉีดวัคซีนกับเขาบ้างหรือไม่ และจะได้ฉีดเมื่อใดกันแน่ ?

ทุกวันนี้มีเพียงไม่กี่ประเทศเท่านั้นที่วางแผนจัดหาและตั้งเป้าหมายการฉีดวัคซีนให้ประชากรของตนไว้อย่างชัดเจน แต่สำหรับอีกหลายประเทศทั่วโลก แผนการนี้ยังคงคลุมเครือไม่แน่นอน บีบีซีจึงได้สำรวจสถานะความพร้อมในการแจกจ่ายวัคซีนให้ผู้คนในหลายประเทศมาให้ทราบกันดังนี้

การฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ให้คนทั้งโลกถือเป็นเรื่องใหญ่ และเป็นเรื่องสำคัญที่ตัดสินความเป็นความตายกันเลยทีเดียว แต่มันก็เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์อันซับซ้อน รวมทั้งความร่วมมือจากบรรษัทใหญ่ข้ามชาติหลายแห่ง ทั้งยังเกี่ยวข้องกับคำมั่นสัญญาที่ขัดแย้งกันเองของรัฐบาลต่าง ๆ ระบบราชการ และกฎระเบียบจุกจิกอีกมากมาย ซึ่งก็หมายความว่าการคาดคะเนเรื่องวัคซีนจะไปถึงมือคนทั่วโลกเมื่อใดและอย่างไรนั้น ไม่ใช่จะทำได้อย่างง่ายดายเลย

An illustration of a needle and a vaccine dose
BBC

อากาเท เดมาไรส์ ผู้อำนวยการฝ่ายคาดการณ์ทิศทางโลก ประจำหน่วยข่าวกรองนิตยสารดิอีโคโนมิสต์ (EIU) ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว โดยเป็นงานวิจัยที่ครอบคลุมแง่มุมต่าง ๆ มากที่สุดชิ้นหนึ่ง

ทีมวิจัย EIU ได้วิเคราะห์สถานการณ์ด้านการกระจายวัคซีนโควิดทั่วโลก โดยดูที่ศักยภาพในการผลิตวัคซีน ควบคู่ไปกับโครงสร้างพื้นฐานทางสาธารณสุขที่จำเป็นต้องมี เพื่อให้กระจายวัคซีนได้ถึงมือประชาชนอย่างถ้วนหน้า รวมทั้งพิจารณาปัจจัยอื่น ๆ อย่างจำนวนประชากรที่แต่ละประเทศตั้งเป้าให้ได้รับวัคซีน และงบประมาณในการจัดซื้อที่มีอยู่ด้วย

ผลวิเคราะห์ที่ออกมาเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งก็คือเกิดความไม่เท่าเทียมในการเข้าถึงวัคซีนระหว่างประเทศที่ร่ำรวยกับประเทศที่ยากจน

ในขณะนี้สหรัฐฯและสหราชอาณาจักรมีวัคซีนอย่างเหลือเฟือ เนื่องจากมีเงินลงทุนจำนวนมหาศาลเพื่อการพัฒนาวัคซีน ทำให้พวกเขาอยู่ในลำดับแรกที่จะได้รับวัคซีนก่อนใคร ส่วนลำดับถัดมาได้แก่แคนาดาและสหภาพยุโรป

ประเทศที่มีรายได้น้อยส่วนใหญ่ยังไม่ได้เริ่มฉีดวัคซีนโควิดกันแต่อย่างใด แต่ก็มีบางประเทศที่ทำได้อย่างรวดเร็วเกินคาด มาดูกันว่านานาประเทศทั่วโลกต่างดำเนินการให้วัคซีนกับประชากรของตนไปถึงไหนกันแล้ว

Click here to see the BBC interactive

A world map showing which countries have administered Covid-19 vaccines
BBC

แคนาดาถูกวิจารณ์อย่างหนักเมื่อช่วงสิ้นปีที่ผ่านมา หลังกว้านซื้อวัคซีนมากักตุนไว้ถึง 5 เท่าของจำนวนที่ต้องใช้จริงกับประชากรทั้งหมด แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าแคนาดาจะได้รับวัคซีนก่อนเพื่อน เนื่องจากได้เลือกลงทุนกับวัคซีนที่ผลิตจากโรงงานในสหภาพยุโรป เพราะเกรงว่าสหรัฐฯในยุคของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาจสั่งห้ามส่งออกวัคซีนได้

แต่นั่นเป็นการประเมินสถานการณ์ผิดพลาดครั้งใหญ่ ปัจจุบันโรงงานในยุโรปกำลังประสบความยากลำบากในการผลิตและจัดส่งวัคซีนให้ผู้สั่งจอง ส่วนสหภาพยุโรปเองก็ยังมาประกาศห้ามการส่งออก แทนที่จะเป็นสหรัฐฯ ตามที่แคนาดาได้เคยคาดเอาไว้

“ตราบใดที่ตลาดยุโรปยังมีวัคซีนไม่เพียงพอ สินค้าล็อตใหญ่ที่แคนาดาสั่งจองไว้นั้นก็น่าจะยังไม่ได้เช่นกัน” อากาเท เดมาไรส์ กล่าว

ถึงกระนั้นก็ตาม มีบางประเทศที่สามารถจัดหาและกระจายวัคซีนให้ถึงมือประชาชนได้ดีเกินคาด ตัวอย่างเช่นเซอร์เบียซึ่งมีอัตราประชากรที่ได้รับวัคซีนโควิดสูงสุดในลำดับที่ 8 ของโลก และสูงกว่าประเทศใด ๆ ในสหภาพยุโรป

ความสำเร็จของเซอร์เบียนั้น นอกจากจะเป็นผลสัมฤทธิ์ของแผนแจกจ่ายวัคซีนที่มีประสิทธิภาพแล้ว ยังเป็นผลพลอยได้จากการทูตที่ใช้วัคซีนเป็นสื่อผูกใจอีกด้วย การที่จีนและรัสเซียต่างแข่งขันกันแผ่อิทธิพลเหนือภูมิภาคยุโรปตะวันออก ทำให้เซอร์เบียเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศ ที่มีทั้งวัคซีนสปุตนิก วี ของรัสเซีย และวัคซีนจากบริษัทซิโนฟาร์มของจีนไว้ใช้พร้อมกัน

ตามนโยบายที่รัฐบาลประกาศไว้นั้น ชาวเซอร์เบียสามารถเลือกรับวัคซีนของบริษัทไฟเซอร์ วัคซีนสปุตนิก วี หรือวัคซีนของจีนก็ได้ตามใจชอบ แต่ในทางปฏิบัติแล้วประชากรส่วนใหญ่จะได้ฉีดวัคซีนของบริษัทซิโนฟาร์มมากกว่า

อิทธิพลของการทูตวัคซีนที่จีนฝากไว้นี้ น่าจะส่งผลกระทบต่อไปอีกในระยะยาว เพราะเมื่อรับวัคซีนเข็มที่หนึ่งและสองไปแล้ว ก็มีแนวโน้มว่าจะต้องพึ่งพาวัคซีนที่ปรับปรุงสำหรับไวรัสกลายพันธุ์จากบริษัทเดิมอีก

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์หรือยูเออีนั้นก็ต้องพึ่งพาวัคซีนของซิโนฟาร์มอย่างมาก โดยคิดเป็นจำนวนถึง 80% ของวัคซีนโควิดที่ฉีดให้กับคนในประเทศขณะนี้ แถมยังมีการก่อสร้างโรงงานผลิตวัคซีนของซิโนฟาร์มในยูเออีอยู่อีกด้วย

“จีนมาพร้อมกับโรงงานและพนักงานที่ผ่านการฝึกฝนมาดีแล้ว จึงเป็นสิ่งที่จะทำให้จีนมีอิทธิพลยืนยาวต่อไปในต่างประเทศ” อากาเท เดมาไรส์ กล่าว “เรื่องนี้จะทำให้ประเทศผู้รับความช่วยเหลือ ปฏิเสธคำขอของจีนในอนาคตได้ยากมาก”

อย่างไรก็ตาม การเป็นชาติมหาอำนาจผู้แจกจ่ายวัคซีนนั้น ไม่ได้หมายความว่าพลเมืองของตนเองจะต้องได้รับวัคซีนโควิดก่อนใคร ผลวิจัยของ EIU คาดว่าจีนและอินเดีย สองชาติมหาอำนาจด้านการผลิตวัคซีนของโลก จะยังไม่สามารถฉีดวัคซีนให้คนของตนเองได้ทั่วถึงก่อนสิ้นปี 2022 เพราะมีประชากรจำนวนมากและขาดแคลนเจ้าหน้าที่สาธารณสุข

A map showing when countries are likely to be fully vaccinated.
BBC

ความสำเร็จส่วนใหญ่ของอินเดียในฐานะผู้ผลิตวัคซีนนั้น มาจากผู้ชายเพียงคนเดียว เขาชื่ออาดาร์ ปูนาวัลลา เจ้าของสถาบันซีรัมแห่งอินเดีย ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตวัคซีนรายใหญ่ที่สุดของโลก

เมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา ครอบครัวของปูนาวัลลาคิดว่าเขาได้สติฟั่นเฟือนไปเสียแล้ว หลังจากใช้เงินส่วนตัวหลายร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เดิมพันกับการคิดค้นวัคซีนโควิดที่ตัวเขาเองก็ไม่รู้ว่าจะสำเร็จหรือไม่

เมื่อเดือนมกราคม วัคซีนโควิด-19 ที่พัฒนาโดยมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ดและบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า ได้ส่งถึงมือรัฐบาลอินเดียเป็นที่เรียบร้อย และขณะนี้บริษัทของปูนาวัลลาก็กำลังผลิตวัคซีนสูตรดังกล่าวอยู่ในอัตรา 2.4 ล้านโดสต่อวัน ถือเป็นหนึ่งในสองผู้จัดส่งวัคซีนโควิดรายใหญ่ให้กับประเทศอินเดีย ทั้งยังผลิตส่งให้กับบราซิล โมร็อกโก บังกลาเทศ และแอฟริกาใต้อีกด้วย

“ผมว่าแรงกดดันและความบ้าบิ่นต่าง ๆ ได้ยุติลงแล้ว หลังเราทำการผลิตได้สำเร็จ” ปูนาวัลลากล่าว “แต่ความท้าทายที่แท้จริงคือการพยายามทำให้ทุกคนพอใจต่างหาก”

“ผมเคยคิดว่าจะมีผู้ผลิตหลายรายที่สามารถจัดส่งวัคซีนได้ตามกำหนด แต่น่าเสียดายว่าในตอนนี้ อย่างน้อยในไตรมาสแรกหรือไตรมาสที่สองของปี 2021 เราจะยังไม่เห็นว่ากำลังการผลิตเพิ่มขึ้นมากเท่าใดนัก”

Which vaccines have greatest global reach? Pfizer/Biontech 57 countries; Oxford 32 countries; Moderna 26 countries; SinoPharm 9 countries; Sputnik V 5 countries; SinoVac 5 countries; Covavaxin 1 country
BBC

ปูนาวัลลายังบอกว่าไม่สามารถจะเร่งอัตราการผลิตได้ในชั่วข้ามคืน “มันต้องใช้เวลา แต่คนมักคิดว่าเรามีน้ำยาวิเศษ ใช่…เราทำสิ่งที่กำลังทำอยู่ได้ดี แต่เราไม่มีไม้กายสิทธิ์ที่เสกทุกอย่างได้ดังใจ”

อย่างไรก็ตาม บริษัทของเขาก็ยังนำหน้าผู้ผลิตวัคซีนรายอื่นอยู่มากโข เนื่องจากได้ลงมือสร้างโรงงานตั้งแต่เดือนมีนาคมของปีที่แล้ว และเริ่มกักตุนวัตถุดิบเช่นสารเคมีต่าง ๆ รวมทั้งขวดแก้วมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม

ปริมาณวัคซีนที่ผลิตได้ในแต่ละครั้งนั้นอาจแตกต่างกันไปอย่างมาก และมีหลายขั้นตอนที่เสี่ยงจะเกิดความผิดพลาดได้ง่าย “มันเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์” อากาเท เดมาไรส์ กล่าว

สำหรับผู้ผลิตที่เพิ่งเริ่มเดินเครื่องในตอนนี้ ยังคงต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนกว่าจะผลิตวัคซีนล็อตแรกออกมาได้ ส่วนวัคซีนรุ่นที่ปรับปรุงสมรรถนะเพื่อป้องกันไวรัสกลายพันธุ์ ก็ต้องใช้เวลาคิดค้นและผลิตอย่างยาวนานเช่นเดียวกัน

ปูนาวัลลาบอกว่า เขามีความตั้งใจจะผลิตวัคซีนโควิด-19 ให้กับอินเดียก่อน แล้วจึงจัดส่งให้กับประเทศในแอฟริกาต่อไป ผ่านโครงการโคแวกซ์ (Covax) ของสหประชาชาติ

โครงการดังกล่าวเป็นความริเริ่มที่นำโดยองค์การอนามัยโลก (WHO) ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรวัคซีน Gavi และศูนย์เพื่อการเตรียมพร้อมรับมือโรคระบาด (CEPI) โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะมอบวัคซีนราคาถูกให้กับทุกประเทศทั่วโลก

ประเทศที่ไม่มีงบประมาณเพียงพอต่อการจัดซื้อวัคซีน จะได้รับฟรีด้วยเงินสนับสนุนจากกองทุนพิเศษ ส่วนประเทศอื่น ๆ ที่ไม่อยู่ในเกณฑ์นี้จะต้องจ่ายเงินเอง แต่อาจจะได้ซื้อวัคซีนจากผู้ผลิตในราคาที่ถูกลงมาก ผ่านการเจรจาที่ทางโครงการเป็นผู้ประสานงานให้

โครงการโคแวกซ์มีแผนจะเริ่มแจกจ่ายวัคซีนในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2021 แต่กว่าจะถึงตอนนั้น โครงการอาจพบอุปสรรคจนต้องพับไปเสียก่อน เพราะหลายประเทศที่เข้าร่วมโครงการ ต่างชิงเปิดการเจรจาเพื่อแย่งซื้อวัคซีนตัดหน้ากันเองด้วย

อาดาร์ ปูนาวัลลา บอกว่าผู้นำชาติต่าง ๆ ในทวีปแอฟริกาเกือบทุกประเทศ ได้ติดต่อมาหาเขาโดยตรงแบบไม่ผ่านโครงการโคแว็กซ์ เพื่อให้ได้โอกาสเข้าถึงวัคซีนโควิดด้วยตนเอง เมื่อสัปดาห์ที่แล้วยูกันดาเพิ่งประกาศว่า ได้สั่งจองวัคซีนโควิดจำนวน 18 ล้านโดสจากสถาบันเซรัมแห่งอินเดีย ในราคา 7 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อโดส สูงกว่าราคาที่เจรจาผ่านโครงการโคแวกซ์ซึ่งอยู่ที่ 4 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อโดส

A woman gets a vaccines at Rajawadi Hospital in Mumbai, India
EPA
โคแวกซ์เรียกร้องนานาชาติร่วมบริจาคเงินเข้าโครงการให้มากขึ้น

ทางสถาบันยอมรับว่าได้เจรจากับยูกันดาจริง แต่ปฏิเสธว่ายังไม่ได้มีการลงนามในสัญญาใด ๆ ทั้งสิ้น และจะจัดส่งวัคซีนสูตรของแอสตร้าเซนเนก้าให้กับโครงการโคแว็กซ์ 200 ล้านโดส ในทันทีที่ได้รับอนุมัติจากองค์การอนามัยโลก นายปูนาวัลลายังระบุว่า เขาได้ให้คำมั่นจะมอบวัคซีนให้โครงการโคแว็กซ์เพิ่มเติมอีก 900 ล้านโดส แต่ยังไม่มีการยืนยันว่าจะจัดส่งให้เมื่อใดแน่

แม้เขาจะยึดมั่นต่อคำสัญญาที่ให้ไว้ แต่ปูนาวัลลาได้เผยว่าโครงการโคแวกซ์ก็กำลังเผชิญปัญหาอยู่เช่นกัน เพราะติดต่อเจรจากับผู้ผลิตวัคซีนหลายรายเกินไป ซึ่งแต่ละเจ้าต่างเสนอราคาและกำหนดเวลาส่งมอบสินค้าไม่เหมือนกัน

อากาเท เดมาไรส์ และทีมวิจัย EIU ไม่ได้มองว่าสถานะของโครงการโคแว็กซ์ในขณะนี้จะส่อแววสดใสรุ่งโรจน์แต่ประการใด เพราะแม้จะทำตามแผนที่วางไว้สำเร็จ ทว่าในปีนี้โคแว็กซ์ก็ตั้งเป้าฉีดวัคซีนได้เพียง 20% – 27 %ของประชากรในแต่ละประเทศเท่านั้น

“อัตราการฉีดวัคซีนเพียงเท่านี้สร้างความแตกต่างได้น้อยมาก และจะไม่ช่วยพลิกสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 แต่อย่างใด” เดมาไรส์กล่าว ผลการศึกษาของเธอและทีมวิจัย EIU ยังชี้ว่า บางประเทศอาจยังไม่สามารถฉีดวัคซีนให้พลเมืองทั้งหมดได้ภายในปี 2023 หรืออาจจะทำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

วัคซีนโควิดอาจไม่ใช่สิ่งสำคัญลำดับแรกที่ทุกประเทศต้องมี โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับประเทศที่มีประชากรหนุ่มสาวจำนวนมากและยังไม่พบผู้ป่วยกลุ่มใหญ่นัก แต่ตราบใดที่ยังมีแหล่งเพาะพันธุ์ไวรัสอยู่ พวกมันจะสามารถกลายพันธุ์และแพร่กระจายได้ ไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่ต้านทานวัคซีนจะเกิดขึ้นมาอย่างแน่นอนและมีวิวัฒนาการต่อไป

อันที่จริงเรื่องนี้ไม่ได้มีแต่ข่าวร้ายไปเสียทั้งหมด เพราะเรากำลังผลิตวัคซีนได้ในอัตราที่เร็วยิ่งขึ้น แต่การฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมประชากรโลก 7.7 พันล้านคนนั้น ถือเป็นงานช้างที่ยังไม่เคยมีมนุษย์ในยุคใดพยายามทำมาก่อน

ท้ายที่สุดแล้ว เดมาไรส์เห็นว่ารัฐบาลของประเทศต่าง ๆ ควรจะพูดความจริงกับประชาชน “มันเป็นเรื่องยากที่รัฐบาลจะพูดปฏิเสธ มันยากที่จะบอกว่าไม่…เราไม่อาจจะสร้างภูมิคุ้มกันในวงกว้างให้เกิดขึ้นได้ แม้ในอีกหลายปีต่อจากนี้ ไม่มีใครอยากจะพูดออกไปแบบนั้น”

งานวารสารศาสตร์เชิงข้อมูล โดย เบ็กกี เดล และ นาสซอส สตีลิอานู

เกาะติดข่าวสำคัญ

กดติดตาม "ข่าวสด"

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ โควิด-19: ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกจะได้รับวัคซีนอย่างถ้วนหน้าเมื่อใดกันแน่ ?
ข่าวที่เกี่ยวข้อง