ม.112: นักวิชาการ 255 คนเรียกร้องศาลทบทวนคำสั่งไม่ให้ประกันตัว 4 จำเลยคดีหมิ่นสถาบันฯ

15 ก.พ. 2564 - 17:43 น.

ม.112: นักวิชาการ 255 คนเรียกร้องศาลทบทวนคำสั่งไม่ให้ประกันตัว 4 จำเลยคดีหมิ่นสถาบันฯ – BBCไทย

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

นักวิชาการเตือน การไม่ให้ประกันตัวผู้ชุมนุมในคดีทางการเมือง รวมทั้งจำเลย 4 คนที่ถูกอัยการสั่งฟ้องในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จะนำไปสู่ความขัดแย้งที่ขยายตัวรุนแรงยิ่งขึ้น ขณะที่แพทยสภาออกแถลงการณ์ต่อกรณีชุมนุม 13 ก.พ. คัดค้านการใช้ความรุนแรงของทุกฝ่ายและเรียกร้องให้ปกป้องบุคลากรและอาสาสมัครทางการแพทย์

วันนี้ (15 ก.พ.) กลุ่มนักวิชาการในนามเครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง (คนส.) เดินทางไปที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่ออ่านแถลงการณ์ซึ่งลงชื่อโดยนักวิชาการ 255 คนจากกว่า 30 สถาบันการศึกษาทั่วประเทศ เรียกร้องให้ศาลทบทวนคำสั่งไม่ให้ประกันตัวนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ นายอานนท์ นำภา นายปฏิวัฒน์ สาหร่ายแยม และนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข ซึ่งถูกคุมขังระหว่างพิจารณาคดีมาตั้งแต่วันที่ 9 ก.พ. โดยศาลให้เหตุผลว่า “หากอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยอาจไปก่อเหตุลักษณะเดียวกันกับความผิดที่ถูกกล่าวหาอีก”

ผศ.ดร. ประจักษ์ ก้องกีรติ รองคณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะตัวแทน คนส. อ่านแถลงการณ์ ซึ่งมีนักวิชาการอาวุโสหลายคนลงนามสนับสนุน เช่น ชาญวิทย์ เกษตรศิริ นิธิ เอียวศรีวงศ์ นักวิชาการ ธงชัย วินิจจะกูล ชยันต์ วรรธนะภูติ และพนัส ทัศนียานนท์ เรียกร้องให้ศาล “คืนสิทธิในการได้รับการประกันตัวระหว่างถูกดำเนินคดีแก่ผู้ถูกสั่งฟ้องจากการชุมนุม” และทบทวนคำสั่งไม่ให้ประกันตัวทั้ง 4 คน โดยให้เหตุผลประกอบข้อเรียกร้อง 4 ข้อ คือ

1. ศาลพึงยึดหลัก “การสันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจําเลยที่ถูกกล่าวหานั้นเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคําพิพากษาถึงที่สุด” (the principle of presumption of innocence) อันเป็นหลักการทางกฎหมายพื้นฐานที่สําคัญในการดําเนินคดี อีกทั้งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ก็ยังบัญญัติไว้ในมาตรา 29 วรรค 2 ว่า “ในคดีอาญา ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจําเลยไม่มีความผิด และก่อนมีคําพิพากษาอันถึงที่สุดแสดงว่าบุคคลใดได้กระทําความผิด จะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้กระทําความผิดมิได้”

“คำสั่งไม่ให้ประกันตัวที่วางอยู่บนการวินิจฉัยว่าจำเลยอาจไปก่อเหตุลักษณะเดียวกันกับที่ถูกกล่าวหา จึงเป็นเสมือนการตัดสินล่วงหน้าว่าการกระทำของผู้ถูกสั่งฟ้องเป็นการกระทำผิด ทั้ง ๆ ที่ กระบวนการไต่สวนยังไมได้เริ่มต้นและยังไม่มีคำพิพากษา เป็นการขัดกับหลักการและบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญข้างต้น”

2. หากภายหลังศาลมีคำพิพากษาว่าผู้ถูกสั่งฟ้องไม่ได้กระทำความผิด สิทธิและเสรีภาพที่ถูกพรากไปจากการถูกจองจำระหว่างดำเนินคดีก็ไม่อาจเรียกคืนกลับมาได้ โดยเฉพาะนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ ซึ่งเป็นนักศึกษาอยู่ การถูกจองจำจึงหมายถึงศาลได้ลิดรอนสิทธิในการศึกษาของนายพริษฐ์ไปด้วย

3. การฟ้องร้องดำเนินคดีที่เกิดขึ้นจำนวนมากต่อผู้ชุมนุมทางการเมืองในขณะนี้มีรัฐบาลเป็นคู่ขัดแย้งโดยตรง จึงเป็นธรรมดาที่เจ้าหน้าที่รัฐจะใช้มาตรการทางกฎหมายในการดำเนินคดีกับผู้ชุมนุมอย่างเกินกว่าเหตุ ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่สถาบันตุลาการต้องรักษาความเป็นอิสระและสมดุลของการปกป้องหลักสิทธิเสรีภาพของประชาชนตามที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้ เพื่อเป็นที่พึ่งของประชาชน

4. การให้ประกันตัวผู้ชุมนุมในคดีทางการเมืองอย่างที่ผ่านมา ช่วยประคับประคองไม่ให้ความขัดแย้งลุกลามบานปลายได้ค่อนข้างดี ตรงกันข้าม การไม่ให้ประกันตัว มีแนวโน้มที่จะนำไปสู่ความขัดแย้งที่ขยายตัวรุนแรงยิ่งขึ้น

ผศ.ดร.ประจักษ์กล่าวเพิ่มเติมว่า อาจารย์และเพื่อน ๆ ของนายพริษฐ์ ซึ่งเป็นนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มธ. ได้นำหนังสือและเอกสารประกอบการสอนมาฝากให้นายพริษฐ์อ่านในเรือนจำด้วย เนื่องจากเทอมนี้เขาได้ลงทะเบียนเรียนวิชาต่าง ๆ อยู่

“หวังว่าศาลจะให้ความเมตตาและความยุติธรรมกับผู้ต้องหาทั้ง 4 คนในการที่จะได้รับการประกันตัวระหว่างพิจารณาคดี โดยเฉพาะนายพริษฐ์ที่ยังเป็นนักศึกษาอยู่จะได้มาศึกษาต่อ” ผศ.ดร.ประจักษ์กล่าว

ทั้งนี้อัยการสั่งฟ้องพริษฐ์ อานนท์ ปฏิวัฒน์ และสมยศ ในฐานความผิดตามมาตรา 112 มาตรา 116 ของประมวลกฎหมายอาญา และ พ.ร.บ. โบราณสถาน โดยพริษฐ์ถูกสั่งฟ้องมาตรา 112 อีกหนึ่งคดีจากการชุมนุม “ม็อบเฟส” ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 14 พ.ย. 2563


แพทยสภาเรียกร้องปกป้องบุคลากร-อาสาสมัครทางการแพทย์

การออกแถลงการณ์ของนักวิชาการ คนส. นับเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดในการเรียกร้องให้ทั้ง 4 คนได้รับการประกันตัวระหว่างพิจารณาคดี

หลังจากอัยการมีคำสั่งฟ้องจำเลยทั้ง 4 คน และศาลมีคำสั่งไม่ให้ประกันตัวระหว่างพิจารณาคดี ทำให้พริษฐ์ อานนท์ ปฏิวัฒน์ และสมยศ ถูกส่งตัวเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพตั้งแต่วันที่ 9 ก.พ. ได้มีความเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ปล่อยตัวทั้ง 4 คนมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการออกแถลงการณ์ของกลุ่มสิทธิมนุษยชนและนักกฎหมาย รวมทั้งการชุมนุมของกลุ่ม “ราษฎร” ซึ่งล่าสุดได้จัดการชุมนุม “นับ 1 ถึงล้าน คืนอำนาจให้ประชาชน” เมื่อวันที่ 13 ก.พ. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยก่อนจะเคลื่อนขบวนไปที่ศาลหลักเมือง และเกิดเหตุวุ่นวายขึ้นเมื่อผู้ชุมนุมบางคนไม่พอใจทีแกนนำประกาศยุติการชุมนุม ทำให้มีผู้บาดเจ็บทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชน ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นอาสาสมัครทีมแพทย์

วันนี้ (15 ก.พ.) แพทยสภาได้แถลงการณ์แสดงจุดยืนต่อเหตุการณ์วันที่ 13 ก.พ. โดยระบุว่า ไม่เห็นด้วยการยั่วยุและการใช้กำลังเกินกว่าความเหมาะสมของทุกฝ่าย พร้อมทั้งเรียกร้องให้ทุกฝ่ายระวังการสร้างความเสียหายและอันตรายต่อบุคลากร และอาสาสมัครทางการแพทย์ ตลอดจนอุปกรณ์ทางการแพทย์ และรถพยาบาลตามหลักกาชาดสากล

ชายสวมเสื้อกั๊กของอาสาสมัครทีมแพทย์นอนอยู่ท่ามกลางตำรวจหลังถูกคุมตัว
Reuters
ชายสวมเสื้อกั๊กของอาสาสมัครทีมแพทย์นอนอยู่ท่ามกลางตำรวจหลังถูกคุมตัวระหว่างเหตุวุ่นวายบน ถ.ราชดำเนินใน เมื่อวันที่ 13 ก.พ.

ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา อุปนายกแพทยสภา คนที่ 1 ชี้แจงว่า แพทยสภาเป็นองค์กรวิชาชีพ มีหน้าที่หลักคือดูแลสุขภาพของคนไทย ไม่ว่าจะมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันอย่างไรก็ตาม

จากนั้น นพ. ประสิทธิ์ประกาศจุดยืนของแพทยสภาใน 4 ประเด็น คือ

  • ไม่เห็นด้วยกับการกระทำที่เป็นการยั่วยุ การละเมิดกฎหมาย และการใช้กำลังที่เกินความเหมาะสมของทุฝ่าย ซึ่งอาจนำไปสู่เหตุการณ์ที่รุนแรงขึ้น ส่งผลต่อสุขภาวะของผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งประชาชนที่อยู่ในบริเวณ หรือสัญจรผ่านพื้นที่ใล้เคียง
  • ขอให้ทุกฝ่ายให้เกียรติและระมัดระวังที่จะไม่ทำให้เกิดอันตราย หรือความเสียหายใด ๆ ต่อบุคลากร และอาสาสมัครทางการแพทย์ ตลอดจนอุปกรณ์ทางการแพทย์ และรถพยาบาลตามหลักกาชาดสากล
  • ขอหน่วยงานที่รับผิดชอบ จัดให้มีระบบการให้การดูแลทางการแพทย์ที่เหมาะสม มีการติดสัญลักษณ์ที่ระบุว่าเป็นบุคลากรหรืออาสาสมัครทางกรแพทย์ที่ชัดเจน เพื่อให้บุคลากรเหล่านี้สามารถปฏิบัติการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บได้อย่างปลอดภัยตามหลักสากล ไม่เลือกปฏิบัติและปฏิบัติตามจรรยาบรรณของวิชาชีพอย่างเคร่งครัด
  • ขอชื่นชมบุคลากรและอาสาสมัครทางการแพทย์ที่เสียสละและมีจิตอาสาช่วยเหลือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ชุมนุมต่าง ๆ โดยมิได้หวังผลตอบแทน

นายกฯ ย้อนถามความรุนแรงมาจากใคร

ก่อนเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาลวันนี้ (15 ก.พ.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ตอบคำถามสั้น ๆ เกี่ยวกับเหตุรุนแรงในการชุมนุม “นับ 1 ถึงล้าน คืนอำนาจให้ประชาชน” ของกลุ่ม “ราษฎร” เมื่อวันที่ 13 ก.พ.

คำพูดนายกฯ
BBC
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะดำเนินการอย่างไรกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่ปะทะกับตำรวจ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เป็นไปตามกฎหมาย

เมื่อถามว่าการชุมนุมจะรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ หรือไม่ และนายกฯ เป็นห่วงเรื่องการชุมนุมหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ถามสื่อมวลชนกลับว่า “ไปถามว่าทำไมถึงรุนแรงขึ้น แล้วใครเป็นคนทำล่ะ” และ “คนไทย ห่วงไหมล่ะ”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ ม.112: นักวิชาการ 255 คนเรียกร้องศาลทบทวนคำสั่งไม่ให้ประกันตัว 4 จำเลยคดีหมิ่นสถาบันฯ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง