อดีตทหารผ่านศึกเปรียบเทียบความลำบากช่วงโควิด กับการต่อสู้ในสงคราม

14 มี.ค. 2564 - 22:39 น.

อดีตทหารผ่านศึกเปรียบเทียบความลำบากช่วงโควิด กับการต่อสู้ในสงคราม – BBCไทย

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

การต่อสู้กับโรคระบาดใหญ่เหมือนกับการสู้รบในสงครามหรือไม่ โทมัส ฮอลล์ จากแคนซัส และมาร์ชา โฟร์ จากฟิลาเดลเฟีย ทหารผ่านศึกสงครามเวียดนาม 2 คน เล่าถึงประสบการณ์ในช่วงสงครามของพวกเขา โรคโควิด-19 และความคล้ายคลึงกันระหว่าง 2 เรื่องนี้

มาร์ชาใช้เวลา 3 ปี ในเวียดนาม ในฐานะพยาบาลของกองทัพสหรัฐฯ ประจำการอยู่ที่หน่วยพยาบาลฉุกเฉินแนวหน้า

เธอเล่าว่า มันเป็น “ช่วงเวลาที่มืดมนในหลาย ๆ ด้าน” ในชีวิตของเธอ

สงคราม “โอบกอดคุณไว้ ไม่ว่ามันจะดีหรือร้าย มันก็คือโลกที่คุณอาศัยอยู่ ไม่มีอะไรอย่างอื่นอีก นอกจากสงครามนั้นและความปลอดภัยของคุณ และงานที่คุณต้องทำที่นั่น” เธอกล่าว

Marsha Four today and Tom Hall as a young soldier in Vietnam
Courtesy Marsha Four/Tom Hall

ทอม อายุ 20 ปี ขณะที่เขาก้าวลงจากเครื่องบินในเมืองไซ่ง่อน

“อย่างที่มาร์ชาบอก เราทุกคนยังเด็กมาก ผมได้แต่มองและคิดว่า ‘โอ้ อะไรกันนี่’ ผมต้องเผชิญกับอารมณ์ความรู้สึกมากมายมหาศาลโดยที่ผมไม่รู้ตัว”

เขาทำหน้าที่ทหารยามและทหารจูงสุนัขในปี 1969 และ 1970 ส่วนใหญ่ทำงานในเวลากลางคืนเพียงลำพัง คอยลาดตระเวนในพื้นที่ที่เครื่องบินแล่นลงจอด หรือฐานทัพขนาดใหญ่

ความรู้สึกของเขาในการถูกส่งตัวลงพื้นที่ในช่วงแรก ๆ คือ “ความหวาดกลัวและสงสาร” เขาเล่าว่า “คุณจะต้องก้าวข้ามมัน และบอกกับตัวเองว่า อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด แล้วคุณก็แค่ทำงานของคุณ”

Photos of Tom hall in Vietnam
Courtesy Tom Hall

ขณะนี้เขาเป็นประธานคณะกรรมการการใช้สารในทางที่ผิดและความเครียดหลังผ่านเหตุการณ์รุนแรงสำหรับทหารผ่านศึกสงครามเวียดนามในสหรัฐฯ

ความรู้สึกเย็นชา เขาบอกว่า “นั่นคือเรื่องดีในเขตสงคราม แต่ไม่ใช่เรื่องดีเมื่อคุณกลับมาประเทศของคุณ และอยู่ในโลกของพลเรือน”

เขาเชื่อว่า การเปรียบเทียบกับสงคราม เมื่อพูดถึงความพยายามในการต่อสู้กับโรคระบาด เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล

“มันคือศัตรูที่มองไม่เห็น” เขากล่าว “มันกำลังเข่นฆ่าผู้คนโดยไม่เลือกหน้า และถ้าเราไม่ระดมทรัพยากรทุกอย่างและมุ่งเน้นจัดการในเรื่องนี้ มันก็จะเหยียบย่ำเรา”

เขากล่าวเพิ่มเติมว่า “คนทำงานแนวหน้า พวกเขากำลังเสียชีวิต พยาบาลและแพทย์เสียชีวิตจากการต่อสู้กับโรคระบาดแล้วจำนวนมาก ไม่ต่างจากในสงคราม และพวกเขาก็กำลังเอาชีวิตของตัวเองลงไปเสี่ยงเหมือนกับในสงคราม ผมคิดว่า ความคล้ายกันมีนับไม่ถ้วน ผมคิดว่าไม่ได้พูดอะไรเกินเลย”

มาร์ชา เห็นด้วย เธอบอกว่า เธอเห็นความคล้ายคลึงกันระหว่างการทำงานของเจ้าหน้าที่การแพทย์ในช่วงโรคระบาดใหญ่กับสิ่งที่แพทย์และพยาบาลต้องทำในช่วงสงครามเวียดนาม

“เมื่อคุณลองดูสิ่งที่แต่ละคนต้องเผชิญในช่วงเวลานี้ แต่ละวันมีแต่ความวุ่นวาย แต่ละวันพวกเขาต้องใช้ชีวิตกับความเครียดและความกังวล ไม่ใช่แค่เรื่องงานที่ต้องการตัวพวกเขาอย่างยิ่งเท่านั้น” เธอกล่าวเพิ่มเติมว่า “มีการสูญเสียชีวิตในมือของพวกเขา พวกเขาไม่สามารถควบคุมความเจ็บปวดในการพบเห็นผู้คนต้องสูญเสียชีวิต ผู้ที่ต้องจากไปโดยไม่ทันเอ่ยคำร่ำลา โดยไม่มีครอบครัวอยู่เคียงข้าง”

เธอบอกว่า คนไข้ในเวียดนามเสียชีวิตเพียงลำพัง โดยมีคำปลอบประโลมใจจากคนอันเป็นที่รักของพวกเขา

“พวกเขามองมาที่เราเหมือนเราเป็นแม่ เป็นภรรยาของพวกเขา เราเป็นคนที่ช่วยให้พวกเขาข้ามไปอยู่ฝั่งหนึ่ง เรามอบความแข็งแกร่งและความกล้าหาญให้แก่พวกในการปล่อยวาง และยอมรับทุกสิ่งทุกอย่าง” เธอกล่าว

เธอเล่าต่อว่า “เมื่อคุณลองดูเรื่องที่เจ้าหน้าที่ตามโรงพยาบาลต้องเผชิญทุกวันนี้ มีเรื่องที่คล้ายคลึงกับเรื่องที่เราต้องเผชิญมากมาย”

ในสหรัฐฯ มีผู้คนล้มตายจากโควิด-19 ไปแล้วมากกว่า 5 แสนคนในช่วงเวลากว่า 1 ปี มากกว่าจำนวนผู้เสียชีวิตของชาวอเมริกันจากสงครามโลกครั้งที่ 1, สงครามโลกครั้งที่ 2 และสงครามเวียดนามรวมกัน

เช่นเดียวกับสงคราม ทอมคาดว่า โรคระบาดนี้จะทิ้งผลกระทบระยะยาวไว้ให้กับผู้คนที่ทำงานในแนวหน้า เขาบอกว่า จำเป็นต้องทิ้งความรู้สึกปกติเมื่ออยู่ท่ามกลางสงคราม

ต่อมา การพยายามเยียวยาตัวเอง อาจสร้างความรู้สึกห่างเหิน หรือแบ่งแย่งไปจากคนอื่นได้

“ไม่มีใครเข้าใจว่า คุณพบเจอกับอะไรมาบ้างจริง ๆ” เขากล่าว

“มีผู้คนหลายล้านคนที่ไปเวียดนามและแต่ละคนต่างก็มีสงครามที่ไม่เหมือนกัน” เขากล่าวเพิ่มเติม “ความคิดที่ว่าทุกคนอยู่ในสถานการณ์เดียวกันสำหรับเจ้าหน้าที่การแพทย์ที่ต้องต่อสู้กับโควิดในแนวหน้า แต่ละคนจะต้องรับมือกับปัญหาที่ไม่เหมือนกันที่จะทำให้ชีวิตของพวกเขาเปลี่ยนไป พวกเขาจะไม่เหมือนเดิม หลังจากนี้”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ อดีตทหารผ่านศึกเปรียบเทียบความลำบากช่วงโควิด กับการต่อสู้ในสงคราม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง