จาก "นักรบหมาป่า" ถึง "กองทัพคีย์บอร์ด" เปิดกลยุทธ์การใช้ข้อมูลเท็จของจีน

15 มี.ค. 2564 - 12:31 น.

จาก “นักรบหมาป่า” ถึง “กองทัพคีย์บอร์ด” เปิดกลยุทธ์การใช้ข้อมูลเท็จของจีน – BBCไทย

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

สถานทูตจีนในกรุงลอนดอนวิจารณ์บีบีซี หลังจากมีสารคดีเกี่ยวกับการใช้กลยุทธ์ข้อมูลเท็จของทางการจีน

สถานทูตจีนในกรุงลอนดอนวิพากษ์วิจารณ์บีบีซี หลังเผยแพร่สารคดีเกี่ยวกับการใช้ข้อมูลเท็จของจีน

นอกจากนี้ เมื่อไม่นานนี้รัฐบาลจีนยังปฏิเสธหลายครั้งเกี่ยวกับรายงานที่มีการบังคับคุมขังประชากรชนกลุ่มน้อยชาวอุยกูร์ รวมถึงการกล่าวหาโดยไม่มีหลักฐานต่อองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนและสื่อต่าง ๆ

ในการโจมตีสื่อครั้งล่าสุด เจ้าหน้าที่ทางการจีนคนหนึ่งกล่าวอ้างโดยไม่เป็นความจริงว่า ผู้ให้สัมภาษณ์ที่เป็นชาวอุยกูร์ในรายงานชิ้นหนึ่งของบีบีซี เป็นนักแสดงหญิง

จีนใช้วิธีการอะไรในการเผยแพร่ข้อมูลเท็จและข้อมูลที่ทำให้เข้าใจผิด

ตำรวจปราลจลาจลและผู้ประท้วงในฮ่องกง
Reuters
เฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ถอดบัญชีที่เกี่ยวข้องกับจีนจำนวนมากออก ในช่วงที่เกิดความไม่สงบในฮ่องกงในปี 2019

เพิ่มรายงานต่อต้านบีบีซี

มีบทความต่อต้านบีบีซีเกือบจะแทบทุกวันในสื่อของทางการจีน นับตั้งแต่ช่วงกลางเดือน ก.พ. เป็นต้นมา หลังจากที่หน่วยงานกำกับดูแลด้านการกระจายเสียงของสหราชอาณาจักรหรือออฟคอม (Ofcom) เพิกถอนใบอนุญาตของ CGTN สถานีโทรทัศน์ต่างประเทศของทางการจีน

เป็นเวลาหลายปีแล้วที่จีนวิพากษ์วิจารณ์สื่อตะวันตกอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับการรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นในซินเจียงและที่อื่น ๆ ในจีน โดยระบุว่า สื่อเหล่านี้ไม่ควรแทรกแซง “กิจการภายใน” ของจีน

แต่การโจมตีสื่อตะวันตกในช่วงหลังมานี้มีความดุเดือดมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

สื่อในประเทศจีนได้ยกย่องรัฐบาลที่ห้ามแพร่ภาพช่องเวิลด์นิวส์ของบีบีซี แม้ว่าในโรงแรมและสถานที่ที่พักอาศัยที่มีชาวต่างชาติอาศัยอยู่จะยังแพร่ภาพได้ก็ตาม

รายงานจากสำนักข่าวชั้นนำหลายแห่งอย่างโกลบอล ไทมส์ (Global Times) ของจีน ได้วิจารณ์เรื่องการใช้ “สงครามเย็น” ในเรื่องต่าง ๆ เกี่ยวกับจีน ตั้งแต่ฮ่องกง ชาวอุยกูร์ ไปจนถึงโรคระบาดโควิด-19

เมื่อจีนเผชิญกับเสียงวิจารณ์เรื่องการรับมือกับการระบาดของโควิดในช่วงเริ่มต้นการระบาดเมื่อปีที่แล้ว ประกอบกับเจ้าหน้าที่ทางการสหรัฐฯ บางคนได้พูดถึงทฤษฎีเกี่ยวกับไวรัสหลุดมาจากห้องปฏิบัติการในเมืองอู่ฮั่นของจีน CGTN ก็เริ่มรายงานทฤษฎีสมคบคิดของตัวเองบ้าง

แม้ว่าจะปราศจากหลักฐานอย่างสิ้นเชิง สถานีโทรทัศน์ดังกล่าวได้รายงานว่า ไวรัสนี้มีต้นกำเนิดมากจากฐานทัพทหารในรัฐแมรีแลนด์ของสหรัฐฯ และทหารอเมริกันได้นำไวรัสนี้มาสู่จีนในช่วงการแข่งขันกีฬา

Finger pointing at mobile phone screen
Getty Images

“นักรบหมาป่า” ทางโซเชียลมีเดีย

ในช่วงไม่กี่เดือนนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านจีนสังเกตเห็นว่ามีบัญชีโซเชียลมีเดียทางการใหม่หลายบัญชี บัญชีผู้ใช้เหล่านี้เป็นของบรรดาสถานทูตจีนและนักการทูตชั้นนำ ที่เคลื่อนไหวอย่างกระตือรือร้น

เรื่องนี้เป็นที่รู้จักในชื่อว่าวิธีการทูต “นักรบหมาป่า” บัญชีที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดเป็นของ เจา ลี่เจียน จากกระทรวงต่างประเทศของจีน

เขาทำให้เกิดเรื่องที่เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในเดือน มี.ค. ปีที่แล้ว หลังจากทวีตบทความหลายชิ้นที่ระบุว่าไวรัสโคโรนามีต้นกำเนิดมาจากสหรัฐฯ

ภาพจากเว็บไซต์ต่าง ๆ
BBC
สหรัฐฯ และจีน ตอบโต้กันด้วยทฤษฎีที่ไม่ได้รับการตรวจสอบเกี่ยวกับต้นกำเนิดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

จากการวิจัยของห้องปฏิบัติการวิจัยนิติวิทยาดิจิทัล (Digital Forensic Research Lab) ซึ่งเป็นหน่วยงานของสภาแอตแลนติก (Atlantic Council) ระบุว่า ทวีตเหล่านี้ถูกส่งต่อมากกว่า 40,000 ครั้ง และถูกอ้างอิงถึง 54 ภาษา

แฮชแท็กยอดนิยมหลายแฮชแท็กอ้างอิงที่ถึงโพสต์เหล่านี้ถูกพูดถึงอย่างมากจีนเช่นกัน โดยมีผู้ใช้งานเวยโป๋ เครือข่ายโซเชียลมีเดียของจีนมากกว่า 300 ล้านคน ได้เข้าไปดูแฮชแท็กเหล่านี้

ในเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา เจา ลี่เจียน ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางจากการส่งต่อภาพปลอมของทหารออสเตรเลียที่สังหารเด็กชาวอัฟกัน ซึ่งจีนไม่ยอมออกมาขอโทษในเรื่องนี้

“กองทัพคีย์บอร์ด”

จีนได้จัดหาพลเมืองหลายล้านคนให้ช่วยกันจับตามองอินเทอร์เน็ตและสร้างอิทธิพลต่อความคิดเห็นของประชาชนทางออนไลน์อย่างขนานใหญ่ การจัดหานี้รู้จักกันในชื่อว่า “กองทัพ 50 เซ็นต์” ชื่อนี้ได้มาจากการที่มีรายงานหลายแหล่งระบุว่า คนเหล่านี้ได้รับค่าจ้าง 0.5 หยวนต่อการโพสต์ 1 ครั้ง

“กองทัพคีย์บอร์ด” นี้เคลื่อนไหวมาเป็นเวลานานแล้วในโซเชียลมีเดียของจีนหลายช่องทาง มีเป้าหมายในการปกป้องภาพลักษณ์ของจีนในต่างประเทศ

เมื่อมีการทวีตข้อความเป็นภาษาอังกฤษ นั่นหมายความว่า ต้องการที่จะส่งสารไปยังผู้รับสารในโลกตะวันตก เหมือนกับเกรียนในโลกอินเทอร์เน็ตในรัสเซียที่คอยสร้างความแตกแยก

สำหรับผู้อ่านที่ไม่ได้มีความรู้สึกกังขาใด ๆ คนเหล่านี้อาจจะดูเหมือนเป็นพลเมืองที่รักชาติที่กำลังทำเรื่องเหล่านี้เองอย่างอิสระ แต่จริง ๆ แล้วเจ้าหน้าที่ทางการจีนได้ชี้แนะแนวทางให้พวกเขาบ่อยครั้ง

ตัวอย่างหนึ่งคือ คลิปวิดีโอการประท้วงที่รุนแรงในฮ่องกงในปี 2019 ซึ่งกองทัพคีย์บอร์ดส่งต่อกันในโซเชียลมีเดียพร้อมกับใช้คำหลายคำอย่าง “ก่อการร้าย” ขณะที่มีการห้ามเผยแพร่รายงานการประท้วงอย่างสงบ

A Hong Kong protester
Reuters

ในเดือน ส.ค. 2019 เฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ประกาศว่าจะลบบัญชีที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการทางข้อมูลข่าวสารที่ทางการสนับสนุน

เฟซบุ๊กระบุว่า “แม้ว่าประชาชนที่อยู่เบื้องหลังกิจกรรมเหล่านี้พยายามที่จะปกปิดเอกลักษณ์ของตัวเอง การสืบสวนของเราพบว่า บุคคลเหล่านี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับรัฐบาลจีน”

ทวิตเตอร์ได้ตรวจพบบัญชีจากจีนมากกว่า 900 บัญชี บัญชีเหล่านี้เป็นบัญชีที่เคลื่อนไหวมากที่สุดของปฏิบัติการดังกล่าว ซึ่งทางทวิตเตอร์ระบุว่า มีบัญชีทั้งหมดมากถึงราว 200,000 บัญชี

บัญชีโซเชียลมีเดียปลอม

การสืบสวนสอบสวนของบีบีซีในเดือน พ.ค. 2020 พบว่า มีบัญชีโซเชียลมีเดียที่ถูกขโมยหรือปลอมแปลงขึ้นมาหลายร้อยบัญชี เพื่อใช้ในการประชาสัมพันธ์ข้อความที่สนับสนุนทางการจีนทางเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และยูทิวบ์ โดยมีราว 1,200 บัญชีที่พุ่งเป้าไปที่คนที่วิพากษ์วิจารณ์การรับมือกับโควิด-19 ของรัฐบาลจีน

ไม่มีหลักฐานที่สรุปได้ว่าบัญชีเหล่านี้มีความเกี่ยวข้องกับรัฐบาลจีน แต่บัญชีเหล่านี้มีลักษณะที่คล้ายคลึงกันหลายอย่างเกี่ยวข้องเครือข่ายที่จีนให้การสนับสนุน ซึ่งถูกถอดออกจากเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ในปี 2019

นอกจากนี้ยังมีลักษณะคล้ายกับอีกเครือข่ายหนึ่งที่ถูกขนานนามว่า “มังกรสแปมมูฟลาจ” (Spamouflage Dragon) ซึ่งโพสต์สนับสนุนจีนและโจมตีผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์จีนด้วยสแปม ซึ่งกราฟิกา (Graphika) บริษัทวิเคราะห์โซเชียลเป็นผู้เปิดโปงเรื่องนี้

ในเวลาต่อมา ทวิตเตอร์ระบุว่า ได้ถอดบัญชีที่เกี่ยวข้องกับจีนแล้วมากกว่า 23,000 บัญชี ที่เข้าร่วมใน “กิจกรรมที่มีลักษณะการร่วมมือกันและการหลอกลวงเพื่อหาประโยชน์”

ในการตอบโต้ความเห็นของนายหยาง เสี่ยวกวง จากสถานทูตจีนในสหราชอาณาจักรทางรายการบีบีซี ทูเดย์ (BBC Today) โฆษกของบีบีซี กล่าวว่า “เราปฏิเสธการกล่าวหาเหล่านี้อย่างสิ้นเชิง และยืนยันในหลักการรายงานข่าวของเรา บีบีซี นิวส์ ที่รายงานข่าวในซินเจียงมีความถูกต้องและเป็นกลาง เราไม่ได้ใช้ภาพปลอมและผู้สัมภาษณ์ที่ปรากฏในรายงานของบีบีซีก็ไม่ใช่ ‘นักแสดงหญิง’ อย่างที่ถูกกล่าวหา”

รายงานเพิ่มเติมโดย แจ๊ก กูดแมน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ จาก "นักรบหมาป่า" ถึง "กองทัพคีย์บอร์ด" เปิดกลยุทธ์การใช้ข้อมูลเท็จของจีน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง