กลาโหม : สหราชอาณาจักรตั้งเป้าลดทหารบก 10,000 นาย เพิ่มขีดความความสามารถทางทะเล

23 มี.ค. 2564 - 03:05 น.

กลาโหม : สหราชอาณาจักรตั้งเป้าลดทหารบก 10,000 นาย เพิ่มขีดความความสามารถทางทะเล – BBCไทย

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

แผนป้องกันประเทศฉบับล่าสุดของสหราชอาณาจักร ระบุว่าจะลดกำลังทหารในกองทัพบก 10,000 นาย แล้วมาหันใช้หุ่นยนต์ โดรน ในยุทธการไซเบอร์มากขึ้น

ในแผนกลาโหมฉบับนี้ ตั้งเป้าปรับลดจำนวนรถถังและเครื่องบินของกองทัพบกลงด้วย แต่รัฐบาลระบุว่า จะเพิ่มจำนวน “เรือ, เรือดำน้ำ และทหารเรือ”

ตามแผนใหม่นี้ กำลังพลของกองทัพบกจะลดลงเหลือประมาณ 70,000 นาย ซึ่งลดลงอย่างต่อเนื่องมาในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

นายเบน วอลเลซ รัฐมนตรีกลาโหม จะแถลงเรื่องนี้ต่อสภาผู้แทนราษฎรต่อไป

Unidentified soldier seen in an archive photograph
PA Media

เมื่อวันอาทิตย์ เขากล่าวกับรายการ แอนดรูว์ มาร์ โชว์ (Andrew Marr Show) ของช่องบีบีซีวัน (BBE One) ว่า เขากำลังตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ ภายในบริบทของงบประมาณด้านกลาโหมที่เพิ่มขึ้น

แต่ทางพรรคเลเบอร์ ระบุว่า จะมีการตัดลดกำลังทหารลง ทั้งที่สหราชอาณาจักรกำลังเผชิญกับภัยคุกคามมากขึ้น

จากข้อมูลล่าสุดพบว่า ในเดือน ม.ค. 2021 มีกำลังทหาร 80,010 นายในกองทัพบกของสหราชอาณาจักร ลดลงจาก 86,080 นาย ในเดือน ต.ค. 2015

จำนวนทหารที่ลดลงล่าสุด อาจเกิดขึ้นตามการเปลี่ยนแปลง “ตามปกติ” ซึ่งไม่ได้มีการคัดเลือกทหารใหม่มาแทนที่ทหารที่ปลดประจำการ

หน่วยนาวิกโยธินซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างกองทัพของสหราชอาณาจักรจะถูกปรับเปลี่ยนให้เป็น กองกำลังคอมมานโดแห่งอนาคต (Future Commando Force) ซึ่งจะรับงานเดิมที่กองกำลังพิเศษ SAS (ย่อมาจาก Special Air Service) และ SBS (ย่อมาจาก Special Boat Service) มาทำต่อหลายอย่าง

กองกำลังนี้จะได้รับเงินลงทุนโดยตรงมากกว่า 200 ล้านปอนด์ (ประมาณ 8,560 ล้านบาท) ในช่วงกว่า 10 ปีข้างหน้า เพื่อปฏิบัติการด้านความมั่นคงทางทะเล และ “การป้องกันและยับยั้งกิจกรรมยั่วยุ และตอบโต้ภัยคุกคามของรัฐ”

หลังจากมีการเผยแพร่การทบทวนอีกอย่างหนึ่งที่เรียกว่า การทบทวนนโยบายด้านกลาโหมและต่างประเทศแบบบูรณาการ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รัฐมนตรีหลายคนระบุว่า จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่เพื่อทำให้กองทัพคล่องตัวมากขึ้น

ส่วนหนึ่งของการทบทวนนี้ รัฐบาลได้ปรับเพิ่มการจำกัดหัวรบนิวเคลียร์ของสหราชอาณาจักรจาก 180 เป็น 260 หัว

…………………….

“แผนงานที่สำคัญที่สุดตั้งแต่สงครามเย็น”

บทวิเคราะห์โดยโจนาธาน บีล ผู้สื่อข่าวกลาโหม

Analysis box by Jonathan Beale, defence correspondent
BBC

รัฐบาลเรียกมันว่า การลงทุนในกองกำลังติดอาวุธและแผนงานด้านกลาโหมที่สำคัญที่สุดนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามเย็น

จะมีการลงทุนเพิ่มขึ้นในการสู้รบในขอบเขตใหม่ ๆ ทั้งในอวกาศและไซเบอร์ รวมถึงหุ่นยนต์และโดรนด้วย

กระทรวงกลาโหม ระบุว่า ทหารจะได้รับการติดอาวุธที่ดีขึ้น แต่จะมีจำนวนทหารลดลง

การตัดลดกำลังพลปกติของกองทัพบกทำให้พันธมิตรหลายชาติอย่าง สหรัฐฯ เกิดความกังวลขึ้น นายลีออน พาเนตตา อดีตรัฐมนตรีกลาโหมของสหรัฐฯ กล่าวกับบีบีซีว่า “ถ้าผมเลือกได้ ผมน่าจะคงระดับกำลังนี้ไว้ในอังกฤษ”

ขณะเดียวกัน ทหารจำนวนมากจะถูกส่งไปต่อสู้กับกลุ่มอิสลามสุดโต่ง และอิทธิพลของจีนและรัสเซียในแอฟริกาด้วย

กองทัพเรือ จะส่งเรือบรรทุกเครื่องบินลำใหม่เข้าไปในภูมิภาคอินโดแปซิฟิกด้วย นอกจากนี้ก็จะมีเรือขนาดกลางลำใหม่มาแทนของเก่า และส่งเรือรบออกไปมากขึ้นด้วย

กองทัพอากาศ อาจจะมีเครื่องบินไอพ่น F-35 ลดลงจากแผนการเดิม แต่จะมีเครื่องบินรบลำใหม่ที่ผลิตขึ้นในสหราชอาณาจักรมาเสริมแทนคือ โปรเจ็กต์ เทมเพสต์ (Project Tempest)

แต่ทุกอย่างนี้ขึ้นอยู่กับว่ากระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักรจะส่งมอบได้ตามกำหนดเวลาและภายในงบประมาณที่ได้รับหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่มักจะไม่สามารถทำได้ตามนั้น

……………………….

เอกสารบัญชาการของรัฐบาลจะกำหนดแผนการต่าง ๆ เกี่ยวกับขีดความสามารถใหม่ ๆ อย่างยุทธการอิเล็กทรอนิกส์และโดรน

จะมีการขยายกองกำลังไซเบอร์แห่งชาติและจะมีการตั้งกองบัญชาการอวกาศเพื่อประสานงานกับปฏิบัติการด้านอวกาศสหราชอาณาจักรทั้งเชิงพาณิชย์และเชิงทหาร

ก่อนหน้าที่จะมีการเผยแพร่เอกสารบัญชาการในวันจันทร์ที่ 22 มี.ค. นายวอลเลซ กล่าวว่า “ตั้งแต่การโจมตีกลุ่มก่อการร้ายดาเอช (กลุ่มรัฐอิสลาม) ในอิรัก, การสกัดการขนส่งยาเสพติดและการยับยั้งการรุนรานกลุ่มประเทศบอลติกของรัสเซีย กองกำลังติดอาวุธของเราได้ไปถึงจุดที่คนอื่น ๆ ไม่สามารถไปถึงได้แล้ว”

“ในปีต่อ ๆ ไป เราจะขยายภารกิจไปทั่วโลก แม้แต่ออกไปไกลกว่านั้น”

“การได้ก้าวออกไปทั่วโลก เราจะปฏิบัติการยับยั้งข้าศึกของเราอย่างต่อเนื่อง และสร้างความมั่นใจให้แก่เพื่อนที่เข้าร่วมกับพันธมิตรของเรา และพร้อมที่จะสู้รบเมื่อมีความจำเป็น”

นายจอห์น ฮีลีย์ รัฐมนตรีเงาด้านกลาโหมของพรรคเลเบอร์ กล่าวว่า คณะรัฐมนตรีได้ใช้เวลาหลายสัปดาห์ “ในการพยายามปิดบังเจตนาที่แท้จริง” และ “ภัยคุกคามที่อังกฤษเผชิญกำลังเพิ่มขึ้น แต่รัฐมนตรีของพรรคคอนเซอร์เวทีฟ กำลังตัดลดกำลังพลกองทัพอีกครั้ง”

โครงการปลดกำลังพลในปี 2011 ทำให้มีการตัดลดกำลังพลลงโดยไม่สมัครใจราว 11,000 ตำแหน่งทั่วทั้งกระทรวงกลาโหม รวมถึงตำแหน่งต่าง ๆ ในกองทัพราว 5,000 ตำแหน่ง

ในเดือน พ.ย. 2019 นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน ของสหราชอาณาจักร ได้ตอบคำถามเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการตัดลดกำลังทหารลงว่า “เราจะไม่ตัดลดกองกำลังติดอาวุธของเราลงในทุกรูปแบบ เราจะรักษาขนาดของกองกำลังติดอาวุธของเราไว้”

นายฮีลีย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “การตัดลดกำลังพลของกองทัพเพิ่มเติมอาจจะจำกัดขีดความสามารถของกองกำลังของเราในการปฏิบัติภารกิจพร้อมกันหลายอย่างในเวลาเดียวกัน ทั้งการส่งกำลังพลไปต่างประเทศ สนับสนุนพันธมิตร และปกป้องชาติอย่างแข็งแกร่งและมีความยืดหยุ่น”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ กลาโหม : สหราชอาณาจักรตั้งเป้าลดทหารบก 10,000 นาย เพิ่มขีดความความสามารถทางทะเล
ข่าวที่เกี่ยวข้อง