จุฬาฯ แจงยึดมาตรฐานวิชาการโลก หลัง 279 นักวิชาการและแนวร่วมยื่น จม.เปิดผนึกเรียกร้องหยุดตั้ง กก.สอบวิทยานิพนธ์ ณัฐพล ใจจริง

26 มี.ค. 2564 - 23:28 น.

จุฬาฯ แจงยึดมาตรฐานวิชาการโลก หลัง 279 นักวิชาการและแนวร่วมยื่น จม.เปิดผนึกเรียกร้องหยุดตั้ง กก.สอบวิทยานิพนธ์ ณัฐพล ใจจริง – BBCไทย

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง (คนส.) ได้เผยแพร่จดหมายเปิดผนึก ถึงนายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรียกร้องให้จุฬาฯ ยุติการสอบสวนกรณีวิทยานิพนธ์ของ ผศ.ดร. ณัฐพล ใจจริง เพื่อธำรงเกียรติภูมิแห่งจุฬาฯ ในฐานะสถาบันอุดมศึกษาของประเทศ

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้มีขึ้นหลังจากอธิการบดีจุฬาฯ ลงนามใน “คำสั่งลับ” แต่งตั้งคณะกรรมการสอบหาข้อเท็จจริงกรณีวิทยานิพนธ์ของ ผศ.ดร. ณัฐพล เมื่อปลายเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา

จากนั้นในเดือน มี.ค. ม.ร.ว. ปรียนันทนา รังสิต หลานสาวของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาชัยนาทนเรนทร ยื่นฟ้องต่อศาลแพ่งเรียกค่าเสียหายเป็นเงิน 50 ล้านบาทจาก ผศ.ดร. ณัฐพล ผู้เขียนวิทยานิพนธ์, รศ.ดร. กุลลดา เกษบุญชู มี้ด อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ และสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน ผู้ตีพิมพ์เผยแพร่ข้อมูล

เนื้อหาของจดหมายเปิดผนึกมี 3 ข้อ สรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้

1. ความบริสุทธิ์ใจและจรรยาบรรณทางวิชาการของผู้เขียน

นับตั้งแต่ ศ.ดร. ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ทำหนังสือถึงบัณฑิตวิทยาลัยแจ้งปัญหาความคลาดเคลื่อนของข้อเท็จจริงในวิทยานิพนธ์ในปี 2561 ผศ.ดร. ณัฐพล ผู้เขียนมิได้นิ่งนอนใจหรือบ่ายเบี่ยงหลีกเลี่ยง แต่ได้ตรวจสอบเอกสาร ทำหนังสือชี้แจงต่อคณะกรรมการสอบวิทยานิพนธ์ และขอปรับแก้ข้อความที่ผิดพลาดดังกล่าวในทันที แต่ตามระเบียบของจุฬาฯ การแก้ไขวิทยานิพนธ์ที่ได้รับอนุมัติแล้วจะกระทำมิได้ กระนั้นเมื่อสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกันตีพิมพ์หนังสือ “ขุนศึก ศักดินา พญาอินทรี” ซึ่งเรียบเรียงปรับปรุงมาจากวิทยานิพนธ์ดังกล่าว ผศ.ดร. ณัฐพลก็ได้แก้ไขจุดผิดพลาดที่ ศ.ดร. ไชยันต์ท้วงติงด้วย

WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
นอกจากประเด็นผู้สำเร็จราชการฯ ไชยันต์ ไชยพร ยังส่งข้อมูลรายการอ้างอิงที่เขาตรวจพบว่าคลาดเคลื่อนอีกกว่า 30 จุด ให้จุฬาฯ พิจารณา

ข้อเท็จจริงตามลำดับข้างต้นนี้ชี้ให้เห็นถึงความบริสุทธิ์ใจและความรับผิดชอบทางวิชาการของผู้เขียนที่จะแก้ไขความผิดพลาดทั้งในวิทยานิพนธ์และหนังสือที่ตีพิมพ์ในภายหลัง

“ฉะนั้น การตั้งกรรมการเพื่อสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีวิทยานิพนธ์ของนายณัฐพล จึงเป็นการกระทำที่ไม่ได้สัดส่วนกับความผิดพลาดที่นายณัฐพลได้แก้ไขตามข้อท้วงติงแล้ว”

2. น้ำหนักของความผิด และผลกระทบต่อข้อเสนอของงานวิจัย

ในการให้สัมภาษณ์หลายกรรมหลายวาระของ ศ.ดร. ไชยันต์ รวมถึงในข้อเขียนของบุคคลต่าง ๆ และล่าสุดคือคำฟ้องของตัวแทนราชสกุลรังสิต ล้วนกล่าวไปในทางเดียวกันว่า ผศ.ดร. ณัฐพลปั้นแต่งความเท็จในวิทยานิพนธ์ของตนว่า สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาชัยนาทนเรนทร แทรกแซงการเมืองโดยเข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรี อันเป็นการหยิบยกความผิดพลาดเพียงประเด็นเดียวมาโจมตีและขยายผลเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของวิทยานิพนธ์ ซ้ำร้ายยังเป็นความผิดพลาดที่ ผศ.ดร. ณัฐพลได้ยอมรับและแก้ไขแล้วในหนังสือขุนศึกฯ

ที่สำคัญคือความผิดพลาดในการอ้างอิงและการตีความไม่ได้ผันแปรโดยตรงกับสาระสำคัญหรือข้อเสนอหลักของวิทยานิพนธ์ของ ผศ.ดร. ณัฐพล อันที่จริงแล้วกระทั่งงานวิชาการจำนวนมากของนักวิชาการผู้มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในระดับสากลก็พบข้อผิดพลาดคลาดเคลื่อนเช่นกัน เช่น งานของ Fernand Braudel และ Edward Said ทว่าตราบเท่าที่ข้อผิดพลาดเหล่านั้นไม่ได้กระทบต่อข้อเสนอหลักของงานวิชาการ งานเหล่านั้นก็ยังทรงพลังทางปัญญาอยู่จนถึงปัจจุบัน

WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
ผศ.ดร. ณัฐพล ใจจริง อาจารย์ประจำคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มรภ.สวนสุนันทา เป็นผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์การปฏิวัติสยาม 2475 งานศึกษาของเขาที่ผ่านมาที่ตีพิมพ์สู่สาธารณะ อาทิ กบฏบวรเดช : เบื้องแรกปฏฺิวัติสยาม, ขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อ, ขุนศึก ศักดินา พญาอินทรีฯ และตามรอยอาทิตย์อุทัย แผนสร้างชาติไทยสมัยคณะราษฎร

นอกจากนี้การประเมินสาระสำคัญหรือข้อเสนอหลักของงานทางวิชาการไม่สามารถทำได้ด้วยการตรวจสอบความถูกต้องของการอ้างอิงเท่านั้น เพราะข้อความในวิทยานิพนธ์ของ ผศ.ดร. ณัฐพลเป็นผลของการตีความหลักฐานและการใช้เหตุผล การพิจารณาว่าข้อความในวิทยานิพนธ์ในกรณีนี้ผิดพลาดหรือไม่ จึงไม่สามารถใช้วิธีการเทียบคำต่อคำในระหว่างวิทยานิพนธ์ของ ผศ.ดร.ณัฐพล และหลักฐานที่อ้างอิง แต่ต้องการความรู้ความเข้าใจธรรมชาติของงานเขียนทางวิชาการ รวมถึงเข้าใจว่าความรู้ทางวิชาการสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งที่เป็นผลมาจากแสวงหา การสั่งสมความรู้ผ่านกระบวนการค้นคว้า พิสูจน์ตรวจสอบ ยืนยันและหักล้างข้อเท็จจริง และเป็นผลมาจากการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ทางวิชาการ

“การโยงเรื่องวิชาการกับการล้มล้างสถาบัน และกล่าวหาว่านายณัฐพลว่ามีเจตนาบิดเบือนหลักฐาน จึงเป็นผลของอคติส่วนตัวและความแตกต่างของอุดมการณ์ทางการเมืองของผู้ตรวจสอบ ทั้ง ๆ ที่วิทยานิพนธ์และหนังสือของนายณัฐพลไม่ได้เสนอ หรือแม้แต่ชี้นำให้มีการยกเลิกหรือล้มล้างสถาบันกษัตริย์แต่อย่างใด การโจมตีและโฆษณาขยายผลเช่นนี้จึงไม่เป็นธรรมต่อนายณัฐพลอย่างยิ่ง”

3. เสรีภาพทางวิชาการ

การดำเนินการของจุฬาฯ ที่ผ่านมา หาได้ทำให้การค้นคว้าวิจัยทางวิชาการรัดกุมยิ่งขึ้นไม่ ในทางตรงกันข้ามสิ่งนี้สร้างบรรยากาศของความหวาดกลัวในการศึกษาค้นคว้าทางวิชาการ โดยเฉพาะในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับการเมืองและสถาบันกษัตริย์ ซึ่งจะกระทบต่อการวิจัยด้านไทยศึกษาทั้งในและต่างประเทศ

จุฬาฯ ควรมีจุดยืนที่แน่วแน่และชัดเจน ในการรักษาและส่งเสริมเสรีภาพทางวิชาการของสมาชิกประชาคมทางวิชาการในระดับอุดมศึกษาทั้งของอาจารย์และนิสิต อันได้แก่ เสรีภาพในการเรียนการสอนและการอภิปรายถกเถียง เสรีภาพในการดำเนินการวิจัยและการเผยแพร่และการตีพิมพ์ผลการวิจัย เสรีภาพในการแสดงความเห็นอย่างอิสระเกี่ยวกับสถาบันหรือระบบที่ตนทำงานและศึกษาอยู่ และเสรีภาพจากการเซ็นเซอร์เชิงสถาบัน ไม่โอนอ่อนไปตามกระแสสังคมและแรงกดดันจากกลุ่มบุคคลกลุ่มหนึ่งกลุ่มใด

ในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกประจำปี 2564 ของ Quacquarelli Symonds (QS) หรือ QS World University Rankings 2021 จุฬาฯ อยู่ในอันดับที่ 208 แต่หากนำดัชนีเสรีภาพทางวิชาการ (Academic Freedom Index, AFi) ประจำปี 2564 ของไทยที่จัดทำโดย Global Public Policy Institute (GPPI) และ Scholars at Risk Network มาร่วมคำนวณด้วย จุฬาฯ และมหาวิทยาลัยไทยโดยรวมจะมีคะแนนรวมลดลงอย่างแน่นอน

นักวิชาการที่ดีต่างรู้ดีว่าความผิดพลาดในงานวิชาการเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้เสมอ และไม่ถือเป็นการละเมิดจริยธรรมทางวิชาการ หากไม่ใช่ความผิดร้ายแรงอย่างเช่นการโจรกรรมหรือลักลอกงานวิชาการ (plagiarism) การสร้างข้อมูลหรือผลการทดลองที่ไม่มีอยู่จริง หรือการบิดเบือนแก้ไขผลการทดลองเพื่อสนับสนุนสมมุติฐานของงานวิจัย ด้วยเหตุนี้ ความผิดพลาดอื่นใดในการอ้างอิง การอ่านตีความหลักฐาน หรือการใช้เหตุผล จึงต้องไม่นำไปสู่ความผิดทางวินัยและอาญาใด ๆ การตรวจสอบความผิดพลาดดังกล่าวพึงกระทำด้วยมาตรการทางวิชาการ เช่น การวิพากษ์วิจารณ์และการโต้เถียงทักท้วงแลกเปลี่ยนความคิดเห็น จุฬาฯ ไม่ควรละเมิดมาตรฐานและจรรยาบรรณนี้ เพราะนั่นจะนำความเสื่อมเสียมาสู่จุฬาฯ ในสายตาประชาคมทางวิชาการไทยและสากล

เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง/FACEBOOK

จดหมายเปิดผนึกฉบับนี้มีนักวิชาการ 239 คน นิสิต/นักศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอก 25 คน และบุคคลทั่วไปอีก 15 คน ร่วมลงชื่อสนับสนุน ในจำนวนนี้เป็นบุคลากรของจุฬาฯ เอง 37 คน

การเผยแพร่จดหมายเปิดผนึกถึงผู้บริหารจุฬาฯ เกิดขึ้นในวันที่ 26 มี.ค. ซึ่งตรงกับวันครบรอบ 104 ปีแห่งการสถาปนาจุฬาฯ พอดี

“ไม่ใช่ว่าตั้งคณะกรรมการแล้วต้องผิดไปหมด”

ด้าน ผศ.ดร. เอกก์ ภทรธนกุล ผู้ช่วยอธิการบดีด้านสื่อสารองค์กร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวกับบีบีซีไทยว่ายังไม่ทราบรายละเอียดในจดหมายเปิดผนึก จึงไม่สามารถให้ความเห็นเป็นการเฉพาะได้ แต่ในมุมวิชาการมีมาตรฐานเดียวคือความถูกต้องทางวิชาการตามมาตรฐานโลกเป็นอย่างไร จุฬาฯ ก็ยึดแนวทางนั้น

“แม้ไม่มีจดหมายฉบับนี้ เราก็ต้องใช้หลักการสากลในการพิจารณาอยู่แล้ว เช่น ถ้าเป็นกรณีการคัดลอกงาน จะลอกน้อยลอกมากก็คือลอก แต่กรณีกระทบความถูกต้องเหมาะสมและอื่น ๆ ที่อาจนำไปสู่การถอดถอน (ปริญญา) ถือเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งคณะกรรมการล้วนแต่เป็นผู้เชี่ยวชาญเพียงพอที่จะตอบคำถามได้ว่าจะนำไปสู่การถอดถอนหรือไม่ถอนถอน ถึงตอนนั้นทุกความกังขาคาใจจะหมดไป” ผศ.ดร. เอกก์กล่าว

ปลายเดือน ก.พ. จุฬาฯ ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีวิทยานิพนธ์ของ ผศ.ดร. ณัฐพล โดยมีข้อมูลปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์ว่าคณะกรรมการชุดดังกล่าวมี ศ.กิตติคุณ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธาน

แต่ถึงกระนั้น ผศ.ดร. เอกก์ไม่สามารถยืนยันรายชื่อต่าง ๆ ได้ เพราะเป็น “คำสั่งลับ” และต้องการให้คณะกรรมการได้ทำงานอย่างอิสระจริง ๆ สิ่งที่เขาพอระบุได้คือกระบวนการตรวจสอบดำเนินไปแล้ว มีการนัดประชุมแล้ว แต่ไม่ทราบรายละเอียดเพราะไม่ได้เป็นเลขานุการของคณะกรรมการฯ และย้ำว่า “ไม่ใช่ว่าตั้งคณะกรรมการแล้วต้องผิดไปหมด ขอให้รอดูผลตอนสุดท้าย”

ส่วนการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบกรณีวิทยานิพนธ์เล่มนี้ จะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของจุฬาฯ ในสายตาประชาคมวิชาการไทยและโลกอย่างไรนั้น ผู้ช่วยอธิการบดีจุฬาฯ กล่าวว่า จุฬาฯ ทำได้อย่างเดียวคือทำตามความถูกต้องเป็นเป็นธรรมทางวิชาการ ถ้าทำตามเส้นวิชาการนั้นแล้วมีภาพลักษณ์ดีหรือไม่ดีเกิดขึ้น อันนั้นถือเป็นเรื่องรอง

ข้อถกเถียงเรื่องวิทยานิพนธ์ “ดีเด่น” ในหัวข้อ “การเมืองไทยสมัยรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงครามภายใต้ระเบียบโลกของสหรัฐอเมริกา (พ.ศ. 2491-2500)” ของ ผศ.ดร. ณัฐพล เกิดขึ้นแบบข้ามปี โดยมี ศ.ดร. ไชยันต์ ไชยพร เป็นผู้ตรวจพบ “การอ้างอิงคลาดเคลื่อน” รวม 31 จุดในวิทยานิพนธ์เล่มนี้ ก่อนแจ้งผู้เกี่ยวข้องและทางมหาวิทยาลัยให้รับทราบ และนำไปสู่การสั่งปกปิดวิทยานิพนธ์ตั้งแต่เดือน ก.พ. 2562 โดยบัณฑิตวิทยาลัยให้เหตุผลว่า “มีการอ้างอิงคลาดเคลื่อน ข้อวินิจฉัยและข้อสรุปบางรายการไม่ตรงกับเอกสารชั้นต้นในหอจดหมายเหตุและแหล่งอ้างอิง” พร้อมระบุว่า ผศ.ดร. ณัฐพล “ได้ยอมรับถึงความคลาดเคลื่อน”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ จุฬาฯ แจงยึดมาตรฐานวิชาการโลก หลัง 279 นักวิชาการและแนวร่วมยื่น จม.เปิดผนึกเรียกร้องหยุดตั้ง กก.สอบวิทยานิพนธ์ ณัฐพล ใจจริง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง