แก้รัฐธรรมนูญ: จากทั้งฉบับสู่รายมาตรา เปิดประเด็นแก้ไขของ "ไพบูลย์" และ "ปิยบุตร"

2 เม.ย. 2564 - 23:00 น.

แก้รัฐธรรมนูญ: จากทั้งฉบับสู่รายมาตรา เปิดประเด็นแก้ไขของ “ไพบูลย์” และ “ปิยบุตร” – BBCไทย

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

เพียงสองสัปดาห์กว่า ๆ หลังจากรัฐสภาลงมติคว่ำร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 เพื่อเปิดทางให้มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับและเพิ่มหมวด 15/1 ซึ่งถือเป็นการปิดฉากแรกของความพยายามในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ซึ่งเป็นหัวหอกคัดค้านการแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับกลับมาอีกครั้งพร้อมข้อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา “5 ประเด็น 13 มาตรา”

“พปชร. ถูกกล่าวหามาตลอดว่าเราไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่จริงครับ ผมตั้งใจมาตั้งแต่ต้นว่าจะเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา เพราะมองว่าการแก้ไขทั้งฉบับมันมีปัญหาทางกฎหมาย แต่พอมีการเสนอแก้ไขทั้งฉบับ ข้อเสนอเรื่องการแก้ไขรายมาตราจึงหยุดลง แต่เมื่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับไปต่อไม่ได้ ผมและ พปชร.ก็ต้องรีบเสนอ (แก้ไข) รายมาตราตามเจตจำนงที่ตั้งไว้มาตั้งแต่ต้นคือแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราที่เป็นประโยชน์กับประชาชน การปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและเพื่อแก้ไขความขัดแย้ง” นายไพบูลย์กล่าวในการแถลงข่าวที่รัฐสภาวันนี้ (2 เม.ย.)

เหตุที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ “ไปต่อไม่ได้” นั้น นายไพบูลย์มีส่วนอยู่ไม่น้อยโดยเฉพาะเมื่อเขาขอให้รัฐสภาส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความอำนาจหน้าที่ของรัฐสภาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญเนื่องจากเห็นว่ารัฐธรรมนูญ 2560 ไม่ได้ให้อำนาจรัฐสภาจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ แต่ให้แก้ไขได้เป็นรายมาตรา

ที่ประชุมรัฐสภาเห็นชอบกับข้อเสนอดังกล่าว และเมื่อวันที่ 11 มี.ค. ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก วินิจฉัยรัฐสภามีอำนาจและหน้าที่จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ แต่ต้องจัดทำประชามติ 2 ครั้ง ครั้งแรกให้ประชาชนลงมติว่าต้องการให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ และครั้งที่สองเมื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว ต้องจัดให้มีการลงประชามติว่าจะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

วันที่ 17 มี.ค. สมาชิกรัฐสภาประชุมเพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1 วาระที่ 3 ท่ามกลางความสับสนในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่สุดท้ายนายไพบูลย์ก็ลุกขึ้นมา “ปิดเกม” แก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับด้วยการเสนอให้สมาชิกรัฐสภาเดินหน้าลงมติในวาระที่ 3 ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกส่วนใหญ่

THAI NEWS PIX

ท้ายที่สุดร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เปิดทางให้ตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญมาร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก็ถูก “โหวตคว่ำ” กลางรัฐสภา และนำมาสู่การเปิดฉากใหม่ในการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราของ พปชร. ในวันนี้

5 ประเด็น 13 มาตรา

นายไพบูลย์กล่าวว่าขณะนี้ พปชร. ได้จัดทำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราเสร็จสิ้นแล้วและพร้อมที่จะยื่นเป็นญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อประธานรัฐสภาในวันที่ 7 เม.ย. และขอให้ประธานรัฐสภาจัดประชุมรัฐสภาในวันที่ 25 พ.ค. และนำร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขรายมาตราที่ พปชร. เสนอเข้าสู่การพิจารณาเป็นวาระแรก

สำหรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราที่ พปชร. เสนอนั้นมีทั้งหมด 13 มาตรา ใน 5 ประเด็น ดังนี้

ประเด็นที่ 1 แก้ไขเพิ่มเติมหมวด 3 สิทธิและเสรีภาพ

  • มาตรา 29 เพิ่มสิทธิในกระบวนการยุติธรรม 8 อนุมาตรา
  • มาตรา 41 ให้ชุมชนมีสิทธิได้รับความช่วยเหลือทางกฎหมายอย่างเหมาะสมจากรัฐในการฟ้องหน่วยงานรัฐ จากเดิมรัฐธรรมนูญ 2560 ระบุเพียงว่าประชาชนมีสิทธิฟ้องร้อง แต่ร่างแก้ไขของ พปชร. ระบุให้รัฐต้องให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายด้วย
  • มาตรา 47 แก้ปัญหากระบวนการไพร์มารี่โหวตของพรรคการเมือง โดยนำรัฐธรรมนูญ 2550 มาใช้แทน

ประเด็นที่ 2 แก้ไขระบบการเลือกตั้ง มาตรา 83, 85, 86, 90, 91, 92 และมาตรา 94

  • ให้การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นแบบบัตรสองใบ ส.ส.แบบแบ่งเขต 400 คน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน ตามรัฐธรรมนูญ 2540 และให้ประกาศผลการเลือกตั้ง ส.ส. ภายใน 30 วันนับจากวันเลือกตั้ง จากเดิม 60 วัน
  • พรรคการเมืองที่จะมีสิทธิส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อได้ต้องส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งแล้วไม่น้อยกว่า 100 เขตเลือกตั้ง
  • พรรคการเมืองใดได้คะแนนเสียงน้อยกว่าร้อยละหนึ่งของจำนวนคะแนนเสียงรวมทั้งประเทศ ให้ถือว่าไม่มี ส.ส. บัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้นได้รับเลือกตั้ง และไม่ให้นำคะแนนเสียงดังกล่าวมารวม คำนวณเพื่อหาสัดส่วนจำนวน ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ
  • หากมีการเลือกตั้งซ่อม ส.ส. แบบแบ่งเขตภายใน 1 ปี ไม่มีการคำนวณคะแนน ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อใหม่

ประเด็นที่ 3 การพิจารณา พ.ร.บ.งบประมาณ

  • มาตรา 144 การพิจารณา พ.ร.บ. งบประมาณ ซึ่งเดิมมีปัญหากระทบต่อการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำงบประมาณ แก้ไขโดยให้ใช้ข้อความตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 168 วรรค 5-9 มาใช้แทน

ประเด็นที่ 4 แก้ไขอุปสรรคในการทำงานของ ส.ส. และ ส.ว.

  • มาตรา 185 แก้ไขอุปสรรคการทำงานของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา ให้สามารถติดต่อส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ และเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ได้ โดยได้นำรัฐธรรมนูญ 2540 มาตรา 111 มาใช้แทน

ประเด็นที่ 5 อำนาจวุฒิสภา

  • แก้ไขบทเฉพาะกาล มาตรา 270 ให้ ส.ส. ร่วมมีหน้าที่และมีอํานาจติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ตามหมวด 16 การปฏิรูปประเทศ และการจัดทําและดําเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ จากเดิมที่ให้อำนาจวุฒิสภาดำเนินการอยู่ฝ่ายเดียว

นายไพบูลย์อธิบายว่าข้อเสนอแก้ไขทั้ง 13 มาตรา ใน 5 ประเด็นนี้เป็นประเด็นที่เขารวบรวมจากความเห็นของ ส.ส. และ ส.ว. ระหว่างที่เขาเข้าร่วมเป็นกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ต่ำกว่า 3 คณะ ซึ่งเขาเชื่อว่าเป็นประเด็นที่สมาชิกรัฐสภา “ส่วนใหญ่มาก ๆ” เห็นด้วยและสนับสนุน

นายไพบูลย์เชื่อว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราที่ พปชร.เสนอนี้หากเกิดขึ้นและสำเร็จ “จะเป็นประโยชน์กับประชาชน และเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ไม่มีความขัดแย้ง ไม่ต้องเสียงบประมาณแผ่นดินในการทำประชามติ และที่สำคัญคือใช้เวลาน้อย”

“ขอคนละชื่อ รื้อระบอบประยุทธ์”

การเปิดฉากใหม่แก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ของนายไพบูลย์เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันกับที่ฝ่ายเรียกร้องประชาธิปไตยนำโดยนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า นายพริษฐ์ วัชรสินธุกลุ่มรัฐธรรมนูญก้าวหน้า เปิดตัวกลุ่ม “Re-Solution ถึงเวลารัฐธรรมนูญใหม่” เพื่อขับเคลื่อนภาคสองของการแก้ไขรัฐธรรมนูญเช่นกัน

FACEBOOK/PIYABUTR SAENGKANOKKUL
ปิยบุตร แสงกนกกุล จะเปิดตัวแคมเปญล่ารายชื่อประชาชนสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราใน 4 ประเด็นหลัก

กลุ่ม Re-Solution เตรียมเปิดตัวแคมเปญล่ารายชื่อประชาชนเพื่อเข้าชื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราในวันที่ 6 เม.ย. นี้ ซึ่งตรงกับวันครบรอบ 4 ปีของการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 2560

นอกจากนายปิยบุตรและนายพริษฐ์แล้ว ยังมีนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ จากกลุ่มไอลอว์ซึ่งเป็นองค์กรนำในการล่ารายชื่อประชาชนเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนเมื่อปี 2563 เป็นแนวร่วมด้วย โดยทางกลุ่มตั้งประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราเพื่อ “ล้ม โละ เลิก ล้าง” 4 ประเด็น คือ

  • ล้ม ส.ว. เดินหน้า “สภาเดี่ยว”
  • โละ ศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระ พร้อมกับปฏิรูปที่มา อำนาจและการตรวจสอบ
  • เลิก ยุทธศาสตร์ชาติ
  • ล้าง มรดกรัฐประหาร

นายปิยบุตรแสดงความคิดเห็นในห้องสนทนาในแอปพลิเคชั่นคลับเฮาส์หลังจากสภาโหวตคว่ำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 เมื่อวันที่ 17 มี.ค. ถึงเหตุผลที่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราต้องเน้นที่การ “ล้ม ส.ว.” และ “โละศาลรัฐธรรมนูญ” วุฒิสภาและศาลรัฐธรรมนูญเป็น 2 องค์กรใหญ่ที่เป็นอุปสรรคต่อการแก้รัฐธรรมนูญ

เขาเห็นว่าวุฒิสภาและศาลรัฐธรรมนูญพร้อมจะขัดขวางทุกวิถีทางไม่ให้เกิดการแก้รัฐธรรมนูญ จะอนุญาตให้แก้ในเฉพาะเรื่องที่ตัวเองได้ประโยชน์เท่านั้น

“ในเมื่อให้ทำใหม่ทั้งฉบับไม่ได้ ต่อไปเราก็รณรงค์แก้รายมาตรากัน” นายปิยบุตรกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ แก้รัฐธรรมนูญ: จากทั้งฉบับสู่รายมาตรา เปิดประเด็นแก้ไขของ "ไพบูลย์" และ "ปิยบุตร"
ข่าวที่เกี่ยวข้อง