ไฟป่าในอินเดียและเนปาลที่รุนแรงขึ้น ปล่อยคาร์บอนสู่ชั้นบรรยากาศมากจนน่ากังวล

14 เม.ย. 2564 - 23:04 น.

ไฟป่าในอินเดียและเนปาลที่รุนแรงขึ้น ปล่อยคาร์บอนสู่ชั้นบรรยากาศมากจนน่ากังวล – BBCไทย

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

เทือกเขาที่ถูกปกคลุมด้วยป่าเขียวชอุ่มเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้ทะเลสาบไนนิตาล ในรัฐอุตตราขัณฑ์ดูงดงามจับใจ

แต่หลายสัปดาห์มาแล้วที่ไฟป่าได้ลุกลามไปในเทือกเขาแห่งนี้ บดบังความงดงามของทะเลสาบชื่อดังไปหมด

“คุณได้กลิ่นควันไฟจากทะเลสาบฝั่งนี้ซึ่งผมอาศัยอยู่” เชคาร์ ปาธัค ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ของป่าในภูมิภาคนี้ “ไม่ใช่แค่ต้นสนที่ติดไฟง่ายเท่านั้น ป่าต้นโอ๊กก็กำลังไหม้ด้วย นั่นหมายความสถานการณ์ร้ายแรงพอสมควร”

ผู้อาศัยอยู่ในพื้นที่บอกกับบีบีซีว่าได้รับผลกระทบจากไฟป่าจนทุกวันนี้แทบไม่ได้นอน

ประวัติการณ์

Smoke billows from forest fires after helicopters dump water on them
Getty Images

นักวิทยาศาสตร์บอกว่า ไฟป่าในบางส่วนของทางตอนเหนือของอินเดียและเนปาลร้ายแรงที่สุดในรอบ 15 ปี โดยหน่วยบริการสังเกตการณ์ชั้นบรรยากาศโคเปอร์นิคัส (Copernicus Atmosphere Monitoring Service) ของสหภาพยุโรปบอกว่าไฟป่าในรัฐอุตตราขัณฑ์ปล่อยคาร์บอนถึง 0.2 เมกกะตัน ในช่วงเดือนที่ผ่านมา ซึ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ปี 2003

Forest fires in Ranikhet district of Uttarakhand state
Getty Images

เมื่อดูจากภาพถ่ายดาวเทียม ประเมินกันว่าเนปาลปล่อยคาร์บอนเกือบ 18 เมกะตันในช่วงเดียวกัน ซึ่งสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2016 ที่ประเทศปล่อยคาร์บอนถึง 27 เมกะตัน

มาร์ค แพร์ริงตัน นักวิทยาศาสตร์อาวุโสจากหน่วยบริการสังเกตการณ์ชั้นบรรยากาศโคเปอร์นิคัส บอกว่า ความรุนแรงที่ไฟป่ากำลังเผาไหม้ในภูมิภาคถือว่าน่ากังวลมาก

ตอนนี้มีรายงานผู้เสียชีวิตเกือบ 20 คนแล้วในอินเดียและเนปาลจากไฟป่าในครั้งนี้ และเชื่อกันว่าป่าหลายแสนเฮกเตอร์ถูกเผาทำลายไปแล้ว แต่ยังไม่มีตัวเลขจากทางการ

ณ เวลาหนึ่งเมื่อเดือนที่แล้วมีไฟไหม้ราว 500 จุดในเนปาล และอากาศเข้าขั้นเป็นพิษมาหลายวันแล้ว

ภาวะแล้ง

Residents of Baglung district in western Nepal battle forest fires
Getty Images

ปาธัค ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ของป่า บอกว่า ไม่มีฝนหรือหิมะตกมาหลายเดือนแล้ว ซึ่งทำให้เกิดไฟในป่าต้นโอ๊ก

สิ่งที่ทำให้หลายคนยิ่งกังวลคือไฟป่าบริเวณนี้มักร้ายแรงที่สุดในเดือน พ.ค. นั่นหมายความสถานการณ์อาจจะร้ายแรงกว่านี้อีก

นักวิทยาศาสตร์บอกว่าแม้ว่าไม่สามารถโทษการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศได้โดยตรงแต่มันก็เป็นปัจจัยทำให้ภูมิภาคนี้ยิ่งแห้งแล้ง ส่วนทางการของรัฐอุตตราขัณฑ์และเนปาลบอกว่าเกิดการจากเผาโคนพืชผลที่ถูกเก็บเกี่ยวไปแล้ว

อย่างไรก็ดี นักวิทยาศาสตร์บอกว่าปัญหาไม่ได้เกิดจากสภาพอากาศและการเผาโค่นพืชผลอย่างเดียว

National Disaster Response Force personnel dousing forest fires in Uttarakhand district
Getty Images
หน่วยจัดการภัยพิบัติแห่งชาติของอินเดียมีทรัพยาการทั้งเชิงเครื่องมือและบุคลากรในการจัดการกับไฟป่าน้อยกว่าที่จำเป็นต้องมีถึง 96%

หน่วยจัดการภัยพิบัติแห่งชาติของอินเดีย ไม่นับว่าไฟป่าเป็นภัยธรรมชาติเหมือนกับพายุไซโคลน น้ำท่วม หรือแผ่นดินไหว เพราะว่าไฟป่าส่วนใหญ่เกิดจากการกระทำของมนุษย์

ทรัพยากรไม่เพียงพอ

จากผลการศึกษาโดยคณะกรรมการด้านไฟป่า หน่วยจัดการภัยพิบัติแห่งชาติของอินเดียมีทรัพยาการทั้งเชิงเครื่องมือและบุคลากรในการจัดการกับไฟป่าน้อยกว่าที่จำเป็นต้องมีถึง 96% และตอนนี้ รัฐบาลก็ได้ให้งบประมาณหน่วยดับเพลิงตามรัฐต่าง ๆ ระหว่างปีนี้ถึงปี 2026 ถึง 670 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งมากกว่าที่เคยให้ถึง 5 เท่า

อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่บอกว่ามันแทบไม่เพียงพอเลยสำหรับการต่อสู้ในวิกฤตครั้งนี้

ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าชุมชนในพื้นที่ หรือที่อยู่บริเวณใกล้เคียง สามารถช่วยดับไฟได้ แต่ก็ไม่ได้เกิดอะไรเช่นนั้นขึ้น

ปาธัค บอกว่าเป็นเพราะไม่มีความเชื่อมั่นระหว่างชุมชนเหล่านี้กับหน่วยงานดูแลป่าของรัฐ

“ชุมชนพื้นเมืองหลายแห่งต้องการสิทธิต่าง ๆ รวมถึงการเข้าถึงทรัพยากรป่า ดังนั้นความตึงเครียดระหว่างพวกเขาและหน่วยงานดูแลป่าของรัฐก็ส่งผลต่อการต่อสู้กับไฟป่าด้วย”

ชุมชนที่อาศัยในป่าหลายแห่งในอินเดียออกมาประท้วงว่านโยบายด้านการอนุรักษ์ป่าส่งผลต่อสิทธิในการเข้าถึงพื้นที่และทรัพยากรป่า อย่างไรก็ดี ทางการยืนยันว่าพวกเขาก็ต้องปกป้องป่าตามกฎหมาย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ ไฟป่าในอินเดียและเนปาลที่รุนแรงขึ้น ปล่อยคาร์บอนสู่ชั้นบรรยากาศมากจนน่ากังวล
ข่าวที่เกี่ยวข้อง