หมอพร้อม: เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับวัคซีนโควิด-19 ที่ฉีดให้กลุ่มผู้สูงอายุ และ 7 กลุ่มเสี่ยง

2 พ.ค. 2564 - 19:50 น.

หมอพร้อม: เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับวัคซีนโควิด-19 ที่ฉีดให้กลุ่มผู้สูงอายุ และ 7 กลุ่มเสี่ยง – BBCไทย

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

การลงทะเบียนจองฉีดวัคซีนสำหรับผู้สูงอายุและผู้ป่วย 7 โรคเรื้อรัง ที่เริ่มต้นเมื่อวันที่ 1 พ.ค. มีผู้จองวัคซีนในแรกแล้วเกือบ 2 แสนราย ซึ่งสามารถนัดหมายรับการฉีดได้ในโรงพยาบาล 1,200 แห่ง มีเรื่องควรรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนสำหรับประชากร 2 กลุ่มนี้ ที่มีกลุ่มเป้าหมายจำนวน 16 ล้านคน บีบีซีไทยรวบรวมข้อมูลมาไว้ ณ ที่นี้

กลุ่มผู้มีอายุ 60 ปี และกลุ่มเสี่ยง 7 โรค มีจำนวนแค่ไหน

กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า กลุ่มเป้าหมาย 2 กลุ่มนี้ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับวัคซีนถัดจากกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ด่านหน้า ทหาร ตำรวจ มีทั้งหมด 16 ล้านคน ได้แก่

– ผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคเรื้อรังอายุน้อยกว่า 60 ปี ได้แก่ โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไตวายเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมอง โรคอ้วน โรคมะเร็ง และเบาหวาน รวม 4.3 ล้านคน

– ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป 11.7 ล้านคน

กลุ่มนี้จะได้รับวัคซีนยี่ห้ออะไร

จากการแถลงของกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า สองกลุ่มนี้จะได้รับวัคซีนยี่ห้อแอสตร้าเซนเนก้า ล็อตที่ผลิตในประเทศไทย โดยบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์

นพ. พงศธร พอกเพิ่มดี ที่ปรึกษาระดับกระทรวง นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ กระทรวงสาธารณสุข ระบุในการแถลงข่าวความคืบหน้าการลงทะเบียนรับวัคซีนผ่าน “หมอพร้อม” เมื่อวันที่ 1 พ.ค. ว่า วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้ามาฉีดในเดือน มิ.ย.-ก.ค. มีจำนวน 16 ล้านโดส สำหรับ 16 ล้านคน ซึ่งวัคซีนจะมาประมาณต้นเดือน มิ.ย.

นพ.จากกระทรวงสาธารณสุข ยืนยันว่า จะมีวัคซีนเพียงพออย่างแน่นอน ประชาชนไม่ต้องรีบลงทะเบียน พร้อมชี้ข้อมูลจากการสำรวจโพลของกระทรวงสาธารณสุขพบว่ามีผู้ที่ต้องการฉีดวัคซีนเพียง 60-70%

ข้อมูลจากรมควบคุมโรค ระบุว่า วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าที่มีการจัดหาแล้วครอบคลุมไปถึงเดือน ธ.ค. (ข้อมูล ณ 28 เม.ย.2564) แบ่งออกเป็น

  • มิ.ย. 6 ล้านโดส
  • ก.ค.- พ.ย. 10 ล้านโดส/เดือน
  • ธ.ค. 5 ล้านโดส

เกิดผลข้างเคียงอะไรบ้างในต่างประเทศ

สำนักงานการแพทย์ยุโรป (European Medicines Agency หรือ EMA) ประกาศว่ามีความเป็นไปได้ว่าวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าเชื่อมโยงกับการเกิดลิ่มเลือดอุดตัน แต่ความเสี่ยงของประชาชนที่ติดเชื้อโควิด-19 แล้วเสียชีวิตมีสูงกว่ามาก

ที่สหราชอาณาจักร หน่วยงานกำกับดูแลด้านยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ (MHRA) กำลังตรวจสอบกรณีพบผู้เกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันหลังจากเพิ่งได้รับการฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า จากการตรวจสอบพบว่าผู้ป่วย 79 คน (2 ใน 3 เป็นผู้หญิง) เกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันหลังจากได้รับการฉีดวัคซีนเข็มแรก ในจำนวนนี้ 19 คนเสียชีวิต

อย่างไรก็ตาม แม้มีสถานการณ์ของผลข้างเคียงที่เกิดขึ้น จนถึงสิ้นเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ประชาชนในสหราชอาณาจักรได้รับวัคซีนชนิดนี้แล้วไปกว่า 20 ล้านโดส

MHRA ระบุว่า ตามปกติจะมีประชากรราว 4 คนจากใน 1 ล้านคนที่จะมีภาวะลิ่มเลือดอุดตันเช่นนี้ และการที่เป็นอาการเจ็บป่วยที่พบได้ยากมากจึงทำให้การคาดคะเนอัตราการเกิดขึ้นตามปกติทำได้ยาก

นอกจากนี้ MHRA ยังระบุว่าจนถึงบัดนี้ยังไม่มีการพิสูจน์ยืนยันที่แน่ชัดว่าวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าเป็นสาเหตุโดยตรงที่ทำให้เกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตัน

ทั้งนี้ MHRA ไม่แนะนำให้จำกัดอายุผู้รับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า แต่ระบุว่ากลุ่มคนอายุต่ำกว่า 30 ปี ที่ไม่มีโรคประจำตัวควรได้รับการฉีดวัคซีนชนิดอื่นแทน เนื่องจากเพราะมีข้อมูลที่บ่งชี้ว่า พบกรณีลิ่มเลือดอุดตันในกลุ่มผู้ใหญ่ตอนต้นสูงกว่ากลุ่มอื่นเล็กน้อย

ปัจจุบัน เยอรมนี สเปน และอิตาลีได้ระงับการให้วัคซีนชนิดนี้แก่ผู้มีอายุต่ำกว่า 60 ปี ขณะที่ฝรั่งเศสแนะนำให้ฉีดแก่ผู้มีอายุ 55 ปีขึ้นไป ส่วนเดนมาร์กกลายเป็นชาติแรกในยุโรปที่ตัดสินใจยกเลิกการใช้วัคซีนชนิดนี้อย่างถาวร


อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า

อาการแบบไหนที่ต้องระวัง

MHRA ระบุว่าผู้ที่มีอาการดังต่อไปนี้ภายหลังจากได้รับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าไปแล้ว 4 วันหรือมากกว่านี้ จะต้องรีบขอรับคำแนะนำจากแพทย์ ได้แก่

ปวดศีรษะรุนแรงต่อเนื่อง ตาพร่ามัว เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก ขาบวม ปวดท้องอย่างต่อเนื่อง ผิวหนังมีรอยช้ำผิดปกติ มีจุดเลือดออกที่ผิวหนัง (ไม่รวมจุดที่ได้รับการฉีดวัคซีน)

ผลข้างเคียงในไทยกับกลุ่มที่ได้รับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าไปแล้ว

เมื่อต้นเดือน เม.ย. ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ อายุ 71 ปี มรณภาพภายในกุฏิเมื่อวันที่ 1 เม.ย. หลังได้รับการฉีดวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้าเมื่อวันที่ 31 มี.ค.

พระครูสิริปัญญาเมธีเป็นหนึ่งในพระสงฆ์หลายรูปที่เข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่วัดไตรมิตร เขตสัมพันธวงศ์เมื่อวันที่ 31 มี.ค. พระสงฆ์รูปอื่น ๆ ที่เข้ารับการฉีดวัคซีนในวันเดียวกันซึ่งมีทั้งหมด 412 รูป พบว่ามีอาการแพ้วัคซีน 2 รูป (รับวัคซีนซิโนแวค 1 รูป และแอสตร้าเซนเนก้า 1 รูป) โดยมีอาการผื่นขึ้นในช่วง 30 นาทีของการสังเกตอาการ นอกนั้นพบเพียงอาการไม่พึงประสงค์ เช่น อ่อนเพลีย มีไข้

มีข้อสงสัยว่า เหตุใดผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ จึงมรณภาพหลังการฉีดวัคซีน จากการชี้แจงของ นพ.ชำนิ จิตตรีประเสริฐ ผอ.โรงพยาบาลสงฆ์ เมื่อวันที่ 2 เม.ย. ระบุว่าผลการชันสูตรศพจาก รพ.ตำรวจอย่างไม่เป็นทางการ ไม่พบลิ่มเลือดที่อาจจะทำให้มรณภาพ แต่พบอาการเส้นเลือดหัวใจตีบ

“เรื่องลิ่มเลือดที่เรากลัวไม่มี ทุกจุด ไม่ว่าจะเป็นสมองหรือหัวใจ แต่ทราบว่าพบเส้นเลือดหัวใจตีบ ซึ่งอาจจะมีผลต่อการเสียชีวิตของท่าน แต่ต้องให้แพทย์ผู้ชันสูตรเป็นผู้ลงความเห็น (สาเหตุการมรณภาพ)” นพ.ชำนิกล่าว

ส่วนการพบผู้มีอาการไม่พึงประสงค์แบบเป็นกลุ่มก้อนหลังจากฉีดวัคซีนที่ปรากฏข่าวที่โรงพยาบาลระยอง 6 คน และกลุ่มบุคลากร แพทย์ พยาบาลที่โรงพยาบาลลำปางกว่า 40 คน เป็นการรับการฉีดวัคซีนยี่ห้อซิโนแวคของจีน

สำหรับผลการสอบสวนที่ถูกชี้แจงจากกระทรวงสาธารณสุขกรณีที่โรงพยาบาลระยอง ระบุว่าอาการคล้ายโรคอัมพฤกษ์หลังฉีดวัคซีนโคโรนาแวคของบริษัทซิโนแวคของเจ้าหน้าที่และบุคลากรโรงพยาบาล เป็นอาการคล้ายโรคหลอดเลือดสมอง หรือสโตรก แต่ละรายมีอาการ ตั้งแต่ ปวดตึงต้นแขน ปวดศีรษะท้ายทอย เจ็บหน้าอก ใจสั่น อ่อนแรง ขาไม่มีแรง พูดไม่ชัด ชาครึ่งซีก ไปจนถึงอาการสมองสั่งการช้า

วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าที่จะฉีด คืบหน้าไปถึงไหน

เมื่อวันที่ 27 เม.ย. กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า ตัวอย่างวัคซีนโควิด-19 จำนวน 5 รุ่น ที่ผลิตโดย บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ ได้มาตรฐานทั้งการทดสอบความเป็นเอกลักษณ์ ความแรง ความปลอดภัย และการตรวจทางเคมี-ฟิสิกส์ หลังจากทางสยามไบโอไซเอนซ์ ได้ดำเนินการทดลองผลิตเสมือนจริง เพื่อทดสอบความสม่ำเสมอในการผลิต จำนวน 5 รุ่นการผลิต โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ระบุด้วยว่า ผลการตรวจวิเคราะห์คุณภาพของวัคซีนดังกล่าวจะเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณารับรองรุ่นการผลิตวัคซีนโควิด-19 แอสตร้าเซนเนก้า ที่ผลิตโดยสยามไบโอไซเอนซ์ต่อไป

ฉีดวัคซีนแล้ว ยังติดเชื้อได้ แต่ความรุนแรงจะลดลง

ที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุขและนายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ได้เน้นย้ำมาโดยตลอดคือ “การเกิดภูมิคุ้มกันไม่เท่ากับการเกิดโรค” แม้ฉีดวัคซีนแล้ว ก็ยังสามารถเป็นผู้ป่วยได้

ศ.นพ. ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความเห็นว่า “ไม่ใช่เรื่องแปลก” หากผู้รับวัคซีนจะกลายเป็นผู้ป่วยโควิด-19 เพราะขนาดคนเป็นโรคแล้วก็ยังเป็นซ้ำได้ แต่มีโอกาสน้อยกว่า 84% หมายความว่า 16% เป็นซ้ำได้อีก

ศ.นพ. ยงย้ำว่า วัคซีนไม่ได้ป้องกันโรค 100% แต่จุดมุ่งหมายคือการลดระดับความรุนแรงของโรค และลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยในโรงพยาบาล จากการที่เชื้อลงปอด

นพ. พงศธร พอกเพิ่มดี ที่ปรึกษาระดับกระทรวง นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ กระทรวงสาธารณสุข ยังได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับวัคซีนเมื่อวันที่ 1 พ.ค. ด้วยว่า หลังจากรับการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มประมาณ 2-3 สัปดาห์ ร่างกายจะได้รับการกระตุ้นให้สร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมา

“ย้ำว่าการฉีดวัคซีนช่วยให้ตัวเราแข็งแรง มีภูมิต้านทานขึ้น หากติดเชื้อ ไม่ต้องนอนไอซียู ไม่ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ… ” นพ. พงศธรกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ หมอพร้อม: เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับวัคซีนโควิด-19 ที่ฉีดให้กลุ่มผู้สูงอายุ และ 7 กลุ่มเสี่ยง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง