เกาหลีเหนือ : จากผู้หิวโหยและถูกจองจำในเกาหลีเหนือ สู่เส้นทางการเมืองในอังกฤษ

4 พ.ค. 2564 - 18:07 น.

เกาหลีเหนือ : จากผู้หิวโหยและถูกจองจำในเกาหลีเหนือ สู่เส้นทางการเมืองในอังกฤษ – BBCไทย

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

จากที่เคยหิวโหย ไร้บ้าน และต้องถูกคุมขัง วันนี้ชาวเกาหลีเหนือสองคน ทิโมธี โช และจีฮยอน พัค ได้รับเลือกให้เป็นผู้สมัครลงเลือกตั้งท้องถิ่นในสหราชอาณาจักรที่จะจัดขึ้นเดือนนี้ เชื่อกันว่าทั้งสองเป็นผู้แปรพักตร์เกาหลีเหนือคนแรก ๆ ในประวัติศาสตร์ที่ลงสมัครรับเลือกตั้งในประเทศประชาธิปไตยอื่นที่ไม่ใช่เกาหลีใต้

หนีหรือตาย

ในปี 1998 ขณะที่คนในเกาหลีเหนือกำลังเผชิญภาวะขาดแคลนอาหารไปทั่วประเทศ จีฮยอน พัค พร้อมน้องชายยืนอยู่ตรงพรมแดนด้านที่ติดกับจีน และพบว่าตัวเองไม่มีทางเลือกอื่น พ่อของเธอป่วยหนัก ส่วนลุงเสียชีวิตเพราะความหิวโหย เธอต้องหนีหากไม่อยากตายอยู่ที่นี่

ในตอนนั้น คาดกันว่าอาจมีชาวเกาหลีเหนือที่เสียชีวิตเพราะความหิวโหยถึง 3 ล้านคน หลังจากสหภาพโซเวียตล่มสลายและไม่สามารถให้ความช่วยเหลือพวกเขาได้อีกต่อไป

Jihyun Park stands in front of a house with a union flag flying in the background
Getty Images
จากที่เคยเป็นครูในเกาหลีเหนือ พัคเริ่มทำงานในร้านอาหารในเมืองแมนเชสเตอร์ และเรียนภาษาอังกฤษที่ศูนย์การเรียนสำหรับผู้ใหญ่ ก่อนจะมาเริ่มทำงานการเมืองในที่สุด

แต่หลังข้ามพรมแดนเข้าจีนสำเร็จ เคราะห์ร้ายเธอก็ยังไม่จบสิ้นเพราะโดนผู้ลักลอบผู้อพยพนำเธอไปขายและบังคับให้แต่งงานกับชาวไร่ชาวจีนคนหนึ่ง

ทาสผู้ถูกกักขัง

พัคมีสภาพไม่ต่างจากทาสในบ้านหลังใหม่ และมีลูกชายคนหนึ่งกับสามีขี้เหล้า ด้วยความที่กลัวจะถูกจับเพราะอยู่อย่างผิดกฎหมายในจีน พัคและลูกชายต้องอยู่อย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ เพราะกลัวถูกส่งตัวกลับไปเกาหลีเหนือ

อย่างไรก็ดี หลังจากใช้ชีวิตอย่างลำเค็ญอยู่ 5 ปี เธอก็ถูกทางการจีนจับและส่งตัวกลับเกาหลีเหนือจนได้ และต้องพรากจากลูกชายตั้งแต่นั้น

จีนถือว่าผู้แปรพักตร์จากเกาหลีเหนือเป็นผู้อพยพอย่างผิดกฎหมาย และจะส่งตัวพวกเขากลับบ้าน แม้จะร่วมลงนามในอนุสัญญาปี ค.ศ.1951 ว่าด้วยสถานภาพผู้ลี้ภัย ซึ่งห้ามไม่ให้ส่งตัวผู้ลี้ภัยกลับประเทศหากเสี่ยงจะถูกประหัตประหารและทรมาน

Jihyun Park posts flyers through a letter box with a colleague
BBC
“ฉันคิดว่าจุดแข็งของฉันเป็นเรื่องอิสรภาพ คนมักพูดถึงเรื่องอิสรภาพ แต่ฉันคิดว่าน้อยคนที่รู้ว่าอิสรภาพที่แท้จริงหมายถึงอะไร”

“ฉันต้องพรากจากครอบครัวทั้งในเกาหลีเหนือและในจีน และฉันรู้ว่ามันเจ็บปวดแค่ไหน” พัคบอกกับบีบีซี

หลังถูกส่งกลับเกาหลีเหนือในปี 2004 พัคถูกคุมขังในค่ายกักกัน โดนทำร้ายและทรมาน สภาพในนั้นเลวร้ายจนร่างกายเธอทรุดจนเกือบตายถึงได้ถูกปล่อยตัวออกมา

เธอค่อย ๆ ฟื้นฟูร่างกายจนดีขึ้นด้วยความช่วยเหลือจากคนแปลกหน้าคนหนึ่ง และตัดสินใจเสี่ยงชีวิตข้ามไปจีนอีกครั้งเพราะหวังจะได้พบหน้าลูกชายอีกครั้ง และเธอก็ได้พบลูกในที่สุด เขาถูกครอบครัวทอดทิ้งเอาไว้เพียงลำพัง

บ้านหลังใหม่

Jihyun Park in a train station in central London
BBC/Jihyun Park

เธอได้พบกับสามีคนปัจจุบันขณะพยายามเดินทางไปมองโกเลียกับเพื่อนผู้แปรพักตร์แต่ล้มเหลว หลังหิวโหยอยู่หลายวันกลางทะเลทราย บาทหลวงชาวเกาหลีใต้ก็พาพวกเขาไปขอความช่วยเหลือจากสหประชาชาติ


ในที่สุด ครอบครัวเธอก็ได้รับสถานะผู้ลี้ภัย ย้ายมาตั้งรกรากในอังกฤษ แต่ก็ต้องปรับตัวและเผชิญอุปสรรคหลายอย่าง รวมทั้งเรื่องภาษา

จากที่เคยเป็นครูในเกาหลีเหนือ พัคเริ่มทำงานในร้านอาหารในเมืองแมนเชสเตอร์ และเรียนภาษาอังกฤษที่ศูนย์การเรียนสำหรับผู้ใหญ่ จากนั้นเป็นต้นมา เธอก็กลายมาเป็นนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษชนชาวเกาหลีเหนือ และคอยช่วยเหลือผู้แปรพักตร์คนอื่น ๆ ตั้งรกรากใหม่ในสหราชอาณาจักร

หลายคนตั้งถามเมื่อเธอเข้าร่วมพรรคคอนเซอร์เวทีฟเมื่อปี 2016 แต่เธอบอกว่าเธอเชื่อในเรื่องอิสรภาพเหนือสิ่งอื่นใด และเชื่อว่าอิสรภาพและชีวิตครอบครัวเป็นค่านิยมหลักของพรรคนี้ และในการเลือกตั้งท้องถิ่นเดือนนี้ พรรคก็เลือกให้เธอเป็นตัวแทนลงแข่งขัน

“ในฐานะตัวแทนผู้สมัคร ฉันคิดว่าจุดแข็งของฉันเป็นเรื่องอิสรภาพ คนมักพูดถึงเรื่องอิสรภาพ แต่ฉันคิดว่าน้อยคนที่รู้ว่าอิสรภาพที่แท้จริงหมายถึงอะไร ฉันเคยอยู่มาแล้วทั้งในเกาหลีเหนือและจีน และฉันรู้ว่าอิสรภาพที่แท้จริงหมายถึงอะไร อิสรภาพคือการรู้ว่าตัวฉันเป็นใคร และมันเป็นค่านิยมที่ฉันหวงแหนมากที่สุด”

เด็กขอทาน

ทิโมธี โช เคยเป็นเด็กไร้บ้านอาศัยอยู่ตามท้องถนนในเกาหลีเหนือ ตอนที่ประเทศเผชิญกับภาวะขาดแคลนอาหารครั้งใหญ่ที่สุดเมื่อช่วงทศวรรษ 1990 เด็กกำพร้าผู้นี้ต้องคอยขออาหารและที่พักอาศัยไปเรื่อยจนกระทั่งแปรพักตร์ไปจีนในปี 2004

“ผมถูกพรากจากพ่อแม่ตอนเป็นเด็ก พวกเขาเป็นครูทั้งคู่ พ่อสอนประวัติศาสตร์ แต่เขารู้สึกอับอายที่ต้องสอนประวัติศาสตร์แบบจอมปลอม จนเกิดเป็นเรื่องต้องเดือดร้อน ในที่สุดพวกเขาก็หนีออกจากประเทศ และทิ้งผมให้อยู่คนเดียว”

หลังจากร่อนเร่ตามท้องถนนอยู่หลายปี เขาตัดสินใจไปขออาศัยอยู่กับย่าและช่วยทำไร่ แต่สถานการณ์ก็ไม่ได้ดีขึ้น เขารู้ว่าตัวเองจะถูกมองเป็นคนทรยศไปตลอดเนื่องจากพ่อแม่แปรพักตร์หนีออกจากประเทศไป

ในที่สุด โชเองก็ตัดสินใจหนีออกจากเกาหลีเหนือเหมือนกัน แต่เขาถูกตำรวจจับกุมตัว ขณะพยายามข้ามพรมแดนมองโกเลีย และถูกส่งกลับไปคุมขังที่เกาหลีเหนือ ซึ่งประสบการณ์ในตอนนั้นกลายมาเป็นบาดแผลทางจิตใจเขาเรื่อยมา

“สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือเสียงกรีดร้องของคนข้าง ๆ การถูกทุบตีจนตายน่ากลัวกว่าการตายเพราะหิวโหย ความบอบช้ำทางจิตใจนี้อยู่กับผมมายาวนาน แม้กระทั่งหลังจากย้ายมาสหราชอาณาจักรมานานแล้ว ผมมักจะตื่นขึ้นกลางดึกแล้วสงสัยว่าตัวเองอยู่ที่ไหน”

เขารอดชีวิตมาจากเรือนจำได้ แล้วก็เดินทางไปจีนอีก และก็ถูกจับอีกครั้ง แต่โชคดีที่ตอนนั้นมีสื่อต่างชาติรายงานเรื่องผู้แปรพักตร์เกาหลีเหนือที่กำลังถูกบังคับให้กลับประเทศ และเขาก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย และในที่สุดจีนก็อ่อนข้อ ตัดสินใจไม่ส่งชาวเกาหลีเหนือกลุ่มนี้กลับ

งานการเมือง

ในปี 2008 โชได้รับสถานะผู้ลี้ภัยในสหราชอาณาจักรและเริ่มต้นชีวิตใหม่ เขาก็เหมือนกับพัคที่ต้องใช้เวลาอยู่พอสมควรกว่าจะปรับตัวเข้ากับชีวิตใหม่ได้ ในเวลาต่อมา เขาเข้าร่วมกลุ่มอาสาสมัครช่วยเหลือคนไร้บ้าน

“นี่เป็นวิธีที่ผมเรียนภาษาอังกฤษเป็นครั้งแรก อาศัยอยู่กับคนไร้บ้านที่ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับที่ผมเคยเจอมา”

Timothy Cho takes a selfie wearing a Conservative Party rosette
BBC/Timothy Cho
โชย้ายมาสหราชอาณาจักรในปี 2008 และเริ่มทำงานการเมืองในปี 2018

จากนั้นเขาก็เริ่มเรียนด้านรัฐศาสตร์ และได้ปริญญาโทด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและความมั่นคงที่มหาวิทยาลัยลิเวอร์พูล หลังเรียนจบ เขาไปเป็นผู้ช่วยสมาชิกผู้แทนราษฎรสหราชอาณาจักรในปี 2018 และตอนนี้เขาเป็นพนักงานด้านข้อมูลให้กับกลุ่ม ส.ส. จากทุกพรรคในสหราชอาณาจักรที่รวมตัวทำงานด้านประเด็นในเกาหลีเหนือ (All-Party Parliamentary Group on North Korea)

“ตอนเรียนด้านการเมืองและโครงสร้างสังคม ผมได้เห็นถึงความเจ็บปวดบนคาบสมุทรเกาหลี ผมเข้าใจปัจจัยทางการเมืองและอุดมการณ์ ว่าทำไมมันแบ่งแยกสองประเทศออกจากกัน ทำไมเกาหลีใต้กลายมาเป็นประเทศประชาธิปไตยและทำไมเกาหลีเหนือเป็นประเทศคอมมิวนิสต์”

การได้มาทำงานการเมือง โชประทับใจการไปเคาะประตูหาเสียงตามบ้านของนักการเมือง และเขาเองก็เริ่มทำอย่างนั้นเช่นกันหลังพรรคคอนเซอร์เวทีฟเลือกให้เขาเป็นผู้สมัครสมาชิกสภาท้องถิ่นในเมืองทางตอนเหนือของอังกฤษ

ไม่ว่าผลการเลือกตั้งจะออกมาเป็นอย่างไร โชตั้งใจจะช่วยเหลือเพื่อนชาวเกาหลีเหนือต่อไปเท่าที่จะทำได้ เขาเชื่อว่าการช่วยนำสันติภาพมาสู่คาบสมุทรเกาหลีเป็นหน้าที่ของเขา และการเรียนรู้ด้านการเมืองเป็นทางหนึ่งที่จะพัฒนาความสามารถที่จะทำสิ่งนั้นให้สำเร็จได้

“ผมโตมาโดยไม่มีครอบครัว ดังนั้นผมโตมาโดยไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร ผมคิดว่าชุมชนที่ดีเริ่มต้นด้วยการมีครอบครัวที่ดี และชุมชนที่ดีก็จะทำให้ประเทศเข็มแข็งได้”

เกาะติดข่าวสำคัญ

กดติดตาม "ข่าวสด"

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ เกาหลีเหนือ : จากผู้หิวโหยและถูกจองจำในเกาหลีเหนือ สู่เส้นทางการเมืองในอังกฤษ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง