สื่อเดนมาร์กรายงาน หน่วยข่าวกรองของรัฐช่วยสหรัฐฯ สอดแนมนักการเมืองในยุโรป

31 พ.ค. 2564 - 22:03 น.

สื่อเดนมาร์กรายงานว่า หน่วยข่าวกรองเดนมาร์กช่วยสหรัฐอเมริกาสอดแนมนักการเมืองในยุโรปหลายคน รวมถึงนายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิล ของเยอรมนี ระหว่างปี 2012-2014

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

รายงานของสถานีวิทยุ Danmarks ระบุว่าหน่วยข่าวกรองของเดนมาร์ก ร่วมมือกับสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ (US National Security Agency–NSA) ในการเก็บรวบรวมข้อมูล โดยมีการเก็บข้อมูลจากเจ้าหน้าหลายคนทั้งจากเยอรมนี ฝรั่งเศส สวีเดนและนอร์เวย์

ข้อกล่าวหาคล้ายกันนี้เคยเกิดขึ้นมาครั้งหนึ่งแล้วในปี 2013 เมื่อนายเอ็ดเวิร์ด สโนว์เดนออกมาเปิดโปงสหรัฐฯ ซึ่งกล่าวหา NSA ว่าดักฟังโทรศัพท์ของนางแมร์เคิล

เมื่อมีการกล่าวหาเหล่านั้นเกิดขึ้น ทำเนียบขาวไม่ได้ออกมาปฏิเสธอย่างตรงไปตรงมา แต่ระบุว่าโทรศัพท์ของนางแมร์เคิลไม่ได้กำลังถูกดักฟังอยู่ในขณะนั้น และจะไม่เกิดเรื่องเช่นนั้นขึ้นในอนาคต

ทั้งนี้ เยอรมนีเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดกับสหรัฐฯ

นายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิล ของเยอรมนี ใช้โทรศัพท์ก่อนเข้าร่วมประชุมสุดยอดสหภาพยุโรปในกรุงบรัสเซลส์ เมื่อ 9 ธ.ค. 2011

REUTERS คำบรรยายภาพ, มีการกล่าวหาว่า นางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ตกเป็นเป้าหมายของหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ

Reuters
มีการกล่าวหาว่า นางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ตกเป็นเป้าหมายของหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ

ล่าสุด สำนักข่าวหลายแห่งในยุโรปรายงานว่า NSA ได้เข้าถึงข้อความและบทสนทนาทางโทรศัพท์ของบุคคลสำคัญจำนวนหนึ่งด้วยการติดตั้งอุปกรณ์ไว้ที่สายอินเทอร์เน็ตของเดนมาร์ก โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยข่าวกรองเดนมาร์ก

สถานีวิทยุ Danmarks ระบุว่า การกระทำตามที่มีการกล่าวหาในรายงานดังกล่าวมีชื่อรหัสว่า “ปฏิบัติการดันแฮมเมอร์” (Operation Dunhammer) ทำให้ NSA ได้ข้อมูลมาได้โดยการใช้หมายเลขโทรศัพท์ของนักการเมืองเป็นตัวช่วยในการค้นหา

รายงานนี้ออกมาหลังจากที่ทางสถานีวิทยุดังกล่าวได้ตรวจสอบการให้สัมภาษณ์ของแหล่งข่าว 9 คน ซึ่งระบุว่า ทุกคนต่างเข้าถึงข้อมูลความลับของหน่วยข่าวกรองเดนมาร์กได้

นอกจากนางแมร์เคิลแล้ว มีรายงานว่านายแฟรงก์-แวลเตอร์ ชไตน์ไมเออร์ รัฐมนตรีต่างประเทศของเยอรมนีในขณะนั้น และนายแพร์ ชไตน์เบริก ผู้นำฝ่ายค้านในสมัยนั้น ต่างก็ตกเป็นเป้าหมายของการสอดแนมด้วยเช่นกัน

ทรีนเนอ แบรมเซน รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมของเดนมาร์ก ซึ่งมีรายงานว่าได้รับแจ้งเรื่องการสอดแนมดังกล่าวก่อนหน้านี้ กล่าวกับสถานีวิทยุ Danmarks ว่า “การดักฟังอย่างเป็นระบบของพันธมิตรใกล้ชิดเป็นเรื่องที่ไม่อาจยอมรับได้”

ขณะที่หน่วยข่าวกรองเดนมาร์กและ NSA ยังไม่ได้แสดงความเห็นต่อรายงานล่าสุด

หลังจากมีรายงานข่าวนี้ออกมาเมื่อวันอาทิตย์ (30 พ.ค.) นายสโนว์เดนกล่าวหาประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ ว่า “มีส่วนร่วมในเรื่องอื้อฉาวนี้ตั้งแต่แรก” โดยในช่วงที่มีรายงานว่าเกิดการสอดแนมขึ้นนั้น นายไบเดนดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ

นายสโนว์เดนทวีตข้อความว่า “ควรจะมีการขอให้เปิดเผยต่อสาธารณะอย่างเต็มที่ ไม่ใช่จากทางเดนมาร์กเท่านั้น แต่รวมถึงผู้ร่วมมือระดับสูงของพวกเขาด้วย”

 

ในปี 2013 นายสโนว์เดน ซึ่งเป็นอดีตลูกจ้างของสำนักงานข่าวกรองกลางสหรัฐฯ (US Central Intelligence Agency–CIA) ได้นำรายละเอียดเกี่ยวกับการสอดแนมทางโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตขนาดใหญ่ของหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ มาเปิดเผยแก่สื่อ

สหรัฐฯ ตั้งข้อหาเขาว่าขโมยทรัพย์สินของทางการ สื่อสารข้อมูลกลาโหมแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต และจงใจสื่อสารข่าวกรองที่เป็นความลับ

ต่อมานายสโนว์เดน ได้ขอลี้ภัยในรัสเซีย

ก่อนที่เขาจะนำหลักฐานมาเปิดเผย เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองระดับสูงของสหรัฐฯ ได้ยืนกรานต่อสาธารณชนว่า NSA ไม่เคยล่วงรู้ว่ามีการเก็บข้อมูลจากบันทึกโทรศัพท์ส่วนตัว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












seagame

ภาพที่



อัลบั้มภาพ สื่อเดนมาร์กรายงาน หน่วยข่าวกรองของรัฐช่วยสหรัฐฯ สอดแนมนักการเมืองในยุโรป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง