โควิด-19 : เมื่อประเทศที่เคยคุมโควิดได้ดีอย่าง ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ กำลังตกที่นั่งลำบาก

19 มิ.ย. 2564 - 09:57 น.

ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ เวียดนาม ญี่ปุ่น ฮ่องกง เกาหลีใต้ และไต้หวัน เคย ได้รับคำชมเรื่องการรับมือการแพร่ระบาดของโควิด-19

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

ประเทศและดินแดนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเหล่านี้ ได้รับการจัดอันดับว่าทำได้ดีเยี่ยมเป็นอันดับต้น ๆ

พวกเขาจัดการโควิดได้อยู่หมัดในปี 2020 จากมาตรการที่แข็งขันอย่างการล็อกดาวน์และติดตามผู้เสี่ยงติดเชื้อ ซึ่งในเวลาต่อมาประเทศอื่นได้นำไปใช้ตาม

Residents of a public housing estate queue up for mandatory coronavirus swab tests in Singapore May 21, 2021
Reuters
ราว 42% ของประชากรสิงคโปร์ได้รับวัคซีนโดสแรกไปแล้ว อย่างไรก็ดี สิงคโปร์มีประชากรเพียง 5 ล้านกว่าคน นั่นหมายความว่าวัคซีนที่ได้มาก็ยังน้อยอยู่

อย่างไรก็ดี เมื่อเข้าปีที่ 2 ของการระบาดใหญ่ พวกเขาต้องประสบกับความท้าทายใหม่ สายพันธุ์โควิดที่กลายพันธุ์เล็ดลอดผ่านระบบคัดกรองอันเข้มแข็งได้สำเร็จ ทำให้บางประเทศเผชิญกับการระบาดระลอกใหญ่ที่สุดที่เคยเจอ

อย่างไรก็ดี ที่อื่นในโลกที่เคยแย่กำลังมุ่งหน้าฉีดวัคซีนให้ประชาชนและทุกอย่างกำลังกลับสู่สภาวะปกติอีกครั้ง นั่นหมายความว่าประเทศที่เคยเป็นตัวอย่างที่ดีกลับเริ่มโดนวิจารณ์บ้างว่าไม่มีแผนคลายล็อกดาวน์ที่ดีเพราะเคยยึดหลักแค่ทำให้ประเทศมีผู้ติดเชื้อเป็นศูนย์ แต่พวกเขาก็ไม่สามารถปิดกั้นตัวเองจากโลกภายนอกได้ตลอดไป

ความสำเร็จช่วงแรก

ประเทศเหล่านี้จัดการกับโควิดได้ดีมากในตอนแรก โดยจะเห็นได้ว่าอัตราผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตต่ำมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ

การปิดพรมแดนเป็นวิธีแรก ๆ ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดซึ่งทั้งออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, สิงคโปร์, เวียดนาม, ญี่ปุ่น, ฮ่องกง, เกาหลีใต้ และไต้หวัน ล้วนประกาศใช้เมื่อเชื้อระบาดมาถึง และยิ่งทำได้ง่ายขึ้นเมื่อบางดินแดนเป็นเกาะอยู่แล้ว

ทำไมประเทศเอเชียที่เคยคุมโควิดได้ดียังกลับไปสู่ความปกติไม่ได้
BBC

นโยบายเรื่องพรมแดนที่เข้มงวดประกอบไปด้วยการปิดรับคนเกือบทั้งหมด หรือไม่ก็บังคับให้ผู้เดินทางมาต้องกักตัวอยู่ในโรงแรมเป็นเวลานานเพื่อให้แน่ใจว่าเชื้อจะไม่แพร่ระบาดต่อไปยังประชากรในประเทศ

ออสเตรเลียมีนโยบายเรื่องนี้เข้มงวดที่สุด ตอนที่อินเดียเผชิญการระบาดระลอกสอง พวกเขาถึงขั้นห้ามไม่ให้ประชาชนประเทศตัวเองกลับเข้าประเทศ และเมื่อเชื้อได้แพร่ออกไปถึงประชาชนจนได้ ก็มีกระบวนการติดตามผู้เสี่ยงติดเชื้อที่แข็งขันถี่ถ้วนเพื่อหยุดไม่ให้เชื้อแพร่ระบาดไปมากกว่าเดิม

สิงคโปร์เป็นตัวอย่างที่ดีอีกประเทศหนึ่งที่สามารถจัดการเมื่อพบคลัสเตอร์การระบาดใหม่ ส่วนออสเตรเลียเคยสั่งล็อกดาวน์ทั้งรัฐแม้จะเจอผู้ติดเชื้อแค่คนเดียว กรณีแบบนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วถึง 8 ครั้งใน 6 เมือง

บางคนอาจมองว่านโยบายแบบนี้สุดโต่งไป แต่มันก็ได้ผล และสร้างเกราะป้องกันให้ประชากรในที่นั้น ๆ ได้ และนี่ทำให้ประเทศเหล่านี้กลับไปสู่สถานการณ์เกือบปกติ

นิวซีแลนด์เป็นประเทศแรกที่ปลอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 หลังจากเข้าสู่การล็อกดาวน์เป็นชาติแล้ว และในเดือน มิ.ย. พวกเขาก็ยกเลิกกฎการรักษาระยะห่างทางสังคมเกือบทั้งหมด และในช่วงเดียวกัน ประเทศและดินแดนในกลุ่มนี้ก็มีผู้ติดเชื้อน้อยลงเช่นกัน ทำให้พวกเขาเริ่มคลายมาตรการล็อกดาวน์ได้

การระบาดระลอกใหม่ในปี 2021

อย่างไรก็ดี โควิดสายพันธุ์ใหม่ที่แพร่ระบาดได้ง่ายกว่าเดิม ประกอบกับการคลายกฎล็อกดาวน์ตั้งแต่เดือน พ.ค. ก็ทำให้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มในหลายที่ โดยที่น่ากังวลเป็นที่ไต้หวันและเวียดนาม ซึ่งเพิ่งจะมาเผชิญวิกฤตครั้งแรก

ทำไมประเทศเอเชียที่เคยคุมโควิดได้ดียังกลับไปสู่ความปกติไม่ได้
BBC

ในไต้หวัน เกิดคลัสเตอร์การระบาดหลังจากผ่อนคลายกฎในการกักตัวเล็กน้อยสำหรับนักบิน ส่วนที่เวียดนามเกิดจากโควิดสายพันธุ์ใหม่ที่แพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว และการที่ชุมชนต่าง ๆ มักไปพบปะรวมตัวกันก็ทำให้ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่

เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เกาหลีใต้และญี่ปุ่นพบผู้ติดเชื้อมากที่สุดที่เคยเจอ น่ากังวลอย่างยิ่งสำหรับญี่ปุ่นซึ่งกำลังจะเป็นเจ้าภาพการ​แข่งขันกีฬาโอลิมปิก

BBC
BBC

อย่างไรก็ดี อัตราการติดเชื้อในเกาหลีใต้และญี่ปุ่นก็ลดลงครึ่งหนึ่งตั้งแต่ช่วงที่วิกฤตสุด ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า สำหรับเกาหลีใต้ที่ไม่เคยต้องล็อกดาวน์อย่างเต็มรูปแบบ ระบบติดตามผู้ติดเชื้อที่แข็งขันและการร่วมมือร่วมใจกันของประชาชนมีส่วนอย่างมากในการช่วยให้ผู้ติดเชื้อลดน้อยลงได้

อุปสรรคเรื่องวัคซีน

แต่แม้ว่าประเทศเหล่านี้สกัดกั้นไวรัสร้ายได้ดีแค่ไหน พวกเขากลับไม่ได้ประสบความสำเร็จเท่าไรในการจัดซื้อจัดหาวัคซีน

บ่อยครั้งที่มักเป็นประเทศที่เผชิญกับวิกฤตหนักที่เร่งซื้อและฉีดวัคซีนให้ประชาชนก่อน ขณะที่ประเทศที่มีอัตราผู้ติดเชื้อต่ำกลับไม่กระตือรือร้นรีบจัดซื้อวัคซีนให้เพียงพอสำหรับประชาชน

AstraZeneca vaccine
Getty Images

สหรัฐฯ และยุโรป ได้ให้วัคซีนประมาณครึ่ง หรือมากกว่าครึ่งของประชากรตนเองแล้ว และประเทศในอเมริกาใต้หลายประเทศก็ฉีควัคซีนหลายล้านโดสให้ประชาชนแล้ว ประเทศเหล่านี้ค่อยฉีดวัคซีนให้คนมากพอจนสามารถเปิดประเทศได้แม้ว่าจะยังมีไวรัสแพร่ระบาดอยู่ก็ตาม

แต่นี่ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศเอเชียแปซิฟิกที่เคยเป็นตัวอย่างที่ดี

ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์ และไต้หวัน ยังฉีดวัคซีนให้ประชาชนไม่ได้ถึง 25% ทั้ง ๆ ที่มีฐานะร่ำรวยและควรจะหาวัคซีนได้มากเทียบเท่ากับสหรัฐฯ และยุโรป

นอกจากนี้ยังมีความรู้สึกสงสัยลังเลเรื่องวัคซีนด้วย อาทิ ในฮ่องกง หรือไต้หวัน ซึ่งประชาชนไม่เชื่อใจเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขและไม่เชื่อมั่นในความปลอดภัยของวัคซีน ซึ่งนี่ทำให้โครงการให้วัคซีนกับประชาชนยังล่าช้า

อย่างไรก็ดี ข้อยกเว้นคือสิงคโปร์ ซึ่งขณะนี้ราว 42% ของประชากรได้รับวัคซีนโดสแรกไปแล้ว อย่างไรก็ดี สิงคโปร์มีประชากรเพียง 5 ล้านกว่าคน นั่นหมายความว่าวัคซีนที่ได้มาก็ยังน้อยอยู่ จะเห็นภาพมากขึ้นเมื่อเทียบกับอินเดียที่ให้วัคซีนประชาชนไปแล้ว 250 ล้านโดส

ยุทธศาสตร์เพื่อกลับสู่ภาวะปกติ

ด้วยความที่โควิด-19 มีแนวโน้มจะกลายเป็นโรคประจำถิ่น ทางเดียวที่จะพาประเทศกลับสู่ภาวะปกติคือการให้วัคซีน

แต่หากยังไม่เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ ดูเหมือนประเทศเอเชียที่เคยรับมือได้ดีจะไม่ยอมละมาตรการที่มีประสิทธิภาพของพวกเขาง่าย ๆ ไม่ว่าจะเป็นการปิดพรมแดน การล็อกดาวน์ และการรักษาระยะห่างทางสังคม

การที่ออสเตรเลียบอกว่าจะเปิดพรมแดนถึงกลางปี 2022 ทำให้เกิดข้อถกเถียงว่าพวกเขาจะแยกตัวอย่างโดดเดี่ยวไปได้นานแค่ไหนกัน

ทำไมประเทศเอเชียที่เคยคุมโควิดได้ดียังกลับไปสู่ความปกติไม่ได้
BBC

ระหว่างนี้มีการถกเถียงกันว่าอาจจะเปิดให้มีการเดินทางไปมาได้ระหว่างประเทศที่ “ปลอดภัย” อย่างฮ่องกงและสิงคโปร์ก็เคยจะตกลงกันเรื่องนี้แต่ก็ต้องยกเลิกไปเพราะเกิดการระบาดระลอกใหม่

อย่างไรก็ดี ก็มีนโยบายเปิดให้คนในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์เดินทางไปมาหากันได้แล้วโดยแทบไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อเพิ่ม อย่างไรก็ดี ทั้งสองประเทศก็จะปิดช่องทางนี้ทุกครั้งที่มีกรณีการติดเชื้อเพิ่มใหม่

ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า เมื่อโควิดแพร่ระบาดไปทั่วโลกเช่นนี้ ประเทศเหล่านี้ต้องล้มเลิกความคิดที่จะป้องกันไม่ให้มีผู้ติดเชื้อเลย และยอมรับว่าต้องอยู่กับไวรัสให้ได้

คนเรียกร้องให้ประเทศเหล่านี้มียุทธศาสตร์เพื่อกลับสู่ภาวะปกติให้ชัดเจนกว่านี้ โดยกำหนดระยะการผ่อนคลายมาตรการให้สอดคล้องกับโครงการฉีดวัคซีน และนี่เป็นสิ่งที่ประเทศที่เคยทำสำเร็จในตอนแรกยังทำไม่ได้

…………………….

ข่าว BBCไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ข่าวสด เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ โควิด-19 : เมื่อประเทศที่เคยคุมโควิดได้ดีอย่าง ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ กำลังตกที่นั่งลำบาก
ข่าวที่เกี่ยวข้อง