โควิด-19 : เสียงครวญจากร้านอาหาร "เขาบริหารจัดการโดยฟังเพียงเสียงตัวเอง โดยไม่ฟังเสียงประชาชน"

28 มิ.ย. 2564 - 23:07 น.

ผู้ประกอบการร้านอาหารใน กทม. และปริมณฑล ต่างโอดครวญถึง “ภาวะไม่ทันตั้งตัว” หลังรัฐบาลให้เวลาไม่ถึง 48 ชั่วโมง เตรียมตัว หลังคำสั่งห้ามนั่งรับประทานอาหารในร้าน ให้ซื้อกลับบ้านได้เท่านั้น มีผลบังคับ

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

คำสั่งประกาศทางราชกิจจานุเบกษาที่ออกมากลางดึก มีผลกระทบต่อภาคแรงงานก่อสร้างด้วย และรัฐได้ออกมาตรการช่วยเหลือมาบ้างแล้ว แต่สำหรับกิจการร้านอาหารที่มีอยู่หลายระดับ ยังไม่มีมาตรการเยียวยาที่ชัดเจนออกมา

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว. กลาโหม เปิดเผยว่า มาตรการเยียวยาภาคก่อสร้าง ซึ่งจะเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 29 มิ.ย. ได้แก่ การจ่ายค่าแรง 50% ให้แรงงานในแคมป์ก่อสร้างที่ต้องหยุดงาน และจ่ายเงินเพิ่มเติมให้กับลูกจ้างในระบบประกันสังคมประมาณ 2,000 บาทต่อคน และนายจ้างในระบบประกันสังคมตามจำนวนลูกจ้างแต่ไม่เกิน 200 คน เป็นเงิน 3,000 บาทต่อคน

แต่ สำหรับบรรดาร้านอาหารที่ได้รับผลกระทบจากความผันผวนของคำสั่งของรัฐบาล ยังไม่มีอะไรชัดเจน หลังจากที่ร้านอาหารในกรุงเทพฯ ต้องพบกับการเปลี่ยนแปลง 4 ครั้งในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา คือ

  • 1 พ.ค. ห้ามนั่งรับประทานอาหารในร้าน
  • 17 พ.ค. เปิดให้นั่งได้ 25%
  • 22 มิ.ย. ร้านเปิดโล่งนั่งได้ 100% ร้านติดแอร์นั่งได้ 50%
  • และล่าสุดวันที่ 28 มิ.ย. กลับมามีมาตรการห้ามนั่งรับประทานอาหารในร้านอีกครั้ง

กลุ่มผู้ประกอบการร้านอาหาร ต้องแบกรับอะไรบ้าง หลังจากมาตรการกลับมาเข้มงวดเพื่อควบคุมการระบาดอีกครั้ง บีบีซีไทยสำรวจร้านอาหารบางแห่งในกรุงเทพฯ

ก๋วยเตี๋ยวเรือป้าทองคำ : ร้านย่านรามอินทรา เปิดไปก็ขาดทุน ขอปิด 10 วัน

หลังจากอยู่กับโรคระบาดโควิด-19 มาหนึ่งปีครึ่ง เผชิญกับคำสั่งปิดร้านอาหารสลับกับผ่อนปรนมาตรการมาแล้วหลายรอบ การสั่งปิดร้านอาหารให้เหลือแต่เฉพาะการสั่งซื้อกลับบ้านรอบนี้ ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือป้าทองคำ ซึ่งมี 3 สาขาบนถนนรามอินทรา บอกว่า รอบนี้ไม่ไหวแล้ว ต้องบอกลูกน้องในร้านว่าขอปิด 10 วัน

วรรณนิสา คุ้มสมบัติ เจ้าของร้านบอกว่า 28 มิ.ย. เป็นวันแรก ที่ปิดร้าน เพราะประสบการณ์เปิดร้านแบบขายกลับบ้านครั้งก่อน ๆ ขาดทุนยับ เข้าเนื้อ แม้จะขอลูกน้องขอลดค่าจ้างจากวันละ 300-400 บาท เหลือวันละ 200 บาท สลับวันทำงานให้เหลือแค่วันละ 4 คน ต่อสาขาก็ยังไม่คุ้มทุน ที่ขายได้แค่วันละประมาณ 1,600 บาท สำหรับรอบนี้จึงจำเป็นต้องปิดไปก่อน

“ไม่ไหวแน่นอน เป็นครั้งแรกที่สั่งน้อง ๆ ปิด… ต่อให้ซื้อกลับไม่คุ้มกับการเปิด เพราะต้องมาจ่ายลูกน้อง ขาดทุนว่างั้นเถอะ เลยตัดสินใจรอบนี้เลย”

BBC THAI

ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือเล็ก ๆ ลักษณะเพิงพักที่ซอยรามอินทรา 19 มีโต๊ะราว 10 โต๊ะ ขึ้นป้ายประกาศเมื่อครั้งบีบีซีไทยเดินทางไป 3 สัปดาห์ก่อนว่า ไม่ขายราคาชามเล็กชามละ 12 บาทแล้ว แต่มีเฉพาะราคา 30-40 บาท โควิดระลอกแรก เจ้าของร้านบอกว่าพยายามปรับตัวมาขายข้าวมันไก่บ้าง แต่ตอนนี้ วรรณนิสาบอกว่า “ข้าวมันไก่ก็ไม่ไหว”

เงินลงทุนต่อวัน วันละประมาณ 17,000-18,000 บาท จ่ายค่าลูกจ้างรายละ 300-400 บาท ทั้งหมด 24 คน การเปิดร้านแบบสั่งกลับ ไม่คุ้มกับค่าใช้จ่ายที่เสียไปแต่ละวัน สิ่งที่ผู้ประกอบการพอจะช่วยลูกน้องได้บ้าน คือ ให้เอาวัตถุดิบอาหารที่ตุนไว้ในร้านไปกินในช่วง 10 วันนี้ เพื่อช่วยเหลือกันไปได้มากที่สุด

“ใจหาย เพราะเขาก็ลูกน้องเรา ก็ไม่รู้จะทำยังไง… 10 วันเขาคงทนกันได้ ให้เขามาเอาหมูในตู้เย็น ข้าวสารที่เราสั่งตุนไว้ ช่วยกันประมาณนี้ไปก่อน”

“อยากจะบอกรัฐบาลว่า ประมาณอาทิตย์นึงให้รู้ตัวบ้าง แต่ว่าโรคนี้มันน่ากลัว เห็นใจรัฐบาลด้วย…ก็ต้องบอกลูกน้องว่าทำใจนะรอบนี้ ตัวใครตัวมัน รอบที่แล้วพยุงเขาเข้าเนื้อเยอะมาก พอดีเจ้าของที่ลดค่าที่ให้ด้วย แต่ถึงลดแล้วเรายังชักเนื้อเลย”

เจ้าของร้านที่เปิดมากว่า 10 ปี ตั้งแต่เป็นซุ้มเพิงไม้สาขาแรก บอกว่า ความช่วยเหลือจากรัฐบาลคงจะเป็นการพยุงช่วยเหลือเรื่องเงินทุน

เพนกวินชาบู: รัฐบาลไม่เคยฟังผู้ประกอบการร้านค้า

นายธนพงศ์ วงศ์ชินศรี เจ้าของร้านเพนกวินกินชาบู ซึ่งให้บริการทั้งหมด 7 สาขาในกรุงเทพฯ มองว่ามาตรการล่าสุดของรัฐบาลที่สั่งห้ามนั่งกินในร้านอาหารเป็นเวลา 30 วัน โดยให้บริการได้เพียงการซื้ออาหารกลับบ้านและบริการเดลิเวอรีเท่านั้น เป็นเครื่องสะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลไม่เคยรับฟังเสียงของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเลย เพราะครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ ไม่มีการประกาศแจ้งล่วงหน้าเพื่อให้ผู้ประกอบการปรับตัวได้ทัน

“การปิดล็อกดาวน์ครั้งแรกโดยไม่แจ้งล่วงหน้า เราเข้าใจได้ เพราะเป็นเรื่องใหม่สำหรับทุกคน แต่พอมาครั้งที่ 2 ครั้งที่ 3 ก็ยังเป็นอยู่แบบเดิม ผลกระทบก็ยังเป็นอยู่แบบเดิม และจะสั่งให้คลายล็อกดาวน์แบบเดิม ก็สั่งเลย ทำให้รู้สึกว่า เขาบริหารจัดการโดยฟังเพียงเสียงตัวเอง โดยไม่ฟังเสียงประชาชน” นายธนพงศ์กล่าว

FACEBOOK/@PENGUINEATSHABU

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการธุรกิจรายนี้ระบุว่า ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา เขาไม่เคยได้รับการเยียวยา แต่ภาคการก่อสร้างต้องถูกสั่งล็อกดาวน์ ซึ่งเป็นต้นเหตุของคลัสเตอร์แล้วทำไมถึงได้รับการเยียวยา ทั้ง ๆ ที่ร้านอาหารไม่เคยเป็นต้นเหตุของคลัสเตอร์เลย สะท้อนให้เห็นว่า ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไม่เคยอยู่ในสายตา

หากพิจารณาในส่วนของต้นทุนสำหรับร้านเพนกวินกินชาบู ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงเพราะห้างสรรพสินค้ายังไม่ถูกปิด ดังนั้นเรื่องค่าเช่าพื้นที่ก็ยังเหมือนเดิม ในขณะที่รายได้กว่า 80% ที่มาจากลูกค้านั่งในร้านต้องหายไป ส่วนรายได้จากการซื้อกลับบ้านรวมกับการสั่งบริการเดลิเวอรีนั้นมีสัดส่วนราว 15-20% เท่านั้น

“กำไรที่ได้อาจจะเหลือ 1 ใน 4 หรือ 1 ใน 5 ของรายได้จากขายหน้าร้าน เพราะจากบริการเดลิเวอรีเราโดนค่าจีพี (ค่าคอมมิชชันให้กับเจ้าของแอปพลิเคชัน) คิดเป็นราว 30-40% ซึ่งเท่ากับต้นทุนค่าวัตถุดิบเลย ” เขากล่าว

สำหรับร้านเพนกวินกินชาบูจำต้องปิดสาขาไปแล้ว 2 แห่งหลังจากโรคโควิด-19 ระบาดระลอกแรก เพื่อลดค่าใช้จ่าย ปัจจุบันเหลือ 7 สาขา และมีพนักงานราว 80 คน หลังจากทยอยลดจำนวนมาแล้วก่อนหน้านี้

หมึกเกยตื้น: ขอปิดร้าน-พักงานพนักงาน 30 วัน ประหยัดค่าใช้จ่าย

ผลกระทบจากคำสั่งดังกล่าวยังมีผลทำให้ผู้ประกอบการอาหารทะเลสดอย่าง นายวีรฤทธิ์ แกล้วชิต เจ้าของร้าน หมึกเกยตื้น ต้องตัดสินใจกับหุ้นส่วนปิดร้านทั้ง 3 สาขา (สาขาประดิพัทธ์ สาขาตลาดนัดรถไฟรัชดา และสาขาตลาดนัดรถไฟศรีนครินทร์) เป็นการชั่วคราวเป็นระยะเวลา 1 เดือน พร้อมกับสั่งหยุดงานพนักงานรายวัน 40-50 คนทั้งหมด เพื่อรักษาสภาพการเงินของธุรกิจ

นายวีรฤทธิ์ แกล้วชิต เจ้าของร้าน หมึกเกยตื้น บอกกับบีบีซีไทยว่า การเปิดร้านอาหารทะเสสดจำเป็นต้องใช้ของสดทุกวัน ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากลำบากในการบริหารวัตถุดิบในแต่ละวัน ในขณะที่การขายเพื่อให้กลับไปรับประทานที่บ้านก็มีปริมาณการซื้อไม่มาก ส่วนการบริการผ่านระบบเดลิเวอรี ไม่ตอบโจทย์เพราะมีต้นทุนสูงทำให้ได้กำไรน้อย

เขายอมรับว่าที่ผ่านมา ร้านของเขาไม่เคยได้รับการเยียวยาจากรัฐบาลเลย แต่เขามองว่าการกระตุ้นให้ประชาชนมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้นผ่านโครงการ “เราชนะ” และ “คนละครึ่ง” ก็สามารถช่วยให้มีลูกค้าเพิ่มขึ้นอยู่ในสาขาที่ร่วมโครงการ แต่การที่รัฐบาลออกคำสั่งดังกล่าวในช่วงกลางดึกสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็ได้สร้างผลกระทบต่อร้านไม่น้อย เพราะในช่วงสุดสัปดาห์ทางร้านต้องสั่งของมาเป็นจำนวนมากจนทำให้เมื่อ 27 มิ.ย. ต้องขายอาหารทะเลในราคาลด 50% เพื่อระบายสินค้าให้หมด

“สิ่งที่ผมเป็นห่วง คือผู้ประกอบการรายเล็กที่หมดสายป่านแล้วจะกลายเป็นการปิดกิจการครั้งสุดท้ายของพวกเขา ภายหลังที่มีคำสั่งล่าสุดนี้ของรัฐบาล และผลักให้คนที่ว่างงานออกมาเสี่ยงการติดเชื้อโควิด-19 มากขึ้น ๆ เรื่อย ๆ” นายวีรฤทธิ์กล่าว

ลาบยโส พหล 52: ขายผ่านแอปฯ “เหมือนเราทำให้เขา แต่ถ้าไม่ทำก็อยู่ไม่ได้”

ทองแท่ง ภาคแก้ว เปิดร้านลาบยโสในตึกแถว ซอยพหลโยธิน 52 ย่านสะพานใหม่ มาแล้ว 20 ปี บอกว่าการสั่งปิดล่วงหน้า 1 วัน นั้นเร็วเกินไป สำหรับร้านอาหารที่ต้องเตรียมของสดล่วงหน้า

ทองแท่ง ภาคแก้ว

“ป้าว่ามันตั้งหลักไม่ทัน มาตรการเค้าอ่ะ แทนที่จะออกมาก่อนซัก 1-2 อาทิตย์ให้ร้านเตรียมตัว เตรียมความพร้อม แต่นี่ออกมาแบบปุปปับ”

ร้านของเธอเป็นร้านเล็ก ๆ ที่มี 3-4 โต๊ะ วันนี้ ปิด 1 วัน เพิ่งตั้งหลักว่าจะจัดการอาหารสดและอาหารแห้งอย่างไร อีกตั้งต้องตระเวนหาตลากสำหรับซื้อวัตถุดิบ เนื่องจากตลาดในละแวกนี้ก็ถูกปิดจากมาตรการควบคุมการระบาด และมีแผนจะเปิดต่อ แม้ว่ารายได้ส่วนที่ลูกค้านั่งกินในร้านจะหายไป แต่ด้วยมีภาระค่าใช้จ่ายในบ้าน อย่างไรก็ยังต้องเปิด

“ถ้าไม่เปิดจะเอาส่วนไหนมาจุนเจือ ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ”

ทองแท่งบอกว่า สถานการณ์การสั่งปิดนี้เกือบจะคล้ายเมื่อปีที่แล้ว การสั่งปิดครั้งแรกในการระบาดเมื่อปี 2563 แทบไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร สามีที่ขับรถแท็กซี่ก็ขาดรายได้ต้องหยุดขับหลังจากมีการล็อกดาวน์จนไม่มีผู้โดยสาร จนกระทั่งลูกสาวให้ลองหาทางลงขายผ่านแอปพลิเคชั่นสั่งอาหารเดลิเวอรี แม้จะต้องโดนหักค่าส่วนแบ่ง ค่าคอมมิชชันให้กับเจ้าของแอปพลิเคชัน และเหนื่อยกว่าเดิมเพื่อให้ได้กำไรเพิ่ม แต่ก็ทำให้พออยู่ได้

“รอบแรกคือนิ่งเลย ไม่รู้จะเอาตรงไหน เครียดมาก นั่ง ๆ นอน ๆ พอรอบสองตัดสินใจตามลูกสาวบอกว่าแม่ลงแอปฯ สิ มันก็ขยับขึ้นมาหน่อยนึง 100 ฟู้ดแพนด้า เขาเอา 35 ส่วนไลน์แมนเอา 30 บาท เหนื่อยขึ้นเยอะ ไม่ค่อยคุ้มเท่าไหร่ เหมือนเราทำให้เขา แต่ถ้าไม่ทำ ก็อยู่ไม่ได้”

ทองแท่งบอกว่า การไม่ให้นั่งกินในร้าน แน่นอนว่ารายได้ส่วนนี้จะหายไป เพราะว่ากำไรส่วนนั่งกิน “หากวันไหนฟลุค ก็กำไรเท่าตัว”

“แต่ถ้าขาดตรงนี้ แม้จะมีแต่แอปฯ ก็เหมือนเราได้แล้วก็โดนหักไป ก็แย่ แต่ก็ทรงตัวไปเรื่อย ๆ”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ โควิด-19 : เสียงครวญจากร้านอาหาร "เขาบริหารจัดการโดยฟังเพียงเสียงตัวเอง โดยไม่ฟังเสียงประชาชน"
ข่าวที่เกี่ยวข้อง