โควิด-19 : วัคซีนโดสที่ 3 ประเทศไหนฉีดกระตุ้นภูมิให้ประชาชนแล้วบ้าง

6 ก.ค. 2564 - 11:02 น.

เมื่อวันที่ 1 ก.ค. ที่ผ่านมานี้ ตุรกีเริ่มฉีดวัคซีนโดสที่ 3 ให้กับประชาชนบางกลุ่มแล้วท่ามกลางความกังวลเรื่องโควิดสายพันธุ์เดลตาที่แพร่ระบาดได้ง่ายมาก

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานว่า ฟาห์เรตติน โคกา รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขของตุรกีบอกว่าจะเริ่มให้วัคซีนโดสที่ 3 กับบุคลากรการแพทย์และคนที่อายุมากกว่า 50 ปี โดยโดสที่ 3 จะไม่ขึ้นกับ 2 โดสแรกที่ได้รับไป ขณะนี้ตุรกีใช้ทั้งวัคซีนของไฟเซอร์และซิโนแวค

“คุณสามารถเลือกเองได้” รมว.สาธารณสุข กล่าว

กระทรวงสาธารณสุขตุรกีตอบคำถามจากวอลล์สตรีทเจอร์นัลว่า เสนอให้โดสที่สามกับบุคลากรการแพทย์และผู้สูงอายุเนื่องจากคนกลุ่มนี้ได้วัคซีน 2 โดสแรกไปเมื่อ 6 เดือนที่แล้ว และตอนนั้น ตุรกีมีแค่วัคซีนซิโนแวคเท่านั้น

Woman being vaccinated in Penrith, England, in March
Getty Images
ทางการอังกฤษบอกว่าอาจมีการให้วัคซีนโดสที่สามกับกลุ่มคนที่เปราะบางหลายล้านคนตั้งแต่เดือน ก.ย. เป็นต้นไป

แต่ตุรกีไม่ใช่ประเทศแรกที่ทำเช่นนี้ บาห์เรน เริ่มให้วัคซีนไฟเซอร์เป็นโดสที่ 3 สำหรับคนที่ได้รับวัคซีนซิโนฟาร์มจากจีนไปสองโดสแรก

ส่วนสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้เริ่มให้วัคซีนซิโนฟาร์มเป็นโดสที่ 3 แล้วเพราะแพทย์บอกว่าวัคซีนที่ทำจากจีนตัวนี้ไม่ได้กระตุ้นแอนติบอดีมากพอในบางกรณี

วอลล์สตรีทเจอร์นัลยังรายงานอีกว่า ราวครึ่งหนึ่งของผู้ติดเชื้อในอิสราเอลขณะสายพันธุ์เดลตากำลังระบาดเป็นผู้ที่ได้รับวัคซีนไฟเซอร์ครบโดสแล้ว ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าแม้วัคซีนไฟเซอร์จะไม่มีประสิทธิภาพ 100% ในการป้องกันการติดเชื้อ แต่ก็เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันไม่ให้ผู้ติดเชื้อทรุดหนักจนต้องส่งตัวเข้าโรงพยาบาล

Doctors conducted cereology tests, rapid tests at Siloam Hospital, Kebun Jeruk, Jakarta - Indonesia, on August 11, 2020.
Getty Images
ผู้เชี่ยวชาญในอินโดนีเซียเรียกร้องฉีดซิโนแวคโดสที่ 3 หลังหมอ-พยาบาลหลายสิบคนเสียชีวิตแม้ได้รับวัคซีนซิโนแวคครับโดสแล้ว

อังกฤษอาจให้โดสสาม

ก่อนหน้านี้ ทางการอังกฤษบอกว่าอาจมีการให้วัคซีนโดสที่ 3 กับกลุ่มคนที่เปราะบางหลายล้านคนตั้งแต่เดือน ก.ย. เป็นต้นไป

คณะกรรมการร่วมว่าด้วยการฉีดวัคซีนและการสร้างภูมิคุ้มกันโรค (Joint Committee on Vaccination and Immunisation – JCVI) ซึ่งเป็นกลุ่มให้คำแนะนำเกี่ยวกับวัคซีนของรัฐบาลสหราชอาณาจักร บอกว่าควรให้วัคซีนโดสที่ 3 แก่ประชาชนเพื่อขยายประสิทธิภาพของวัคซีน 2 โดสแรก โดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนจะเข้าฤดูหนาว

คณะกรรมการร่วมฯ บอกว่าจะตีพิมพ์แผนในขั้นตอนสุดท้ายก่อนเดือน ก.ย. โดยจะพิจารณา

  • สถานการณ์การแพร่ระบาดในปัจจุบัน
  • ข้อมูลจากการทดลองต่าง ๆ อาทิ โครงการ “โคฟ-บูสต์” (CoV-Boost) ซึ่งเป็นการทดลองให้วัคซีนโดสที่ 3
  • ประสิทธิภาพของวัคซีนเมื่อเวลาผ่านไป
  • โควิดกลายพันธุ์ที่เกิดขึ้นมาใหม่

คณะกรรมการร่วมฯ อธิบายต่ออีกว่า คนที่ควรจะได้รับวัคซีนโดสที่สามได้แก่

  • ผู้ใหญ่ที่อายุมากกว่า 50 ปี
  • ผู้ใหญ่ที่อายุตั้งแต่ 16-49 ปี ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงจากไข้หวัดใหญ่และโควิด
  • ผู้ใหญ่ทุกคนที่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ

สำหรับคนวัยหนุ่มสาวซึ่งเพิ่งได้รับวัคซีนโดสที่ 2 ไปจะได้รับภูมิคุ้มกันอยู่ ดังนั้นก็จะพิจารณาให้วัคซีนโดสที่สามทีหลัง

วัคซีนสู้กับสายพันธุ์เดลตาได้ไหม

เชื่อกันว่าโควิดสายพันธุ์เดลตาแพร่ระบาดง่ายกว่าสายพันธุ์อัลฟาราว 60% และเชื่อกันว่ามีโอกาสทำให้ผู้ติดเชื้อต้องเข้าโรงพยาบาลมากกว่า 2 เท่า

อย่างไรก็ดี การวิเคราะห์โดยสำนักงานสาธารณสุขอังกฤษ (Public Health England หรือ PHE) ชี้ว่า วัคซีนแอสตราเซนเนก้า หรือไฟเซอร์ 2 โดสเพียงพอที่จะทำให้ผู้ติดเชื้อไม่ต้องเข้าโรงพยาบาล

ขณะนี้ ทีมวิจัยอ็อกซ์ฟอร์ด ได้เริ่มทดลองวัคซีนแอสตราเซนเนก้ารุ่นใหม่ที่ทำขึ้นเพื่อจัดการกับสายพันธุ์เบตา หรือที่พบครั้งแรกที่แอฟริกาใต้ กับอาสาสมัครแล้ว และจะทราบผลภายในปีนี้

“โคฟ-บูสต์” คืออะไร

ฉีดวัคซีนโควิด-19 ในอังกฤษ
Getty Images

“โคฟ-บูสต์” (CoV-Boost) เป็นโครงการที่ได้รับทุนสนับสนุนจากรัฐบาลสหราชอาณาจักร ซึ่งจะใช้อาสาสมัครทุกกลุ่มอายุจำนวน 3,000 คน จากสถานที่ 18 แห่งทั่วประเทศ โดยคนกลุ่มนี้ต้องเป็นผู้ที่รับวัคซีนโควิดโดสแรกไปในเดือนธันวาคมปีที่แล้ว หรือเดือนมกราคมที่ผ่านมา

อาสาสมัครจะต้องเขียนบันทึกเพื่อรายงานผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นหลังฉีดวัคซีนโดสที่ 3 โดยละเอียด และเจ้าหน้าที่จะติดตามทดสอบประสิทธิภาพในการสร้างภูมิคุ้มกันหลังจากนั้นเป็นระยะ ทั้งในช่วงหลังฉีดไปแล้ว 1 เดือน 3 เดือน และ 12 เดือน โดยจะเก็บตัวอย่างเลือดมาวิเคราะห์ว่ามีแอนติบอดีเกิดขึ้นในระดับที่สูงพอหรือไม่

การทดสอบนี้จะทำกับวัคซีนที่สหราชอาณาจักรได้สั่งซื้อมาใช้แล้วทั้ง 7 ชนิด ได้แก่วัคซีนโควิดของแอสตราเซเนกา (AstraZeneca), โมเดอร์นา (Moderna), ไฟเซอร์ (Pfizer), โนวาแวกซ์ (Novavax), แจนส์เซน (Janssen), วัลนีวา (Valneva) และเคียวร์แว็ก (CureVac)

นักวิทยาศาสตร์ประจำโครงการทดลองโคฟ-บูสต์ ระบุว่า แม้วัคซีนโดสที่ 3 นี้จะเป็นวัคซีนโควิดแบบธรรมดาที่ยังไม่ได้ปรับปรุงประสิทธิภาพเพื่อต้านไวรัสกลายพันธุ์ แต่คาดว่าวัคซีนที่ฉีดเสริมจะช่วยกระตุ้นให้มีแอนติบอดีเพิ่มขึ้นมากพอ จนสามารถต้านทานไวรัสกลายพันธุ์ทุกรูปแบบที่แพร่ระบาดอยู่ได้

ศาสตราจารย์ ซอล เฟาสต์ จากมหาวิทยาลัยเซาแทมป์ตัน ผู้นำทีมวิจัยของโครงการทดลองโคฟ-บูสต์ บอกว่า “เราไม่ได้ทดสอบเพื่อตัดสินว่าวัคซีนตัวใดดีกว่ากัน แต่ทำเพื่อดูว่ามีความจำเป็นต้องให้วัคซีนโดสที่ 3 หรือไม่ เพราะบางกลุ่มอายุอาจไม่จำเป็นต้องใช้วัคซีนเสริมนี้ แต่บางกลุ่มก็อาจมีความจำเป็นอยู่ คาดว่าผลทดลองที่ได้จากวัคซีนทุกตัวจะไม่มีผลข้างเคียงร้ายแรงใด ๆ ตามมา”

……………………..

ข่าว BBCไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ข่าวสด เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ โควิด-19 : วัคซีนโดสที่ 3 ประเทศไหนฉีดกระตุ้นภูมิให้ประชาชนแล้วบ้าง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง