โรงงานกิ่งแก้วไฟไหม้ : ช่างภาพเล่าเบื้องหลังเสี่ยงภัยเข้าไปเก็บภาพเหตุไฟไหม้โรงงานสารเคมี

6 ก.ค. 2564 - 22:16 น.
  • เอกรินทร์ บำรุงภักดิ์
  • ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

ภานุมาศ สงวนวงษ์ หรือ ปาล์ม ช่างภาพข่าวมืออาชีพ ตื่นขึ้นมาเช็กข่าวจากกลุ่มไลน์ช่างภาพและอาสาสมัครกู้ภัยในช่วงเวลาประมาณ 6 โมงเช้าของวันที่ 5 ก.ค. เขาจึงได้ทราบว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้ขนาดใหญ่ที่โรงงานสารเคมีขึ้นที่ซอยกิ่งแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ และกำลังประเมินสถานการณ์ว่า ควรจะเข้าไปถ่ายภาพหรือไม่

“หลังจากที่เขามีการประกาศเรื่องอพยพคนอะครับ ก็รู้สึกว่ามันน่าจะใหญ่เกินกว่าที่เราคิดแล้ว เพราะว่าตอนนั้นคือเราประเมินว่า มันก็ระเบิดแล้วก็มีความเสียหายวงกว้างมาก แล้วก็มีไฟไหม้ ใช่มั้ยฮะ ตอนนั้นก็เลยตัดสินใจว่าต้องไปถึงพื้นที่ แต่ไม่คิดว่ามันจะใหญ่ถึงขั้นที่จะคุมไม่ได้” ผู้ก่อตั้งสำนักข่าวไทยนิวส์พิกซ์ เล่า

THAI NEWS PIX

ประกอบกับทราบข่าวการระเบิดซ้ำในช่วงเช้าจนทำให้มีไฟปะทุขึ้นอีกรอบและมีอาสาสมัครกู้ภัยเสียชีวิต 1 คน ทำให้ปาล์มตัดสินใจว่า ต้องลงพื้นที่เพื่อเก็บภาพข่าวเหตุการณ์นี้ ซึ่งต่อมา นอกจากบีบีซีไทย ยังมีสื่ออีกหลายสำนักนำไปใช้งานเช่น เวิร์คพอยท์, เดอะ โมเมนตัม และนิตยสารเวย์

ปาล์ม และช่างภาพฝึกงานที่เดินทางไปด้วยกัน ประเมินความเสี่ยงในการเข้าใกล้พื้นที่อันตรายจากคนในละแวกนั้น โดยพวกเขาได้จอดรถไว้ห่างจากตัวโรงงานประมาณ 2 กิโลเมตร และเดินเข้าไป ขณะที่คนส่วนใหญ่เดินสวนทางออกมา หลังทางการมีคำสั่งให้ประชาชนที่พักอาศัยในพื้นที่รัศมี 5 กิโลเมตรจากจุดเกิดเหตุอพยพออกมาเพื่อความปลอดภัย

“เราก็ถามมาตลอด ผมไปอีกสักหน่อยได้ไหม ตรงนั้นมันอันตรายหรือเปล่า มีกลิ่นไหม เขาบอกว่า ไม่มี เขาก็เดินได้ เหมือนเราหาข่าวไปเรื่อย ก็ถาม กลางคืนที่บ้านเป็นยังไง เขาก็บอก มีเสียงระเบิด ได้ยินจนตื่นเลย อะไรอย่างนี้”

พวกเขาปักหลักอยู่บริเวณเดียวกับเต็นท์ที่มีเจ้าหน้าที่ประจำการอยู่ พร้อมกับมีสื่อจากสำนักต่าง ๆ ตั้งแต่ช่วงสายของวันเกิดเหตุ

THAI NEWS PIX

“ที่เรากล้าเข้าไปเพราะว่า มีเจ้าหน้าที่ที่เป็นหน่วยงานราชการ ก็คือทางดับเพลิง แล้วก็ทางกรมควบคุมมลพิษ ที่เขาไปตรวจวัดค่ามลพิษ แล้วก็มีเจ้าหน้าที่กู้ภัย อาสาสมัคร อะไร อยู่ในพื้นที่ครับ เขาก็ยังทำงานกันได้อยู่ แต่เราก็ยังไม่ได้เข้าไปที่ตรงจุดตัวอาคารที่ไฟไหม้ ก็ยังอยู่ในโซนที่แบบห่างประมาณสัก 500 เมตร” ปาล์มเล่า

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมกล่าวว่าเบื้องต้นโรงงานมีสารเคมีอันตรายอย่างน้อย 2 ชนิด คือ เพนเทน และสไตรีนโมโนเมอร์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ฉีดน้ำและโฟมหล่อเลี้ยงไว้ตลอดเวลาเพื่อไม่ให้ถังบรรจุสารเคมีมีอุณหภูมิสูงเกินไป

THAI NEWS PIX

สารสไตรีนโมโนเมอร์ เป็นของเหลว ไวไฟ เมื่อติดไฟจะให้ควันหรือก๊าซที่ระคายเคืองหรือเป็นพิษ จึงไม่ควรอยู่ใกล้เปลวไฟ ปาล์มเล่าว่าบริเวณนั้นเป็นจุดเหนือลม จึงทำให้ควันจากเพลิงไหม้ถูกพัดพาไปอีกทางหนึ่ง แต่เขาก็ยังสวมหน้ากากอนามัย 3 เอ็ม ซึ่งปกติเขาใช้เวลาเดินทางไปถ่ายภาพข่าวการชุมนุมเพื่อป้องกันควันจากแก๊สน้ำตา หน้ากากจึงช่วยปกป้องเขาจากการรับสารเคมีได้ระดับหนึ่ง

THAI NEWS PIX

ปาล์มทำงานเป็นช่างภาพข่าวมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2547 เขาเล่าว่า นี่คือเหตุการณ์ไฟไหม้สารเคมีที่ใหญ่ที่สุดที่เขาเคยถ่ายภาพมา

“ปกติก็เคยไปบ้าง แต่ครั้งนี้ค่อนข้างใหญ่ที่สุด ที่ผ่านมามันอาจจะมีไหม้บ้าง แต่ไม่ยืดเยื้อยาวนานเหมือนครั้งนี้ แล้วก็ลักษณะของการไหม้ มันอาจจะเป็นแค่ไหม้แค่บางส่วน เหมือนกับไหม้ตัวผลิตภัณฑ์ อาจจะเป็นพวกยาง หรือเป็นพวกพลาสติก หรือเป็นสารเคมีอื่น ๆ บ้าง แต่อันนี้มีลักษณะคล้าย ๆ กับ เข้าใจว่า มันมีบ่อ มีขังอยู่ข้างล่างแล้วมันก็พุ่งมาตลอด มันเลยเหมือนกับมันไม่จบสักที ก็เลยรู้สึกว่า กังวลเหมือนกัน เพราะว่ามันเยอะ เท่าที่รู้จากเจ้าหน้าที่คือมันค่อนข้างเยอะมาก”

THAI NEWS PIX

โดยในช่วงนั้นเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ และเกรงว่าเพลิงจะลุกลามไปติดถังสารเคมีในพื้นที่ใกล้เคียงประมาณ 20,000 ลิตร

หลังจากเจ้าหน้าที่ประเมินสถานการณ์แล้วว่า มีความปลอดภัยมากขึ้น ในช่วงเย็นจึงได้เริ่มให้สื่อมวลชนขยับเข้าไปเก็บภาพในจุดที่ใกล้ขึ้น ปาล์มเล่าว่า ระยะที่เขาเข้าไปเก็บภาพใกล้ที่สุดคือไม่น้อยกว่า 50 เมตรจากจุดเกิดเหตุ โดยใช้วิธีการซูมจากระยะไกล ยิ่งเข้าใกล้ก็ยิ่งเห็นสภาพความเสียหายยับเยินของอาคารบ้านเรือนและรถยนต์ที่อยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุชัดเจนขึ้น

เมื่อได้ภาพในช่วงกลางวันตามที่ต้องการแล้วจึงออกนอกพื้นที่และส่งภาพให้ทีมงานเพื่อความปลอดภัย ก่อนจะกลับเข้าไปเก็บภาพในช่วงพลบค่ำอีกรอบหนึ่ง และในรอบนี้เองที่ปาล์มสังเกตเห็นว่า เปลวไฟเริ่มรุนแรงมากขึ้น

THAI NEWS PIX

“ไฟค่อนข้างแรงขึ้น กลุ่มควันมีเหมือนเดิม แต่เปลวไฟที่ออกมาจากปล่องข้างล่างมีความรุนแรงมากกว่าช่วงเย็น มันก็เห็นว่า สถานการณ์มันดูซีเรียสขึ้นมานิด เพราะว่าเจ้าหน้าที่จากเดิมที่มีแบบมีไม่กี่คนที่ไปเอาเครื่องพ่นละอองน้ำกับเครื่องพ่นโฟมไปพ่น เขาก็เริ่มถอนกำลังออกมาวางแผนใหม่ ตอนหลังถึงจะเข้าไปอีกรอบหนึ่ง” ปาล์มเล่า

เขาใช้เวลาเก็บภาพนานประมาณ 1 ชั่วโมง เมื่อได้ภาพตามที่ต้องการแล้วและเห็นว่าสถานการณ์ไม่น่าไว้วางใจจึงรีบกลับออกมา

THAI NEWS PIX

จนกระทั่งเวลา 22.45 น. มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ปิดวาล์วถังบรรจุสารเคมีขนาด 20,000 ลิตรเพื่อควบคุมเพลิงได้สำเร็จ แต่จนถึงขณะนี้ สถานการณ์ก็ยังไม่น่าไว้วางใจ เพราะไฟยังกลับมาปะทุขึ้นอีกครั้งในวันต่อมาและยังไม่ทราบว่า ประชาชนจะสามารถกลับเข้าไปพักอาศัยในพื้นที่ได้ตามปกติเมื่อไหร่

……………..

ข่าว BBCไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ข่าวสด เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ โรงงานกิ่งแก้วไฟไหม้ : ช่างภาพเล่าเบื้องหลังเสี่ยงภัยเข้าไปเก็บภาพเหตุไฟไหม้โรงงานสารเคมี
ข่าวที่เกี่ยวข้อง