โควิด-19 : หมออินเดียเรียกร้องทางการแก้ปัญหาครอบครัวคนไข้โควิดทำร้ายบุคลากรการแพทย์

7 ก.ค. 2564 - 11:43 น.

นพ.เซอุช กุมาร เสนาพาที ยังจดจำได้อย่างแม่นยำถึงเหตุการณ์ในบ่ายวันหนึ่งช่วงต้นเดือน มิ.ย. ที่เขาถูกญาติผู้ป่วยโควิดรุมทำร้ายอย่างทารุณจนคิดว่าตัวเองคงต้องเสียชีวิต

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

นพ. เสนาพาที ทำงานเป็นแพทย์ที่ศูนย์รักษาผู้ป่วยโควิดในรัฐอัสสัมทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย ซึ่งถือเป็นงานแรกของเขา และตอนเกิดเหตุก็เป็นการทำงานวันที่ 2 ที่ศูนย์แห่งนี้

ตอนนั้น นพ. เสนาพาที ถูกขอให้ตรวจอาการคนไข้ชายรายหนึ่งที่เข้ารับการรักษาเมื่อช่วงเช้าวันเดียวกัน แต่เมื่อไปถึงก็พบว่าคนไข้ไม่ตอบสนองเสียแล้ว

Dr Senapati at home
BBC
นพ.เซอุช กุมาร เสนาพาที ถูกญาติผู้ป่วยโควิดรุมทำร้ายอย่างรุนแรง หลังจากคนไข้เสียชีวิตลง

เมื่อเขาแจ้งข่าวร้ายว่าชายคนดังกล่าวได้เสียชีวิตลงแล้ว ครอบครัวคนไข้ก็ไม่พอใจอย่างรุนแรง นพ. เสนาพาทีจำได้ว่าจังหวะนั้นคือตอนที่สถานการณ์เลวร้ายลงอย่างรวดเร็ว ญาติผู้เสียชีวิตต่างทุ่มเก้าอี้ไปรอบห้อง ทุบกระจกแตกเสียหาย แล้วเข้าทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่

นพ. เสนาพาทีพยายามวิ่งหาที่หลบภัย แต่ครอบครัวคนไข้และพรรคพวกก็ตามเจอเขาอย่างรวดเร็ว

คลิปที่ถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์ เผยให้เห็นกลุ่มญาติซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ชายรุมเตะ และทุบตีเขาอย่างรุนแรงด้วยกระโถนผู้ป่วย จากนั้นก็ลากเขาออกไปด้านนอกแล้วรุมทำร้ายต่อ ขณะนั้น นพ. เสนาพาที ซึ่งอยู่ในสภาพเลือดอาบและไม่สวมเสื้อ ได้ส่งเสียงร้องอย่างหวาดกลัวและเจ็บปวด

“ผมคิดว่าผมคงไม่รอดเสียแล้ว” แพทย์หนุ่มเล่าให้บีบีซีฟัง

An injured Dr Senapati
BBC
สภาพร่างกายอันบอบช้ำของ นพ.เสนาพาที

ตั้งแต่โควิด-19 เริ่มระบาดในอินเดียเมื่อปีที่แล้ว ก็มีข่าวว่าแพทย์หลายคนถูกครอบครัวคนไข้ทำร้ายร่างกาย โดยมีข้ออ้างเดิม ๆ นั่นคือ บุคคลอันเป็นที่รักของพวกเขาไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม หรือไม่ได้รับการจัดหาเตียงรักษาได้ทันท่วงที

กรณีที่เกิดขึ้นทำให้แพทย์จำนวนมากออกมาแสดงพลังต่อต้านการกระทำอันป่าเถื่อน และนัดหยุดงานประท้วง เพื่อเรียกร้องให้ทางการออกกฎหมายที่เข้มงวดขึ้น รวมทั้งให้เพิ่มจำนวนแพทย์และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง และจัดให้มีระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ดีขึ้นเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของแพทย์

นอกจากนี้ สถานพยาบาลต่าง ๆ ก็ไม่มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เพียงพอ ตอนเกิดเหตุทำร้าย นพ. เสนาพาที ไม่มีใครเข้าไปช่วยเขาเลย เพราะเจ้าหน้าที่ที่เหลืออยู่ต่างก็ถูกทำร้าย หรือไม่ก็หนีไปซ่อนตัว ส่วนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่มีอยู่คนเดียวนั้นก็ไม่สามารถต้านทานกับครอบครัวคนไข้ที่กำลังเดือดดาลได้

“ผมถูกรุมทึ้งจนเสื้อผ้าขาดหลุดลุ่ย สร้อยคอทองคำถูกระชากขาด โทรศัพท์มือถือและแว่นตาแตกเสียหายไม่มีชิ้นดี แต่หลังจากผ่านไป 20 นาที ผมก็หนีออกมาได้” นพ. เสนาพาทีเล่า

หลังจากนั้น นายแพทย์ผู้นี้ก็เข้าแจ้งความต่อสถานีตำรวจในท้องที่ทันที ส่วนคลิปบันทึกภาพการทำร้ายก็ถูกนำไปเผยแพร่ในโลกออนไลน์และสร้างความไม่พอใจให้ผู้คนจำนวนมาก ขณะที่ทางการรัฐอัสสัมให้คำมั่นจะเร่งดำเนินการแก้ปัญหานี้ ส่วนผู้ก่อเหตุ 36 คน ซึ่งมีผู้เยาว์รวมอยู่ 3 คน ได้ถูกตั้งข้อหาทำร้ายร่างกาย

ทำร้ายหมอปัญหาเรื้อรังในอินเดีย

Members of Indian Medical Association (IMA) demonstrating with placards demanding a central law to protect doctors against violence, outside AIIMS on June 18, 2021 in Delhi, India.
Getty Images
แพทย์อินเดียเรียกร้องให้มีการออกกฎหมายที่เข้มงวดเพื่อป้องกันการทำร้ายผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์

แม้การทำร้ายร่างกายหมอและบุคลากรทางการแพทย์จะกลายเป็นข่าวบ่อยขึ้นในวิกฤตโควิด แต่อันที่จริงนี่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยจนน่าตกใจมาตั้งแต่ก่อนยุคโควิดแล้ว แต่กรณีส่วนใหญ่ไม่มีการแจ้งความหรือมีการสอบสวน และหากมีผู้ก่อเหตุก็มักได้รับการประกันตัวอย่างรวดเร็ว และมักมีการยอมความกันนอกศาล

เมื่อต้นปีนี้ ครอบครัวของผู้ป่วยโควิดที่เสียชีวิตได้ก่อเหตุทำลายทรัพย์สินและทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลอะพอลโลในกรุงนิวเดลี ซึ่งแม้โรงพยาบาลแห่งนี้จะเป็นโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง แต่กลับไม่มีการแจ้งความดำเนินคดีใด ๆ อันที่จริงฝ่ายบริหารของโรงพยาบาลมักไม่ค่อยอยากยุ่งกับเรื่องทำนองนี้ ส่งผลให้พนักงานต้องเสี่ยงมากขึ้น

แพทย์หลายคนบอกว่า ปัญหาหนึ่งคือการไม่มีกฎหมายเฉพาะเพื่อคุ้มครองบุคลากรทางการแพทย์

นพ.ชเยศ เลเล เลขาธิการสมาคมการแพทย์อินเดีย (IMA) กล่าวว่า “เราพบว่ากฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบันใช้ไม่ได้ผล และมันคือสาเหตุว่าทำไมกฎหมายเหล่านี้จึงใช้ป้องกันเหตุไม่ได้ ดังนั้นจึงต้องมีการออกกฎหมายที่เข้มงวดอย่างเร่งด่วนเพื่อลงโทษผู้ทำร้ายร่างกายหมอ”


ปัจจุบัน IMA ซึ่งมีหมอเป็นสมาชิกกว่า 330,000 คน ได้เคลื่อนไหวให้มีการออกกฎหมายที่เข้มงวดเพื่อป้องกันการทำร้ายผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์

กฎหมายจะแก้ปัญหาได้หรือไม่

น.ส.ชรียา ศิวะสตาวา ซึ่งศึกษาและเก็บข้อมูลเหตุรุนแรงต่อแพทย์ในอินเดีย กล่าวว่า “ความรุนแรงเช่นนี้ไม่ใช่การก่อเหตุแบบไตร่ตรองไว้ก่อน กฎหมายจึงช่วยป้องกันไม่ได้”

น.ส. ศิวะสตาวาเป็นหนึ่งในทีมนักวิจัยที่ศูนย์วิถีเพื่อการศึกษาด้านนโยบายกฎหมาย ที่ศึกษาข่าวการทำร้ายแพทย์ 56 ครั้งระหว่างเดือน ม.ค. ปี 2019 ถึงเดือน ก.ย. ปี 2019 เพื่อให้เข้าใจถึงสาเหตุและหาทางป้องกันปัญหานี้

เธอชี้ว่า แม้รัฐบาลจะกำหนดโทษทำคุกสูงสุด 7 ปีแก่ผู้ทำร้ายเจ้าหน้าที่การแพทย์ที่รักษาผู้ป่วยโควิด แต่นั่นก็ยังไม่ช่วยอะไร

Doctors and healthcare staff wearing Personal Protective Equipment suits (PPE) attend to Covid-19 patient inside a Covid-19 care center in Delhi.
Getty Images
วิกฤตโควิด-19 ยิ่งเพิ่มภาระให้กับหมอและบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานหนักอยู่แล้ว

นพ.วิกาศ เรดดี จากโรงพยาบาลคานธีในเมืองไฮเดอราบัดทางภาคใต้ของอินเดีย ถูกญาติคนไข้ที่เสียชีวิตด้วยโควิดทำร้ายด้วยเก้าอี้โลหะและเก้าอี้พลาสติก เมื่อเดือน มิ.ย.ปีก่อน เขาได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ แต่จนถึงบัดนี้ยังไม่มีการจับกุมผู้ก่อเหตุ

เขาเล่าว่า “มันยากมากที่จะกลับไปทำงาน…ตอนเกิดเหตุผมอยู่ในหอผู้ป่วยฉุกเฉิน ดูแลคนไข้อาการหนัก และผมมักมีภาพตอนที่ตัวเองถูกทำร้ายผุดขึ้นมาในหัว”

นายแพทย์ผู้นี้เล่าว่าเขาครุ่นคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่นาน

นพ. เรดดีบอกว่า “ผมตกอยู่ในภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก” เขาอยากรู้ว่าจะมีวิธีอย่างไรในการอธิบายคำวินิจฉัยโรคหรือบอกข่าวร้ายแก่ครอบครัวคนไข้ เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกทำร้ายอีกในอนาคต

“เราตระหนักว่าเราต้องใช้เวลากับคนไข้และครอบครัวของพวกเราเพื่ออธิบายถึงเรื่องแบบนี้ แต่เราไม่สามารถทำได้ และหากพวกเขาไม่เห็นด้วย พวกเขาก็จะต้องพาคนไข้ไปรักษาที่โรงพยาบาลอื่น แต่เราไม่มีเวลามากอย่างนั้น เพราะผมต้องรักษาคนไข้วันละ 20-30 คน”

Dr Reddy, in the front, at a protest.
BBC
นพ.วิกาศ เรดดี จากโรงพยาบาลคานธีในเมืองไฮเดอราบัด และเพื่อนร่วมงานออกมาประท้วงหลังเกิดเหตุทำร้ายร่างกายเขา

อินเดียเป็นหนึ่งในประเทศที่มีสัดส่วนหมอไม่สมดุลกับคนไข้มากที่สุด โดยธนาคารโลกประเมินว่า ในปี 2018 อินเดียมีแพทย์ 90 คนต่อประชากร 100,000 คน ซึ่งต่ำกว่าจีนที่สัดส่วนแพทย์อยู่ที่ 200 คน สหรัฐฯ 260 คน และรัสเซีย 400 คน

วิกฤตโควิด-19 ก็ยิ่งเพิ่มภาระให้กับหมอและบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานหนักอยู่แล้ว

งานวิจัยของ น.ส. ศิวะสตาวา บ่งชี้ว่า การทำร้ายเจ้าหน้าที่การแพทย์มักเกิดขึ้นตอนที่คนไข้อยู่ในหอผู้ป่วยฉุกเฉิน หรือหอผู้ป่วยอาการวิกฤต (ไอซียู) เมื่อคนไข้ถูกย้ายจากโรงพยาบาลหนึ่งไปยังอีกโรงพยาบาลหนึ่ง หรือเมื่อคนไข้เสียชีวิต กรณีเหล่านี้เกิดขึ้นบ่อยขึ้นในช่วงที่โควิด-19 ระบาด

นพ.เลเล เลขาธิการสมาคมการแพทย์อินเดีย เปรียบการทำงานของแพทย์ว่า “การอยู่ในหอผู้ป่วยโควิดเหมือนกับการอยู่ในสงคราม”

นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องความเชื่อมั่น

อินเดียมีสถานพยาบาลเอกชนที่ราคาแพงและไม่มีการควบคุมจากภาครัฐให้บริการคิดเป็นสัดส่วน 2 ใน 3 ของบริการด้านสุขภาพทั้งหมดในประเทศ

น.ส. ศิวะสตาวาชี้ว่า มีคนจำนวนมากเสียชีวิตจากโควิดแม้จะเข้ารับการรักษาที่มีราคาแพง ส่งผลให้ความเชื่อมั่นในระบบบริการสุขภาพเสื่อมถอยลง ขณะเดียวกันสื่อก็มักรายงานข่าวความไม่เอาใจใส่ของบุคลากรทางการแพทย์มากกว่าข่าวการทำงานอย่างหนักของแพทย์ จึงทำให้ผู้คนมีความรู้สึกไม่ไว้วางใจเกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม นพ.เรดดีบอกว่า “สิ่งดีที่สุดที่เราสามารถทำได้คือการดูแลคนไข้ให้ดีที่สุด…เราไม่สามารถคาดหวังได้ว่าคนไข้ทุกคน (หรือครอบครัวคนไข้) จะดีกับเรา แต่แค่อยากให้พวกเขาเคารพเราในฐานะผู้ประกอบวิชาชีพ และเคารพว่าเราเลือกทำอาชีพนี้เพื่อรักษาชีวิตผู้คน”

……………..

ข่าว BBCไทย ที่เผยแพร่ทางเว็บไซต์ ข่าวสด เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ โควิด-19 : หมออินเดียเรียกร้องทางการแก้ปัญหาครอบครัวคนไข้โควิดทำร้ายบุคลากรการแพทย์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง