หนึ่งสัปดาห์ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ นักท่องเที่ยวพอใจแต่บ่นเรื่องค่าตรวจเชื้อแพง สสจ. ยันยังไม่เจอ "เดลตา"

8 ก.ค. 2564 - 21:34 น.
  • เรื่องโดย ชัยยศ ยงค์เจริญชัย ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
  • วิดีโอโดย วสวัตติ์ ลุขะรัง ผู้สื่อข่าววิดีโอ

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

ครบ 1 สัปดาห์ของโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 1 ก.ค . หลายฝ่ายยังลุ้นตัวเลขกันรายวัน เพื่อประเมินว่าโครงการนี้จะได้ไปต่อหรือไม่ ขณะที่นักท่องเที่ยวต่างชาติบางส่วนอยากให้รัฐบาลลดภาระค่าใช้จ่ายในการตรวจหาเชื้อและจำนวนวันที่ต้องกักตัวภายในจังหวัดลง

ตัวเลขสะสมของนักท่องเที่ยวต่างชาติในโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ระหว่างวันที่ 1-7 ก.ค. มีจำนวน 2,399 คน มีการจองโรงแรมอย่าง 20,000 คืน เฉพาะยอดจองห้องอย่างเดียวสร้างรายได้เกือบ 50 ล้านบาท และมีการประเมินว่านักท่องเที่ยวหนึ่งคนจะมีการใช้จ่ายอย่างน้อย ๆ วันละ 5,000 บาท ซึ่งทำให้มีเงินสะพัดจากการท่องเที่ยวโครงการนี้กว่า 12 ล้านบาท

จำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้ดูเหมือนไปได้สวย แต่เมื่อวันที่ 6 ก.ค. มีรายงานว่าพบผู้ติดเชื้อรายแรกจากโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์เป็นชายชาวสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่พบว่าติดเชื้อจากการตรวจครั้งแรกที่สนามบิน ทำให้มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูงที่เดินทางมาพร้อมคณะ 14 ราย และเจ้าหน้าที่บางส่วนของโรงแรมอีก 7 คน ขณะนี้นักท่องเที่ยวดังกล่าวได้ถูกนำตัวเข้ารักษาที่โรงพยาบาลแล้ว และผู้สัมผัสเสี่ยงสูงทุกรายก็ถูกนำไปพักที่โรงแรมที่จัดเตรียมไว้เป็นสถานที่กักตัว

ขณะที่ผู้ติดเชื้อรายใหม่ในรอบสัปดาห์นับตั้งแต่เปิดเกาะอยู่ที่ 24 ราย และมีผู้ที่ยังรักษาตัวอยู่ 47 ราย แม้ว่าจำนวนผู้ติดเชื้อและการระบาดจะยังต่ำกว่าตัวเลขที่รัฐบาลตั้งไว้ว่าจะส่งต่อการทบทวนโครงการ แต่ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นช้า ๆ รวมทั้งสถานการณ์การระบาดในประเทศที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ก็ทำให้หลายฝ่ายต้องลุ้นกันต่อเนื่อง

“ถือว่าเอาอยู่”

ภูเก็ตจัดว่าเป็น “พื้นที่สีเขียว” ในแง่ของการพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ โดยตัวเลขล่าสุดของวันที่ 7 ก.ค. พบผู้ติดเชื้อ 4 รายเป็นคนไทยในพื้นที่และอีก 1 รายที่เป็นชาวต่างชาติภายใต้โครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ทำให้ จ.ภูเก็ตมีผู้ติดเชื้อสะสมยืนยัน 759 รายและยังรักษาตัวอยู่ 47 ราย โดยตั้งแต่วันที่ 1 – 7 ก.ค. มีผู้ติดเชื้อยืนยัน 24 ราย

ตัวเลขนี้มากพอที่จะทำให้กระบะทรายแตกหรือไม่ และโครงการจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร

นพ. กู้ศักดิ์ กู้เกียรติกูล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต บอกกับบีบีซีไทยว่าจำนวนผู้ติดเชื้อที่พบหลังเปิดภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ยังอยู่ในระดับที่ไม่น่ากังวลและถือว่า “เอาอยู่” แม้แต่การพบนักท่องเที่ยวต่างชาติติดเชื้อ ก็เป็นการตรวจพบทันทีหลังเดินทางเข้ามา ซึ่งขณะนั้นยังอยู่ในช่วงกักตัวที่โรงแรม 24 ชั่วโมงแรก

“นั่นแสดงว่ากลุ่มสัมผัสเสี่ยงสูงจะไม่มีใครเลยนอกจากคนขับรถและเจ้าหน้าที่ของโรงแรม และผู้ที่เดินทางมาในคณะเดียวกัน” นพ. กู้ศักดิ์อธิบาย แต่แสดงความกังวลว่าหากเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางเข้ามาในจังหวัดโดยไม่ต้องผ่านการตรวจหาเชื้อเหมือนชาวต่างชาติ ก็อาจจะหลุดรอดไปได้

“ถ้าเป็นนักท่องเที่ยวไทยที่เข้ามาไม่ต้องมีการตรวจเชื้อแบบนี้ พอเข้ามาก็เที่ยวไปได้ทั่วเลย ทำให้สาธารณสุขต้องตามสืบหายากกว่ามาก” สสจ. ภูเก็ตกล่าว

“ถ้าเจอ 3-4 คนทั้งจังหวัดนี่ยังถือว่าเราเอาอยู่…เรากำหนดเอาไว้ว่าถ้าตัวเลขผู้ติดเชื้อเกิน 15 คนต่อ 1 แสนประชากรในหนึ่งสัปดาห์หรือ 90 คนต่อสัปดาห์ หรือเกิดคลัสเตอร์ใหญ่ใหม่ ๆ ในพื้นที่ถึงจะเรียกว่าเป็นการระบาดใหม่ที่จะกระทบต่อแผนการท่องเที่ยว”

นพ.กู้ศักดิ์ยอมรับว่ามาตรการควบคุมนักท่องเที่ยวไทยยังไม่เข้มข้นเท่ากับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ กล่าวคือกำหนดเพียงให้ถือเอกสารที่ยืนยันว่าผลตรวจโควิด-19 เป็นลบเข้ามาหรือมีเอกสารยืนยันการฉีดวัคซีนซิโนแวค 2 เข็มหรือแอสตร้าเซนเนก้า 1 เข็มก่อนเดินทางมาถึงอย่างน้อย 14 วันก็เข้าพื้นที่ได้โดยไม่ต้องตรวจหาเชื้อและไม่มีการกักตัว

นอกจากนักท่องเที่ยวแล้ว โครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ยังทำให้ภาคแรงงานกระเตื้องขึ้นมาด้วย นพ. กู้ศักดิ์ กล่าวขอความร่วมมือให้เจ้าของผู้ประกอบการคัดกรองรับคนที่ได้รับวัคซีนแล้วเท่านั้นเข้ามาทำงานในพื้นที่

WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
ร้านนวดริมหาดป่าตองที่อาทิตยาเป็นหมอนวดอยู่

“เกรงว่าจะมีแรงงานลักลอบเข้ามาในพื้นที่มากขึ้นกว่าเดิม ตรงนี้ต้องขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการให้รับคนเข้าทำงานที่ได้รับวัคซีนแล้วเท่านั้น” นพ. กู้ศักดิ์ย้ำ

สำหรับการระบาดของสายพันธุ์เดลตาที่มี “ส่วนแบ่งการตลาด” ในกรุงเทพฯ กว่า 30% แล้วนั้น นพ. กู้ศักดิ์ ยืนยันว่ายังไม่พบสายพันธุ์เดลตาในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ซึ่งพบแต่สายพันธุ์อัลฟาและสายพันธุ์เบตามาก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องรอผลตรวจหาสายพันธุ์จากนักท่องเที่ยวชาวสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ต่อไป

เสียงากนักท่องเที่ยวในกระบะทราย

แครี มะซูดะ นักท่องเที่ยวชาวอเมริกัน จากเกาะฮาวายเคยเข้ามาในประเทศไทยมาก่อนหน้านี้แล้วในช่วงเดือน เม.ย. 2563 เพื่อมาทำธุรกิจและเขาต้องผ่านการกักตัวแบบ ASQ 14 วันในห้องพัก

ทันทีที่เขาได้ยินข่าวเกี่ยวกับโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ มะซูดะไม่รอช้าที่จะเข้าร่วมโครงการ

“ผมมาที่นี่เพื่อมาทำธุรกิจ และแต่ละครั้งก็มาอยู่มากกว่าหนึ่งเดือน คราวนี้ผมมาถึงวันที่ 4 ก.ค. และจะอยู่ไป 45 วันเพื่อท่องเที่ยวและทำธุรกิจ การเข้าสถานกักกันแบบ ASQ ที่ต้องติดอยู่แต่ในห้องนั้นแย่มาก แบบนี้ (ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์) ดีกว่าหลายเท่า” มะซูดะกล่าว

“ขั้นตอนการเตรียมเอกสารยุ่งยากนิดหน่อยแต่ไม่ใช่ปัญหา ผมมาประเทศไทยบ่อยมากและเหตุผลที่เลือกมาภูเก็ตในรอบนี้ก็เป็นเพราะโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ผมจะไม่เข้า ASQ อีกต่อไป แบบนี้มีอิสระกว่าเยอะ”

ทันทีที่มาถึง มะซูดะสังเกตเห็นว่ากิจการหลายอย่างในภูเก็ตปิดเกือบหมด มีเพียงบางแห่งที่กลับมาเปิดบริการ ซึ่งเขาก็มองว่าดีเสียอีกที่ทำให้ภูเก็ตในช่วงนี้คนน้อยและ “น่าเที่ยวมาก”

“อยากให้ภาครัฐศึกษาจากประเทศอื่น ผมว่าโครงการนี้ดี แต่การถูกจำกัดพื้นที่เป็นเวลา 14 วันอาจจะมากเกินไป แต่ผมเข้าใจว่านี่เป็นโครงการนำร่องและไทยก็กำลังศึกษาข้อมูลอยู่ รัฐบาลไทยก็คงไม่อยากเป็นผู้ต้องหาที่นำไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ๆ เข้ามาในประเทศผ่านโครงการแบบนี้ แต่ถ้าลดเวลาการกักตัวได้โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่ได้รับวัคซีนแล้วก็จะดีมาก ผมว่า 7 วันกำลังดี” มะซูดะกล่าว

นักท่องเที่ยวในโครงการนี้อีกคนหนึ่งคือนายเนอร์ ฮาร์ปาซ ชาวอิสราเอล เดือนทางมาถึงภูเก็ตเมื่อวันที่ 1 ก.ค. และนี่เป็นครั้งแรกที่เดินทางออกนอกประเทศตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19

“ผมมาถึงที่นี่ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. ประมาณ 16.00 น. พอมาถึงแล้วระบบน่าจะยังไม่เข้าที่นัก เจ้าหน้าที่ที่สนามบินยังทำงานไม่ราบรื่นนัก แต่ก็เข้าใจได้ว่าเพราะมันเป็นวันแรก ผมคิดว่าถ้าไปเรื่อย ๆ ระบบจะเข้าที่เข้าทางมากกว่านี้” ฮาร์ปาซกล่าว

“เรื่องที่วุ่นวายมากจริง ๆ ก็คือเรื่องเอกสารที่ต้องยื่นเพื่อขอใบซีโออี (ใบอนุญาตเข้าประเทศ) มันยากและมีหลายขั้นตอนมาก ผมคาดหวังว่าทางการไทยจะทำเรื่องเอกสารให้ง่ายกว่านี้ ถ้าต้องการนักท่องเที่ยวจริง ๆ มันเครียดมาก ๆ ที่เราไม่ได้เอกสารเร็วกว่านี้ จนเราจะเดินทางอยู่แล้วเอกสารเพิ่งจะมาออกเอง”

ฮาร์ปาซแนะนำว่าทางการไทยควรจะปรับปรุงคือเรื่องของราคาค่าตรวจหาเชื้อโควิด-19 เพราะราคาค่อนข้างสูง โดยเฉพาะถ้านักท่องเที่ยวมากันเป็นครอบครัวใหญ่

“รัฐบาลไทยน่าจะปรับราคาลงเพื่อจูงใจให้นักท่องเที่ยวเข้ามามากขึ้น ผมอยากจะพาครอบครัวมา แต่ค่าใช้จ่ายตรงนี้สูงมากจริง ๆ ที่อิสราเอลค่าตรวจประมาณแค่ 400 บาทเอง”

มุมมองชาวต่างชาติที่อยู่ยาวในภูเก็ต

ภูเก็ตวันนี้ ไม่ได้มีแต่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาหลังเปิดเกาะเมื่อวันที่ 1 ก.ค. เท่านั้น แต่ยังมีชาวต่างชาติจำนวนหนึ่งที่มาพำนักระยะยาวในภูเก็ต

หลังจากที่อยู่ภูเก็ตมา 3 เดือน สตีเวน เจมส์ นักท่องเที่ยวชางอังกฤษที่เข้ามาพักผ่อนและทำงานในพื้นที่เริ่มเห็นสัญญาณการเปลี่ยนแปลงในเมือง

“ก่อนที่ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์จะเริ่มรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามา ที่นี่ก็ไม่ต่างอะไรกับเมืองร้าง ไร้นักท่องเที่ยวและแทบไม่มีอะไรเปิดเลย แต่เมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาเริ่มเห็นเมืองกลับมาคึกคักขึ้น ร้านอาหารเปิดมากขึ้น และคนก็มากขึ้นด้วย ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีที่จะทำให้นักท่องเที่ยวได้ท่องเที่ยวภูเก็ตในแบบที่มันควรจะเป็น” เจมส์กล่าว

“ร้านอาหารที่เรามาประจำช่วงนี้เต็มแทบทุกคืน ตอนนี้เริ่มเห็นสัญญาณบวกด้านการท่องเที่ยวในภูเก็ตแล้วเมื่อคนเริ่มกลับมาเที่ยวมากขึ้น นักท่องเที่ยวเริ่มมั่นใจกับการกลับมาเที่ยวที่นี่กันมากขึ้น ผมคิดว่าถ้าลดเวลากักตัวลงมาได้อีก คนก็จะมาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ”

เจมส์ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน เพราะเขาออกจากอังกฤษมาตั้งแต่ก่อนที่คนกลุ่มอายุเขาจะได้รับวัคซีน แต่ล่าสุดเขาได้ลงทะเบียนเพื่อเข้ารับการฉีดวัคซีนซิโนแวคใน จ.ภูเก็ตแล้ว

WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

“ที่นี่มีมาตรการป้องกันที่ดีมากทั้งการวัดอุณหภูมิหรือการที่ร้านต่าง ๆ จัดให้มีเจลแอลกอฮอล์ล้างมือกันทุกที่ ผมว่าประเทศไทยน่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีให้ประเทศอื่น ๆ ในเอเชียได้ในเรื่องของมาตรการเหล่านี้” เจมส์อธิบาย

“ผมรู้สึกปลอดภัยที่จะอยู่ที่นี่มากกว่าที่บ้านของผมที่อังกฤษ ผมไม่ได้จะไม่เคารพคนที่บ้านผมนะ แต่วิธีที่คนอังกฤษจัดการกับปัญหาการแพร่รระบาดไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุด เราไม่ได้ปิดชายแดนเลยในช่วงแรก ผู้ติดเชื้อรายใหม่ก็เพิ่มเป็นวันละหลักหมื่น ผมว่าผมจะกังวลถ้ายังต้องอยู่ที่อังกฤษมากกว่ามาอยู่ที่ไทย”

ชีลา แฟชัน นักท่องเที่ยวชาวอิสราเอล ชื่นชอบประเทศไทยมากและเธอเคยเดินทางมาที่ไทยก่อนหน้านี้แล้วถึง 6 ครั้ง และการกลับมาไทยในรอบนี้เป็นการเดินทางออกนอกประเทศครั้งแรกตั้งแต่โควิดระบาด

เธอเข้ามาอยู่ในประเทศไทย 3 เดือนแล้วและเธอมีแผนที่จะอยู่ไปจนถึงเดือน ก.ย.

แฟชันเล่าว่า เดือน ก.ย. ปีที่แล้วเธอได้ติดติดเชื้อโควิด-19 และต้องกักตัวอยู่นานในช่วงที่ทำการรักษาตัว เธอชื่นชอบรูปแบบของโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์เพราะนักท่องเที่ยวไม่ต้องกักตัวเพราะเธอรู้ดีว่าการที่ถูกจำกัดพื้นที่เป็นเรื่องที่ยากมาก ๆ

ถึงแม้ว่าจะมีข้อดีในการที่ไม่ต้องกักตัวอยู่แต่ในห้องในช่วง 14 วันแรก แต่แฟชันเห็นว่าทางการไทยควรให้ความช่วยเหลือด้านค่าใช่จ่ายการตรวจหาเชื้อมากกว่านี้หากต้องการจะให้นักท่องเที่ยวเข้ามา

“ฉันมีเพื่อน 2 กลุ่มที่วางแผนจะมาภูเก็ตในช่วงโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ในเดือนนี้และเดือนหน้า แต่พวกเขายกเลิกแผนการไป เพราะคิดว่าการตรวจหาเชื้อ 4 ครั้งมีค่าใช้จ่ายสูงเกินไปโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกเขาต้องเดินทางมากัน 4-5 คน ถ้าทางการไทยอยากให้คนมาเที่ยวผ่านโครงการนี้กันเยอะ ๆ คงต้องปรับเรื่องราคาให้ถูกกว่านี้หน่อย หรือช่วยเหลือค่าใช้จ่ายตรงนี้บ้าง” แฟชันกล่าว

“ฉันอยากให้คนมาเที่ยวที่นี่มาก ๆ เพราะคนไทยต้องการนักท่องเที่ยว เพื่อให้เกิดงานและรายได้ให้คนในท้องที่บ้าง ฉันไม่ได้กังวลอะไรมากเพราะฉันเป็นโควิดแล้ว และได้รับวัคซีนแล้ว จริง ๆ แล้วฉันเป็นห่วงคนไทยมากกว่า ฉันอยากให้ทุกคนไทยทุกคนได้กลับไปมีชีวิตแบบเดิม”

“กระบะทราย” ที่ง่ายต่อการเปลี่ยนแปลง

ตั้งแต่เริ่มต้นโครงการในวันที่ 1 ก.ค. ภูเก็ตมีนักท่องเที่ยวเข้ามาแล้วโดยเฉลี่ยนวันละ 400 คนและมีเที่ยวบินจากต่างประเทศเข้ามา 4-5 เที่ยวต่อวัน ในช่วงก่อนการเปิดโครงการได้มีการประเมินกันไว้ว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาไม่ต่ำกว่าแสนคนและนำรายได้เข้าประเทศมา 89,000 ล้านบาท มาถึงวันนี้มียอดจองโรงแรมรวมทั้งสิ้น 131,809 ห้องตลอดเวลา 3 เดือนของโครงการนี้

นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตบอกกับบีบีซีไทยว่าในช่วงแรก ๆ ตัวเลขยังไม่ได้หวือหวามาก เพราะคนส่วนใหญ่ยังคอยดูสถานการณ์ก่อน

“ผมมั่นใจว่าตัวเลขจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ เราดูจากตัวเลขจากยอดจองว่าตอนนี้เรามีเข้ามาแล้วกว่ากว่า 100,000 รูม/ไนท์ และนี่แค่ในช่วงแรก ถ้าเราเดินหน้าไปเรื่อย ๆ จนถึงวันที่ 30 ก.ย. ผมเชื่อว่าต้องเพิ่มขึ้นอีกมากเลย” นายปิยพงศ์กล่าว และสรุปว่าโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์นี้กำลังเดินไปได้ตามเป้าหมาย

“แซนด์บ็อกซ์คือกระบะทรายซึ่งง่ายต่อการเปลี่ยนแปลง หากมีอะไรที่เกิดขึ้นในกระบะทราย เราสามารถเปลี่ยนแปลงรายละเอียดให้เหมาะสมกับเหตุการณ์ได้อยู่แล้ว ถ้าเดินไปเรื่อย ๆ และมีสัญญาณบวกด้านใดด้านหนึ่งก็อาจจะมีการปรับให้สะดวกขึ้นได้ แต่ในวันนี้ถือว่าเหมาะสมกับสถานการณ์แล้ว”

สิ่งที่ทางจังหวัดกังวลคือการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งเป็นจุดที่จะทำให้โครงการนี้จะยังคงอยู่หรือไม่

“ภูเก็ตเองก็ได้พิสูจน์ให้เห็นมาตั้งแต่เดือน เม.ย. แล้ว ในเรื่องการควบคุม เพราะเป็นพื้นที่ปิด ก็เลยกรองคนให้เข้ามาในเกาะได้เป็นอย่างดี ทั้งตรวจหาเชื้อ ฉีดวัคซีน หรือต้องหายป่วยในเวลาที่กำหนด” รองผู้ว่าฯ ภูเก็ต อธิบาย

เขากล่าวเพิ่มเติมว่าการที่มีคนติดเชื้อในพื้นที่ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ และบอกประชาชนในภูเก็ตเสมอว่าให้ใช้ชีวิตเสมือนมีเชื้ออยู่ข้างตัว โดยเน้นมาตรการต่าง ๆ อย่างเคร่งครัดเช่น ต้องสวมหน้ากาก ล้างมือ เว้นระยะห่าง โดยที่ทุกคนต้องทำแม้ว่าจะฉีดวัคซีนแล้วก็ตาม

“คุณหมอกล่าวไว้ว่าเรากำลังอยู่ในช่วงของการแพร่ระบาด เพราะฉะนั้นยากมากที่จะคุมให้เป็นศูนย์ ถามว่าเป็นไปได้ไหม ก็เป็นไปได้ แต่นั้นไม่ใช่เป้าหมายที่แท้จริง การคุมอยู่ในตัวเลขที่เหมาะสมน่าจะเป็นเป้าหมายที่หวังผลได้มากกว่า เช่นภูเก็ตตอนนี้มีตัวเลขต่ำกว่าวันละ 5 ราย เราก็สบายใจแล้ว” นาย ปิยพงศ์กล่าว

“ตอนนี้เราสามารถนั่งในร้านอาหารได้ถึง 23.00 น. เราสามารถดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหารได้ เราสามารถใช้ชีวิตได้เกือบจะปกติ แต่ถ้าตัวเลขไปถึง 90 คนจริง ๆ เราก็จะค่อย ๆ ปรับมาตรการไปเรื่อย ๆ ได้”

เมื่อถามเรื่องมาตรการสำหรับคนไทยที่เข้ามาในพื้นที่ นายปิยพงศ์บอกว่ามีแต่มาตรการแค่ต้องฉีดวัคซีนก่อนเข้าพื้นที่ หรือมีผลตรวจโควิด-19 เป็นลบมา ซึ่งถือได้ว่ามีความเข้มข้นในระดับหนึ่ง แต่สิ่งที่เขาเป็นกังวลจริง ๆ คือการหลั่งไหลเข้ามาในพื้นที่ในภาคแรงงาน

“คนในพื้นที่ภูเก็ตห่วงคือการที่ภูมิคุ้มกันหมู่ถูกเจือจางไปด้วยปริมาณคนที่เพิ่มขึ้น ถ้ามีคนเพิ่มขึ้นจริง ๆ เราต้องการวัคซีนเพิ่มขึ้นในพื้นที่ เราต้องเริ่มเติมวัคซีนให้ภาคแรงงานที่กำลังกลับเข้ามาในพื้นที่” นายปิยพงศ์กังวล

“ที่ภูเก็ตมีคนที่ตกงานจริง ๆ อยู่ 14,000 คน ส่วนอีก 60,000 กว่าคนอยู่ในภาวะเสมือนตกงาน คือรายได้ลดลงแต่ยังมีงานทำอยู่ คิดว่าภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์จะเข้ามาแก้ปัญหานี้ได้มากพอสมควรเพราะคนที่ตกงานเหล่านี้เป็นคนที่อยู่ในภาคการท่องเที่ยวทั้งนั้นเลย”

“ถ้าภูเก็ตรักษาระดับการติดเชื้อได้น้อยเหมือนวันนี้ ก็สามารถกระจายการท่องเที่ยวไปยังพื้นที่อื่น ๆ ได้ และจุดมุ่งหมายสูงสุดก็คือการเปิดประเทศ เราได้นำร่องในจังหวัดเราไปแล้ว และก็จะเป็นการง่ายกับจังหวัดอื่น ๆ ให้ทำตามได้”

………………

ข่าว BBCไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ข่าวสด เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ หนึ่งสัปดาห์ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ นักท่องเที่ยวพอใจแต่บ่นเรื่องค่าตรวจเชื้อแพง สสจ. ยันยังไม่เจอ "เดลตา"
ข่าวที่เกี่ยวข้อง