โควิด-19: แรงงานก่อสร้าง ชนชั้นที่ถูกลืมกลางโรคระบาด

13 ก.ค. 2564 - 22:06 น.
  • เรื่องโดย ธันยพร บัวทอง ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
  • วิดีโอโดย ภานุมาศ สงวนวงษ์

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

หลังจากติดเชื้อโควิด-19 “สเรยน” (นามสมมติ) หญิงชาวกัมพูชาวัย 40 ปี ลูกมือช่างก่อสร้างที่เข้ามาทำงานในไทยกว่า 7 ปี มีที่อยู่เป็นเต็นท์ผ้าใบที่ตอนกลางวันร้อนระอุจนแทบทนไม่ไหวส่วนที่นอนนั้นเป็นเพียงแผ่นไม้อัดวางบนพื้นปูน

แรงงานหญิงคนนี้ผ่านงานก่อสร้างมาแล้วหลายโครงการตั้งแต่มาอยู่เมืองไทยหลังคลอดลูกที่กัมพูชา คอนโดมิเนียม 20-30 ชั้น ที่อยู่อาศัยของคนมีเงิน เธอก็ทำหน้าที่ “มัดเหล็ก” มาแล้ว สเรยนโยกย้ายไปตามไซต์งานหลายแห่งทั้งสาทร สะพานควาย รามคำแหง และล่าสุดคือแถวห้าแยกลาดพร้าวที่เธอกำลังทำงานรับค่าจ้างรายวันสร้างคอนโดเช่นกัน

กลับมายังที่ที่เธออยู่อาศัยตอนนี้ คลิปวิดีโอกลางดึกคืนหนึ่งขณะฝนกำลังตกหนักที่บีบีซีไทยได้เห็น เป็นภาพของลมและฝนสาดเข้ามาในเต็นท์ น้ำเอ่อขังเกือบถึงบริเวณที่คนงานนอนอยู่ นี่คือสภาพแคมป์คนงานในเขตจตุจักรที่ถูกใช้เป็นสถานที่กักตัวของสเรยนและเพื่อนแรงงานก่อสร้างชาวกัมพูชาและเมียนมากว่า 50 คน

BBC THAI
เมื่อตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด-19 แรงงานถูกย้ายตัวมาอยู่ในเต็นท์ที่เป็นจุดพักคอยรอการรักษา ทว่าพวกเขาอยู่ในสภาพแบบนี้มากว่า 20 วันแล้ว ก่อนที่จะมีมาตรการสั่งปิดแคมป์เมื่อ 28 มิ.ย.

อีกคลิป เป็นภาพตอนกลางวันที่คนงานบางส่วนนอนเรียงรายอยู่ในเต็นท์ ปลายเท้ามีถ้วยชามวางไว้ นอกจากนี้ยังมีเครื่องปรุง หม้อหุงข้าว ขวดน้ำดื่ม และแผงไข่ไก่ที่มีไข่เหลืออยู่แค่ครึ่ง

หลังจากย้ายมาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่วันที่ 18 มิ.ย. หรือกว่า 20 วัน สเรยนบอกกับบีบีซีไทยขณะลงพื้นที่เมื่อวันที่ 6 ก.ค. ว่าเธอต้องการแค่ให้มีหมอมาตรวจอาการป่วย

“อยากรู้ในตัวเรามีเชื้อไหม หรือว่าหายแล้ว เราจะได้กลับไปทำงาน ถ้า (กระทรวง) แรงงานเขาเปิดให้เราทำก็จะได้กลับไปทำได้ แต่ถ้าเราไม่รู้อย่างนี้คนอื่นเขาก็กลัวเรา” สเรยนกล่าว

คลัสเตอร์โควิดในแคมป์ก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นนับตั้งแต่พบแห่งแรกช่วงต้นเดือน มิ.ย. ทำให้รัฐบาลออกคำสั่งภายใต้ พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน สั่งปิดแคมป์คนงานและให้หยุดก่อสร้างเป็นเวลา 30 วัน ก่อนออกมาตรการเยียวยาบางส่วนในสองวันหลังจากนั้น

ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) หลายครั้งถึงการจัดการผู้ติดเชื้อในแคมป์ก่อสร้าง และนี่คือสภาพที่สเรยนและเพื่อนคนงานต้องเผชิญจากมาตรการที่รัฐกำหนดขึ้น

ข้อมูลล่าสุดจาก ศบค. ณ วันที่ 8 ก.ค. มีคลัสเตอร์ที่ต้องเฝ้าระวังในกรุงเทพฯ ทั้งสิ้น 121 แห่ง ในจำนวนนี้เป็นคลัสเตอร์แคมป์ก่อสร้างและที่พักคนงาน 22 แห่ง ที่เป็นกลุ่มเฝ้าระวังสูงสุดและยังมีผู้ป่วยภายใน 14 วัน ทว่าจำนวนแคมป์ทั้งหมดใน กทม.และปริมณฑลที่ถูกสั่งปิดมีทั้งสิ้น 896 แห่ง

การจัดการผู้ติดเชื้อแบบที่แรงงานหญิงชาวกัมพูชากำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ ไม่ใช่เพียงแห่งเดียวที่กำลังเกิดขึ้นในกรุงเทพฯ เสียงจากพวกเขา ต้องการหมอ การอยู่การกินที่ดีเพียงพอ และการได้กลับไปทำงานเท่านั้น

ที่อยู่อาศัยและอาหาร

บ้านพักคนงานที่สเรยนพักอยู่เดิมเป็นบ้านน็อกดาวน์สองชั้นในรั้วใกล้กัน สเรยนบอกว่าเธอย้ายมาอยู่ในเต็นท์ผ้าใบที่บริษัทใช้เป็นที่กักตัว ร่วมกับเพื่อนคนงานที่บริษัทแจ้งผลว่าติดเชื้อโควิด ช่วงมาอยู่ 2-3 วันแรก เธอมีอาการไอ เจ็บคอ ก็ได้ยาพาราเซตามอลกับฟ้าทะลายโจรมากิน เธอบอกว่าตอนนี้ไม่มีอาการอะไรแล้ว

อยู่ในรั้วที่ถูกกั้นไว้ให้คนงานที่ติดเชื้ออยู่มากว่า 20 วัน อาหารที่คนงานได้รับตามคำบอกเล่าแรงงานกัมพูชา 2 คน คือ ข้าวสาร ปลากระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ไข่ หรือบางครั้งก็มีผักบ้าง บางวันพวกเขาก็ได้รับข้าวกล่องมากินบ้างจากเจ้าของแคมป์หรือหน่วยงานที่มาลงพื้นที่ แต่บางช่วงก็ไม่มี

BBC THAI
สภาพที่พักในคืนฝนตกของแคมป์ย่านวิภาวดีในเขตจตุจักรที่บีบีซีไทยได้รับจากแรงงานชาวกัมพูชา

“ถ้ามีหมอมาดูปุ๊บก็มีข้าว หมอซื้อมาให้ พอหมอไปปุ๊บก็อยู่เหมือนเดิม ก็กินข้าวแห้ง” โสพอน คนงานชายชาวกัมพูชาจากจังหวัดเปรยเวงกล่าว

เขาบอกด้วยว่า คนที่อยู่เป็นครอบครัวก็ทำอาหารกินกันเองบ้าง ส่วนเขาต้องหากินกับคนงานอื่น ๆ เพราะภรรยาที่ไม่ได้ติดเชื้อโควิด ได้ยายไปอยู่กับญาติที่พัทยาเมื่อปลายเดือน มิ.ย. เพื่อคลอดลูก

โสพอนบอกว่าลูกเขาเกิดมาได้ 15 วันแล้ว แต่ยังไม่มีโอกาสได้เจอกัน ทำได้แต่วิดีโอคอลผ่านไลน์เพื่อพบหน้าลูกเท่านั้น

ที่หน้าประตูของแคมป์ ทันทีที่มูลนิธินำของมาบริจาค ซึ่งมีทั้งน้ำดื่ม ผ้าอนามัย ยาสีฟัน ยาสระผม และยาคุมกำเนิด คนงานต่างรีบจัดแบ่งข้าวของที่ได้มา เราถามสเรยนว่าจริง ๆ แล้วอะไรคือสิ่งที่คนงานต้องการตอนนี้ คำตอบดูไม่ได้กังวลเรื่องอาหารมากเท่าน้ำดื่มที่สะอาดและอาการป่วยของตัวเอง

“แต่ว่าถ้าถามว่าอยากได้อะไรไหม หนูแค่ขอว่าอยากได้น้ำกิน หรือว่าอยากได้หมอมาตรวจพวกเราทุกคน ว่าเราหายหรือยัง มันมีอะไรไหมอยู่ที่ตัวนะ อยากได้แค่นี้ค่ะ”

THAI NEWS PIX

(ยา) รักษาโรค

มีไม่กี่คนที่ได้ออกไปรักษาตัวข้างนอก หนึ่งในนั้นคือสามีของสเรยนที่ออกไปรักษาและกลับมากักตัวที่บ้านพักแล้ว และเมื่อเร็ว ๆ นี้แรงงานคนไทยคนหนึ่งที่คอยสั่งอาหารสั่งน้ำให้พวกเขา ยามเมื่ออาหารที่นายจ้างให้มามีไม่พอ เพิ่งได้ออกไปรักษาตัวสองวันก่อนที่บีบีซีไทยจะไปถึง

โสพอนอยู่ในนี้เช่นเดียวกับสเรยนมากว่า 20 วัน หลังผลออกมาว่าติดเชื้อ เขาบอกว่า จนถึงตอนนี้ยังมีเพื่อนแรงงานที่มีอาการไออยู่ 4-5 คน นั่นทำให้เขากังวลว่าจะหายป่วยได้อย่างไร เพราะไม่รู้ว่าแต่ละคนยังมีเชื้อโควิดอยู่แค่ไหน แม้ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย (จป.) ของบริษัทว่าจะมีแพทย์มาตรวจวันที่ 17 ก.ค.

“ผมอยากให้หมอมาตรวจผมอีกรอบ กักตัวแบบนี้มันไม่ได้ครับ มันนานแล้วครับ แล้วคนไหนหายไม่หาย เราก็ต้องรู้ 14 วันถ้าติดเชื้อไม่หาย ก็อันตราย แล้วยากินหมดประมาณ 3-4 วันแล้ว” โสพอนพูดย้ำกับบีบีซีไทยด้วยความกังวล

“มันกลัวครับ ถ้าเราหายปุ๊บแล้วคนอื่นไม่หาย เดินไปเดินมา รวมหมดเลยก็ติด ผมอยากได้หมอมาตรวจถ้าไม่ติดเอาไปอยู่แคมป์ คนที่ติดอยู่เหมือนเดิมก็ได้”

THAI NEWS PIX

ส่วนสเรยนเล่าว่า คนต่างด้าวที่นี่ไม่สามารถติดต่อใครให้ช่วยเหลือเรื่องหาเตียงโรงพยาบาลได้ เธอบอกว่าตอนนี้แม้แต่คนงานชาวไทยก็ออกไปรักษาตัวข้างนอกได้ยากเช่นกัน

“คนไทยก็เหมือนกัน ถ้ามีเตียงว่างเขาก็เอาคนไป แต่ว่าเขมรทำไม่ได้… ลูกพี่เป็นคนไทย เขาหาเตียงเอง พวกต่างด้าวก็ต้องรอ”

อาชีพ

“ทำก่อสร้างในกรุงเทพฯ ตลอด ตั้งแต่มาที่นี่ก็อยู่กับลูกพี่คนเดียวไม่ได้ออกไปไหน ทำงานตั้งแต่วันละ 160-170 (บาท) ก็อยู่กับเขาตลอด ตอนนี้ก็ได้ 300 กว่าแล้ว” สเรยนเล่าด้วยน้ำเสียงภูมิใจว่าเธอไม่เคยเปลี่ยนนายจ้าง

ตั้งแต่ติดเชื้อเท่ากับหยุดงานไปแล้วส่วนหนึ่ง และเมื่อมีคำสั่งปิดแคมป์กว่าจะได้ทำงานอีกครั้งก็กว่าหนึ่งเดือน ทำให้เธอกังวลว่าจะไม่มีเงินส่งให้พ่อแม่และลูกวัย 8 ขวบ ที่พนมเปญ

“ลูกโทรมาก็ถามว่า แม่รับตังค์ได้กี่พัน เลยบอกลูกว่าแม่ได้ 4 พัน ตอนเราติดเชื้อก็ทำได้ 7 วัน แล้วลูกขอว่า แม่ส่งให้ลูก 2 พันได้ไหม ถ้าแม่ไม่ส่งให้ลูกไม่มีอะไรใช้ ก็บอกลูกว่าถ้าแม่ส่งให้ลูกไป อยู่นี่ก็ไม่ได้อะไร เพราะว่าเราไม่ได้ทำงาน เขาจะเปิดให้เราทำวันไหนก็ยังไม่รู้” สเรยนกล่าว

THAI NEWS PIX

เธอได้ยินข่าวเรื่องการจ่ายชดเชยเมื่อถูกปิดแคมป์ แต่ยังไม่รู้ว่าคนงานต่างด้าวอย่างเธอจะได้เยียวยาเท่าไหร่

“ถ้าเราถูกกักตัว เขาว่าจะจ่ายค่าแรงให้พวกเรา เหมือนว่าเราได้ 300 เขาก็จ่ายให้มา 150 อย่างงี้ แต่ไม่รู้ว่ายังไง ยังไม่รู้นะคะ ต้องรอเขามาบอกอีกรอบหนึ่ง”

ขณะที่สเรยน ไม่ได้ค่าจ้างหลังไม่ได้ทำงานเพราะติดโควิดมา 20 กว่าวันแล้ว กระทรวงแรงงานกลับยืนยันว่ามีการจ่ายชดเชยให้แรงงานทุก ๆ 5 วันด้วยเงินสด

แรงงานก่อสร้างคนไทย ต้องหาทางกลับไปรักษาที่บ้านเกิด

“ติดกันเยอะไหม” บีบีซีไทยถามแรงงานชายก่อสร้างชาวอีสานรายหนึ่งที่ทำงานก่อสร้างด้านคมนาคม แคมป์ที่พักของเขาตั้งอยู่แถวพระราม 9 มีคนงานอยู่กันราว 500 คน

“เยอะเลย แต่แรงงานต่างด้าวที่ติดไม่มีโอกาสได้ไปหาหมอ ป่วยก็กักตัวอยู่แบบนั้น ต้มน้ำร้อน กินยาให้หายเอง แต่ก็ยังมีเจ้าหน้าที่ไปตรวจสุขภาพอยู่ทุกวัน” บอย (นามสมมติ) ตอบบีบีซีไทยทางกล่องข้อความเฟซบุ๊ก ขณะกำลังรักษาตัวจากการติดเชื้อโควิด-19 อยู่ที่โรงพยาบาลประจำอำเภอที่บ้านเกิด

บอยบอกว่า แรงงานคนอีสานที่ติดโควิดและไม่มีเตียงอย่างเขา ต้องโทรติดต่อหารถมูลนิธิเองจากกรุงเทพฯ เพื่อส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลที่บ้าน หลังบริษัทมาบอกผลตรวจว่าติดเชื้อ บอยและเพื่อนคนงานชาวไทยกว่า 10 คน ถูกนำไปกักตัวนอนรวมกันในห้องโถงใหญ่กับแรงงานต่างด้าว รวม ๆ แล้ว 40 คน เขาอยู่ที่นั่น 5 วัน ระหว่างที่เขาและญาติดิ้นรนหาทางนำตัวเขาออกไปรักษา และต้องใช้เงินหลายพันบาทในขณะที่เขาทำงานรับค่าจ้างรายวันวันละ 300 กว่าบาทเท่านั้น

“เขาคิดค่าเดินทางคนละ 6,000 บาท ตัวเราจ่ายเงินเอง” บอยระบุ และบอกว่า คนงานไทยหลาย ๆ คนก็ทำเช่นนี้ หาเงินมาจ่ายค่ารถเอง

“บริษัทไม่ช่วยอะไรเลย…ประมาณ 4-5 คน ที่เห็น ๆ ถามคนที่ติดมา เขาก็ทำแบบนี้”

“ตอนนี้ที่บริษัท คนไทยเสียชีวิต 2 คนแล้ว ตามที่เพื่อน ๆ บอกกัน เสียชีวิตที่โรงพยาบาล” บอยเล่า

THAI NEWS PIX

“ความกังวลมาก ๆ มีเกือบทุกที่”

ชามะวีร์ เกื่องกระโทก เจ้าหน้าที่ผู้ประสานงานโครงการสื่อสารความเสี่ยงและการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ในกลุ่มประชากรข้ามชาติ มูลนิธิศุภนิมิตรแห่งประเทศไทย บอกว่า กรณีที่แคมป์แห่งนี้ การส่งต่อผู้ป่วยแม้จะมีการประสานกันเป็นระยะระหว่างเขต เจ้าหน้าที่ของบริษัทก่อสร้าง ก็ยังไม่มีแนวทางออกมาว่าเมื่อกักตัวครบ 14 วันแล้ว จะดำเนินการอย่างไรต่อ

ชามะวีร์บอกว่า ระยะแรกที่สถานการณ์เตียงยังไม่ล้น การจัดการคลัสเตอร์แรงงานต่างด้าวในแคมป์บริษัทใหญ่ เช่น อิตาเลียนไทย คลัสเตอร์ตลาดยิ่งเจริญ ส่งตัวเข้าโรงพยาบาลสนามทั้งหมด 100% และกลับมากักตัวที่ห้อง แต่ขณะนี้ภาวะที่ผู้ติดเชื้อล้นระบบ ทำให้การส่งต่อออกไปรักษาตัวข้างนอกทำได้ยาก ภาพจึงเป็นอย่างที่เห็น

แคมป์แห่งนี้เป็นแห่งแรกที่เธอได้เห็นการจัดพื้นที่ผู้ป่วยในลักษณะนี้ แต่ไม่ใช่เพียงที่นี่แห่งเดียว จากการลงพื้นที่ที่แคมป์ก่อสร้างแถวเอกมัยก็มีคนงานป่วยติดเชื้อเกินกว่า 14 วันแล้วเช่นกัน

“ความกังวล (เรื่องรอเตียงรักษา) มาก ๆ มีเกือบทุกที่ กังวลว่าตัวเองจะเป็นอันตรายไหม เราต้องช่วยพูดบรรเทาเขา” ชามะวีร์กล่าว

ไม่มีคำตอบถึงการเยียวยาแรงงานนอกระบบ

การให้สัมภาษณ์ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานทำให้เห็นว่าการจัดการคลัสเตอร์แคมป์ก่อสร้าง ยังไม่มีแนวทางที่ชัดเจนระหว่างหน่วยงานที่รับผิดชอบ

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานจากพรรคพลังประชารัฐ กล่าวกับบีบีซีไทยถึงการจัดการคลัสเตอร์ผู้ติดเชื้อว่า กระทรวงแรงงานไม่มีอำนาจเข้าไปจัดการ เพราะถือเป็นอำนาจการควบคุมโรคของกระทรวงสาธารณสุขหรือคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อของกรุงเทพมหานคร

ส่วนการเยียวยาจ่ายค่าชดเชย 50% ของค่าจ้างหรือเงินเดือน รัฐบาลประกาศออกมาว่าประกันสังคมจะจ่ายครอบคลุมเฉพาะแรงงานที่เป็นผู้ประกันตน มาตรา 33 แต่ข้อมูลจากสมาคมอุตสากรรมก่อสร้างฯ ชี้ว่า ครึ่งหนึ่งของแรงงานก่อสร้างเป็นต่างด้าว ซึ่งส่วนใหญ่ไม่มีประกันสังคม การเยียวยาของแรงงานนอกระบบ จึงไม่มีคำตอบถึงแนวทางการช่วยเหลือ

THAI NEWS PIX

“ถ้าตกหล่นเพราะธุรกิจคุณไม่ได้เข้าสู่ระบบถูกต้องจะโทษใคร” นายสุชาติกล่าวกับบีบีซีไทย

รมว. แรงงานบอกว่าที่ผ่านมา ได้ช่วยเรื่องอาหารโดยใช้งบประมาณของกระทรวงแรงงาน และขอให้ผู้ประกอบการช่วยแบ่งเบาการดูแลแรงงานส่วนนี้ด้วยอีกทางหนึ่ง

“คนที่เป็นนักธุรกิจวันนี้แคมป์ปิด รัฐบาลช่วยจ่ายในส่วนของลูกจ้างให้ นายจ้างก็ต้องประคองลูกจ้างตัวเองถูกไหม มันต้องช่วยกัน จะโยนให้รัฐอย่างเดียวก็ไม่ไหว”

นายสุชาติกล่าวด้วยว่า สำนักงานประกันสังคมจ่ายเงินชดเชยธุรกิจที่ถูกกระทบจากมาตรการสั่งปิดไปแล้ว 693,000 คน เป็นเงินกว่า 3,000 ล้านบาท

ต้นทุนของการเป็นแรงงานต่างด้าว

เมื่อพูดถึงแรงงานต่างชาติจากประเทศเพื่อนบ้าน ในสายตาของรัฐอาจจะมีแค่ถูกหรือผิดกฎหมาย แต่สำหรับพวกเขาการมีบัตรสีชมพูหรือบัตรประจำตัวคนไม่มีสัญชาติที่แสดงว่าได้รับการผ่อนผันให้อยู่และทำงานในไทยได้ชั่วคราว พวกเขาจะต้องซื้อประกันสุขภาพไว้ด้วย

จากประสบการณ์ของชามะวีร์ ซึ่งทำงานเกี่ยวกับประชากรข้ามชาติ พบว่าส่วนใหญ่จะซื้อแค่ 3 เดือน ค่าใช้จ่ายราว 2,000 -3,500 บาท และยังไม่รวมถึงการอยู่ในระบบประกันสังคมที่นายจ้างต้องเป็นคนดำเนินการ

THAI NEWS PIX

“ต่างด้าวน้อยมากที่จะมีประกันสังคม เพราะประกันสังคมขึ้นกับนายจ้าง และนายจ้างส่วนใหญ่ไม่ค่อยจะดำเนินการเรื่องนี้เท่าไหร่” ชามะวีร์กล่าว

อย่างแคมป์คนงานแห่งนี้ ชามะวีร์บอกว่า คนงานอยู่กับบริษัทรับเหมาช่วง (ซับคอนแทรกต์) หลายเจ้า ในจำนวนนี้มีแรงงานแค่ 1-2 บริษัทที่มีบัตรประกันสังคม นอกนั้นก็มีบัตรประกันสุขภาพที่แรงงานต้องซื้อเอง

การไม่อยู่ในระบบประกันสังคมนั่นหมายความว่าการเยียวยาย่อมจะไปไม่ถึงพวกเขา

เสียงจากสมาคมก่อสร้าง : นโยบายดี คำสั่งดี แต่ปฏิบัติไม่ได้

ผ่านมา 15 วัน หลังจากคำสั่งปิดแคมป์ก่อสร้างตามข้อกำหนดฉบับที่ 25 ภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ลิซ่า งามตระกูลพานิช นายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ บอกกับบีบีซีไทยว่า กลายเป็นว่ารัฐบาลสั่งปิดเฉย ๆ แต่ว่ามาตรการเชิงรุกอย่างเช่น การเข้าไปสวอบเก็บตัวอย่างตรวจหาเชื้อ หรือการฉีดวัคซีน “ไม่มีเลย หรือมีก็น้อยมาก”

ส่วนการเยียวยาผู้ประกอบการและแรงงานในอุตสาหกรรมก่อสร้างใน 6 จังหวัด ในช่วงเวลา 1 เดือน นายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ระบุว่า “มาตรการดูดี แต่ผ่านมา 15 วัน พบว่าในทางปฏิบัติแล้ว ไม่ค่อยเวิร์ค”

ลิซ่ากล่าวว่า สมาชิกของสมาคมก่อสร้างได้ให้แสดงความเห็นว่า การเยียวยาเข้าถึงยากมาก นโยบายดี คำสั่งดี แต่เมื่อลงไปที่ผู้ปฏิบัติแล้วทำไม่ได้ หลายบริษัทมีแรงงานที่ไม่ได้อยู่ภายในไซต์ก่อสร้าง แต่ว่าเป็นแรงงานที่เช่าบ้านอยู่ กระจายกันอยู่ภายนอก กลุ่มนี้เวลาไปขอรับการเยียวยาจากประกันสังคม ประกันสังคมก็จะไม่ให้เพราะว่าไม่ได้อยู่ในแคมป์คนงานที่ถูกปิด หรือบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่จ้างแรงงานก่อสร้างเองก็ไม่ได้รับการเยียวยา เพราะไม่ได้เป็นบริษัทก่อสร้าง แต่ถูกกระทบจากการปิดไซต์งานเช่นกัน

“ปัญหาหลักคือเวลานี้ ระบบราชการดูตามตัวอักษร แต่ไม่ได้ดูที่สาระ ถ้าตัวอักษรเขียนว่าให้เฉพาะคนทำงานก่อสร้าง แล้วก็ให้กับคนงานที่อยู่ในแคมป์คนงาน กลายเป็นว่าคนที่ไม่ได้อยู่ในแคมป์ก่อสร้าง หรือไม่ได้จดทะเบียนว่ารับเหมาก่อสร้าง ก็จะไม่ได้รับความช่วยเหลือเลย ซึ่งอันนี้ไม่ถูก เพราะว่าจริง ๆ ได้รับผลกระทบกันหมด”

THANYAPORN BUATHONG/BBC THAI

ลิซ่ากล่าวว่าการสั่งปิดของรัฐบาลเป็นการ “หว่านแหปิดทุกที่” แต่มาตรการที่ควรทำจริง ๆ ตามข้อเสนอของสมาคมฯ นั้น รัฐบาลควรผ่อนผันเปิดให้ไซต์งานได้ โดยการจัดมาตรการใน 4 กลุ่ม ได้แก่ 1. แคมป์ที่แยกตัวออกจากชุมชน ให้วางมาตรการปิดการเข้าออก นายจ้างดูแลอาหารสามมื้อ

2. แคมป์ที่คัดกรอง 100% ไม่มีผู้ติดเชื้อ เปิดให้ทำงานได้ มีมาตรการควบคุมการเข้า-ออกแคมป์และไซต์ก่อสร้าง ห้ามคนงานแวะระหว่างทางจากแคมป์ไปไซต์ นายจ้างเป็นผู้หาอาหารให้ตลอดสามมื้อ ไม่ให้ออกมาปนกับคนข้างนอก 3. แยกผู้ที่ไม่ติดเชื้อด้วยการคัดกรองแบบตรวจหาเชื้อเร่งด่วนเพื่อให้ทำงานได้ แยกโซนผู้ป่วยออกจากกัน และ 4. แคมป์ที่แรงงานฉีดวัคซีนครบแล้ว ทุกประเภทเหล่านี้ให้ผ่อนปรนกลับมาทำงานได้ โดยวางมาตรการอย่างเคร่งครัด

“ถ้าหากว่าไม่แบ่งแคมป์หรือไซต์งานให้กลับไปทำงานได้ ไม่มีทางที่ภาครัฐจะสามารถเยียวยาได้ถึง” นายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยฯ กล่าว

“แรงงานพวกนี้เขากินค่าแรงรายวัน รายได้มาจากค่าจ้างและค่าโอที ดังนั้นค่าแรงของเขา รัฐจ่ายให้ 50% สิ่งที่เขาขาดคือ 50% กับโอที พูดตรง ๆ ว่าเป็นภาระของนายจ้าง นายจ้างหลายรายก็พยายามจ่ายเงินเพิ่มให้ หรือว่าคอยดูแล ซึ่งนายจ้างส่วนมาก ไม่ได้สายป่านยาว พอถึงจุดหนึ่งเขาก็ไม่สามารถเก็บแรงงานไว้ได้ก็จะกระจายออกไป และอาจจะมีปัญหา”

นายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างฯ ยังบอกด้วยว่ากลุ่มแรงงานต่างด้าวที่ไม่มีประกันสังคมนั้น “น่าหนักใจมาก” เพราะในอุตสาหกรรมก่อสร้างทั้งหมดเป็นแรงงานต่างด้าวถึง 50%

“จะทำยังไงให้คนเหล่านี้ได้รับการดูแลเรื่องวัคซีน ถ้าไปที่ กทม. ตอนนี้เขาขอฉีดคนไทยก่อน แล้วจะไปที่กระทรวงแรงงานตามประกันสังคม มาตรา 33 แต่หลายส่วนไม่ได้อยู่ในประกันสังคม ปัญหาหลักตอนนี้ คือ ต้องให้แรงงานกลุ่มนี้ครึ่งหนึ่งกลับมาทำงานได้ ดูแลตัวเองได้ นายจ้างอยู่รอดได้ ระหว่างที่รอวัคซีน” ลิซ่าทิ้งท้าย

……..

ข่าว BBCไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ข่าวสด เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












seagame

ภาพที่



อัลบั้มภาพ โควิด-19: แรงงานก่อสร้าง ชนชั้นที่ถูกลืมกลางโรคระบาด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง