โควิด-19 : ลำดับเหตุการณ์และอุปสรรคการจัดส่งวัคซีนระหว่างแอสตร้าเซนเนก้ากับทางการไทย

20 ก.ค. 2564 - 14:29 น.

หลังจากการเซ็นสัญญาจองวัคซีนล่วงหน้าระหว่างทางการไทยกับบริษัทแอสตร้าเซนเนก้าเมื่อเดือน พ.ย. ปี 2563 มาจนถึงการเปิดเผยสัญญา ซึ่งเนื้อหาส่วนสำคัญถูกปิดไว้ด้วยแถบดำเมื่อไม่นานมานี้ การจัดส่งวัคซีนที่ผลิตโดยบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด เต็มไปด้วยความแน่ไม่นอนมาโดยตลอด ขณะเดียวกันไทยก็กำลังเผชิญกับวิกฤตระลอกใหม่จน ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ประกาศใช้ “มาตรการล็อกดาวน์ขั้นสูงสุด” ในพื้นที่ 13 จังหวัดสีแดงเข้ม รวมกรุงเทพฯ และปริมณฑล ตั้งแต่วันนี้ (20 ก.ค.) เป็นต้นไป

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

บีบีซีชวนย้อนดูลำดับเหตุการณ์การจัดส่งวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า

วันที่ 27 พ.ย. 2563 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีลงนามในสัญญาการจัดหาวัคซีนโควิด-19 โดยการจองล่วงหน้าระหว่างกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กับแอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) บริษัทผลิตวัคซีนสัญชาติอังกฤษ-สวีเดน โดยมี บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในพระปรมาภิไธย รับถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตวัคซีนโควิด-19

ทำเนียบรัฐบาล
ผอ.สถาบันวัคซีนแห่งชาติ อธิบดีกรมควบคุมโรค และผู้บริหารบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า ประเทศไทย ลงนามในสัญญาจองล่วงหน้าและจัดซื้อวัคซีนโควิด-19 ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อ 27 พ.ย. 2563

จากมติ ครม. วันที่ 17 พ.ย. มีการจัดงบประมาณสำหรับการจองล่วงหน้าและการจัดซื้อวัคซีนกับบริษัทแอสตร้าเซนเนก้าในไทยและในสหราชอาณาจักร ในวงเงิน 6,049,723,117 บาท โดยมีระยะดำเนินการตั้งแต่ เดือน พ.ย. 2563 ถึง ธ.ค. 2564 โดยตั้งเป้าผลผลิตที่จำนวนวัคซีน 26 ล้านโดส สำหรับประชากรกลุ่มเป้าหมายตามคำแนะนำของคณะอนุกรรมการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค จำนวน 13 ล้านคน

วันที่ 20 ม.ค. 2564 องค์การอาหารและยา (อย.) ขึ้นทะเบียนตำรับยาแผนปัจจุบันวัคซีนโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้า จากข้อมูลโดยกรมควบคุมโรค วันที่ 23 ก.พ. คณะรัฐมนตรีเห็นชอบแก้ไขสัญญาจองซื้อวัคซีนจากเดิม 26 ล้านโดสเป็น 61 ล้านโดส (เพิ่มอีก 35 ล้านโดส)

RACHAPHON RIANSIRI/BBC THAI
ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เคยตั้งคำถามอย่างเปิดเผยเกี่ยวกับการเลือกสยามไบโอไซเอนซ์เป็นผู้ผลิตวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า

วันที่ 24 ก.พ. 2564 วัคซีนโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้าล็อตแรกมาถึงไทย 117,300 โดส โดย พล.อ. ประยุทธ์เข้ารับการฉีดวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้าเข็มแรกของประเทศไทยเมื่อวันที่ 16 มี.ค.

จากแถลงโดย นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค(คร.) เมื่อวันที่ 18 ก.ค. นับตั้งแต่ อย. ทะเบียนตำรับยาแผนปัจจุบันวัคซีนโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้า เมื่อเดือน ม.ค. ถึงวันที่ 16 ก.ค. ไทยได้รับมอบวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้ารวมทั้งสิ้น 8,193,500 โดส โดยแบ่งเป็นล็อตต่าง ๆ ได้แก่

  1. วันที่ 28 ก.พ. จำนวน 117,300 โดส
  2. วันที่ 28 พ.ค. จำนวน 242,100 โดส
  3. วันที่ 4 มิ.ย. จำนวน 1,787,100 โดส
  4. วันที่ 16 มิ.ย. จำนวน 610,000 โดส
  5. วันที่ 18 มิ.ย. จำนวน 970,000 โดส
  6. วันที่ 23 มิ.ย. จำนวน 593,300 โดส
  7. วันที่ 25 มิ.ย. จำนวน 323,600 โดส
  8. วันที่ 30 มิ.ย. จำนวน 846,000 โดส
  9. วันที่ 3 ก.ค. จำนวน 590,000 โดส
  10. วันที่ 9 ก.ค. จำนวน 555,400 โดส
  11. วันที่ 12 ก.ค. จำนวน 1,053,000 โดส
  12. วันที่ 16 ก.ค. จำนวน 505 ,700 โดส

ก่อนหน้านี้ แผนบริหารจัดการวัคซีนของกระทรวงสาธารณสุขระบุว่า วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าที่ผลิตในไทย จำนวน 61 ล้านโดส จะทยอยออกมา 7 ล็อต ด้วยกัน ได้แก่ มิ.ย. 6 ล้านโดส, ก.ค. 10 ล้านโดส, ส.ค. 10 ล้านโดส, ก.ย. 10 ล้านโดส, ต.ค. 10 ล้านโดส, พ.ย. 10 ล้านโดส และ ธ.ค. 5 ล้านโดส

หากวัดจากเฉพาะข้อมูลสองชุดนี้เท่ากับว่าแอสตร้าเซนเนก้ายังจัดส่งวัคซีนในเดือน มิ.ย. ได้แค่กว่า 5 ล้านโดส ถือว่าต่ำกว่าเป้า

สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
ปลัด สธ. เป็นผู้ฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 ให้นายกฯ ที่สถาบันบำราศนราดูร เมื่อ 24 พ.ค.

นอกจากนี้นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส. พรรคก้าวไกล ก็ออกมาตั้งคำถามต่อแถลงของอธิบดีกรมควบคุมโรคหลายประเด็นด้วยกัน อาทิ การที่กรมควบคุมโรคไม่ได้ชี้แจงให้ชัดว่าการรับมอบวัคซีนเมื่อวันที่ 12 ก.ค. จำนวน 1,053,000 โดส ไม่ได้มาจากการผลิตโดยสยามไบโอไซเอนซ์แต่เป็นการรับบริจาคจากประเทศญี่ปุ่น หรือการที่ขณะนี้ผ่านมาเกินครึ่งเดือน ก.ค. แล้ว แต่สยามไบโอไซเอนซ์ ส่งมอบวัคซีนให้ไทยได้เพียง 1,651,100 โดสเท่านั้น ห่างจากแผน 10 ล้านโดส อยู่ถึง 8,348,900 โดส

สัญญาที่มีแถบดำ

วันที่ 11 ก.ค. พรรคก้าวไกลเปิดเผยเอกสารสัญญาระหว่างรัฐบาลไทย-แอสตร้าเซนเนก้า ว่าด้วยการจัดหาวัคซีนโดยการจองล่วงหน้าและสัญญาการจัดซื้อวัคซีน หลังจากที่นายวิโรจน์ ได้ยื่นเรื่องขอเอกสารจากสถาบันวัคซีนเมื่อกว่า 3 เดือนก่อนหน้านั้น อย่างไรก็ดี พรรคก้าวไกลบอกว่าเอกสารเต็มไปด้วยแถบสีดำเซ็นเซอร์ข้อความที่เป็นสาระสำคัญ ซึ่งสถาบันวัคซีนแห่งชาติชี้แจงว่าต้องปกปิดด้วยเหตุผลหลายประการ อาทิ มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของบุคคลที่สาม หรือบริษัทได้ขอสงวนสิทธิ์เพื่อรักษาความลับเชิงธุรกิจ

พรรคก้าวไกล
บางส่วนจากเอกสารสัญญาระหว่างรัฐบาลไทย-แอสตร้าเซนเนก้า

บีบีซีไทยพยายามตรวจสอบเอกสารดังกล่าวและพบว่าไม่สามารถทราบถึงเนื้อหาสำคัญได้ อาทิ ประโยคแรก ๆ ที่บอกว่า แอสตร้าเซนเนก้า ตกลงจะจัดส่งวัคซีนแต่ตัวเลขโดสถูกเซ็นเซอร์ไว้ หรือเนื้อหาสัญญาช่วงต่อมาที่บอกว่าหากเกิดสถานการณ์ที่คาดเดาไม่ได้เป็นผลให้แต่ละฝ่ายไม่สามารถทำตามสัญญาได้ ให้แจ้งอีกฝ่ายภายในเวลาแต่จำนวนวันหรือเดือนนั้น ๆ ถูกคาดไว้ด้วยแถบดำ


นอกจากประเด็นดังกล่าวแล้ว เรื่องการส่งมอบวัคซีนตัวนี้ยังต้องสะดุดอีกหลายครั้ง อาทิ เมื่อวันที่ 15 ก.ค. ที่ นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ออกมายอมรับผ่านรายการ “เจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์” ทางสถานีโทรทัศน์ MCOT ว่า “มีข้อคลาดเคลื่อนเรื่องของตัวเลขวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า” จากเดิมมีกำหนดส่งมอบวัคซีนให้ไทยจำนวน 61 ล้านโดส ภายในเดือน ธ.ค. 2564 แต่มีการขอขยายเวลาออกไป ซึ่งจำวันที่และเดือนไม่ชัดเจน แต่คาดว่าเป็นเดือน พ.ค. 2565 และย้ำว่าในสัญญาไม่มีเงื่อนเวลา มีเพียงการระบุจำนวนวัคซีนทั้งหมดไว้ ส่วนเรื่องเวลา เป็นการเสนอแผนพูดคุยกัน

THAI NEWS PIX

ในการตอบคำถามผ่านรายการเดียวกันในวันถัดมา นพ. โอภาส อธิบดีกรมควบคุมโรค ระบุว่า ในสัญญาจองซื้อ 26 ล้านโดส ระบุว่าต้องส่งมอบในปี 2564 แต่พอไทยขอเพิ่มยอดไปอีก 35 ล้านโดส ก็ได้บอกให้ทางแอสตร้าเซนเนก้าส่งมอบในปี 2564 ซึ่งเขาไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ และบอกเพียงว่าต้องดูกำลังการผลิต

อย่างไรก็ดี หากดูจากที่อธิบดีกรมควบคุมโรคแถลงเมื่อวันที่ 18 ก.ค. ในผังข้อมูลที่เผยแพร่ระบุว่ากรมควบคุมโรคได้รับสัญญาที่ลงนามโดยแอสตร้าเซนเนก้ากลับมาวันที่ 4 พ.ค. หลังจากที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้แก้ไขสัญญาจองซื้อวัคซีนจากเดิม 26 ล้านโดส เป็น 61 ล้านโดส (เพิ่มอีก 35 ล้านโดส) อย่างไรก็ดี บีบีซีไม่สามารถยืนยันได้ว่าเนื้อหาในสัญญาฉบับแก้ไขที่ลงนามโดยแอสตร้าเซนเนก้ามีการระบุถึงการเพิ่มวัคซีนอีก 35 ล้านโดส หรือเปล่า

ในประเด็นนี้ ส.ส. วิโรจน์ ออกมาตั้งคำถามว่า เหตุใดรัฐบาลจึง “หลอกให้ประชาชนหลงเชื่อ” แผนจัดหาวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า 61 ล้านโดสภายในปี 2564 ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วไม่มีการระบุในสัญญาว่าผู้ผลิตต้องส่งมอบวัคซีนภายในปี 2564

“จดหมายลับ” แอสตร้าเซนเนก้า-อนุทิน

นอกจากนี้ กรณีที่ยิ่งทำให้ประชาชนตั้งคำถามอีกคือการที่เมื่อวันที่ 17 ก.ค. สำนักข่าวอิศราออกมาเผยแพร่ “หนังสือลับ” ลงวันที่ 25 มิ.ย. 2564 โดยนายสจอร์ด ฮับเบน รองประธานฝ่ายกิจการองค์กรทั่วโลก ของบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า เขียนถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สธ.

นายฮับเบนระบุว่า คาดว่าจะผลิตวัคซีนให้ได้เดือนละ 5-6 ล้านโดส ซึ่ง “ปริมาณนี้มากเกือบ 2 เท่าของปริมาณที่เราได้เจรจาระหว่างการประชุมในวันที่ 7 ก.ย. 2563 ซึ่งทีมงานของคุณได้มีการประมาณการว่าระบบสาธารณสุขของประเทศไทยต้องการวัคซีนประมาณ 3 ล้านโดสต่อเดือน”

ในเวลาต่อมา นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์สำนักข่าวอิศรา ยอมรับว่าบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า ได้ทำหนังสือมาถึงตนในช่วงเวลาดังกล่าวจริง ซึ่งตนก็ได้ตอบจดหมายกลับไปทันที ยืนยันว่าประเทศไทยกำลังประสบกับปัญหาผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 รายวันที่พุ่งสูงมาก ต้องการวัคซีนจำนวนมากขึ้น

เนื้อหาดังกล่าวสอดคล้องกับหนังสืออีกฉบับซึ่งสำนักข่าวอิศรานำออกมาเผยแพร่ โดยเป็นการตอบกลับของนายอนุทินเมื่อวันที่ 30 มิ.ย. ไปยังนายฮับเบน รมว.สธ. ระบุว่า อยากจะได้วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าอย่างน้อย 10 ล้านโดสต่อเดือน

อย่างไรก็ดี บีบีซีไทยไม่สามารถยืนยันเอกสารทั้งสองฉบับได้

ฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด
“วัคซีนโควิด-19 ของแอสตร้าเซนเนก้า ผลิตในประเทศไทย เพื่อประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” ป้ายข้างรถขนส่งวัคซีนระบุ

ในประเด็นนี้ นายวิโรจน์ ส.ส. พรรคก้าวไกล บอกว่า “รัฐบาลต้องตอบให้ชัดเจน เพราะถ้าเอกสารทั้งหมดที่ปรากฎในข่าวของสำนักข่าวอิศรา เป็นเอกสารจริง นี่เท่ากับว่าที่ผ่านมากับแผนการจัดหาวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า 61 ล้านโดส พล.อ.ประยุทธ์ และคุณอนุทิน ได้อำพรางข้อเท็จจริงในสัญญา และโกหกหลอกลวงประชาชนมาโดยตลอด รู้แต่แรกว่าการส่งมอบวัคซีน 61 ล้านโดสภายในปี 2564 นั้นอาจจะเป็นไปไม่ได้ แต่ก็ยังพูดยืนยันให้ประชาชนหลงเชื่อเรื่อยมา ซึ่งประเด็นข้อสงสัยทั้งหมดนี้ รัฐบาลต้องชี้แจง และยืนยันข้อเท็จจริง โดยเร็วที่สุด”

อย่างไรก็ดี ในการแถลงเมื่อวันที่ 18 ก.ค. อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงปมเรื่องจดหมายนี้ว่า เรื่องที่จะส่งมอบ 3 ล้านโดสเป็นการอ้างอิงถึงการประชุมไม่เป็นทางการ

หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจรายงานว่า เมื่อถามถึงว่ามีการระบุตัวเลขโดสอย่างไรก่อนทำสัญญา นพ.โอภาส กล่าวว่า ในชุดสัญญา 3 ฝ่าย ประกอบด้วยแอสตร้าเซนเนก้า กรมควบคุมโรค และสถาบันวัคซีนแห่งชาติ เป็นการจองล่วงหน้า จึงระบุไม่ได้ว่า เขาผลิตเท่าไหร่อย่างไร การผลิตและการส่งมอบจึงต้องเจรจาเป็นรายเดือน

+++++

ข่าว BBCไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ข่าวสด เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ โควิด-19 : ลำดับเหตุการณ์และอุปสรรคการจัดส่งวัคซีนระหว่างแอสตร้าเซนเนก้ากับทางการไทย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง