โควิด-19 : ลูกสาวเล่าประสบการณ์แม่ป่วยโรคหัวใจถูกเลื่อนผ่าตัด 2 ครั้ง จนเสียชีวิตในที่สุด

22 ก.ค. 2564 - 09:09 น.
  • อิสสริยา พรายทองแย้ม
  • บีบีซีไทย

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

“คุณแม่เป็นคนร่าเริงใจดี ทำกับข้าวเก่ง เป็นเหมือนคุณแม่ทั่วไปที่รักลูก ความสุขของคุณแม่คือเห็นหน้าลูก เขาชอบให้ลูกตัดผมให้ เราไปกินข้าวนอกบ้านกันบ้าง แต่ไม่บ่อย เพราะเขาเป็นทั้งโรคหัวใจ โรคไต เบาหวาน ความดัน เรียกว่าทั้งแพ็กเกจ เลยไม่ค่อยออกไปไหน”

แป้ง (นามสมมติ) พูดถึงคุณแม่ที่เสียชีวิตไปเมื่อเดือนมิถุนายนปี 2563 ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งไม่ห่างจากกรุงเทพฯ ตอนที่คุยกับบีบีซีไทย คุณแม่ของเธอเสียชีวิตไปได้ราวหนึ่งปี กับอีกหนึ่งเดือน การจากไปของมารดายังเป็นแผลสดที่รอวันสมาน แต่การระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกล่าสุดในไทย ที่แป้งได้เห็นภาพผู้ป่วยโรคโควิด-19 นอนรอความช่วยเหลือ ขณะที่โรงพยาบาลหลายแห่งอยู่ในสภาพเต็มล้น จนต้องออกประกาศไม่รับผู้ป่วยบางประเภท หรือปิดบริการทางการแพทย์บางอย่าง ทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูก “จี้” ซ้ำที่รอยแผลเดิม

แม่ของแป้งมีอายุ 66 ปี ตอนที่จากเธอไปเมื่อปีที่แล้ว

“คุณแม่มีอาการที่เราเคยเห็นบ่อย ๆ เหมือนคนเป็นเบาหวานที่ระดับน้ำตาลตก และหมดสติ แต่วันนั้นคุณแม่หัวใจหยุดเต้นด้วย ทางบ้านโทรเรียกสายด่วน 1169 เขาก็มาทันที และช่วยกันปั๊มหัวใจจนคืนชีพขึ้นมา แล้วพาแม่ส่งโรงพยาบาลแห่งหนึ่งก่อนจะย้ายไปที่โรงพยาบาลรัฐและเข้าห้องไอซียู” แป้งเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกลางดึกในคืนวันหนึ่งของเดือนมิถุนายน 2563 ในช่วงที่ยังคงมีการประกาศเคอร์ฟิว ซึ่งมาตรการนี้ทำให้เธอต้องมอบความวางใจทั้งหมดให้กับทีมกู้ภัยที่มาช่วยเหลือนำแม่ส่งโรงพยาบาล ขณะที่เธอและครอบครัวต้องรอให้พ้นระยะเวลาเคอร์ฟิวอย่างกระวนกระวายใจ กว่าจะเดินทางไปยังโรงพยาบาลได้

ย้อนกลับไปในเดือนมีนาคมปีที่แล้ว ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดการระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกแรก คุณแม่ของแป้งซึ่งป่วยด้วยอาการหลอดเลือดหัวใจตีบ และเคยทำบอลลูนขยายหลอดเลือดหัวใจมาครั้งหนึ่งแล้วเมื่อ 20 ปีก่อน ได้รับการนัดหมายเพื่อเข้าผ่าตัดเปลี่ยนขดลวดขยายหลอดเลือดหัวใจที่เสื่อมสภาพจนทำให้อากาศไม่สามารถผ่านเข้าไปในทุกห้องหัวใจได้เต็มที่ แต่เพราะการระบาดหนักของโควิด ทำให้ถูกเลื่อนนัดไปเป็นเดือนมิถุนายนปีเดียวกัน

“ช่วงที่เลื่อน ๆ ไปทั้งสองครั้ง คุณแม่ก็เสียใจ กระทบกระเทือนจิตใจ เขาถอนฟันหมดทั้งปากตามที่ได้รับแจ้งว่าต้องเตรียมตัวอย่างนั้น แต่ก็ถูกเลื่อนการผ่าตัดออกไป เราได้แต่ปลอบเขาว่าอาจจะดีก็ได้ เพราะอาจไปติดโรคโควิดแทน”

แป้งบอกว่าเธอและครอบครัวเข้าใจและเห็นใจสภาพการทำงานหนักของแพทย์ด่านหน้าที่ต้องรับมือกับโรคโควิด-19 และแพทย์ที่ทำงานรักษาผู้ป่วยโรคอื่น ๆ ด้วย แต่ในเวลาเดียวกันก็มีคำถามในใจถึงเกณฑ์การเลื่อนการผ่าตัดว่าพิจารณาอย่างไร คนไข้รายใดมีความเร่งด่วนกว่าใคร แล้วคนไข้ที่ไม่ได้ป่วยด้วยโรคโควิดมีความสำคัญหรือไม่

THAI NEWS PIX
อาสาสมัครของมูลนิธิกู้ภัยต้องเก็บศพเพิ่มขึ้นทั้งจากผู้ป่วยเป็นโรคโควิดและโรคอื่น ๆ

กระทั่งกลางเดือนมิถุนายน 2563 ในคืนที่คุณแม่ของเธอมีอาการหัวใจหยุดเต้น เมื่อถูกส่งตัวเข้าไปรักษาที่โรงพยาบาลของรัฐบาล แพทย์แจ้งว่าการผ่าตัดอาจมีผลทำให้แม่อยู่ในสภาพเจ้าหญิงนิทรา หรือเป็นผู้ป่วยติดเตียง และต้องเจาะตามร่างกายเพื่อสวนท่อต่าง ๆ เพื่อใช้ในการรักษา ทางครอบครัวจึงเป็นฝ่ายยืนยันกับแพทย์ว่าไม่ต้องการทำในสิ่งที่จะมีผลให้แม่ของเธอต้องทรมานมากขึ้น จึงเลือกที่จะไม่ผ่าตัด หลังจากนั้น 5 วัน คุณแม่ซึ่งมีโรคไตร่วมด้วย และไม่สามารถฟอกไตได้ในเวลานั้น ทำให้ของเสียสะสมในร่างกาย ก็เสียชีวิตลงในวันที่ 17 มิถุนายน

“เหตุผลคือหัวใจล้มเหลว…มันก็อดคิดไม่ได้ว่าถ้าแม่ได้ผ่าตัดเปลี่ยนขดลวดขยายหลอดเลือดหัวใจโดยไม่ต้องถูกเลื่อนนัดไป เราก็คงไม่เสียเขาไป เสียไปตอนที่ใกล้จะถึงวันนัดผ่าตัดใหม่ เพราะหัวใจเขาอาจจะไม่หยุดเต้นในคืนนั้น แต่ก็บอกตัวเองว่าไม่ให้คิดแบบนั้น คิดเสียว่าถึงเวลาที่เขาต้องไป แต่พอมาเจอการระบาดของโควิดรอบนี้ (ปี 2564) เราเห็นข่าวว่าผู้ป่วยที่ไม่ใช่โควิดก็ต้องตาย เพราะห้องไม่พอ เตียงไม่พอ ศูนย์รักษาโรคต่าง ๆ ต้องปิดบริการ โรงพยาบาลรับผู้ป่วยที่ไม่ใช่โควิดไม่ได้ มันทำให้รู้สึกว่าทุกอย่างวนลูปกลับมาเหมือนเดิม ทางการไม่เตรียมพร้อมรองรับผู้ป่วยทั้งโควิดและไม่ใช่โควิด แล้วคนที่ป่วยจากโรคที่ไม่ใช่โควิดน่ะ ทำไมไม่เห็นใจเขาบ้าง”


เมื่อวันที่ 10 ก.ค.2564 สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เผยแพร่รายงานประเมินผลงานกลางเทอมรัฐบาลประยุทธ์ 2 : การควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 และการบริหารจัดการวัคซีน โดยเนื้อหาของรายงานส่วนหนึ่งระบุว่าไทยน่าจะมีผู้เสียชีวิตทางอ้อมจากอาการโรคแทรกซ้อนรวมถึงเป็นโรคอื่น แต่ไม่สามารถเข้ารับการรักษาได้เพราะโรงพยาบาลมีเตียงไม่พอ และผู้เสียชีวิตที่ไม่เกี่ยวกับโควิดหรือการฆ่าตัวตายจากผลกระทบทางจิตใจและปัญหาทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นแล้ว โดยดัชนีหนึ่งที่วัดการเสียชีวิตรวมได้คือ “อัตราการตายส่วนเกิน” (excess mortality) ซึ่งอัตราการตายของคนไทยในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน 2564 เพิ่มสูงขึ้นราว 12% และ 17.5% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

โรงพยาบาลสนาม
BBC
เมื่อโรงพยาบาลเต็มล้น คนไข้ต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลสนาม

สำหรับแป้งแล้ว เธอเห็นว่าการที่โรงพยาบาลต้องจัดสรรทรัพยากรเพื่อสนับสนุนผู้ป่วยโควิดย่อมส่งผลต่อการรักษาคนไข้โรคอื่นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งเธอไม่ได้ตำหนิที่แพทย์ต้องทำอย่างนั้น เธอเปรียบเทียบการถูกเลื่อนนัดของแม่ กับการที่น้องชายซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับการปลูกถ่ายไตได้รับการดูแลจากแพทย์เป็นอย่างดี และทันท่วงทีในช่วงที่ไม่มีโรคโรควิดระบาด

น้องชายวัย 40 ปีของเธอได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนไตเมื่อสองปีก่อน แต่เมื่อเดือนสิงหาคมปี 2563 หนึ่งเดือนหลังจากแม่ของเธอเสียชีวิต น้องชายก็มีอาการหมดสติ ทางบ้านโทรแจ้งสายด่วน 1669 ให้มารับตัวไปโรงพยาบาลใกล้บ้าน ก่อนจะส่งไปยังโรงพยาบาลรามาธิบดีที่เคยได้รับการปลูกถ่ายไต ซึ่งแพทย์แจ้งว่าน้องชายของเธอมีอาการหนักมาก

“พอถึงโรงพยาบาลก็ไปห้องไอซียู มีเตียงว่างรออยู่แล้ว เราได้เห็นหมอและพยาบาลนับสิบคน มาช่วยกันดูแลน้องเราอย่างเต็มที่ ไม่ใช่แค่วันเดียว แต่หลายวันเป็นสัปดาห์ จนเขามีอาการดีขึ้น”

น้องชายของแป้งสลับเข้าออกห้องไอซียูและห้องพักฟื้นอยู่นานเกือบหนึ่งเดือน และรอดชีวิต แม้ก่อนหน้านั้นแพทย์จะบอกว่าโอกาสรอดมีเพียง 20%

“เราบอกคุณหมอว่าไม่ได้นะคะ คุณแม่เพิ่งเสียไปเมื่อเดือนที่แล้ว เราเสียน้องชายอีกไม่ได้ แล้วหมอก็ช่วยเขาให้รอดชีวิต แต่ถามว่าถ้าน้องชายเกิดเป็นอะไรขึ้นมาตอนที่โควิดระบาด แต่เขาไม่ได้เป็นโควิด จะทำยังไง จะต้องตายอย่างเดียวหรือ เราจะแก้ไขตรงไหนได้บ้าง”

เธอบอกด้วยว่าสายด่วน 1669 เป็นบริการที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วยจากโรคที่ไม่ใช่โควิด เพราะนอกเหนือจากนั้นแล้ว เธอก็ไม่แน่ใจว่าผู้ป่วยด้วยโรคอื่น สามารถเรียกร้องขอความช่วยเหลือฉุกเฉินได้ที่ใด

ผู้สูงอายุรอฉีดวัคซีน
Getty Images

ปัจจุบันคุณพ่อของแป้งวัย 70 ปีเศษ ยังมีชีวิตอยู่ เธอได้พาคุณพ่อไปรับการฉีดวัคซีนที่ศูนย์แห่งหนึ่ง ในจังหวัดที่อยู่ โดยผู้ได้รับการฉีดวัคซีนจะต้องได้รับการตรวจวัดความดันก่อนฉีด แต่การที่จุดฉีดวัคซีนอยู่ชั้นบนของตัวอาคาร คุณพ่อต้องเดินขึ้นบันไดหลายขั้น ทำให้มีอาการความดันขึ้น จนต้องนอนพักรอจนความดันลดลงก่อนได้รับวัคซีน

“นี่เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของการไม่มองรอบด้านของฝ่ายที่ดูแลจัดการ เราเห็นผู้สูงอายุทุกคนที่ไป ต้องกระย่องกระแย่งขึ้นไปชั้นบน จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมถึงมีอาการความดันขึ้นกัน” แป้งบอกอย่างอ่อนใจ

…………..

ข่าว BBCไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ข่าวสด เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ โควิด-19 : ลูกสาวเล่าประสบการณ์แม่ป่วยโรคหัวใจถูกเลื่อนผ่าตัด 2 ครั้ง จนเสียชีวิตในที่สุด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง