โควิด-19 : งานวิจัยในบราซิลตอกย้ำผู้นำหญิงบริหารจัดการวิกฤตโควิดได้ดีกว่าผู้นำชาย

23 ก.ค. 2564 - 09:41 น.

นับแต่เกิดวิกฤตโควิด-19 ผู้นำหญิงก็ได้รับความสนใจและเสียงชื่นชมเป็นอย่างมากในการบริหารบ้านเมือง ท่ามกลางห้วงเวลาอันยากลำบากจากการระบาดใหญ่

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

ที่ผ่านมา ผู้นำหญิงหลายชาติ อาทิ นายกรัฐมนตรีจาซินดา อาร์เดิร์น แห่งนิวซีแลนด์, ประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ของไต้หวัน และนายกรัฐมนตรีเชค ฮาสินา ของบังกลาเทศ ได้รับคำชื่นชมเรื่องการใช้มาตรการสกัดโควิดอย่างรวดเร็ว และช่วยยับยั้งการแพร่ระบาดไปเป็นวงกว้าง

แต่ความเชื่อมโยงระหว่างเพศกับผลลัพธ์จากการดำเนินนโยบายสาธารณสุขมักไม่ค่อยได้รับความสนใจมากนัก จนกระทั่งล่าสุดมีงานวิจัยชิ้นใหม่ในบราซิลที่บ่งชี้ว่า การมีผู้นำหญิงสามารถช่วยรักษาชีวิตของผู้คนในภาวะโรคระบาดใหญ่ได้มากกว่าเมื่อเทียบกับผู้นำชาย

A woman takes part in a protest calling for the impeachment of Brazil"s President Jair Bolsonaro and against his handling of the coronavirus disease (COVID-19) pandemic, in Rio de Janeiro, Brazil, July 3, 2021
Reuters
หญิงสาวคนนี้ออกมาชุมนุมในนครรีโอเดจาเนโร เพื่อเรียกร้องให้ถอดถอนประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร ที่ล้มเหลวในการบริหารวิกฤตโควิดในบราซิล

ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเซาเปาโลของบราซิล และมหาวิทยาลัยบาร์เซโลนาของสเปน พบว่า เมืองในบราซิลที่บริหารโดยผู้นำสตรีนั้น มีจำนวนผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 น้อยกว่าเมืองที่บริหารโดยนักการเมืองชายถึง 43% และ มีอัตราผู้ป่วยเข้ารักษาในโรงพยาบาลน้อยกว่า 30%

งานวิจัยบ่งชี้ว่า สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ เพราะผู้นำหญิงมักไม่ใช้มาตรการเชิงการแพทย์ในการควบคุมโรค เช่น การบังคับสวมหน้ากากอนามัย และการห้ามประชาชนชุมนุมรวมตัวกัน

ทีมนักวิจัยระบุว่า “ผลการค้นพบของพวกเราแสดงให้เห็นถึงหลักฐานที่น่าเชื่อถือว่า ผู้นำหญิงทำงานได้ดีกว่าผู้นำชายในแง่ของการรับมือกับนโยบายระดับโลก”

“ผลการศึกษายังแสดงให้เห็นถึงบทบาทของผู้บริหารท้องถิ่นในการลดผลกระทบจากนโยบายประชานิยมอันผิดพลาดที่ผู้นำ บังคับใช้ในระดับชาติ”

รักษาชีวิต

A general view at the Pedro DellAntonia Sports Complex field hospital where patients with Covid-19 are treated on March 11, 2021 in Santo Andre, Brazil.
Getty Images
เมืองในบราซิลที่บริหารโดยผู้หญิงมีอัตราการเสียชีวิตจากโควิดต่ำกว่าเมืองที่ปกครองโดยผู้ชายถึง 43.7% ส่วนยอดผู้ป่วยโควิดในโรงพยาบาลก็ต่ำกว่า 30%

ทีมนักวิจัยได้ย่อการวิเคราะห์ข้อมูลจากเขตเทศบาลเมืองในบราซิลให้แคบลงจาก 5,500 แห่งมาเป็น 700 แห่ง โดยแต่ละเมืองที่เลือกมาเป็นเมืองขนาดเล็กไปถึงขนาดกลางที่มีประชากรต่ำกว่า 200,000 คน แล้วจับกลุ่มเปรียบเทียบระหว่างเมืองที่มีผู้นำชายกับเมืองที่มีผู้นำหญิง

ผลการวิเคราะห์สถิติจากทางการพบว่า เมืองที่บริหารโดยผู้หญิงมีอัตราการเสียชีวิตจากโควิดต่อประชากร 100,000 คนต่ำกว่าเมืองที่ปกครองโดยผู้ชายถึง 43.7% ขณะที่ยอดผู้ป่วยโควิดในโรงพยาบาลก็ต่ำกว่า 30%

A woman wearing a face mask
BBC
นายกเทศมนตรีหญิงมักเลือกใช้มาตรการสกัดโควิดที่ไม่ใช่มาตรการด้านการแพทย์มากกว่าผู้ชาย เช่น การบังคับสวมหน้ากากอนามัย

ผลดังกล่าวสอดคล้องกับการตัดสินใจด้านนโยบายของผู้นำหญิง

งานวิจัยระบุว่า นายกเทศมนตรีหญิงมักเลือกใช้มาตรการสกัดโควิดที่ไม่ใช่มาตรการด้านการแพทย์มากกว่าผู้ชาย

โดยพบว่า ผู้นำหญิงเลือกใช้มาตรการห้ามการชุมนุมมากกว่าผู้นำชาย 5.5% บังคับให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยมากกว่าผู้นำชาย 8% รวมถึงยืนกรานให้ผู้จะเดินทางเข้าเมืองต้องผ่านการตรวจหาเชื้อโรคโควิด มากกว่าผู้ชาย 14%

นักวิจัยชี้ว่า หากเมืองในบราซิลมีผู้นำหญิงครึ่งหนึ่งก็อาจทำให้ประเทศมีผู้เสียชีวิตจากโควิดน้อยลง 13% โดยปัจจุบันมีสัดส่วนผู้หญิงดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีอยู่เพียง 13% เท่านั้น


การตัดสินใจที่ต่างกัน

A health worker wearing personal protective equipment (PPE) holds the had of a patient at on 30 April 2021at a hospital in Maricá, Brazil.
Getty Images
บราซิลมียอดผู้เสียชีวิตจากโควิดกว่า 540,000 คน สูงเป็นอันดับ 2 ของโลก

ผลการศึกษาชิ้นนี้บ่งชี้ว่าผู้หญิงมีการตัดสินใจที่ดีกว่าผู้ชาย

ทีมนักวิจัยได้พิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น อายุ และระดับการศึกษา แต่ไม่พบความเกี่ยวโยงกัน

นอกจากนี้ พวกเขายังพบว่าผลลัพธ์ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการดำเนินมาตรการก่อนยุคโควิดที่อาจสร้างความเปลี่ยนแปลงด้านสาธารณสุข เช่น การเพิ่มจำนวนเตียงรักษาในโรงพยาบาล หรือการเพิ่มงบประมาณด้านสาธารณสุข

แต่ผลการศึกษาพบว่า ผู้นำหญิงดำเนินมาตรการควบคุมโควิดระบาดที่เข้มงวด แม้เป็นเมืองที่เป็นฐานเสียงสำคัญของประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร ผู้นำฝ่ายขวาจัดของบราซิลก็ตาม

นายโบลโซนาโรแสดงการต่อต้านอย่างรุนแรงต่อการสวมหน้ากากอนามัย และการบังคับใช้ข้อจำกัดต่าง ๆ เพื่อควบคุมโรคระบาด อีกทั้งยังฝ่าฝีนข้อกำหนดเรื่องการเว้นระยะห่างทางสังคมด้วย

A handout photo made available by the Presidency of Brazil that shows the Brazilian President, Jair Bolsonaro (C), during a motorcycle tour with his followers, in Sao Paulo, Brazil, 12 June 2021.
EPA
นายโบลโซนาโร (กลาง) นำขบวนชุมนุมของผู้สนับสนุนเขาเมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา โดยไม่สนใจข้อกำหนดเรื่องการสวมหน้ากากอนามัย

ราฟาเอล บรูซ จากสถาบันอินสเปอร์ ในบราซิล ผู้ร่วมทำงานวิจัยชิ้นนี้ ระบุว่า “…เมื่อคุณดูข้อมูลเกี่ยวกับพรรคและกลุ่มการเมืองก็จะพบว่า นายกเทศมนตรีหญิงมักดำเนินนโยบายเชิงป้องกันมากกว่านายกเทศมนตรีชาย”

ขณะที่ กาเจ็ต มิรันดา นักวิจัยด้านนโยบายจากมหาวิทยาลัยมิลาโน-บิกอคกา ในอิตาลี ซึ่งไม่ได้ร่วมในงานวิจัยนี้ กล่าวว่า คำอธิบายเรื่องนี้อาจมาจากลักษณะนิสัยที่มักพบในผู้หญิง นั่นคือ การไม่ชอบความเสี่ยง ด้วยเหตุนี้ผู้นำหญิงจึงมักตัดสินใจใช้นโยบายที่ช่วยป้องกันความเสี่ยงในการแพร่เชื้อ

อำนาจทางการเมือง

Clockwise from top left: Jacinda Ardern (New Zealand), Tsai Ing-wen (Taiwan), Erna Solberg (Norway), Angela Merkel (Germany) and Mette Frederiksen (Denmark)
BBC
ผู้นำหญิงได้รับเสียงชื่นชมเรื่องการรับมือการระบาดของโควิดเมื่อปีที่แล้ว (จากมุมบนซ้าย) นายกรัฐมนตรีจาซินดา อาร์เดิร์น (นิวซีแลนด์), ประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน (ไต้หวัน), แอร์นา โซลเบิร์กง (นอร์เวย์), นายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิล (เยอรมนี) และนายกรัฐมนตรีเมตต์ เฟรเดอริกเซน (เดนมาร์ก)

แม้ผลงานวิจัยชินนี้จะยังไม่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารเชิงวิชาการและยังไม่ผ่านการตรวจสอบทางวิชาการจากผู้ทรงคุณวุฒิ แต่ผลการศึกษาที่ได้ก็สอดคล้องกับผลการศึกษาหลายชิ้นก่อนหน้านี้ที่มีข้อสรุปไปในทิศทางเดียวกัน

งานวิจัยในปี 2020 ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Applied Psychology พบหลักฐานบ่งชี้ว่า ในสหรัฐอเมริกา รัฐที่มีผู้ว่าการเป็นหญิงมียอดผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 น้อยกว่ารัฐที่มีผู้นำเป็นผู้ชาย

ผลการวิเคราะห์ยังเผยให้เห็นว่า ผู้นำหญิงยังแสดงความเข้าอกเข้าใจและมีความมั่นใจในระหว่างการแถลงข่าวมากกว่าผู้นำชาย

งานวิจัยอีกชิ้นจากมหาวิทยาลัยลิเวอร์พูล และมหาวิทยาลัยเรดิง ในอังกฤษที่ตีพิมพ์ในปีนี้ ก็พบว่าประเทศที่ปกครองโดยผู้หญิงมีระบบบริหารจัดการวิกฤตโควิด-19 ที่ดีกว่าผู้นำชาย

โดยนักวิจัยชี้ว่า ผู้นำหญิงเหล่านี้จัดการวิกฤตโรคระบาดด้วยนโยบายเชิงรุกและในลักษณะทำงานประสานกันเป็นทีม

อย่างไรก็ตาม นักวิจัยระบุว่า แม้ผู้นำหญิงจะทำงานได้ผลลัพธ์ที่ดี แต่มักมีที่ยืนทางการเมืองน้อยกว่าผู้ชาย ซึ่งนี่อาจส่งผลกระทบต่อการบริหารประเทศในยามวิกฤต

………………..

ข่าว BBCไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ข่าวสด เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ โควิด-19 : งานวิจัยในบราซิลตอกย้ำผู้นำหญิงบริหารจัดการวิกฤตโควิดได้ดีกว่าผู้นำชาย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง