อัฟกานิสถาน : ย้อนดูประวัติกลุ่มตาลีบันที่กำลังจะครองอัฟกานิสถานอีกครั้งหลังสหรัฐฯ ถอนทัพ

2 ส.ค. 2564 - 11:15 น.

เมื่อปี 2001 กองกำลังร่วมที่นำโดยสหรัฐอเมริกาบุกเข้าไปในอัฟกานิสถาน ทำให้กลุ่มตาลีบันหมดอำนาจไป

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

แต่ 2 ทศวรรษผ่านไป และใกล้ถึงกำหนดสหรัฐฯ ถอนทัพทั้งหมดในวันที่ 11 ก.ย. กลุ่มตาลีบันกลับมายึดครองฐานที่ตั้งกองทัพหลายแห่ง รวมถึงหมู่บ้าน และเมืองใหญ่ ๆ มากมาย ทำให้กังวลกันว่าพวกเขาจะโค่นล้มรัฐบาลอัฟกานิสถานอีกครั้ง

ข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับตาลีบัน ที่ลงนามกันที่กรุงโดฮาของกาตาร์เมื่อเดือน ก.พ. 2020 กำหนดให้สหรัฐฯ ถอนทัพ ส่วนตาลีบันต้องป้องกันไม่ให้เกิดการโจมตีไปยังกองกำลังสหรัฐฯ นอกจากนี้ ตาลีบันต้องไม่ให้กลุ่มอัลเคดา (al-Qaeda) หรืออัลกออิดะห์ และกลุ่มติดอาวุธอื่น ๆ เข้ามาปฏิบัติการในพื้นที่ที่พวกเขาควบคุม รวมถึงเข้าร่วมในการเจรจาสันติภาพในระดับชาติต่อ

แต่ในช่วงปีหลังจากนั้น กลุ่มตาลีบันยังมุ่งโจมตีกองกำลังและพลเรือนของอัฟกานิสถานอย่างต่อเนื่อง

Afghan Taliban fighters and villagers attend a gathering as they celebrate the peace deal signed between US and Taliban in Laghman Province, Alingar district on March 2, 2020.
Getty Images

ขึ้นสู่อำนาจ

กลุ่ม “ตาลีบัน” หรือแปลว่า “นักเรียน” ในภาษาพัชโต (Pashto) เริ่มปรากฏตัวในช่วงต้นทศวรรษ 1990 ทางตอนเหนือของปากีสถานหลังจากกองทัพโซเวียตถอนตัวออกไปจากอัฟกานิสถาน เชื่อกันว่าการเคลื่อนไหวซึ่งเป็นชาวปาทานโดยส่วนใหญ่เริ่มต้นในโรงเรียนสอนศาสนา ซึ่งได้รับทุนจากซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเชื่อในคำสอนศาสนาอิสลามนิกายซุนนีแบบสุดโต่ง

กลุ่มตาลีบันให้คำมั่นสัญญาว่าจะนำสันติภาพและความมั่นคงกลับคืนมาในพื้นที่ที่มีคนเชื้อสายปาทาน ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ในทั้งปากีสถานและอัฟกานิสถาน และบังคับใช้กฎหมายอิสลาม หรือกฎหมายชารีอะห์ เมื่อพวกเขาขึ้นสู่อำนาจ

หลังจากนั้น พวกเขาก็เริ่มขยายอำนาจอย่างรวดเร็วจากภูมิภาคตะวันตกเฉียงใต้ มาในเดือน ก.ย. ปี 1995 ตาลีบันยึดจังหวัดเฮรัต ซึ่งอยู่ติดกับชายแดนอิหร่าน และ 1 ปีหลังจากนั้น ก็เข้ายึดกรุงคาบูล เมืองหลวงอัฟกานิสถาน สำเร็จ หลังโค่นประธานาธิบดี บูร์ฮานุดดีน รับบานี หนึ่งในผู้ต่อตั้งกลุ่มติดอาวุธมุญาฮิดีน ซึ่งขับไล่กองกำลังโซเวียตออกไปสำเร็จ

ถึงปี 1998 กลุ่มตาลีบันยึดครองอัฟกานิสถานได้เกือบ 90%

Taliban gumen control Kandahar-Herat Highway, near Kandahar city, 31 October 2001
Getty Images
นาโต คาดการณ์ว่าตาลีบันมีนักรบประจำการถึง 85,000 คน

ชาวอัฟกานิสถานอ้าแขนต้อนรับกลุ่มตาลีบันเพราะเบื่อหน่ายความขัดแย้งภายในของกลุ่มมุญาฮิดีน หลังขับไล่พวกโซเวียตออกไปสำเร็จ

ในช่วงแรก พวกเขาได้รับความนิยมเพราะว่าช่วยกำจัดการทุจริต ควบคุมสิ่งผิดกฎหมาย รวมถึงทำให้ถนนและพื้นที่ต่าง ๆ ปลอดภัยสำหรับการค้าขายทำธุรกิจ

อย่างไรก็ดี พวกเขาก็เริ่มบังคับใช้กฎหมายชารีอะห์โดยตีความการลงโทษด้วยกฎหมายอิสลามนี้อย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็นการประหารผู้มีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นและผู้ที่นอกใจคู่ครอง และตัดแขนขาผู้มีความผิดฐานลักขโมย นอกจากนี้ ยังมีการบังคับให้ผู้ชายไว้หนวด และผู้หญิงต้องใส่ชุดแบบปกปิดทั้งตัวแบบอิสลาม หรือ บูร์กา (Burka) อีกด้วย

นอกจากนี้ กลุ่มตาลีบันยังห้ามไม่ให้มีการดูทีวี ฟังเพลง หรือดูหนัง ด้วย และต่อต้านการให้เด็กผู้หญิงที่อายุ 10 ขวบ และมากกว่านั้น ไปโรงเรียน พวกเขาถูกกล่าวหาว่าละเมิดสิทธิมนุษยชนและทำลายสิ่งก่อสร้างทางวัฒนธรรมในหลายกรณี รวมถึงเมื่อปี 2001 พวกเขาทำลายพระพุทธรูปบามิยันอันโด่งดังแม้จะมีเสียงประณามจากนานาชาติ

ปากีสถานปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำอีกว่าไม่ได้อยู่เบื้องหลังเครือข่ายของตาลีบัน แต่แทบไม่มีข้อสงสัยเลยว่าชาวอัฟกานิสถานหลายคนที่เข้าร่วมกลุ่มติดอาวุธในช่วงแรก ๆ ได้รับการศึกษาจากโรงเรียนสอนศาสนาในปากีสถาน

นอกจากนี้ ปากีสถานยังเป็นหนึ่งในสามประเทศ รวมถึงซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับอามิเรตส์ ซึ่งยอมรับตาลีบันอย่างเป็นทางการขณะพวกเขาครองประเทศ นอกจากนี้ ปากีสถานยังเป็นประเทศสุดท้ายที่ตัดสัมพันธ์ทางการทูตกับตาลีบันด้วย

มีอยู่ครั้งหนึ่งที่กลุ่มตาลีบันขู่ว่าจะโจมตีปากีสถานจากฐานที่ตั้งที่พวกเขาควบคุมอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือ กรณีการโจมตีปากีสถานที่เป็นที่รู้จักกันและประณามมากที่สุดกรณีหนึ่งคือเมื่อเดือน ต.ค. ปี 2012 ตอนที่ มาลาลา ยูซาฟไซ ซึ่งเป็นเด็กนักเรียนขณะนั้น ถูกยิงขณะเดินทางกลับบ้านในเมืองมินโกรา

Pakistani schoolgirl Malala Yousafzai was shot by Taliban gunmen in October 2012
Getty Images
มาลาลา ยูซาฟไซ

ปฏิบัติการทางการทหาร 2 ปีหลังจากเหตุสังหารหมู่ที่โรงเรียนในเมืองเปชวาร์ของปากีสถาน ทำให้อิทธิพลของตาลีบันในปากีสถานลดน้อยลงไปมาก การโจมตีทางโดรนโดยสหรัฐฯ เมื่อปี 2013 ทำให้สมาชิก 3 คนสำคัญของกลุ่มตาลีบันในปากีสถานเสียชีวิต โดยมี ฮาคิมูละห์ เมซูด หัวหน้ากลุ่มตาลีบันในปากีสถานในจำนวนนั้นด้วย

บิน ลาเดน

โลกหันมาสนใจกลุ่มตาลีบันในอัฟกานิสถานหลังการก่อการร้ายที่นครนิวยอร์กเมื่อวันที่ 11 ก.ย. ปี 2001 โดยตาลีบันถูกกล่าวหาว่าให้ที่พักพิงกับผู้ต้องสงสัยหลักอย่างนายโอซามา บิน ลาเดน

วันที่ 7 ต.ค. 2001 กองกำลังร่วมที่นำโดยสหรัฐฯ บุกโจมตีตาลีบันในอัฟกานิสถาน และถึงสัปดาห์แรกของเดือน ธ.ค. เครือข่ายของตาลีบันก็พังครืนลง แต่ผู้นำของตาลีบันในขณะนั้น มุลเลาะห์ โมฮัมเหม็ด โอมาร์ และบิน ลาเดน หลบหนีการจับกุมได้สำเร็จ

แต่แม้จะมีกองกำลังต่างชาติมากขึ้นเรื่อย ๆ กลุ่มตาลีบันก็สามารถกลับมามีอิทธิพลในอัฟกานิสถาน และทำให้เกิดความรุนแรงและความไม่มั่นคงในพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศมากกว่าตอนปี 2001

ปี 2013 มีความหวังว่าจะสามารถเจรจาข้อตกลงสันติภาพได้เมื่อตาลีบันประกาศว่าจะจัดตั้งฐานที่ตั้งในกาตาร์ อย่างไรก็ดี ทุกฝ่ายยังไม่ไว้เนื้อเชื่อใจกันและกัน และก็ยังเกิดความรุนแรงต่อไป

ถึงเดือน ส.ค. ปี 2015 กลุ่มตาลีบันออกมายอมรับว่าได้ปกปิดเรื่องการเสียชีวิตของ โมฮัมเหม็ด โอมาร์ มากว่า 2 ปี โดย มุลเลาะห์ มันซูร์ ผู้ช่วยของโอมาร์ ขึ้นเป็นผู้นำแทน

ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเอง ตาลีบันกลับมายึดเมืองคุนดุซ ซึ่งเป็นเมืองยุทธศาสตร์สำคัญ ถือเป็นการยึดเมืองสำเร็จครั้งแรกตั้งแต่ปี 2001

ต่อมาในเดือน พ.ค. การโจมตีทางโดรนโดยสหรัฐฯ ทำให้มันซูร์ เสียชีวิต โดยผู้ช่วยของเขา ไฮบาตุลเลาะห์ อัคฮุนซาดา ได้ขึ้นเป็นผู้นำกลุ่มแทน

นับถอยหลังถอนทัพ

ในช่วงหนึ่งปีหลังบรรลุข้อตกลงสันติภาพกับสหรัฐฯ ดูเหมือนตาลีบันจะเปลี่ยนจากการโจมตีเมืองและฐานที่ตั้งกองทัพไปเป็นการสังหารพลเรือนอัฟกานิสถานแทน ไม่ว่าจะเป็นนักข่าว ผู้พิพากษา นักเคลื่อนไหวด้านสันติภาพ ผู้หญิงที่อยู่ในอำนาจ เป็นต้น

แม้ว่าเจ้าหน้าที่อัฟกานิสถานจะกังวลมากขึ้นเรื่อย ๆ ถึงความเปราะบางของรัฐบาลที่ไม่มีแรงสนับสนุนจากนานาชาติ ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ก็ประกาศว่ากองทัพสหรัฐฯ จะออกจากประเทศภายในวันที่ 11 ก.ย.

หลังผ่านสงครามความรุนแรงนาน 2 ทศวรรษ จนกองทัพสหรัฐฯ กำลังจะถอนตัวไป กลุ่มตาลีบันได้เริ่มยึดครองพื้นที่ในอัฟกานิสถานและมีความเป็นไปได้ที่จะโค่นรัฐบาลอัฟกานิสถานอีกครั้ง

เชื่อกันว่าตอนนี้กองกำลังของตาลีบันแข็งแกร่งมากกว่าช่วงไหน ๆ ตั้งแต่ปี 2001 โดยองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือนาโต คาดการณ์ว่าพวกเขามีนักรบประจำการถึง 85,000 คน ส่วนในเชิงพื้นที่ มีการประเมินล่าสุดว่าพวกเขาอาจจะควบคุมระหว่าง 1 ใน 3 หรือ 1 ใน 5 ของพื้นที่ประเทศ

พลเอก ออสติน มิลเลอร์ ผู้บังคับบัญชากองกำลังร่วมที่นำโดยสหรัฐฯ ในอัฟกานิสถาน เตือนเมื่อเดือน มิ.ย

. ว่าอาจจะมีสงครามกลางเมืองเกิดขึ้น การวิเคราะห์โดยหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ชี้ว่า รัฐบาลอัฟกานิสถานอาจถูกโค่นภายใน 6 เดือนหลังจากกองทัพอเมริกันถอนทัพไป

……………….

ข่าว BBCไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ข่าวสด เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ อัฟกานิสถาน : ย้อนดูประวัติกลุ่มตาลีบันที่กำลังจะครองอัฟกานิสถานอีกครั้งหลังสหรัฐฯ ถอนทัพ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง