ทะเลจีนใต้ : เทียบสมรรถนะเรือบรรทุกเครื่องบินจีนกับสหรัฐฯ ของใครเหนือชั้นกว่ากัน

7 ส.ค. 2564 - 14:02 น.

นายเบน วอลเลซ รัฐมนตรีกลาโหมของสหราชอาณาจักรแถลงว่า มีแผนจะนำเรือรบสองลำไปประจำการในภูมิภาคเอเชียเป็นการถาวร หลังเรือบรรทุกเครื่องบิน เอชเอ็มเอส ควีนเอลิซาเบธ (HMS Queen Elizabeth) เข้าเทียบท่าที่ญี่ปุ่นในเดือนกันยายนนี้

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

แถลงการณ์ของสถานทูตอังกฤษในกรุงโตเกียวซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 20 ก.ค.ระบุว่า นายวอลเลซได้กล่าวกับนายโยชิฮิเดะ ซึกะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น โดยชี้ว่าทั้งสองประเทศมีผลประโยชน์ร่วมกันในทางยุทธศาสตร์ และมีความมุ่งมั่นจะรักษาเสถียรภาพในภูมิภาคเอาไว้

เรือหลวงควีนเอลิซาเบธนั้นเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินลำใหม่ล่าสุดของอังกฤษ และกำลังอยู่ระหว่างการเดินทางเปิดตัวรอบโลกเที่ยวแรก และร่วมฝึกซ้อมทางทะลกับกองเรือของสิงคโปร์เมื่อปลาย ก.ค.

เรือหลวงควีนเอลิซาเบธอยู่ระหว่างการเดินทางเปิดตัวรอบโลกเที่ยวแรก และจะมาถึงภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกในเดือนหน้า
PA Media
เรือหลวงควีนเอลิซาเบธอยู่ระหว่างการเดินทางเปิดตัวรอบโลกเที่ยวแรก

เมื่อก่อนนี้เรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส โรนัลด์ เรแกน ของสหรัฐฯ ประจำการอยู่ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก แต่ขณะนี้ถูกโยกย้ายไปประจำการที่ตะวันออกกลางชั่วคราว ซึ่งจะทำให้เรือหลวงควีนเอลิซาเบธเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินของชาติตะวันตกเพียงลำเดียวในน่านน้ำ เมื่อเดินทางมาถึง

ความเคลื่อนไหวทั้งหมดนี้เกี่ยวข้องกับการที่จีนเร่งพัฒนากองทัพเรือในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทำให้ชาติอื่นหันมาร่วมกันต้านอิทธิพลจีน และเสริมสร้างแสนยานุภาพทางทะเลเช่นเดียวกันบ้าง

BBC / เรือนิมิตซ์และโรสเวลต์เดินทางกลับสหรัฐฯ ส่วนเรือโรนัลด์ เรแกน ถูกย้ายไปประจำการที่ตะวันออกกลางชั่วคราว
ที่มา: รายงานข่าวจากสื่อมวลชน และกองทัพเรือประเทศต่าง ๆ

นอกจากเรือบรรทุกเครื่องบินเหลียวหนิงและซานตงแล้ว มีรายงานว่าจีนกำลังต่อเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่สาม ซึ่งแม้จะใช้ระบบขับดันแบบดั้งเดิม แต่ก็ติดตั้งระบบส่งอากาศยานแม่เหล็กไฟฟ้า (EMALS) เอาไว้ด้วย ส่วนเรือบรรทุกเครื่องบินจีนลำที่สี่ซึ่งกำลังออกแบบอยู่นั้น คาดว่าจะขับเคลื่อนด้วยพลังจากเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์บนเรือ ซึ่งถือเป็นการไล่กวดเพื่อปิดช่องว่างทางเทคโนโลยีระหว่างกองทัพเรือจีนและกองทัพเรือสหรัฐฯ

BBC เรือญี่ปุ่น

ชาติอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียเช่นอินเดีย ไทย และญี่ปุ่น ต่างก็มีเรือบรรทุกเครื่องบิน หรืออากาศยานรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งได้เช่นกัน แต่บรรดานักวิเคราะห์มองว่า หากนำปัจจัยต่าง ๆ เช่นเรื่องระวางขับน้ำหรือศักยภาพในการสู้รบมาพิจารณาด้วยแล้ว มีเพียงเรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐฯเท่านั้น ที่พอจะเทียบชั้นได้สูสีกับเรือบรรทุกเครื่องบินของจีน

นายกรัฐมนตรีอังกฤษขณะเยี่ยมชมเรือหลวงควีนเอลิซาเบธที่เมืองพอร์ตสมัธ
Reuters
นายกรัฐมนตรีอังกฤษขณะเยี่ยมชมเรือหลวงควีนเอลิซาเบธที่เมืองพอร์ตสมัธ

เทียบความสามารถในการรบของเรือบรรทุกเครื่องบิน

หากนับเฉพาะเรือบรรทุกเครื่องบินมาตรฐาน ซึ่งสามารถส่งเครื่องบินขับไล่แบบปีกคงที่ให้บินขึ้นและลงจอดได้ ก็จะมีเรือบรรทุกเครื่องบินเพียง 22 ลำในโลกเท่านั้นที่ยังออกปฏิบัติการอยู่ ในจำนวนนี้ครึ่งหนึ่งเป็นของกองทัพเรือสหรัฐฯ ซึ่งมีความเหนือชั้นทางเทคโนโลยียิ่งกว่าเรือของชาติอื่น ๆ มาก

BBC

เหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะเรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐฯขับเคลื่อนด้วยพลังนิวเคลียร์ ทำให้เดินเรือไปได้ไกลเกือบไร้ขีดจำกัด และสามารถอยู่ในน่านน้ำที่เป็นเขตสู้รบได้ยาวนานแบบไม่มีกำหนด สิ่งเดียวที่จะต้องคอยจัดหามาเพิ่มเติมบนเรือ ก็คือน้ำมันสำหรับเติมให้เครื่องบินขับไล่ และอาหารสำหรับเหล่าลูกเรือ ซึ่งสามารถจะให้เรือเสบียงลำเลียงมาส่งที่เรือบรรทุกเครื่องบินได้ตลอดเวลา

BBC

BBC

ปัจจุบันมีเพียงสหรัฐฯและฝรั่งเศสเท่านั้นที่ใช้งานเรือบรรทุกเครื่องบินพลังนิวเคลียร์ ที่เหลือจึงเป็นเรือที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซลแบบดั้งเดิม ซึ่งหมายความว่าเรือเหล่านี้จะต้องหยุดพักเพื่อเติมน้ำมันอย่างสม่ำเสมอ ตัวอย่างเช่นเรือบรรทุกเครื่องบินเหลียวหนิงของจีนต้องเติมน้ำมันถึงสองครั้ง ในการเดินทางไปกลับ 3,200 กิโลเมตร ระหว่างเมืองชิงเต่าและเกาะฮ่องกงเมื่อปี 2017

BBC

ส่วนเรือหลวงควีนเอลิซาเบธนั้น มีรายงานว่าสามารถแล่นไปได้ไกลถึง 19,000 กิโลเมตรต่อการเติมน้ำมันหนึ่งครั้ง ในขณะที่เรือไอเอ็นเอส วิกรมาทิตย์ของอินเดีย สามารถไปได้ไกลที่สุด 13,000 กิโลเมตร ก่อนเชื้อเพลิงจะหมดลง

เรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐฯและฝรั่งเศสยังมีระบบดีดส่งอากาศยานพลังไอน้ำ (steam catapult) เพื่อช่วยให้เครื่องบินขับไล่เร่งความเร็วถึงระดับที่บินขึ้นได้ภายในเวลาอันสั้น ซึ่งก็จะทำให้เครื่องบินบรรทุกเชื้อเพลิงและอาวุธไปได้มากขึ้นด้วย

เรือบรรทุกเครื่องบินบางลำเช่นเรือหลวงควีนเอลิซาเบธ รวมทั้งเรือเหลียวหนิงและซานตงของจีนมีทางลาดสกีจัมป์ (ski-jump) ไว้ช่วยส่งเครื่องบินขับไล่ขณะบินขึ้น แต่ทางลาดแบบนี้ไม่มีประสิทธิภาพสูงเท่ารางดีดส่งอากาศยานพลังไอน้ำ

BBC / เรืออังกฤษ และเรือรัสเซีย

รายงานของศูนย์เพื่อการศึกษายุทธศาสตร์และการระหว่างประเทศ (CSIS) ชี้ว่าเครื่องบินขับไล่รุ่น J-15 ที่บินขึ้นจากเรือบรรทุกเครื่องบินเหลียวหนิง สามารถบรรทุกน้ำหนักด้วยพิกัดสูงสุดที่ราว 28,000 กิโลกรัม ในขณะที่เครื่องบินรบแบบเดียวกันซึ่งบินขึ้นจากเรือยูเอสเอส โรนัลด์ เรแกน สามารถบรรทุกน้ำหนักด้วยพิกัดสูงสุดที่กว่า 45,000 กิโลกรัม ทำให้บรรทุกเชื้อเพลิงและอาวุธไปได้มากกว่า เพิ่มขีดความสามารถในการสู้รบและระยะทางที่บินไปได้ก็ไกลขึ้นด้วย


ดังนั้น เพื่อหลีกเลี่ยงผลเสียจากข้อจำกัดของทางลาดสกีจัมพ์ดังที่กล่าวมา เรือหลวงควีนเอลิซาเบธจึงเน้นใช้งานเครื่องบินไอพ่นแบบบินขึ้นในระยะสั้นและลงจอดในแนวดิ่ง (STOVL) เป็นหลัก

ทางลาดสกีจัมป์ช่วยให้เครื่องบินทะยานขึ้นโดยบรรทุกน้ำหนักได้มาก แต่ยังไม่ดีเท่าระบบดีดส่งอากาศยานพลังไอน้ำ
Getty Images
ทางลาดสกีจัมป์ช่วยให้เครื่องบินทะยานขึ้นโดยบรรทุกน้ำหนักได้มาก แต่ยังไม่ดีเท่าระบบดีดส่งอากาศยานพลังไอน้ำ

เอเชีย-แปซิฟิก คือสมรภูมิของเรือบรรทุกเครื่องบิน ?

จีน อินเดีย และไทย ต่างก็มีเรือบรรทุกอากาศยานไว้ใช้งานเป็นของตนเอง เช่นเรือหลวงจักรีนฤเบศรนั้นเริ่มเข้าประจำการในปี 1997 ทำให้ไทยเป็นชาติแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ได้ครอบครองเรือประเภทนี้ แต่น่าเสียดายว่าราชนาวีไทยไม่มีงบประมาณพอสำหรับการบำรุงรักษา ส่งผลให้ไม่อาจใช้งานเรือหลวงลำนี้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพตามที่ได้รับการออกแบบและสร้างมา

BBC / เรือไทย เรือสเปน

แอนโทนี่ หว่อง นักวิเคราะห์กิจการทหารซึ่งประจำอยู่ที่มาเก๊า บอกกับบีบีซีแผนกภาษาจีนว่า กรณีของเรือหลวงจักรีนฤเบศรถือเป็น “ความล้มเหลวครั้งใหญ่ที่สุด” สำหรับประเทศที่มีเรือบรรทุกอากาศยานเป็นของตนเอง

ส่วนอินเดียนั้นได้ครอบครองและใช้งานเรือบรรทุกเครื่องบินตั้งแต่ประเทศได้รับเอกราช ทำให้มีประสบการณ์ในการบริหารควบคุมและดูแลรักษาเรือประเภทนี้อยู่มาก แต่ก็มีเพียงลำเดียวที่อินเดียยังคงใช้งานอยู่

แอนโทนี่ หว่อง มองว่า บทบาทของเรือบรรทุกเครื่องบินอินเดียนั้นต่างจากของจีน เพราะอินเดียเพียงต้องการใช้เรือขนาดกลางรักษาความปลอดภัยให้กับเขตแดนมาตุภูมิในมหาสมุทรอินเดียเท่านั้น ไม่ได้ต้องการจะแข่งขันกับจีนหรือมุ่งสร้างเรือบรรทุกเครื่องบินพลังนิวเคลียร์แต่อย่างใด

ด้วยเหตุนี้ เรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐฯ จึงเป็นจุดสนใจหลักของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก โดยเมื่อปีที่แล้วเคยมีช่วงที่เรือสหรัฐฯ ถึง 3 ลำประจำการอยู่ที่ภูมิภาคนี้ในเวลาเดียวกัน โดยเรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส โรนัลด์ เรแกน ประจำการถาวรที่ฐานทัพเมืองโยโกสึกะของญี่ปุ่นอยู่แล้วในลักษณะของการวางกำลังส่วนหน้า (forward-deployed) ส่วนเรือยูเอสเอส ทีโอดอร์ โรสเวลต์ และเรือยูเอสเอส นิมิตซ์ เข้ามาซ้อมรบในทะเลจีนใต้

BBC

แต่ในตอนนี้เรือยูเอสเอส โรนัลด์ เรแกน ได้รับคำสั่งให้เคลื่อนย้ายไปยังภูมิภาคตะวันออกกลางชั่วคราว เพื่อช่วยในภารกิจที่สหรัฐฯ ถอนทหารออกจากอัฟกานิสถาน ส่วนเรือบรรทุกเครื่องบินอีกสองลำในทะเลจีนใต้ได้สิ้นสุดการซ้อมรบ และเดินทางกลับไปยังสหรัฐฯ แล้ว

รายงานของ CSIS คาดการณ์ว่า เรือบรรทุกเครื่องบินของจีนในปัจจุบันมีขีดความสามารถในการสู้รบค่อนข้างจำกัด แม้แต่ในน่านน้ำใกล้บ้านของตนเอง ดังนั้นวัตถุประสงค์หลักในการออกปฏิบัติการของเรือเหล่านี้ น่าจะเป็นการซ้อมรบและการแสดงแสนยานุภาพในน่านน้ำที่ตกเป็นกรณีพิพาทระหว่างประเทศเท่านั้น

ขณะนี้จีนกำลังสร้างเรือบรรทุกเครื่องบินใหม่อย่างน้อย 1 ลำ โดยรายงานจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เมื่อปีที่แล้วบอกว่า มีความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่เรือลำนี้จะติดตั้งระบบดีดส่งอากาศยานพลังไอน้ำ แบบเดียวกับที่เรือของสหรัฐฯและฝรั่งเศสมีอยู่ นอกจากนี้ยังมีรายงานของสื่อมวลชนที่ระบุว่า จีนกำลังสร้างเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่สี่ซึ่งขับเคลื่อนด้วยพลังนิวเคลียร์ด้วย

อย่างไรก็ตามแอนโทนี่ หว่อง บอกว่า การรักษาขีดความสามารถในการต่อสู้ของเรือบรรทุกเครื่องบิน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ล้ำสมัยเท่านั้น แต่ลูกเรือที่ผ่านการฝึกฝนมาเป็นอย่างดีก็มีบทบาทสำคัญมากเช่นกัน ซึ่งเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ใช้เงินซื้อมาไม่ได้

เขายังชี้ให้เห็นว่าสหรัฐฯนั้นมีประสบการณ์ร่วมร้อยปีในการบริหารและใช้งานเรือบรรทุกเครื่องบิน ซึ่งรวมถึงการต่อสู้แบบเผชิญหน้าในสถานการณ์จริงด้วย ในขณะที่จีนกลับห่างเหินการสู้รบในสงครามมานานหลายปีแล้ว ทั้งกองทัพเรือจีนก็ไม่เคยออกรบในสงครามขนาดใหญ่ที่มีการปะทะกันเป็นประจำเลยสักครั้ง

แอนโทนี่ หว่อง ยังกล่าวว่า “เรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐฯนั้นมีข้อได้เปรียบที่เหนือกว่าเรือของจีนอย่างมหาศาล ทั้งขนาด กำลังการสู้รบ ระบบสนับสนุนด้านลอจิสติกส์ ซึ่งในอนาคตอันใกล้นี้จีนคงใช้เรือบรรทุกเครื่องบินแสดงแสนยานุภาพได้แต่ในน่านน้ำรอบเขตแดนของตน เว้นเสียแต่ว่าจีนจะสร้างฐานทัพนอกประเทศเพิ่มขึ้นทั่วโลก”

ควันสีขาวบนลานบินคือไอน้ำ

Getty Images ควันสีขาวบนลานบินคือไอน้ำจากระบบดีดส่งอากาศยาน ซึ่งช่วยให้เครื่องบินสามารถบรรทุกน้ำหนักได้มากขึ้น

“กองทัพเรือจีนมีเพียงเป้าหมายทางการเมืองระยะสั้นในช่องแคบไต้หวันและทะเลจีนใต้เท่านั้น เรือบรรทุกเครื่องบินจีนที่ออกปฏิบัติการอยู่กับอีกสี่ลำที่มีแผนจะสร้างใหม่ รวมทั้งเรือรบสะเทินน้ำสะเทินบกลำอื่น ๆ ก็ถือว่าเพียงพอแล้วในขณะนี้”

“แม้เรือบรรทุกเครื่องบินของจีนจะไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยพลังนิวเคลียร์ แต่ก็จะบรรลุเป้าหมายในการสู้รบได้ หากสามารถขับไล่ตอบโต้การโจมตีด้วยความช่วยเหลือจากเหล่าทัพอื่น ๆ แล้วจึงจะสามารถรุกคืบต่อไปจากจุดนั้นได้”

……………

ข่าว BBCไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ข่าวสด เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ ทะเลจีนใต้ : เทียบสมรรถนะเรือบรรทุกเครื่องบินจีนกับสหรัฐฯ ของใครเหนือชั้นกว่ากัน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง