โควิด-19: ศบค. อนุมัติผ่อนคลายล็อกดาวน์แต่ยังคงเคอร์ฟิว ให้นั่งกินที่ร้านได้แบบมีเงื่อนไข

28 ส.ค. 2564 - 00:43 น.

ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) มีมติอนุญาตให้ร้านอาหารที่ผ่านการยกระดับมาตรการควบคุมโรคเปิดให้ลูกค้านั่งรับประทานที่ร้านได้ โดยกำหนดช่วงเวลานำร่อง 14 วัน ระหว่างวันที่ 1-14 ก.ย. จากนั้นจึงประเมินว่าจะผ่อนคลายมาตรการเพิ่มเติมหรือไม่

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

พญ. อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษก ศบค. กล่าวในการแถลงข่าววันนี้ (27 ส.ค.) ว่าที่ประชุม ศบค. ชุดใหญ่ซึ่งมี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เห็นชอบให้กิจการบางอย่างกลับมาเปิดให้บริการได้ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดขึ้นใหม่ โดยกิจการที่จะกลับมาเปิดบริการได้จะต้องผ่านการประเมินคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด หรือสมาคมภัตตาคารไทยว่าสามารถปฏิบัติตามมาตรการควบคุมป้องกันโรคโควิด-19 ได้อย่างครบถ้วน

ผ่อนคลายร้านอาหาร
Getty Images

นอกจากนี้ ศบค. ยังมีแนวทางที่จะให้ประชาชนใช้หลักฐานการฉีดวัคซีนครบโดสหรือ “บัตรสีเขียว” ผู้ที่เคยติดโควิด-19 และมีภูมิคุ้มกันแล้วหรือ “บัตรสีเหลือง” และผู้ที่มีผลเป็นลบจากการตรวจหาเชื้อด้วยชุดตรวจแอนติเจนแบบรู้ผลเร็ว (ATK) ภายใน 7 วัน เข้าใช้บริการกิจการต่าง ๆ ได้ในสถานประกอบการที่มีความพร้อม

พญ.อภิสมัยกล่าวว่า แม้ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่อวันจะยังไม่ได้ลดลงไปมาก แต่ ศบค. เห็นว่าการผ่อนคลายมาตรการบางส่วนในช่วง 14 วันแรกนี้ถือว่าเป็นการ “พลิกมุมมอง” และปรับกลยุทธ์การควบคุมโรคควบคู่ไปกับการฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างปลอดภัย

ผ่อนคลายร้านอาหาร
Getty Images

“โควิดยังไม่หายไปไหน ยังคงอยู่ร่วมกับประเทศไทยและสังคมโลก เราจะต้องพยายามที่จะปรับตัว รับมือ และอยู่ร่วมกับโรคโดยปลอดภัยให้ได้” พญ. อภิสมัยกล่าว

การผ่อนคลายมาตรการที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 1 ก.ย. นี้อนุญาตให้ผู้ประกอบการกิจการบางอย่างสามารถดำเนินการได้ แต่ยังไม่ยกเลิกเคอร์ฟิวในพื้นที่ควบคุมสูงสุด 29 จังหวัด โดยประเด็นสำคัญจากการประชุม ศบค. มีดังต่อไปนี้

  • จังหวัดที่จัดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดหรือ “พื้นที่สีแดงเข้ม” ยังมีจำนวน 29 จังหวัดเช่นเดิม ได้แก่ กรุงเทพฯ นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรสาคร สมุทรปราการ ชลบุรี ฉะเชิงเทรา อยุธยา ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สงขลา กาญจนบุรี ตาก นครนายก นครราชสีมา ประจวบคีรีขันธ์ ปราจีนบุรี เพชรบุรี เพชรบูรณ์ ระยอง ราชบุรี ลพบุรี สิงห์บุรี สมุทรสงคราม สระบุรี สุพรรณบุรี และอ่างทอง
  • คงมาตรการงดเดินทางออกจากบ้านโดยไม่จำเป็น ทั้งการทำงานที่บ้านและการห้ามออกนอกเคหะสถาน (เคอร์ฟิว) ระหว่างเวลา 21.00-04.00 น. ใน 29 จังหวัดสีแดงเข้มต่อไปอีกอย่างน้อย 14 วัน
  • ประชาชนในจังหวัดสีแดงเข้มสามารถเดินทางออกนอกพื้นที่ได้หากมีเหตุจำเป็น
  • ผู้ติดเชื้อที่ต้องการเดินทางกลับภูมิลำเนา ห้ามเดินทางด้วยตัวเอง ให้ประสานงานและเดินทางกับโครงการรับคนกลับบ้านเท่านั้น
  • ยกระดับมาตรการป้องกันโรคแบบครอบจักรวาล (Universal Prevention) ซึ่งหมายถึงการป้องกันตัวเองขั้นสูงสุดตลอดเวลาเสมือนว่าทุกคนรวมทั้งตัวเองเป็นผู้ติดเชื้อ และสนับสนุนให้สถานประกอบการต่าง ๆ เป็นพื้นที่ “ปลอดโควิด” (Covid-free setting) ซึ่งประกอบด้วยการรักษาสุขอนามัย มีระบบระบายอากาศดี มีการเว้นระยะห่าง บุคลากรได้รับวัคซีนต้านโควิดครบตามเกณฑ์และได้รับการตรวจหาเชื้อด้วย ATK ทุกสัปดาห์ ลูกค้าหรือผู้มาใช้บริการต้องมีหลักฐานการฉีดวัคซีนครบตามเกณฑ์หรือมีผลตรวจ ATK เป็นลบภายใน 7 วัน
ร้านตัดผม
Getty Images

กิจการที่อนุญาตและไม่อนุญาตให้เปิดทำการ

สำหรับเงื่อนไขสำหรับการเปิดกิจการบางประเภทในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 29 จังหวัด มีดังนี้

  • ร้านตัดผม-เสริมสวยเปิดบริการได้ เฉพาะให้บริการตัดผมไม่เกิน 1 ชม.
  • ร้านนวดให้เปิดเฉพาะบริการนวดฝ่าเท้า
  • คลินิกเสริมความงาม อนุญาตเฉพาะการซื้อสินค้า
  • สนามกีฬา เปิดได้ถึง 20.00 น.
  • ร้านอาหารนอกอาคาร เปิดโล่ง หรือไม่มีเครื่องปรับอากาศ ให้นั่งรับประทานอาหารได้ 75% ของพื้นที่
  • ร้านอาหารแบบมีเครื่องปรับอากาศ และร้านอาหารในห้างสรรพสินค้า นั่งรับประทานอาหารได้ 50% ของพื้นที่ร้าน
  • สถานศึกษายังไม่เปิดเรียน แต่ให้พิจารณาการใช้อาคารได้ โดยผ่อนผันได้เป็นกรณีไป
  • จัดซ้อมและแข่งกีฬาได้โดยไม่มีผู้ชมในสนามได้ถึงเวลา 20.00 น. และต้องจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมเท่าที่จำเป็น

สำหรับกิจการและกิจกรรมที่ยังต้องปิดบริการต่อเนื่อง ได้แก่ สถาบันกวดวิชา สปา สวนสนุก สวนน้ำ ฟิตเนส สระว่ายน้ำ ห้องประชุมจัดเลี้ยง

ออกกำลังกาย
Getty Images

ผู้ช่วยโฆษก ศบค. กล่าวเพิ่มเติมว่าเพื่อสนับสนุนการผ่อนคลายมาตรการให้กิจการกลับมาเปิดบริการได้ รัฐบาลจะระดมฉีดวัคซีนให้ผู้ที่อยู่ในกิจการทั้งร้านอาหาร ร้านตัดผม ร้านนวด เป็นต้น โดยจะเร่งให้มีการฉีดวัคซีนให้ครบ 2 เข็มอย่างเร็วที่สุด และสนับสนุนให้ผู้ประกอบการตรวจหาเชื้อด้วย ATK ให้พนักงานในทุกสัปดาห์

องค์การเภสัชกรรมเตรียมลงนามซื้อ ATK

วันนี้ (27 ส.ค.) องค์การเภสัชกรรม (อภ.) เปิดเผยว่าจะลงนามในสัญญาซื้อชุดตรวจ ATK 8.5 ล้านชุดในวันที่ 30 ส.ค.นี้

นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการ อภ. กล่าวว่าการจัดซื้อ ATK จำนวน 8.5 ล้านชุดนี้ เป็นไปตามความประสงค์ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ที่มีความต้องการใข้ชุดตรวจหาเชื้อโควิด-19 แบบตรวจหาแอนติเจนด้วยตนเอง (Covid-19 Antigen test Self -Test kits ) สำหรับให้ประชาชนตรวจหาเชื้อได้ด้วยตัวเองที่บ้านหรือ home use ซึ่ง สปสช. ได้ส่งข้อกำหนดล่าสุดในการจัดซื้อว่าต้องผ่านการรับรองมาตรฐานจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เท่านั้น ไม่ได้กำหนดว่าต้องผ่านมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก

นพ.วิฑูรย์กล่าวว่าเมื่อวานนี้ (26 ส.ค.) คณะอนุกรรมการจัดทำแผนการจัดซื้อยา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นตามโครงการพิเศษของ สปสช. ได้เห็นชอบราคาชุดตรวจ ATK ที่ อภ. เสนอ และให้โรงพยาบาลราชวิถีดำเนินการจัดซื้อจาก อภ. ต่อไป ซึ่งในวันนี้ (27 ส.ค.) อภ. กับบริษัทผู้นำเข้าได้หารือถึงแนวทางการดำเนินงานต่าง ๆ เพื่อจัดเตรียมแผนการส่งมอบ การตรวจสอบคุณภาพชุดตรวจ ATK และเตรียมการลงนามในสัญญาในวันจันทร์ที่ 30 ส.ค. นี้

ผอ. อภ. ระบุว่าการที่ อภ. เปิดให้มีการประมูลเสนอราคาทำให้ราคาของ ATK ในประเทศมีทิศทางลดลงอย่างต่อเนื่อง

“จึงเป็นโอกาสที่ดีที่ทำให้ประชาชนได้มีโอกาสเข้าถึงการตรวจด้วย ATK ได้มากขึ้น ค้นหาผู้ติดเชื้อในวงกว้าง เข้าถึงการรักษาได้เร็วขึ้น รวมถึงหากมีการใช้กันอย่างแพร่หลายจากการที่หาซื้อได้ง่าย จะทำให้เกิดความมั่นใจและสามารถผ่อนคลายมาตรการได้รวดเร็วขึ้น” นพ. วิฑูรย์กล่าว

ตัวเลขผู้ป่วยใหม่ต่ำกว่า 2 หมื่นต่อเนื่อง

สำหรับสถานการณ์การติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในไทยในรอบ 24 ชั่วโมง จากการรายงานของ ศบค. พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้น 18,702 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 18,702 ราย เรือนจำ 342 ราย และผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 9 ราย ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสม 1,139,571 ราย

health workers
Getty Images

หากนับเฉพาะการะบาดระลอกเดือน เม.ย. 2564 พบผู้ติดเชื้อ 1,110,708 ราย โดยในวันนี้มีการพบผู้ป่วยจากการคัดกรองเชิงรุกในชุมชน 1,674 ราย และจากข้อมูลล่าสุดของเมื่อวานนี้ (26 ส.ค.) พบผู้ติดเชื้อด้วยการตรวจด้วย ATK ทั่วประเทศ 314 ราย รวม 7 วันที่ผ่านมาพบผู้ติดเชื้อจากการตรวจด้วยวิธีนี้ 3,167 ราย

ในขณะนี้ยังมีผู้ป่วยที่กำลังรักษาตัวอยู่ 185,200 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยอาการหนัก 5,154 ราย และต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ 1,082 ราย

จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพฯ (4,025 ราย) สมุทรปราการ (1,731 ราย) สมุทรสาคร (1,288 ราย) ชลบุรี (816 ราย) และราชบุรี (558 ราย)

มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 273 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพฯ คือ 68 ราย ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตสะสมตั้งแต่เดือน ม.ค. 2563 อยู่ที่ 10,587 ราย คิดเป็น 0.93% และหากนับเฉพาะระลอก เม.ย. 2564 อัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ 0.94%

“ไผ่ ดาวดิน” ติดเชื้อเพิ่มเป็นรายที่ 7

เมื่อเวลา 11.00 น. ของวันนี้ นายธวัชชัย ชัยวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ รายงานสถานการณ์เรื่องการติดเชื้อของกลุ่มผู้ชุมนุมทางการเมืองที่ติดเชื้อโควิด-19 จากถูกควบคุมตัวในเรือนจำ โดยได้ยืนยันว่าผู้ชุมนุมทุกคนที่ติดเชื้อได้รับการเข้ารักษาที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ โดยทั้งหมดรู้สึกตัวดี ทานอาหารเองได้ และหายใจปกติ

ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 ส.ค. ที่ผ่านมานายสมบูรณ์ ศิลา ผู้อำนวยการทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง รายงานผลการตรวจหาเชื้อในผู้ต้องขัง 3 ราย ที่ยังอยู่ในการควบคุมของทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลางได้แก่ นายอานนท์ นำภา นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษาหรือไผ่ ดาวดิน และนายเวหา แสนชนะศึก ได้ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ทั้งในรูปแบบ ATK และ RT-PCR โดยผลตรวจออกมาว่านายจตุภัทร์มีผลตรวจเชื้อเป็นบวก และในขณะนี้ได้ดำเนินการส่งตัวเพื่อรับการเข้ารักษาที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้ขณะนี้มีผู้ต้องขังในคดีการเมืองที่ติดโควิด-19 ทั้งหมด 7 คน ได้แก่ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์, นายพรหมศร วีระธรรมจารี, นายสิริชัย นาถึง, นายแซม, นายภานุพงศ์ จาดนอก และนายชาติชาย แกดำ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ โควิด-19: ศบค. อนุมัติผ่อนคลายล็อกดาวน์แต่ยังคงเคอร์ฟิว ให้นั่งกินที่ร้านได้แบบมีเงื่อนไข
ข่าวที่เกี่ยวข้อง