ตาลีบัน : ชีวิตพลิกผันของผู้สื่อข่าวชาวอัฟกัน หลังเกิดวินาศกรรม 11 กันยายน

28 ส.ค. 2564 - 13:40 น.

เหตุก่อการร้ายเขย่าโลกเมื่อวันที่ 11 กันยายน ปี 2001 เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ บิลาล ซาร์วารี ผู้สื่อข่าวชาวอัฟกัน ได้เห็นกลุ่มตาลีบันถูกโค่นอำนาจ และประเทศบ้านเกิดของเขาต้องเปลี่ยนโฉมไปตลอดกาล แต่ในสายตาของเขากลับมองว่า สหรัฐฯ พลาดโอกาสที่จะสร้างสันติภาพอันยั่งยืนในดินแดนแห่งนี้

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

เมื่อปี 2001 ผมทำงานเป็นคนขายพรมที่โรงแรมเพิร์ล คอนติเนนตัล ในเมืองเปชวาร์ ของปากีสถาน ที่ไม่มีอะไรหวือหวา

ผมไม่มีวันลืมถึงตอนที่สายตาของผมเหลือบไปมองที่จอโทรทัศน์ชั่วครู่หนึ่งในระหว่างการขาย และได้เห็นภาพที่น่าตกตะลึงของเครื่องบินโดยสารลำหนึ่งที่พุ่งชนอาคารแฝดเวิล์ด เทรด เซ็นเตอร์ ในนครนิวยอร์ก และอีกลำที่พุ่งชนอาคารกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ

หลังจากนั้น ชีวิตของพวกเราทุกคนก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

สายตาคนทั่วโลกต่างจับจ้องมาที่อัฟกานิสถาน ซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของกลุ่มตาลีบัน ซึ่งถูกกล่าวหาว่าให้ที่พักพิงแก่ผู้ต้องสงสัยคนสำคัญว่าอยู่เบื้องหลังเหตุก่อการร้ายครั้งนี้อย่างนายโอซามา บิน ลาเดน ผู้ก่อตั้งกลุ่มอัลไคดา และพรรคพวก

เพียงหนึ่งวันถัดมา ก็มีสื่อต่างชาติปรากฏตัวขึ้นเต็มล็อบบี้โรงแรมที่ผมทำงานอยู่ พวกเขาต่างมองหาคนที่พูดภาษาอังกฤษได้ และอาจช่วยเป็นล่ามให้พวกเขาตอนที่ข้ามพรมแดนเข้าไปในอัฟกานิสถาน ซึ่งอยู่ไม่ไกลออกไป ผมรีบคว้างานนี้ทันที และทำเรื่อยมานับตั้งแต่นั้น

Bilal Sarwary
Bilal Sarwary
บิลาล ซาร์วารี เคยเป็นผู้สื่อข่าวให้บีบีซี ของอังกฤษ และเอบีซี นิวส์ ของอเมริกา

ผมเคยใช้ชีวิตอยู่ในอัฟกานิสถานตอนเด็ก แต่ครอบครัวของเราอพยพหนีความรุนแรงของสงครามกลางเมืองในช่วงทศวรรษที่ 1990 ตอนที่กองทัพโซเวียตถอนทหารออกไป

ดังนั้นเมื่อผมได้กลับไปที่กรุงคาบูลเป็นครั้งแรกนับแต่จากไปหลายปี ผมก็ต้องช็อกที่ได้เห็นภาพความเสียหายของอาคารและซากปรักหักพังต่าง ๆ ภาพของความคึกคักจอแจในอดีตได้เลือนหายไป ผู้คนต่างยากจนข้นแค้น และเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

แต่แล้วในเช้าวันหนึ่งของเดือน ธ.ค. ปี 2001 กลุ่มตาลีบันก็ออกไปจากเมืองหลวงแห่งนี้

ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงผู้คนต่างออกมาต่อแถวด้านนอกร้านตัดผมชาย เพื่อเล็มหนวดเครา ท้องถนนเต็มไปด้วยเสียงเพลงพื้นเมืองของชาวอัฟกันแทนที่เสียงระเบิด อัฟกานิสถานได้เกิดใหม่อีกครั้งในเช้าวันนั้นเอง

นับแต่นั้นเป็นต้นมา ผมก็ได้เห็นชีวิตประจำวันของชาวอัฟกันอย่างใกล้ชิด ในขณะที่พวกเขากำลังกลับเข้าสู่ความปกติอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่ในฐานะล่าม แต่เป็นผู้สื่อข่าวในแบบฉบับของผมเอง ผมได้เห็นตาลีบันถูกโค่นลงจากอำนาจต่อหน้าต่อตา

นักรบตาลีบันต่างหายเข้าไปในเขตหุบเขาอันห่างไกล ขณะที่ผู้นำกลุ่มหลบหนีไปอยู่ในปากีสถาน สำหรับผมแล้ว การได้ย้อนมองกลับไป ทำให้ได้เห็นชัดเจนถึงการพลาดโอกาสสำคัญ ที่สหรัฐฯ จะได้นั่งเจรจาข้อตกลงสันติภาพกับกลุ่มตาลีบัน

ผมได้เห็นความเต็มใจอย่างแท้จริงในหมู่ผู้นำระดับสูงของตาลีบันที่จะวางอาวุธ แล้วกลับไปใช้ชีวิตตามปกติอีกครั้ง แต่ฝ่ายอเมริกันกลับไม่ได้ต้องการอย่างนั้น เพราะสำหรับผมและชาวอัฟกันคนอื่น ๆ ต่างก็มองว่าแรงจูงใจสำคัญของพวกเขาคือการล้างแค้นหลังเกิดเหตุ 9/11

หลายปีหลังจากนั้นต่างเต็มไปด้วยความผิดพลาด

ชาวบ้านอัฟกันที่ยากจนและบริสุทธิ์ต่างถูกระเบิดโจมตี และถูกคุมขังอย่างผิดพลาด การที่รัฐบาลอัฟกานิสถานยอมให้ต่างชาติเข้ามาทำสงครามก็ได้สร้างความร้าวฉานกับประชาชนของตัวเอง


อเมริกาจัดการเรื่องในอัฟกานิสถานด้วยวิธีการแข็งกร้าวอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ชาวบ้านอัฟกันต้องสูญเสียชีวิตไปมากเกินความจำเป็น พวกเขามักใช้ระเบิดและโดรนแทนการใช้ทหารภาคพื้นดิน เพื่อลดการบาดเจ็บและการสูญเสียชีวิตของคนอเมริกัน สิ่งเหล่านี้ได้กัดกร่อนความไว้ใจที่ชาวอัฟกันมีให้กับฝ่ายอเมริกัน และความหวังเรื่องการเจรจาสันติภาพก็จางหายไป

ปี 2003 คือจุดเปลี่ยน มันคือตอนที่กลุ่มกบฏเริ่มโต้กลับด้วยกำลังที่ฟื้นคืนชีพมาอีกครั้ง ผมจดจำวันนี้ได้เป็นอย่างดี มันเป็นวันที่ระเบิดรถบรรทุกครั้งใหญ่เขย่าใจกลางกรุงคาบูล ผมเป็นหนึ่งในผู้สื่อข่าวที่อยู่ในจุดเกิดเหตุ และภาพที่ได้เห็นยังคงหลอกหลอนผมเรื่อยมา มันเป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นประสบการณ์แบบนี้ และมันได้กลายเป็นวิถีชีวิตแบบใหม่ของคนที่นี่นับแต่นั้นเป็นต้นมา

สถานการณ์เลวร้ายลง เวลาต่อมาพวกเราเริ่มเข้าใจแล้วว่า ระเบิดรถบรรทุกและระเบิดฆ่าตัวตายต่อทหารอัฟกัน และกองกำลังต่างชาติ ตลอดจนพลเรือนที่ไร้อาวุธในย่านกลางกรุงนั้น จะเป็นจุดเริ่มต้นของหน้าประวัติศาตร์ความขัดแย้งที่รุนแรง

เพื่อตอบโต้การโจมตีดังกล่าว ฝ่ายอเมริกันได้ยกระดับการโจมตีทางอากาศต่อกลุ่มตาลีบัน และคราวนี้ได้ขยายขอบเขตไปถึงงานแต่งงาน และงานศพในพื้นที่ชนบทหลายแห่งทั่วประเทศ และทำให้ชาวบ้านในอัฟกานิสถานต้องมองท้องฟ้าด้วยความหวาดกลัว

Damaged wedding site in Kabul
Getty Images
เหตุระเบิดที่งานวิวาห์แห่งหนึ่งในปี 2019 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 60 คน

ตอนที่ฝ่ายอเมริกันเริ่มเปิดการเจรจากับตาลีบันในกรุงโดฮา ของกาตาร์ พวกเราต่างเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง แต่หลังจากนั้นไม่นานความฝันของเราก็แตกสลาย เพราะมันชัดเจนว่า การเจรจาครั้งนี้เป็นเพียงเรื่องของผลประโยชน์จากชัยชนะในสงคราม ไม่ใช่ความพยายามทำข้อตกลงสันติภาพ

สำหรับชาวบ้านอัฟกันธรรมดา ๆ นั้น เรื่องนี้ช่างไร้ความหมาย อเมริกาได้ปล่อยตัวนักรบและผู้บัญชาการกลุ่มตาลีบัน 6,000 คน เรื่องนี้ถูกนำเสนอว่าเป็นกระบวนการสร้างสันติภาพครั้งสำคัญ และการหยุดยิงถาวร แต่สิ่งเหล่านี้กลับไม่เคยเกิดขึ้นจริง

ในทางกลับกับกระบวนการดังกล่าวกลับนำไปสู่การลอบสังหารบุคคลสำคัญในแวดวงสื่อมวลชน ภาคกฎหมาย และตุลาการ ทั้งในกรุงคาบูลและทั่วประเทศ

US Secretary of State Mike Pompeo and Turkish Minister of Foreign Affairs Mevlut Cavusoglu in Doha
Getty Images
สหรัฐฯ และตาลีบันทำข้อตกลงในปี 2020

ในคืนก่อนที่ตาลีบันจะยึดกรุงคาบูลได้สำเร็จ เจ้าหน้าที่รัฐที่ผมพูดคุยด้วยยังคงคิดว่าพวกเขาจะรักษาเมืองหลวงแห่งนี้เอาไว้ได้ด้วยความช่วยเหลือจากการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ อีกทั้งยังมีการเจรจาเพื่อส่งผ่านอำนาจอย่างสันติ แต่เมื่อประธานาธิบดีอัชราฟ กานี ขึ้นเฮลิคอปเตอร์หลบหนีไป จู่ ๆ ตาลีบันก็หวนกลับคืนมาที่นี่อีกครั้ง บรรยากาศในเมืองเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

จากนั้น ผมได้รับแจ้งว่าชีวิตของผมกำลังตกอยู่ในอันตราย

ผมพร้อมด้วยภรรยา ลูกสาวทารก และพ่อแม่ของผมถูกพาตัวไปยังสถานที่ลับแห่งหนึ่งในกรุงคาบูล นี่คือเมืองที่ผมรู้จักเป็นอย่างดี ผมเป็นคนที่นี่ และมันเหลือเชื่อที่จะคิดว่ามันไม่มีที่ปลอดภัยสำหรับผมอีกแล้ว

Refugees at the airport
US Army
ผู้คนต่างหอบครอบครัวมุ่งหน้าสู่สนามบินกรุงคาบูล เพื่อหนีออกนอกประเทศ

ผมคิดถึง “โซลา” ลูกสาวตัวน้อยที่ชื่อของเธอแปลว่า “สันติภาพ” และมันน่าเสียใจมากที่ต้องคิดว่าอนาคตที่เราวาดฝันไว้ให้เธอต้องแตกสลายลง

ตอนที่ผมเดินทางไปที่สนามบิน มันทำให้ผมคิดว่า ผมต้องจากลาอัฟกานิสถานเป็นครั้งที่สองในชีวิต…ผมเห็นผู้คนและครอบครัวมากมายเข้าแถวเพื่อหนีออกนอกประเทศ ชาวอัฟกันเหล่านี้ต้องทิ้งความฝันและความหวังของพวกเขาไว้เบื้องหลัง

ทว่าคราวนี้ผมไม่ใช่คนที่รายงานข่าว แต่เป็นคนที่ร่วมชะตากรรมเดียวกันกับพวกเขา

…..

ข่าว BBCไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ข่าวสด เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ ตาลีบัน : ชีวิตพลิกผันของผู้สื่อข่าวชาวอัฟกัน หลังเกิดวินาศกรรม 11 กันยายน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง