ข่มขืน : นักเคลื่อนไหวอินเดียเรียกร้องให้กฎหมายกำหนดว่าการข่มขืนโดยคู่สมรสเป็นอาชญากรรม

31 ส.ค. 2564 - 21:35 น.

ในสังคมชายเป็นใหญ่อย่างอินเดีย การที่สามีจะขืนใจภรรยาไม่ถือเป็นอาชญากรรม

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เอ็นเค จันทราวันชี ผู้พิพากษาประจำศาลสูงในรัฐฉัตตีสครห์ พิพากษาว่า “การร่วมเพศหรือการมีเพศสัมพันธ์รูปแบบใดก็ตามระหว่างสามีกับภรรยาไม่อาจเป็นการข่มขืนแม้จะเป็นการบังคับหรือขืนใจภรรยาก็ตาม”

ผู้หญิงที่เป็นโจทก์ในคดีนี้กล่าวหาสามีเธอว่าบังคับให้มี “เพศสัมพันธ์แบบผิดธรรมชาติ” และข่มขืนเธอโดยใช้สิ่งของต่าง ๆ ร่วมด้วย

A protest in India against rape
Getty Images

ผู้พิพากษาผู้ตัดสินคดีนี้บอกว่าผู้ชายคนนี้อาจถูกนำตัวขึ้นศาลกรณีมีเพศสัมพันธ์แบบผิดธรรมชาติได้ แต่จะไม่ถูกดำเนินคดีที่ร้ายแรงกว่านั้นอย่างการข่มขืนเนื่องจากกฎหมายอินเดียไม่ได้กำหนดเรื่องการข่มขืนโดยคู่สมรสไว้

คำพิพากษานี้นำไปสู่กระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์อย่างกว้างขวาง เช่น นักวิจัยด้านเพศศึกษา โกตา นาลีมา ที่ตั้งคำถามว่า “เมื่อไหร่ศาลจะฟังความจากฝ่ายผู้หญิงบ้าง”

 

แม้หลายคนจะเห็นว่ากฎหมายเรื่องการข่มขืนอันแสนโบราณนี้สมควรได้รับการแก้ไข แต่ก็มีบางคนที่ยังเห็นต่างอยู่

มีคนหนึ่งบอกว่า “ภรรยาแบบไหนกันถึงมาร้องทุกข์เรื่องการข่มขืนระหว่างคู่สมรส” อีกคนบอกว่า “ผู้หญิงคนนี้ต้องมีอะไรผิดปกติแน่ ๆ” ขณะที่อีกคนบอกว่า “มีแต่ภรรยาที่ไม่เข้าใจหน้าที่ตัวเองเท่านั้นที่จะมากล่าวอ้างอะไรแบบนี้”

แต่การแบ่งฝักฝ่ายเช่นนี้ก็ไม่ได้เกิดขึ้นในหมู่ผู้ใช้โซเชียลมีเดียเท่านั้น

เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่แล้ว ศาลสูงในรัฐเกรละพิพากษาว่าการข่มขืนโดยคู่สมรสเป็นเหตุผลที่หนักแน่นพอสำหรับการฟ้องหย่า

“ความมักมากในกามของสามีโดยไม่ได้สนใจถึงการเป็นเจ้าของร่างกายตัวเองของภรรยาเป็นการข่มขืนของคู่สมรส และแม้ว่าความผิดดังกล่าวจะไม่สามารถถูกลงโทษได้ แต่มันถือเป็นการทรมานทั้งทางร่างกายและจิตใจ” ผู้พิพากษามูฮะเหม็ด มัสทาค และ คอเซอร์ เอดัพพากัต กล่าวเมื่อวันที่ 6 ส.ค.

ผู้พิพากษาอธิบายว่าการข่มขืนของคู่สมรสเกิดขึ้นเมื่อสามีเชื่อว่าเขาเป็นเจ้าของร่างกายภรรยา และบอกว่า “ความคิดแบบนั้นไม่มีที่ทางในหลักนิติศาสตร์ทางสังคมในยุคสมัยใหม่”

A wedding in India
Getty Images
อินเดียยังเป็นหนึ่งใน 36 ประเทศที่เรื่องการข่มขืนโดยคู่สมรสยังไม่ถือเป็นอาชญากรรม

คำตัดสินของผู้พิพากษาศาลสูงของรัฐฉัตตีสครห์เมื่อสัปดาห์ที่แล้วอ้างมาตราที่ 375 ของประมวลกฎหมายอาญาอินเดีย ซึ่งเป็นกฎหมายตั้งแต่ในยุคอาณานิคมอังกฤษที่มีมาตั้งแต่ปี 1860 โดยกฎหมายนี้กำหนดข้อยกเว้นหลายประการที่ทำให้เพศสัมพันธ์ไม่ใช่การข่มขืน และหนึ่งในนั้นคือการกระทำของผู้ชายกับภรรยาตัวเองซึ่งไม่ใช่ผู้เยาว์

ความคิดนี้มีรากฐานมาจากความเชื่อที่ว่าการยินยอมมีเพศสัมพันธ์เป็นสิ่งที่เข้าใจกันเป็นนัยอยู่แล้วในชีวิตสมรส และเป็นสิ่งที่ภรรยาไม่สามารถถอนการยินยอมนี้ในภายหลังได้

แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สิ่งนี้เป็นประเด็นที่ก่อให้เกิดการเรียกร้องในกว่า 100 ประเทศทั่วโลกได้มีการแก้ไขกฎหมายกำหนดให้การข่มขืนคู่สมรสเป็นอาชญากรรมแล้ว ส่วนในไทยมีการกำหนดเรื่องนี้อยู่ใน พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 27) พ.ศ. 2562

มาตรา 276 ว่า”ผู้ใดข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้ผู้อื่นนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 4-20 ปี และปรับตั้งแต่ 8,000 – 40,000 บาท

ในวรรคที่ 4 ของมาตราเดียวกันระบุว่า

“ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่ง เป็นการกระทำความผิดระหว่างคู่สมรส และคู่สมรสนั้นยังประสงค์จะอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา ศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้เพียงใดก็ได้ หรือจะกำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติแทนการลงโทษก็ได้ ในกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุก และคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ประสงค์จะอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยาต่อไป และประสงค์จะหย่า ให้คู่สมรสฝ่ายนั้นแจ้งให้ศาลทราบ และให้ศาลแจ้งพนักงานอัยการให้ดำเนินการฟ้องหย่าให้”

ส่วนในอินเดีย แม้จะมีการรณรงค์เรื่องนี้อย่างยาวนานแต่อินเดียก็ยังเป็น 1 ใน 36 ประเทศที่สามีข่มขืนภรรยาไม่ถือเป็นอาชญากรรม

จากการสำรวจของรัฐบาลอินเดีย พบว่า มีผู้หญิง 31% หรือเกือบ 1 ใน 3 ที่เคยเผชิญกับความรุนแรงทางกาย เพศ และอารมณ์ จากสามี

อุเพนดรา แบ็กซี ศาสตราจารย์ด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัยวอริคในสหราชอาณาจักร บอกว่า ต้องยกเลิกกฎหมายนี้ เขาเห็นว่าแม้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาจะมีการพูดถึงประเด็นความรุนแรงในครอบครัวและการคุกคามทางเพศแต่ยังไม่มีการลงมือเปลี่ยนแปลงเรื่องการข่มขืนคู่สมรสเลย

ย้อนไปเมื่อทศวรรษ 1980 เขาเป็นหนึ่งในกลุ่มทนายความที่ยื่นข้อเสนอแนะหลายข้อไปยังคณะกรรมาธิการของสมาชิกผู้แทนราษฎรอินเดีย โดยข้อเสนอแนะทุกประเด็นถูกนำไปปรับเปลี่ยนยกเว้นเรื่องนี้

“เราได้รับคำตอบมาว่ายังไม่ใช่เวลา …แต่มันต้องมีความเท่าเทียมในการสมรส และไม่สามารถปล่อยให้ฝ่ายหนึ่งมีอำนาจเหนืออีกฝ่ายได้ คุณไม่สามารถเรียกร้องการบริการทางเพศจากคู่สมรสของคุณได้”

รัฐบาลอินเดียอ้างมาตลอดว่าการกำหนดให้สิ่งนี้ป็นอาชญากรรมจะทำให้สถาบันครอบครัว “เสียสมดุล” และผู้หญิงอาจใช้เรื่องนี้ไปคุกคามผู้ชาย

ทั้งสหประชาชาติ ฮิวแมนไรท์วอทช์ และแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ต่างก็แสดงความกังวลที่ทางการอินเดียปฏิเสธที่จะเปลี่ยนแปลงเรื่องนี้ และมีผู้พิพากษาอินเดียหลายคนที่ออกมาบอกว่ากฎหมายโบราณนี้ทำให้พวกเขาตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากและเรียกร้องให้รัฐสภาปฏิรูปกฎหมายนี้

โกตา นาลีมา นักวิจัยด้านเพศศึกษา บอกว่า เบื้องหน้าของอินเดียดูเป็นประเทศสมัยใหม่ แต่เมื่อคุ้ยเขี่ยลงมาจะพบหน้าตาที่แท้จริง “ผู้หญิงยังเป็นสมบัติของสามีของเธอ การข่มขืนถือเป็นอาชญากรรมไม่ใช่เพราะผู้หญิงคนนั้นถูกคุกคาม แต่เพราะเธอคนนั้นเป็นทรัพย์สมบัติของผู้ชายอีกคน”

นาลีมาบอกว่า ตอนอินเดียได้รับเอกราชเมื่อปี 1947 มีประชากรแค่ครึ่งหนึ่งของอินเดียที่เป็นผู้ชายเท่านั้นที่ได้รับอิสรภาพ ส่วนผู้หญิงยังไม่เป็นอิสระ “เราฝากความหวังไว้กับระบบตุลาการ”

เธอบอกว่าถือเป็นเรื่องน่ายินดีที่ศาลบางแห่งยอมรับว่าการไม่สามารถเอาผิดเรื่องนี้ได้ถือว่าผิดธรรมชาติ แต่เธอบอกว่านี่เป็นเพียงชัยชนะเล็ก ๆ ที่ถูกบดบังโดยคำพิพากษาอื่น ๆ ที่ออกมาย้อนแย้งกัน

“เรื่องนี้ควรได้รับการจัดการนานแล้ว เราไม่ได้กำลังสู้เพื่อคนรุ่นต่อ ๆ ไป เรากำลังสู้กับความผิดพลาดในประวัติศาสตร์ และนี่ก็เป็นการต่อสู้ที่สำคัญมาก”

……………..

ข่าว BBCไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ข่าวสด เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ ข่มขืน : นักเคลื่อนไหวอินเดียเรียกร้องให้กฎหมายกำหนดว่าการข่มขืนโดยคู่สมรสเป็นอาชญากรรม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง