โควิด-19 : สายพันธุ์ใหม่ C.1.2 ที่แพร่ระบาดในแอฟริกาใต้และหลายประเทศ อันตรายแค่ไหน

31 ส.ค. 2564 - 19:40 น.

นักวิทยาศาสตร์แอฟริกาใต้ได้ตรวจพบเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ที่มีการกลายพันธุ์หลายครั้ง ซึ่งรู้จักกันในชื่อ C.1.2 ด้านเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขของไทยบอกว่ายังไม่พบเชื้อนี้ในประเทศ

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อ 30 ส.ค. ว่า โควิดสายพันธุ์นี้ตรวจพบครั้งแรกในแอฟริกาใต้เมื่อเดือน พ.ค. และจากข้อมูลงานวิจัยที่ยังไม่ได้ผ่านกระบวนพิจารณาตรวจสอบ หรือ “peer review” โควิดสายพันธุ์นี้ได้ระบาดไปยังทวีปแอฟริกา ยุโรป เอเชีย และกลุ่มประเทศและหมู่เกาะในโอเชียเนียแล้ว

An artistic impression of virus sequencing
Getty Images

ด้าน นพ.เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควคุมโรค ระบุว่า ยังไม่มีการตรวจพบสายพันธุ์ดังกล่าวในประเทศ และให้มั่นใจว่ามีการเฝ้าระวังเชื้อกลายพันธุ์อยู่ตลอด

นพ.เฉวตสรร บอกอีกว่า ในแต่ละสัปดาห์มีการเฝ้าระวังสายพันธุ์ไม่ต่ำกว่า 500 ตัวอย่าง และเมื่อมีข้อมูลว่าพบสายพันธุ์ใหม่จากแหล่งที่มาใด ผู้ที่เดินทางมาจากประเทศเหล่านั้นก็จะมีการสุ่มตรวจหาเชื้ออย่างเข้มข้น ร่วมกับการสุ่มตรวจทั่วประเทศตามระบบ

โควิดสายพันธุ์นี้ตรวจพบครั้งแรกเมื่อเดือน พ.ค.
Reuters
โควิดสายพันธุ์นี้ตรวจพบครั้งแรกในแอฟริกาใต้เมื่อเดือน พ.ค.

รอยเตอร์รายงานว่า โควิดสายพันธุ์ C.1.2 มีการกลายพันธุ์ในลักษณะที่เชื่อมโยงกับโควิดสายพันธุ์ใหม่อื่น ๆ ซึ่งแพร่ระบาดง่ายขึ้นและสู้กับแอนติบอดีในร่างกายคนเราได้ดีกว่าเดิม แต่ผู้เชี่ยวชาญยังหาคำตอบไม่ได้ว่าแพร่ระบาดง่ายกว่าเดิมหรือไม่ หรือสามารถเอาชนะภูมิคุ้มกันในร่างกายของผู้ได้รับวัคซีนหรือเคยติดเชื้อมาได้หรือเปล่า

ริชาร์ด เลสเซลล์ส ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบาดและหนึ่งในทีมนักวิจัยสายพันธุ์ C.1.2 บอกว่าการเกิดขึ้นของโควิดสายพันธุ์นี้บอกกับเราว่าการระบาดใหญ่ในครั้งนี้จะไม่จบลงง่าย ๆ และไวรัสชนิดนี้ “ยังค้นหาวิธีต่าง ๆ ที่จะทำให้สามารถโจมตีเราได้ดีขึ้น”

อย่างไรก็ดี การวิเคราะห์สายพันธุ์นี้ในแอฟริกาชี้ให้เห็นว่ายังแพร่ระบาดอยู่น้อยเมื่อเทียบกับสายพันธุ์เดลตา

เมื่อเดือน ก.ค. จากตัวอย่างที่เก็บมาทั้งหมด มีผู้ติดเชื้อโควิดที่เป็นสายพันธุ์ C.1.2 อยู่เพียง 3% หลังจากที่มีอยู่ 1% ในเดือน มิ.ย. เทียบกับสายพันธุ์เดลตาที่มีอยู่ 67% ในเดือน มิ.ย. และ 89% ในเดือน ก.ค.

ถึงตอนนี้ สายพันธุ์เดลตายังเป็นสายพันธุ์ที่แพร่ระบาดเร็วที่สุดและแข็งแกร่งที่สุด

Hospital care
Getty Images
ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าวัคซีนยังสามารถช่วยให้คนไม่ล้มป่วยหนักและไม่เสียชีวิตจากโควิดสายพันธุ์ใหม่ได้ดีอยู่

น่ากังวลไหม

ถึงตอนนี้ องค์การอนามัยโลกยังไม่ได้จัดให้สายพันธุ์ C.1.2 เป็นกลุ่มเชื้อกลายพันธุ์ที่น่ากังวลหรือน่าจับตามอง แต่ ดร.เมแกน สเตน นักระบาดวิทยาและอาจารย์ด้านภูมิคุ้มกันและโรคระบาดจากวิทยาลัยการแพทย์มหาวิทยาลัยซิดนีย์ บอกกับหนังสือพิมเดอะการ์เดียนว่า ได้มีการแจ้งเตือนไปยังองค์การอนามัยโลกเพราะสายพันธุ์ C.1.2 มีลักษณะการกลายพันธุ์สำคัญ ๆ หลายอย่างที่เห็นในสายพันธุ์ใหม่อื่น ๆ ในช่วงที่ผ่านมาซึ่งในเวลาต่อมา กลายเป็นสายพันธุ์ที่น่ากังวล

“การกลายพันธุ์เหล่านี้อาจทำให้สายพันธุ์ดังกล่าวสามารถหลีกเลี่ยงการตอบสนองของภูมิคุ้มกันได้ดีขึ้น หรือแพร่ระบาดได้เร็วขึ้น” ดร. สเตน ระบุ

ดร.สเตน อธิบายว่า ถึงตอนนี้ สายพันธุ์ C.1.2 มีโอกาสที่จะตายไปเอง เนื่องจากต้องแข็งแรงและระบาดรวดเร็วมากถึงจะสู้กับสายพันธุ์เดลตาที่มีอยู่อย่างแพร่หลายได้

เมื่อถามว่าวัคซีนจะต่อสู้กับสายพันธุ์ C.1.2 ได้หรือไม่ อาจารย์จากมหาวิทยาลัยซิดนีย์รายนี้บอกว่าอาจทำได้แค่คาดเดาโดยอิงจากลักษณะการกลายพันธุ์ที่เห็นในสายพันธุ์อื่น เธอบอกว่าแม้วัคซีนจะไม่สามารถจัดการกับไวรัสได้ดีเท่าสายพันธุ์ดั้งเดิม แต่เท่าที่ดูแล้ว ถึงตอนนี้วัคซีนก็ยังสามารถช่วยให้คนไม่ล้มป่วยหนักและไม่เสียชีวิตจากโควิดสายพันธุ์ใหม่ได้ดีอยู่

เธอบอกว่ายังไม่อะไรต้องตื่นตระหนกในตอนนี้ แต่เป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องจับตาดูต่อไปถึงสายพันธุ์ใหม่อื่น ๆ ที่มีอยู่ว่าพวกมันจะพัฒนาและแพร่ระบาดต่อไปอย่างไร

สถาบันโรคติดต่อแห่งชาติของแอฟริกาใต้ บอกว่า “เราต้องระมัดระวังถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นขณะที่เราเก็บข้อมูลเพิ่มเพื่อเข้าใจไวรัสสายพันธุ์นี้ให้มากขึ้น”

สถาบันนี้ระบุอีกว่า “หากวัดจากความเข้าใจของเราต่อการกลายพันธุ์ของสายพันธุ์นี้ เราคิดว่ามันอาจสามารถหลีกเลี่ยงการตอบสนองของภูมิคุ้มกันได้บางส่วน แต่กระนั้นก็ตาม วัคซีนยังสามารถให้การป้องกันการที่คนติดเชื้อต้องเข้าโรงพยาบาลหรือเสียชีวิต ได้ในระดับสูง”

………

ข่าว BBCไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ข่าวสด เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ โควิด-19 : สายพันธุ์ใหม่ C.1.2 ที่แพร่ระบาดในแอฟริกาใต้และหลายประเทศ อันตรายแค่ไหน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง