รัสเซียขับผู้สื่อข่าวบีบีซีที่ทำงานมากว่า 20 ปี ออกจากประเทศ ด้วยเหตุ "ภัยต่อความมั่นคง"

2 ก.ย. 2564 - 11:29 น.
  • ซาราห์ เรนส์ฟอร์ด
  • บีบีซีนิวส์ กรุงมอสโก

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

ฉันกำลังเขียนบทความนี้กลางดึกบนโต๊ะในห้องครัวที่บ้าน ในกรุงมอสโก มองออกไปเห็นรูปดาวสีแดงและยอดโดมสีทองของโบสถ์สไตล์รัสเซีย แต่กว่าคุณจะได้อ่าน ฉันจะอยู่บนเที่ยวบินมุ่งหน้ากลับอังกฤษแล้ว หลังรัสเซียขับไล่ฉันออกจากประเทศโดยบอกว่าฉันเป็นภัยต่อความมั่นคง

หลังรายงานข่าวจากกรุงมอสโกมากว่า 20 ปี ฉันยังไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น

ฉันเดาว่าตัวเองคงเริ่มตกเป็นเป้าหลังกระทรวงต่างประเทศรัสเซียเริ่มออกวีซ่าแบบระยะสั้นให้แทน แล้วก็ชอบอนุมัติให้ฉิวเฉียดก่อนวันหมดอายุ

มีอยู่ครั้งหนึ่ง เจ้าหน้าที่บอกว่านี่จะเป็นวีซ่าฉบับสุดท้ายที่ฉันจะได้แล้ว แต่ต่อมาเจ้าหน้าที่ก็มาบอกว่าเขาเข้าใจผิด

แต่เมื่อวันที่ 10 ส.ค. ฉันถูกเรียกไปคุยตรงด่านตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบินในกรุงมอสโก และได้รับแจ้งว่าฉันโดนหน่วยงานด้านความมั่นคงรัสเซียสั่งห้ามเข้าประเทศ

เจ้าหน้าที่อ่านคำสั่งนั้นให้ฟังแต่ก็ไม่ได้อธิบายว่าเพราะเหตุผลอะไร

“ซาราห์ เอลิซาเบธ…” เขาเอ่ยชื่อกลางฉันซ้ำ ๆ “คุณถูกปฏิเสธห้ามเข้ารัสเซียโดยไม่มีกำหนด นี่ก็เพื่อปกป้องความมั่นคงของรัสเซีย” เขาอธิบายต่อว่าฉันกำลังจะถูกเนรเทศ

ฉันบอกเขาว่าฉันเป็นนักข่าว “ดูฉันเหมือนเป็นภัยคุกคามเหรอ”

“พวกเราแค่ปฏิบัติตามคำสั่ง” เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองกล่าวซ้ำ ๆ หลายรอบ “ลองไปถามหน่วยความมั่นคงดู”

Sarah Rainsford reporting in Moscow
BBC
ซาราห์ เรนส์ฟอร์ด รายงานข่าวจากกรุงมอสโกมาหลายปี โดยเดินทางไปที่นั่นครั้งแรกขณะเป็นนักศึกษา
Short presentational grey line
BBC

วันนั้นฉันเดินทางมาจากเบลารุส ไปรายงานข่าวเรื่องการกดขี่ปราบปรามการประท้วงใหญ่ต่อต้านประธานาธิบดีอเล็กซานเดอร์ ลูกาเชนโก

ผู้นำเผด็จการซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นี้จัด “งานพบปะพูดคุย” ประจำปีกับผู้สื่อข่าว ฉันใช้โอกาสนี้ถามเขาว่าจะอยู่เป็นประธานาธิบดีต่อได้อย่างไรหลังจากไปทรมานและจับกุมผู้ที่ออกมาประท้วงอย่างสันติเข้าคุก

ก่อนอื่น เขาว่าฉันว่าคอยโฆษณาชวนเชื่อแนวคิดแบบชาติตะวันตก จากนั้นผู้สนับสนุนที่ภักดีของเขาก็รุมวิจารณ์ฉันออกทีวีเบลารุสแบบสด ๆ

คืนวันนั้น ตอนที่เราตัดต่อวิดีโอการตอบโต้ที่เกิดขึ้น กระทรวงต่างประเทศรัสเซียประกาศมาตรการคว่ำบาตรกับสหราชอาณาจักรเพิ่มเติม โดยกล่าวหาว่ากลุ่มคนชาวอังกฤษซึ่งไม่มีการเปิดเผยชื่อกำลังมีส่วนร่วมใน “การเคลื่อนไหวต่อต้านรัสเซีย”

นี่เป็นการตอบโต้ของรัสเซียที่ล่าช้าหลังจากสหราชอาณาจักรใช้มาตรการคว่ำบาตรรัสเซียจากกรณีที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนในเชชเนียและการทุจริตของเจ้าหน้าที่ระดับสูง ตอนนั้นฉันเริ่มวิตกกังวลเพราะว่าวีซ่าตัวเองใกล้หมดอายุพอดี

Sarah Rainsford reporting in Moscow
BBC

ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้น หลังเพื่อนร่วมงานฉันเข้ามอสโกไปได้แต่ฉันถูกกักตัวไว้ที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง

จากนั้น พวกเขาก็ปล่อยให้ฉันไปเดินเล่นในอาคารผู้โดยสารขาออก ขณะที่เพื่อนร่วมงานเจรจาไม่ให้ฉันถูกเนรเทศ

แต่ฉันมั่นใจว่าคงไม่ได้ผลอะไรเพราะคำสั่งนี้มาจากหน่วยความมั่นคงที่ทรงอำนาจมาก ฉันเลยเซ็นเอกสารยินยอมว่าจะเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายถ้าฉันเดินทางมารัสเซียอีก ฉันพยายามประท้วงแต่ก็ไม่เป็นผล

ถึงจุดหนึ่ง ฉันนั่งลงบนม้านั่งพัง ๆ ตัวหนึ่งในสนามบินแล้วก็อัดวิดีโอบันทึกความรู้สึกตัวเอง ร้องไห้ใส่กล้อง

จากนั้น หลังผ่านไป 12 ชั่วโมง ฉันก็ได้รับโทรศัพท์แจ้งว่าจะสามารถเข้าไปรัสเซียได้อีกแค่ครั้งเดียวเพื่อเก็บข้าวของทั้งหมด

Short presentational grey line
BBC

การถูกขับไล่ออกจากประเทศทำลายความสัมพันธ์ทุกอย่างที่ฉันมีต่อประเทศนี้


รัสเซียเป็นส่วนสำคัญของชีวิตฉันตั้งแต่ฉันเดินทางมาที่นี่ตอนอายุ 18 ช่วงที่สหภาพโซเวียตกำลังล่มสลาย

ฉันเห็นเหตุการณ์สำคัญ ๆ ต่าง ๆ ด้วยตาตัวเอง ตอนประเทศเผชิญภาวะขาดแคลน ตอนมีสงคราม ตอนที่เป็นนักศึกษาช่วงกลางทศวรรษ 1990 ฉันได้สัมผัสช่วงที่นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กเต็มไปด้วยแก๊งนักเลง บาร์ที่ฉันไปทำงานอยู่ต้องมีคนคอยตรวจตรงทางเข้า หาว่าลูกค้าพกปืนหรือเปล่า

ช่วงปีเหล่านั้นยากลำบากสำหรับชาวรัสเซียหลายคน แต่ก็เป็นช่วงเวลาแห่งการเริ่มต้นใหม่และอิสรภาพที่น่าตื่นเต้นด้วย

และแล้ว วลาดิเมียร์ ปูติน ก็มาถึง

ตั้งแต่เขาได้รับการเลือกตั้งเมื่อ 20 ปีก่อน ฉันรายงานข่าวจากกรุงมอสโกมาตลอด ดูอิสรภาพในประเทศที่ค่อย ๆ ถูกทำลายไป การเริ่มปราบปรามผู้เห็นต่างที่มากขึ้น ขณะที่ปูตินยังยึดครองอำนาจเอาไว้ได้ตลอด

ตั้งแต่นายอเล็กเซ นาวาลนี แกนนำฝ่ายค้าน ถูกวางยาพิษ นักเคลื่อนไหว ผู้วิพากษ์วิจารณ์ และนักข่าวด้วยต้องเผชิญกับแรงกดดันมากขึ้น และมากขึ้นไปอีกก่อนจะมีการเลือกตั้งเดือนหน้า และการปิดปากสื่อก็เป็นสิ่งสำคัญ

สัปดาห์ที่ฉันรู้ข่าวว่าตัวเองต้องไปจากรัสเซีย ช่องทีวีอิสระที่ใหญ่ที่สุดของรัสเซียถูกกล่าวหาว่าเป็น “สายลับต่างชาติ”

ช่อง ดอซด์ ทีวี (Dozhd TV) เป็นรายล่าสุด หลังสื่อต่าง ๆ ถูกเพิ่มลงไปในบัญชีดำมากขึ้นเรื่อย ๆ

ทีคูน ดซุดโค บรรณาธิการใหญ่ของช่อง บอกฉันว่าการถูกปรับสถานะว่าเป็นสายลับต่างชาติก็เท่ากับเป็นศัตรูของรัฐ และนี่ยิ่งทำให้มีคนดูช่องพวกเขาเพิ่มมากขึ้น

เขาบอกว่าการหันมาโจมตีสื่อระลอกล่าสุดน่ากังวล

“เหมือนกับว่าพวกเขาบอกว่าเราไม่ต้องการนักเคลื่อนไหวสิทธิมนุษยชน หรือสื่ออิสระ อีกต่อไป”

“มันเป็นท่าทีที่ไม่ดี ที่อาจจะกลายเป็นแย่กว่านี้ได้ตลอด”

Short presentational grey line
BBC

ตอนฉันถูกเรียกตัวไปยังกระทรวงการต่างประเทศในกรุงมอสโก พวกเขาย้ำว่าการขับไล่นี้ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวอะไร โดยทางการแล้ว เขาบอกว่าเป็นการตอบโต้ที่นักข่าวสำนักข่าวทาสส์ถูกปฏิเสธไม่ให้พำนักในสหราชอาณาจักรต่อ

แต่เรื่องนั้นมัน 2 ปีมาแล้ว และก็ไม่ได้เกิดเป็นเรื่องเป็นราวอะไรเลยในตอนนั้น

เจ้าหน้าที่ระดับสูงอ้างว่าไม่รู้เรื่องเลยที่ฉันถูกบอกว่าเป็น “ภัยคุกคาม” แม้ว่าฉันรู้ว่าพวกเขาก็ต้องได้เห็นเอกสารที่ฉันเซ็นไป ถึงตอนนี้ก็ยังปฏิเสธไม่ยืนยันที่ฉันได้ยินมาจากแหล่งหนึ่งว่าชื่อฉันถูกรวมอยู่ในบัญชีรายชื่อผู้ถูกคว่ำบาตรด้วย

Sarah Rainsford reporting in Moscow
BBC

หลายคนที่ฉันเคยสัมภาษณ์ได้เดินทางออกจากรัสเซียไปแล้วเพื่อความปลอดภัย บางคนบอกว่ามีแผนหนีไว้แล้วหากวันหนึ่งต้องหาที่ไป

ฉันไม่เคยคิดเลยว่าต้องไปตามพวกเขา แล้วก็ถูกนิยามว่าเป็นผู้ “ต่อต้านรัสเซีย” และเป็น “ภัยความมั่นคง” ด้วย แต่ฉันก็พยายามจะไม่ไปคิดเรื่องนั้น

ตั้งแต่ข่าวการขับไล่ฉันเผยแพร่สู่สาธารณะ คนที่แทบไม่รู้จักกันเข้ามาทักและขอโทษในเรื่องที่เกิดขึ้น บางคนบอกว่าพวกเขารู้สึกละอายกับรัฐบาลตัวเองมาก

ฉันคิดถึงความอบอุ่นและความมีน้ำจิตน้ำใจจากชาวรัสเซียเหล่านี้ขณะฝนกำลังตกและใกล้เวลาที่จะต้องไปจากที่นี่แล้ว

นี่อาจจะเป็นจากลาครั้งสุดท้าย แต่ฉันก็ยังหวังว่าจะไม่ใช่เช่นนั้น

………..

ข่าว BBCไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ข่าวสด เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ รัสเซียขับผู้สื่อข่าวบีบีซีที่ทำงานมากว่า 20 ปี ออกจากประเทศ ด้วยเหตุ "ภัยต่อความมั่นคง"
ข่าวที่เกี่ยวข้อง