ผู้กำกับโจ้: รอง ผบ.ตร. ชี้แจง กมธ. กฎหมายฯ ระบุมีพยานหลักฐานเอาผิด พ.ต.อ. ธิติสรรค์กับพวก 3 ข้อหา

3 ก.ย. 2564 - 00:23 น.

หัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนนำทีมคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนจาก จ. นครสวรรค์ ชี้แจงความคืบหน้าและข้อสงสัยเกี่ยวกับคดี “ผู้กำกับโจ้” ต่อคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยธรรม สภาผู้แทนราษฎร (กมธ. กฎหมายฯ) โดยยืนยันว่าตำรวจมีพยานหลักฐานมากพอที่จะพิสูจน์ว่า พ.ต.อ. ธิติสรรค์ อุทธนผล อดีตผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรเมืองนครสวรรค์และพวกรวม 7 คนกระทำความผิดจริงใน 3 ข้อหา หนึ่งในนั้นคือร่วมกันทำให้ผู้อื่นเสียชีวิตด้วยการทรมานหรือกระทำทารุณ

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

พล.ต.อ. สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. กล่าวยืนยันต่อ กมธ. กฎหมายฯ วันนี้ (2 ก.ย.) ว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ไม่ได้นิ่งนอนใจเกี่ยวกับกรณีของ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ หรือ “ผู้กำกับโจ” ที่ ถูกกล่าวหาว่าทรมานผู้ต้องหาคดียาเสพติดด้วยการใช้ถุงพลาสติกคลุมศีรษะเพื่อเรียกรับเงินจนทำให้ผู้ต้องหาเสียชีวิตเมื่อวันที่ 5 ส.ค. ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ รอง ผบ.ตร. ยังระบุอีกว่า เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนได้รวบรวมหลักฐาน รวมไปถึงพฤติการณ์ก่อนและหลังเกิดเหตุได้จำนวนมาก ทำให้เชื่อว่า พ.ต.อ. ธิติสรรค์และเจ้าหน้าที่ตำรวจอีก 6 คน กระทำความผิดจริงใน 3 ข้อหา ประกอบด้วย

  • เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด
  • ร่วมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด
  • ร่วมกันฆ่าผู้อื่น ทรมาน โดยกระทำทารุณโหดร้าย

“หากผลการสืบสวนพบว่ามีการกระทำความผิดอย่างอื่นเพิ่มเติม พนักงานก็จะแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม และพบมีผู้กระทำความผิด 7 คน ในส่วนของการดำเนินคดี ตร. ดำเนินการไปตามตัวบทกฎหมาย ไม่ได้มีการละเว้นหรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิดแต่อย่างใด”

เมื่อวันที่ 30 ส.ค. ที่ผ่านมา ในระหว่างที่การสอบปากคำ พ.ต.อ. ธิติสรรค์กับพวก ภายในเรือนจำกลางพิษณุโลก สื่อมวลชนหลายสำนักรายงานว่าผู้ต้องหาทั้ง 7 ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

การชี้แจงของ พล.ต.อ. สุชาติในวันนี้มีขึ้นตามคำเชิญของนายสิระ ในฐานะประธาน กมธ. กฎหมายฯ โดยทีมสืบสวนที่เดินทางมาชี้แจงพร้อมกับรอง ผบ.ตร. ประกอบด้วย พล.ต.ต. เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 (รอง ผบช.ภ. 6) พล.ต.ต.ระพีพงษ์ สุขไพบูลย์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครสวรรค์ ตัวแทนโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ ตัวแทนจากแพทย์กระทรวงยุติธรรม ตัวแทนผู้พิพากษาชั้นต้นประจำสำนักงานศาลยุติธรรม นายวสันต์ ภัยหลีกหลี้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน (กสม.) ตัวแทนสภาทนายความ และตัวแทนของนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม ซึ่งเป็นผู้ที่นำคลิปบันทึกภาพเหตุการณ์ทรมานผู้ต้องหามาเผยแพร่เมื่อวันที่ 24 ส.ค.

รอง ผบช.ภ. 6 ยอมรับรู้จัก ผกก. โจ้ แต่ไม่สนิท

หนึ่งในคำถามที่ กมธ. กฎหมายฯ ถามคณะสืบสวนสอบสวนจาก จ. นครสวรรค์ คือสายสัมพันธ์และความใกล้ชิดกับ พ.ต.อ. ธิติสรรค์ ซึ่ง พล.ต.ต. เอกรักษ์ รอง ผบช.ภ. 6 ยอมรับว่าเขารู้จักกับ พ.ต.อ. ธิติสรรค์จริง “แต่ไม่สนิท”


นอกจากนี้ พล.ต.ต. เอกรักษ์ยังได้ชี้แจงกรณีที่เขาระบุในวันแถลงข่าวควบคุมตัว พ.ต.อ. ธิติสรรค์ที่กองบังคับการปราบปรามเมื่อวันที่ 26 ส.ค. ว่า “ไม่ทันได้ดู” ป้ายทะเบียนรถที่มาส่งตัวผู้ต้องหา ซึ่งทำให้สังคมเกิดความสงสัยว่าเป็นความพยายามปกป้องผู้ที่ช่วยผู้ต้องหาหลบหนีหรือไม่

พล.ต.ต. เอกรักษ์กล่าวว่าวันที่ พ.ต.อ. ธิติสรรค์ติดต่อขอมอบตัวนั้น เขาไปยืนรอเพียงคนเดียวที่จุดนัดหมายคือ สภ. แสนสุข จ. ชลบุรี และยอมรับว่ารู้สึกกลัวมาก เพราะไม่รู้ว่ามีชุดจับกุมอื่นหรือไม่ และหากมีก็กลัวว่าชุดจับกุมจะเข้าใจผิด ว่าเขาสมรู้ร่วมคิด แต่วันนั้นก็มั่นใจว่า พ.ต.อ. ธิติสรรค์จะมาตามนัดเลยไม่ได้จำทะเบียนรถ เพราะต้องการแค่นำตัวไปดำเนินคดีเท่านั้น

เตรียมโอนฝากขัง ผกก.โจ้ – ลูกน้องมายังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ

วานนี้ (1 ก.ย.) ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6 พนักงานสอบสวนตามคำสั่ง ตร. ยื่นคำร้องขอโอนการฝากขังผู้ต้องหาคดีร่วมกันทำให้นายจิระพงศ์เสียชีวิตด้วยการทรมานและกระทำทารุณโดยใช้ถุงดำคลุมศีรษะรวม 7 คน ประกอบด้วย พ.ต.อ. ธิติสรรค์, พ.ต.ต. รวีโรจน์ ดิษทอง, ร.ต.อ. ทรงยศ คล้ายนาค, ร.ต.ท. ธรณินทร์ มาศวรรณา, ด.ต. ศุภากร นิ่มชื่น, ด.ต. วิสุทธิ์ บุญเขียว และ ส.ต.ต. ปวีณ์กร คำมาเร็ว

จากเดิมครั้งแรกมีการยื่นฝากขังผู้ต้องหาทั้ง 7 ต่อศาลจังหวัดนครสวรรค์ ที่ดำเนินการแทนศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6 โดยศาลได้อนุญาตให้ฝากขัง ผู้ต้องหาที่ 1-7 มีกำหนด 12 วัน จะครบกำหนดการฝากขังครั้งที่ 1 ในวันที่ 5 ก.ย. และ 7 ก.ย. ตามลำดับ แต่เนื่องจากคดีดังกล่าวผู้ต้องหาเป็นข้าราชการตำรวจในสังกัด สภ. เมืองนครสวรรค์ ท้องที่เกิดเหตุ และเป็นกรณีที่ข้าราชการตำรวจถูกตั้งข้อกล่าวหาว่ากระทำผิดอาญา มีพฤติกรรมกระทำผิดร้ายแรงเป็นคดีอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญ ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างมาก สร้างความเสื่อมเสียต่อภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อีกทั้งยังเป็นคดีที่ได้รับความสนใจจากประชาชนและสื่อมวลชนเป็นอย่างมาก

สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงมีคำสั่งแต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนให้ทำการสืบสวนสอบสวนคดีดังกล่าว และให้โอนสำนวนการสอบสวนจาก สภ. เมืองนครสวรรค์ ไปสอบสวนยังกองบังคับการปราบปราม ซึ่งตั้งอยู่ในเขตอำนาจของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง

เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีที่อยู่ในเขตอำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติชอบภาค 6 คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนจึงขอโอนการฝากขัง ผู้ต้องหาที่ 1-7 จากศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6 ไปฝากขังยังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง และขอโอนการขังผู้ต้องหาระหว่างสอบสวนจากเรือนจำกลางพิษณุโลก ไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เพื่อสะดวกในการสอบสวนและดำเนินการตามกฎหมาย

โดยคำสั่งดังกล่าวอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ. วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.2559 มาตรา 6 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิ.อ.) มาตรา 87 วรรคท้าย โดย ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้โอนการฝากฝากขังผู้ต้องหาตามคำร้อง

…….

ข่าว BBCไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ข่าวสด เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ ผู้กำกับโจ้: รอง ผบ.ตร. ชี้แจง กมธ. กฎหมายฯ ระบุมีพยานหลักฐานเอาผิด พ.ต.อ. ธิติสรรค์กับพวก 3 ข้อหา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง