มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคชี้ บีทีเอสยกเลิกบัตรโดยสารรายเดือน หวังกดดันรัฐบาลให้ต่อสัญญาสัมปทาน

3 ก.ย. 2564 - 00:29 น.

มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคออกแถลงการณ์เชิญชวนให้ประชาชนงดสนับสนุนสินค้าและบริการของรถไฟฟ้าบีทีเอส หลังบีทีเอสประกาศเตรียมยกเลิกจำหน่ายบัตรโดยสารรายเดือนวันที่ 30 ก.ย. นี้ โดยอ้างพฤติกรรมการเดินทางของผู้โดยสารที่เปลี่ยนแปลงไป

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

นอกจากนี้มูลนิธิฯ ยังตั้งคำถามด้วยว่านโยบายยกเลิกบัตรโดยสารรายเดือนนี้เป็นการ “หวังผลกดดันรัฐบาลให้ต่อสัญญาสัมปทานใช่หรือไม่” ขณะที่ผู้บริหารบีทีเอสยืนยันกับบีบีซีไทยว่าการยกเลิกโปรโมชันนี้ไม่ได้เป็นไปเพื่อการกดดันรัฐบาลตามที่มูลนิธิฯ ตั้งข้อสังเกต และพร้อมรับฟังความเห็นจากผู้โดยสาร

รถไฟฟ้าเปิดให้บริการตามปกติในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19
Getty Images

ความเคลื่อนไหวของมูลนิธิฯ มีขึ้นหลังจากที่เมื่อวันที่ 1 ก.ย. บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอสออกประกาศแจ้งสิ้นสุดโปรโมชันเที่ยวเดินทาง 30 วัน หรือบัตรโดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอสแบบรายเดือน โดยระบุว่าผู้โดยสารสามารถซื้อหรือเติมเที่ยวเดินทางได้จนถึงวันที่ 30 ก.ย. 2564 เป็นวันสุดท้าย และสามารถใช้บัตรโดยสารที่มีเที่ยวเดินทางคงเหลือได้จนกว่าเที่ยวเดินทางจะหมด หรือเที่ยวเดินทางหมดอายุการใช้งาน

ด้านอัตราค่าโดยสารในเส้นทางสัมปทานระยะทาง 23.5 กิโลเมตร (สถานีหมอชิต-สถานีอ่อนนุช, สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ-สถานีสะพานตากสิน, และส่วนต่อขยายจากสถานีสะพานตากสินถึงสถานีวงเวียนใหญ่) ยังคงเรียกเก็บในอัตรา 16-44 บาท ตามเดิม

รถไฟฟ้าบีทีเอสชี้แจงว่า สาเหตุที่ต้องประกาศยกเลิกบัตรโดยสารรายเดือนเพราะเล็งเห็นว่าการชำระค่าโดยสารล่วงหน้าแบบรายเดือนอาจ “ไม่ตอบโจทย์” ต่อพฤติกรรมของผู้ใช้บริการที่เปลี่ยนแปลงไป ประกอบกับความไม่แน่นอนของสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา

นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ กล่าวว่า ปัจจุบันพฤติกรรมการเดินทางของผู้โดยสารมีรูปแบบการเดินทางที่หลากหลายมากขึ้น ประกอบกับความไม่แน่นอนอันเนื่องมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทำให้ผู้โดยสารไม่สามารถวางแผนการเดินทางล่วงหน้าได้นานแบบเมื่อก่อน

มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคระบุเหตุผล “ฟังไม่ขึ้น”

มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคออกแถลงการณ์ต่อกรณีดังกล่าว ชี้ว่าการอ้างพฤติกรรมการเดินทางของผู้โดยสารที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมนั้น “เป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น” เพราะหลังรัฐบาลประกาศคลายมาตรการล็อกดาวน์ (1 ก.ย.) จะเห็นได้ว่าผู้บริโภคเริ่มกลับมาใช้บริการโดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอสมากขึ้น บีทีเอสจึงไม่ควรประเมินสถานการณ์จากเฉพาะช่วงล็อกดาวน์ที่ประชาชนทำงานที่บ้าน (work from home) ได้

มูลนิธิฯ ให้ความเห็นว่ารถไฟฟ้าบีทีเอสเป็นบริการขนส่งสาธารณะ จึงต้องเน้นให้บริการประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวิกฤตโควิด-19 ที่ส่งผลให้มีคนตกงานหรือขาดรายได้เป็นจำนวนมาก

“การยกเลิกบัตรรายเดือนจะเป็นการสร้างวิกฤตใหม่ซ้ำเติมค่าครองชีพ และผลักภาระให้กับประชาชนจำนวนมากอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้” มูลนิธิฯ ระบุในแถลงการณ์

รถไฟฟ้าเปิดให้บริการตามปกติในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19
Getty Images

มูลนิธิฯ ยังตั้งคำถามไปยังรถไฟฟ้าบีทีเอสว่า “การตัดสินใจของบีทีเอสครั้งนี้ ถือเป็นนโยบายที่เข้าข่ายเอาเปรียบ ผลักภาระให้ผู้บริโภค และหวังผลกดดันรัฐบาลให้ต่อสัญญาสัมปทานใช่หรือไม่” และเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามากำกับกรณีนี้อย่างเร่งด่วนเนื่องจาก “เป็นหน้าที่ของรัฐที่ต้องกำหนดนโยบาย กำกับ และดูแลให้ค่าบริการสาธารณะเหล่านี้ให้สอดคล้องกับค่าครองชีพของประชาชน เพื่อยึดหลักการเข้าถึงได้ของบริการขนส่งมวลชนของคนทุกคน และคำนึงถึงปัญหาความเดือดร้อนและภาระเกินสมควรของผู้บริโภคท่ามกลางวิกฤตโควิด-19”

นอกจากนี้ยังเชิญชวนให้ผู้บริโภคทุกคนที่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกบัตรโดยสารรายเดือนของบีทีเอส ให้งดสนับสนุนสินค้าและบริการของรถไฟฟ้าบีทีเอส และร่วมคัดค้านการต่อสัญญาสัมปทานใหม่จนกว่าจะได้ราคาค่าโดยสารที่เหมาะสมและเป็นธรรมสำหรับผู้บริโภคทุกคน

ก่อนหน้านี้ มูลนิธิฯ และองค์กรผู้บริโภครวม 198 องค์กรเคยออกมาคัดค้านการต่อสัมปทานและการขึ้นราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียว เนื่องจากราคาค่ารถไฟฟ้า 65 บาทที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) เสนอมานั้นสูงเกินกว่าประชาชนจะจ่ายได้ และเกรงว่าจะเป็นการผูกมัดผู้บริโภคให้จ่ายค่าโดยสารราคานี้ไปอีก 38 ปี จนกว่าจะหมดสัญญาสัมปทานในปี 2602 พร้อมยืนยันว่า ค่ารถไฟฟ้าในราคา 25 บาท หรือไม่เกินร้อยละ 10 ของค่าแรงขั้นต่ำสามารถทำได้จริง

มูลนิธิฯ ยืนยันในหลักการที่ว่ารถไฟฟ้าคือขนส่งมวลชนที่ทุกคนต้องขึ้นได้ ดังนั้น กทม. ต้องทำให้ค่าโดยสารไม่เป็นภาระกับผู้บริโภค หรือไม่เกินร้อยละ 10 ของค่าแรงขั้นต่ำ รวมถึงจะต้องทำให้รถไฟฟ้าเป็นขนส่งมวลชนที่ประชาชนเข้าถึงได้ ไม่ใช่เป็นเพียงขนส่งทางเลือก

บีทีเอสแจงไม่เกี่ยวข้องกับสัมปทาน

นายสุรพงษ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บ. ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ ให้สัมภาษณ์บีบีซีไทยว่า การประกาศยกเลิกจำหน่ายบัตรโดยสารรายเดือนไม่เกี่ยวข้องกับการกดดันรัฐบาลให้ต่อสัญญาสัมปทาน และบีทีเอสเองก็มีภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน แต่พร้อมรับฟังผู้ใช้งานเพื่อนำไปสู่ทางออกที่ดีที่สุด

“ไม่เกี่ยวกันเลย เราไม่ได้นึกถึงเรื่องนั้นเลย ไม่ใช่การกดดันรัฐบาล เป็นการดำเนินงานปกติของเรา”

“เป็นเรื่องของโปรโมชันที่ทำมามากกว่า10 ปีแล้ว มีทำก็ต้องมีเลิก…ถ้ามีอะไรที่เราคิดว่าเราทำได้ และผู้โดยสารก็ได้ประโยชน์ วิน-วินทั้งคู่ เราก็ยินดีจะทำ ตอนนี้ยังเร็วไปที่จะตอบว่าฟีดแบ็ก (ผลตอบรับ) เป็นอย่างไร แต่ขอรับฟัง แล้วมาดูกันว่าเราสามารถทำอะไรได้บ้าง” นายสุรพงษ์กล่าว

……..

ข่าว BBCไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ข่าวสด เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคชี้ บีทีเอสยกเลิกบัตรโดยสารรายเดือน หวังกดดันรัฐบาลให้ต่อสัญญาสัมปทาน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง