อภิปรายไม่ไว้วางใจ : ข่าวจริงจากปาก ประยุทธ์-ธรรมนัส ท่ามกลางข่าวลือเขย่าเก้าอี้นายกฯ

3 ก.ย. 2564 - 16:20 น.

แม้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ออกตัวว่าข่าวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ไม่ได้ทำให้เสียสมาธิ เพราะหากเสียสมาธิคงเสียไปนานแล้ว อยู่มา 6-7 ปีแล้ว

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

แต่ประเด็นที่ผู้นำรายนี้ไม่อาจปล่อยผ่านคือ “ข่าวลือ” ที่แอบอ้างสถาบันเบื้องสูง และ “ข่าวเสี้ยม” ที่หวังสร้างความแตกแยกในหมู่พี่น้อง 3 ป.

“จะมาตีผมกันอย่างไร ก็ไม่มีแตกกันอยู่แล้ว รักกัน เป็นพี่น้องท้องเดียวกัน จำคำพูดผมไว้” พล.อ. ประยุทธ์กล่าวในขณะที่พรรคร่วมฝ่ายค้านเปิดฉากวิพากษ์วิจารณ์การบริหารประเทศของรัฐบาลอย่างหนักหน่วงในสภา ระหว่างเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ 6 รัฐมนตรี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคนใกล้ชิด ต้องใช้เวลาส่วนหนึ่งไปกับการบริหารจัดการการเมือง หลังปรากฏความเคลื่อนไหวใต้ดินจากบางกลุ่มก้อนภายในพรรคพลังประชารัฐกดดันให้มีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) หลังเสร็จศึกซักฟอก และอาจไปไกลถึงขั้น “เปลี่ยนตัวนายกฯ”

วันนี้ (3 ก.ย.) เขายอมรับในฉายา 3 ป. ที่สื่อมวลชนตั้งให้ อันหมายถึง “บิ๊กป้อม” พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) “บิ๊กป๊อก” พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และ “บิ๊กตู่” พล.อ. ประยุทธ์

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ชื่อของ 3 ป. ตกเป็นข่าวบนกระดานการเมือง โดย ป. ประวิตร อยู่ในฐานะ “คนกลาง” ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างลูกพรรคกับน้องรัก ขณะที่ ป.ป๊อก และ ป. ประยุทธ์ ถูกเขย่าเก้าอี้อย่างหนัก

บีบีซีไทยประมวลความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นตลอดสัปดาห์ ก่อนวันชี้ชะตาการเมืองของรัฐบาลจะมาถึง ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อลงมติในญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ และรัฐมนตรีอีก 5 คน วันพรุ่งนี้ (4 ก.ย.) ซึ่ง ณ นาทีนี้นักเลือกตั้งเชื่อว่าไม่มีอะไรเซอร์ไพร์สอีกต่อไป

ข่าวลือล้มนายกฯ “ไม่เป็นสุภาพบุรุษ” แอบอ้างเบื้องสูง “ผิดอย่างร้ายแรง”

ผ่านไปวันแรกหลังสู้ศึกซักฟอก ท่ามกลางสารพัดข่าวลือ-ข่าวปล่อยว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง พล.อ. ประยุทธ์ชิงให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเมื่อ 1 ก.ย. ยืนยันว่าไม่มีความคิดในการปรับ ครม. และยุบสภาในหัวสมองของเขา ดังนั้นใครที่ออกไปพูดลักษณะนี้เพื่อสร้างความตื่นตระหนกในการอภิปราย ขอให้ระวังตัวไว้ด้วยแล้วกัน

พล.อ. ประยุทธ์ประกาศด้วยว่าจะอยู่ครบเทอม โดยระบุว่าได้บอกหัวหน้าพรรค 3-4 พรรคว่าเราต้องอยู่กันไปให้ได้ก่อน ส่วนวันหน้า เป็นเรื่องของวันหน้า เรื่องเลือกตั้งก็อีกเรื่องหนึ่ง

นอกจากนี้ยังบอกว่าได้พูดคุยกับ พล.อ. ประวิตรแล้ว ได้รับคำยืนยันว่าไม่มีปัญหา คุยภายในพรรคเรียบร้อย แต่ก็ยังมีการปล่อยข่าวพวกนี้ออกมา ทำให้ทั้งนายกฯ และรองนายกฯ ไม่สบายใจ

จากนั้น พล.อ. ประยุทธ์ได้ยกตัวอย่างข่าวปล่อย 3 เรื่อง ที่ลอยไปเข้าหูเขา

1. การโหวตล้มนายกฯ : “ถ้ามันจริง ผมถือว่าไม่เป็นสุภาพบุรุษ เพราะเวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะทำอย่างนั้น ทำไปเพื่ออะไร ผมเข้ามาก็ทำงาน 100% ในทุกเรื่อง เพราะฉะนั้นการที่จะไปรวมคะแนนเสียงโหวต ซึ่งจริงหรือไม่จริง ผมไม่ทราบ แต่ถือว่าไม่ใช่สุภาพบุรุษ ถ้าทำแบบนั้น”

2. ยุบสภา : “ทุกคนก็ตื่นตระหนกกันไปหมด หรือไม่ให้นายกฯ มีอำนาจยุบสภาดีกว่า พูดอย่างนี้ก็ได้ ใช่หรือเปล่า”

3. การแอบอ้างว่าจะมีการเปลี่ยนตัวนายกฯ : “การแอบอ้างเบื้องสูงถือว่าผิดอย่างร้ายแรง ผมคนเดียวเท่านั้นที่ได้มีโอกาสถวายข้อราชการ คนอื่นไม่มี”

“ต้องเอานายกฯ ออกตอนนี้ อันนี้คือข่าวนะ จะมีเปลี่ยนแปลงมา ไม่เอานายกฯ แล้ว ปัดโธ่! เรื่องแบบนี้อย่าไปฟังเลย ใครเชื่อก็โง่แหละ โง่จริง ๆ” นายกฯ คนที่ 29 ระบุ

CG
BBC

ส่วนที่มีข่าวแซะเก้าอี้ของ “พี่รอง” พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย แล้วยึดคืนไปเป็นโควต้า พปชร. “น้องเล็ก” อย่าง พล.อ. ประยุทธ์ตั้งคำถามกลับว่าเอาไปทำอะไร เอาไปทำเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศชาติหรือเปล่า

ธรรมนัสปัดล็อบบี้โหวตคว่ำนายกฯ โยนฝีมือ “ไอ้ห้อยไอ้โหน” ปล่อยข่าว

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ พ่วงเลขาธิการ พปชร. ถูกจับตามอง-เชื่อมโยงว่าอยู่เบื้องหลังความเคลื่อนไหวในขบวนการล้มนายกฯ และเลื่อย มท. 1 หรือไม่อย่างไร

เขาตอบข้อซักถามของสื่อมวลชนว่า ไม่เคยสนใจหรือใส่ใจเรื่องตำแหน่งหน้าที่ และพูดมาเสมอว่าจากลูกชาวนา เด็กบ้านนอก คนจน มาถึงทุกวันนี้ ดังนั้น “การจะมาแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นในรัฐบาล ใน ครม. เดียวกัน ไม่ใช่พฤติกรรมของผม”

แม้เป็นเลขาธิการพรรคแกนนำรัฐบาล แต่ ร.อ. ธรรมนัสบอกว่า ไม่สามารถไปครอบงำ ส.ส. หรือออกเป็นมติพรรคให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ได้ เพราะผิดรัฐธรรมนูญ ใครมาถาม ก็บอกไปว่าดูแล้วกัน และให้ตัดสินใจเอง

“ผมไม่ได้ถูกใช้ให้มาล็อบบี้ใคร ไม่ว่าจะให้ช่วยรัฐบาลหรือไปรับรองพรรคอื่นให้มาช่วย หรือโหวตคว่ำใครคนใดคนหนึ่ง ผมไม่ทำ”

ร.อ. ธรรมนัสยังพูดถึงข่าวลือคนละชุดที่ได้ยินมา ซึ่งถือเป็นการปล่อยข่าวกลับไปกระทบชิ่งคนการเมืองที่เขาเรียกว่า “ไอ้ห้อยไอ้โหน” ดังนี้

1. มีหัวหน้าพรรคการเมืองพรรคเล็กคนหนึ่งเสนอรับเงิน 10 ล้านบาท เพื่อต่างตอบแทน


2. มีรัฐมนตรีใน พปชร. รับงานมาล็อบบี้ ส.ส. พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ และ พปชร. ในการโหวตสนับสนุนใครคนใดคนหนึ่ง

“ต้องถามว่าคนเป็นรัฐมนตรีสมควรทำอย่างนั้นหรือไม่ เพราะควรเห็นแก่ประโยชน์ของชาติบ้านเมือง ไม่ต้องใคร ‘4 ช.’ ที่ว่ากัน ฝากไปบอกเขาด้วยว่าทำอะไรเพื่อบ้านเพื่อเมืองบ้าง อย่าเห็นผลประโยชน์ส่วนตัว” ร.อ. ธรรมนัสกล่าว

เขาบอกใบ้ด้วยว่า “คนเต้าข่าว” ไม่ใช่ฝ่ายค้าน แต่เป็นพรรคฝ่ายรัฐบาล “ไอ้ห้อยไอ้โหนทั้งหลาย ชอบเลียแข้งเลียขา” โดยระบุว่ามีหลักฐานหมด และตราบที่เขายังเป็นแกนนำพรรค ส.ส. ไอ้ห้อยไอ้โหนจะไม่ได้ลงสมัครสมัยหน้า

แม้ออกมาสยบข่าวลือ-ข่าวปล่อยในหลายประเด็น แต่ก็ไม่ทำให้แหล่งข่าวพรายกระซิบยุติการทำหน้าที่ ผู้สื่อข่าวยิงคำถามใส่ ร.อ. ธรรมนัสอีกครั้งว่ามีคนระบุว่า ร.อ.ธรรมนัสแอบอ้างสถาบันฯ เพื่อเปลี่ยนนายกฯ เขาตอบเสียงเข้มว่าอย่าถามประเด็นนี้ การเมืองต้องแยกให้ชัดเจนว่าการเมืองคือการเมือง อย่าดึงสถาบันฯ ลงมายุ่งกับการเมือง

“ผู้ใหญ่จะไปมีปัญหากับเด็กได้อย่างไร”

ท่ามกลางสารพัดข่าวลือที่เกิดขึ้น ข่าวจริงที่ยืนยันโดยนายกฯ กับ รมช.เกษตรฯ คือพวกเขาไม่ได้คุยกัน หลังผู้สื่อข่าวตั้งคำถามว่าคุยกับอีกฝ่ายหรือยัง

พล.อ. ประยุทธ์ : “ทำไมต้องคุยล่ะ”

ร.อ. ธรรมนัส : “ยืนยันว่าผมไม่คุยกับนายกฯ แต่คุยกับรองนายกฯ หัวหน้าพรรคผม”

พล.อ. ประยุทธ์ถูกตั้งคำถามเรื่องความคลางแคลงใจกับ ร.อ. ธรรมนัส ซึ่งนายกฯ กล่าวเมื่อ 3 ก.ย. ว่า “ผมไม่เคยมีอะไรกับเขา เพราะผมเป็นคนเอาเขาเข้ามาทำงานเอง แล้วจะไปมีอะไรกับเขา ผู้ใหญ่จะไปมีปัญหากับเด็กได้อย่างไร ไม่ได้พูดถึงเฉพาะรายนี้”

ผู้สื่อข่าวซักต่อไปว่า แล้วถ้ามีปัญหาจะทำอย่างไร คำตอบของ พล.อ. ประยุทธ์คือ “เดี๋ยวผมแก้เอง” เมื่อถามต่อว่า แสดงว่าเด็กจะต้องเชื่อฟังผู้ใหญ่ใช่หรือไม่ พล.อ. ประยุทธ์ย้อนถามว่า “หรือผู้ใหญ่ต้องเชื่อฟังเด็ก ก็ต้องรับฟังกันและกัน แต่ผู้ใหญ่ก็คือผู้ใหญ่ แล้วผมเป็นใคร แล้วนายกฯ ต้องไปฟังใครที่มันไม่ใช่ ถ้าเรื่องจริง ผมฟังแต่ถ้าเรื่องผลประโยชน์ ผมไม่ฟัง แต่ไม่เห็นมีใครมาพูดกับผมในเรื่องนี้ และมีการปล่อยข่าวมา ซึ่งตัวเลขที่ว่านั้น ผมเคยได้ยินมาก่อน และจะนำมาตีอีกฝ่ายด้วย”

ส่วน “ไอ้ห้อยไอ้โหน” ที่เลขาธิการ พปชร. อ้างถึง พล.อ. ประยุทธ์บอกว่า ไม่มีใครมาโหนตัวของเขา และไม่ชอบคนโหนอยู่แล้ว คนที่ชอบโหนตั้งแต่เด็กมาแล้ว ใครที่เข้ามาแล้ว ใช่ครับพี่ ดีครับผม เหมาะสมครับท่าน ไปไกล ๆ

3 ป. รักกัน-ร่วมเป็นร่วมตายกันมา

เมื่อ “พี่ใหญ่” อย่าง พล.อ. ประวิตรอยู่ในฐานะตัวกลางการสนทนา จึงไม่แปลกหาก พล.อ. ประยุทธ์จะออกมายืนยันอีกครั้งว่าคุยกับ พล.อ. ประวิตรทุกวัน ทุกคนเป็นคนตั้งเองไม่ใช่หรือว่า “3 ป.”

“ไม่มีใครมาทำร้ายผมได้ ทุกคนอาจจะไม่รักคน รักเพื่อน รักคนอื่น เหมือนผมรักกัน 3 คน ผมร่วมเป็นร่วมตายกันมา ชายแดนท่ามกลางสนามรบ ผมก็เคยอยู่ร่วมกัน และท่านก็เป็นผู้บังคับบัญชาผมตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามารับราชการ อยู่บ้านเดียวกัน กินนอนด้วยกัน สั่งสอนและฝึกอบรมกันจนกระทั่งโตขึ้นมา ยังคบและเคารพกันอยู่ ทุกอย่างที่ผมเป็นวันนี้ได้ เพราะพี่ทั้ง 2 คนได้สั่งสอนผมมา และผมจำได้ว่าไม่เคยที่พี่ทั้ง 2 จะมาสอนให้ผมทุจริต โกง ซึ่งไม่มี” พล.อ. ประยุทธ์กล่าว

การเอ่ยถึงความสัมพันธ์สุดแน่นแฟ้นระหว่างพี่น้อง 3 ป. เกิดขึ้นในวงให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ไม่เวลาไม่ถึงชั่วโมงก่อนที่หัวหน้า พปชร. จะเรียกประชุม ส.ส. ของพรรคเพื่อกำหนดทิศทางการลงมติในศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่ห้องประชุมชั้น 6 ภายในรัฐสภา โดยมีลูกพรรคเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

พล.อ. ประยุทธ์ ผู้ตกเป็นเป้าอภิปรายไม่ไว้วางใจ โยนให้เป็นเรื่องของสภาในการพิจารณา แต่บอกใบ้ว่าจากการพบปะ ส.ส. และไถ่ถามสารทุกข์สุขดิบกัน ทุกคนยืนยันว่าจะอยู่กับนายกฯ เพราะเป็นคนเลือกนายกฯ มาอยู่ในรายชื่อ จึงให้เกียรติซึ่งกันและกัน ถ้าใครดีก็ดี ใครไม่ดีก็ค่อยว่ากัน อย่าไปหวั่นไหวเรื่องที่คนนั้นคนนี้พูด ส่วนตัวไม่อยากให้เกิดความวุ่นวายในช่วงการอภิปราย

แม้เป็นนายกฯ ในบัญชีของ พปชร. แต่ พล.อ. ประยุทธ์ก็ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค ทำให้มีระยะห่างกับ ส.ส. ตามควร แต่หลังจากนี้เขารับปากว่าจะหาโอกาสพบปะผู้แทนฯ มากขึ้น

ผู้นำรัฐบาลรายนี้เพิ่งเปิดโอกาสให้ ส.ส. พปชร. นำทีมโดยนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง เข้าพูดคุย คารวะ และให้กำลังใจที่ห้องทำงานนายกฯ อาคารรัฐสภา ชั้น 3 เมื่อ 2 ก.ย. ก่อนนำมาสู่ข้อกล่าวหาอันลือลั่นกลางสภาว่านายกฯ จ่ายเงินให้ ส.ส. รายละ 5 ล้านบาท

นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย คือผู้ออกมากล่าวหา พล.อ. ประยุทธ์ ก่อนที่เจ้าตัวจะออกมาปฏิเสธ

“ผมไม่ทำบ้า ๆ บอ ๆ แบบนั้น ไม่ทำถุงขนมอยู่แล้ว” พล.อ. ประยุทธ์ชี้แจงค่ำวันที่ 2 ก.ย. และย้ำอีกครั้งในวันรุ่งขึ้นว่า “เป็นการพูดที่ไม่มีสติสัมปชัญญะ โดยไม่มีหลักฐานอะไรทั้งสิ้น” ซึ่งฝ่ายกฎหมายและฝ่ายเกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป

ด้วยนิสัยอดีตข้าราชการทหาร ทำให้มี “บุคคลที่สาม” อยู่กับ พล.อ. ประยุทธ์เสมอในการทำงาน ซึ่งเขาให้เหตุผลว่าเพื่อความโปร่งใส เพราะถ้าทำอะไรไม่มีพยานก็ลำบาก

ความเคลื่อนไหวใต้ดินคล้ายสงบลง เมื่อ พล.อ. ประวิตรกล่าวกับสื่อมวลชนว่า “ไม่มีอะไรหรอก ข่าวลือ” เรียกเสียงปรบมืออย่างพร้อมเพรียงจาก ส.ส. พปชร. ที่นั่งอยู่ในห้องประชุมของพรรค

นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) ในฐานะรองหัวหน้า พปชร. กำชับ ส.ส. ทุกคนห้ามป่วย ห้ามลา ขอให้มาลงมติ และมาถึงแล้วให้เซ็นชื่อทุกคน ยืนยันว่า พปชร. จะโหวตเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และลงมติไว้วางใจนายกฯ โดยมีคะแนนเป็นที่ 1

++++

ข่าว BBCไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ข่าวสด เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ อภิปรายไม่ไว้วางใจ : ข่าวจริงจากปาก ประยุทธ์-ธรรมนัส ท่ามกลางข่าวลือเขย่าเก้าอี้นายกฯ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง