โควิด-19: ในเดือน ส.ค. ศบค. พบ หญิงตั้งครรภ์เสียชีวิตเฉลี่ยวันละหนึ่งราย สั่งเร่งฉีดวัคซีนกลุ่มนี้เพิ่ม

3 ก.ย. 2564 - 20:23 น.

ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด- 19 (ศบค.) พบยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ในรอบสองเดือนที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นจนน่าเป็นห่วง โดยมีรายงานการเสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สั่งการให้โรงพยาบาลทั่วประเทศเร่งค้นหาและฉีดวัคซีน เพื่อลดความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการเสียชีวิต

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

พญ. อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษก ศบค. กล่าวในระหว่างการแถลงข่าวสถานการณ์การระบาดโรคโควิด-19 ประจำวันนี้ (3 ก.ย.) ว่า ในการประชุม ศบค. ชุดเล็ก นพ.เอกชัย เพียรศรีวัชรา ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัยได้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับกรณีหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อ ซึ่งมีการรายงานประปรายมาตั้งแต่เดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว แต่หากพิจารณายอดผู้ติดเชื้อในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ในเดือน ส.ค. เพียงเดือนเดียวมีอัตราเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดเป็น 1,506 ราย ในจำนวนนี้มีผู้เสียชีวิตถึง 47 ราย

“ถ้าโดยเฉลี่ยก็ประมาณวันละ 1-2 ราย นอกจากแม่เสียชีวิตแล้ว ก็มีรายงานทารกติดเชื้อด้วย ในจำนวนแม่ที่เสียชีวิต 50% ทารกก็จะเสียชีวิตพร้อมแม่ด้วย ส่วนอีก 50% ทีมสูตินรีเวชสามารถช่วยชีวิตได้ แต่อย่างไรก็ตาม ครอบครัวก็สูญเสียชีวิตของคุณแม่ไป” พญ. อภิสมัย กล่าว

นอกจากนี้ หลังจากคลอดบุตรไปแล้วในระหว่างการให้นมบุตรก็จะมีการติดเชื้อระหว่างแม่และลูกด้วย

ข้อมูลจากการรายงานของ ศบค. พบว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อที่ตั้งครรภ์เริ่มเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตังแต่เดือน พ.ค. เป็นต้นมาโดยมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 241 ราย จากเดือน เม.ย. ที่มีเพียง 19 รายเท่านั้น

ในเดือน มิ.ย.จำนวนยังคงทรงตัวที่ 234 ราย ก่อนที่จะเพิ่มสูงขึ้นแบบก้าวกระโดดมาในเดือน ก.ค. ที่ 819 ราย และเป็น 1.506 รายในเดือน ส.ค. ขณะที่ตัวเลขหญิงตั้งครรภ์ที่เสียชีวิตเริ่มปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงในเดือน ก.ค. มาอยู่ที่ 14 ราย ก่อนที่จะเพิ่มขึ้นเป็น 47 รายในเดือน ส.ค.

ล่าสุดกระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดแนวทางดูแลหญิงตั้งครรภ์ ดังนี้

  • ขอให้ทุกโรงพยาบาลที่รับดูแลหญิงตั้งครรภ์เกิน 10 สัปดาห์ ติดตามให้มารับการฉีดวัคซีนที่โรงพยาบาลที่ฝากครรภ์
  • กรณีคลอดและกลับบ้านไปแล้ว ขอให้โรงพยาบาลตามตัวมารับวัคซีนในระยะที่ให้นมบุตรด้วย
  • ถ้าไม่มีภาวะเร่งด่วนด้านการคลอดให้รับการรักษาและส่งต่อเหมือนระบบการส่งต่อผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19
  • ถ้ามีภาวะฉุกเฉินด้านการคลอดให้ส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดที่มีศักยภาพ (ภาวะฉุกเฉิน ได้แก่ มีเลือดออกทางช่องคลอด น้ำเดิน เจ็บครรภ์ เด็กดิ้นน้อยลง หรือครรภ์เป็นพิษ)

มีหญิงตั้งครรภ์ควรได้รับวัคซีนกว่า 5 แสนราย แต่ฉีดวัคซีนครบโดสได้เพียง 1%


พญ. อภิสมัย กล่าวอีกว่า ตัวเลขประมาณการณ์พบว่าจะมีผู้หญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์เกิน 12 สัปดาห์ ควรได้รับการฉีดวัคซีนทั่วประเทศประมาณ 500,000 ราย แต่จำนวนหญิงตั้งครรภ์ผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 แล้วมีจำนวนเพียง 45,437 ราย คิดเป็นสัดส่วน 9.1% ส่วนจำนวนผู้ตั้งครรภ์ครบโดสหรือเข็มที่สองแล้วมีเพียง 4,983 ราย คิดเป็นสัดส่วนเพียง 1% เท่านั้น

vaccination
Reuters

หญิงตั้งครรภ์เสี่ยงจากโควิดมากกว่าคนทั่วไป 3 เท่า

พลอากาศโท นพ.การุณ เก่งสกุล ประธานราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย และ นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย แถลงเมื่อวันที่ 13 ส.ค.ที่ผ่านมา ยืนยันว่าหญิงตั้งครรภ์เกิน 12 สัปดาห์ สามารถฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ได้อย่างปลอดภัย พร้อมเรียกร้องให้ผู้หญิงกลุ่มนี้เข้ารับการฉีดวัคซีนกันมากขึ้นเนื่องจากมีความเสี่ยงจากโควิดมากกว่าคนทั่วไปถึง 3 เท่า และขอให้ทำงานที่บ้านหากสามารถทำงานได้ โดยเฉพาะถ้ายังไม่ได้รับวัคซีน 2 เข็ม หรืออายุครรภ์ 28 สัปดาห์เป็นต้นไป

พลอากาศโท นพ.การุณ กล่าวว่าวัคซีนต้านโควิดมีความปลอดภัยสูง และเมื่อแม่มีภูมิคุ้มกันจากวัคซีนแล้วก็จะส่งผลไปถึงลูกในท้องด้วย ส่วนการที่ต้องฉีดเมื่ออายุครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไปนั้น เพราะช่วงเวลาก่อนหน้านั้น เด็กในท้องจะอยู่ในภาวะบอบบางมาก เนื่องจากกำลังสร้างกล้ามเนื้อ เส้นเลือด

ประธานราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทยอธิบายว่า สาเหตุที่คนท้องมีโอกาสเสียชีวิตได้มากกว่าหากติดโควิด-19 นั้น เพราะน้ำคร่ำในท้องแม่จะมีมากสุดในช่วง 8 เดือนระหว่างตั้งครรภ์ ทำให้เกิดภาวะปอดแฟบในคนท้องได้ตามปกติ เนื่องจากน้ำคร่ำจะไปดัน ทำให้ระบบการหายใจของคนท้องจะยากกว่าคนทั่วไป

ส่วนยาฟาวิพิราเวียร์นั้น พลอากาศโท นพ.การุณ ย้ำว่าห้ามใช้ในคนท้องเด็ดขาด และในกรณีที่แม่ลูกเสียชีวิตพร้อมกันเพราะติดโควิด-19 พลอากาศโท นพ.การุณ ระบุว่า ไม่ควรผ่าเอาลูกออกจากท้องแม่ เพราะเชื้อโรคโควิดที่อยู่ในท้องและน้ำคร่ำจะมีโอกาสแพร่กระจายมากขึ้นไปอีก

ข้อแนะนำดังกล่าวสอดคล้องกับข้อมูลจากสหราชอาณาจักรที่ทางการที่แนะนำให้สตรีมีครรภ์รับการฉีดวัคซีนต้านโควิด โดยข้อมูลจากสำนักบริการสุขภาพแห่งชาติอังกฤษ (NHS) ระบุในเดือน ก.ค.ว่าในสหราชอาณาจักรมีผู้หญิงตั้งครรภ์ที่ได้รับวัคซีนโดสแรกไปแล้วกว่า 55,000 คนทั่ว และไม่พบข้อกังวลด้านความปลอดภัยที่เกิดจากวัคซีน หรือความเสี่ยงในการแท้งบุตร

งานวิจัยจากสหรัฐฯ ที่วิเคราะห์ข้อมูลของหญิงตั้งครรภ์กว่า 90,000 คนซึ่งส่วนใหญ่ได้รับวัคซีนของบริษัทไฟเซอร์หรือโมเดอร์นาก็ไม่พบข้อกังวลด้านความปลอดภัยใด ๆ เช่นกัน

++++++

ข่าว BBCไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ข่าวสด เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ โควิด-19: ในเดือน ส.ค. ศบค. พบ หญิงตั้งครรภ์เสียชีวิตเฉลี่ยวันละหนึ่งราย สั่งเร่งฉีดวัคซีนกลุ่มนี้เพิ่ม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง