เมื่อการเป็นออทิสติกและเรื่องเพศทับซ้อนกัน

8 ก.ย. 2564 - 01:27 น.

การค้นพบว่า ตัวเองเป็นออทิสติก ได้เปลี่ยนแปลงชีวิตของไจ ไวต์ ไปในทางที่ดีขึ้นตลอดกาล

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

ไจกล่าวว่า “มันทำให้ฉันได้เป็นตัวเองในแบบที่เป็นตัวตนที่แท้จริงมากขึ้น”

“ฉันมีเสรีภาพมากขึ้นในแง่ของการแสดงออกทางเพศ ฉันพูดคุยได้อย่างเปิดเผยมากขึ้นเกี่ยวกับเรื่องนี้”

ไจเป็นออทิสติกและเป็น นอน-ไบนารี (non-binary) ซึ่งหมายความว่า ไจไม่รู้สึกว่า ตัวเองเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงอย่างใดอย่างหนึ่ง

ไจและอีกหลายคนเชื่อว่า อัตลักษณ์ทั้งสองอย่างนี้ของพวกเขา ไม่สามารถแยกออกจากกันได้ และงานวิจัยได้ชี้ถึงความเกี่ยวโยงกันระหว่างทั้งสองเรื่องนี้ การเป็นออทิสติก เป็นเรื่องที่พบเห็นได้ทั่วไปมากขึ้นในคนที่ไม่มีอัตลักษณ์ทางเพศตามเพศทางชีววิทยา

ไจ ไวต์ ยิ้มให้กล้อง
Jai White
หลังจากมีการวินิจฉัยว่าเป็นออทิสติก ไจ ไวต์ กล่าวว่า เธอมีเสรีภาพมากขึ้นในแง่ของการแสดงออกทางเพศ

หนึ่งในการศึกษาครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นล่าสุด นำโดยศาสตราจารย์วารูน วอริเออร์ มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ได้วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้มาจาก 641,860 คน

การศึกษานี้พบว่า บุคคลที่เป็นคนข้ามเพศ หรือคนที่มีความหลากหลายทางเพศ มีโอกาสที่จะเป็นออทิสติกมากกว่าคนอื่น ๆ 3-6 เท่า

“ฉันคิดว่าการเป็นออทิสติกมีอิทธิพลต่อเรื่องเพศอย่างเหลือเชื่อ ฉันคิดว่ามุมมองที่เรามีต่อโลกมีเสรีภาพมากขึ้นและเปิดกว้างมากขึ้น” ไจกล่าวกับบีบีซี

“ไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามความคาดหวังทางสังคมและทำตัวให้เข้ากับคนรอบข้างเรา”

งานวิจัยออทิสติก

สมาคมออทิสติกแห่งชาติ (National Autistic Society) ของสหราชอาณาจักร ให้คำจำกัดความโรคออทิสติก (Autism spectrum disorder–ASD) ว่า “เป็นความพิการด้านการพัฒนาตลอดชีวิตที่ส่งผลกระทบต่อวิธีการสื่อสารและปฏิสัมพันธ์กับโลกของคนเหล่านั้น” แต่ไม่ใช่ว่า คนที่เป็นออทิสติกทุกคนจะมองว่าโรคนี้คือความพิการ

ลักษณะร่วมกันของคนที่เป็นออทิสติกมีหลายอย่าง เช่น การใช้เวลาในการประมวลผลข้อมูลนานขึ้น ปัญหาในการทำความเข้าใจการแสดงออกทางสีหน้า และการมีพฤติกรรมทำอะไรซ้ำ ๆ

องค์การอนามัยโลก (World Health Organization–WHO) ประเมินว่า เด็กทุก ๆ 1 ใน 160 คน ทั่วโลก “เป็นออทิสติก” แต่มีความแตกต่างกันไปในประเทศต่าง ๆ และแทบไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับอัตราการเป็นออทิสติกในประเทศที่มีรายได้ต่ำและรายได้ปานกลางจำนวนมาก

ในช่วงที่ผ่านมา ข้อมูลทางสถิติในเรื่องนี้ยังไม่สมบูรณ์นัก ดังนั้นขนาดของการศึกษาในปี 2020 ของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์และการค้นพบของการศึกษานี้เกี่ยวกับคนข้ามเพศและคนหลากหลายทางเพศ จึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ดร. เมิ่งฉวน ไล่ หนึ่งในนักวิทยาศาสตร์ที่ทำการศึกษาซึ่งได้รับการตรวจทานผลงานจากผู้เชี่ยวชาญอีกคนหนึ่งกล่าวว่า การค้นพบของพวกเขาเกิดขึ้นเหมือนเดิม “ตลอดการศึกษา และยังมีชุดข้อมูลตัวอย่างขนาดใหญ่ด้วย”

ดร. ไล่กล่าวว่า ผลการศึกษานี้อาจช่วยพัฒนาด้านการดูแลสุขภาพจิตและการให้ความช่วยเหลือแก่คนที่เป็นออทิสติกที่เป็นคนข้ามเพศและคนที่มีความหลากหลายทางเพศได้

แต่คนบางส่วนกังวลว่า การเชื่อมโยงออทิสติกและอัตลักษณ์ทางเพศ อาจจะทำให้เกิดผลทางลบตามมา

“ออทิเจนเดอร์” (autigender)

ปัจจุบัน ไจ ใช้ชีวิตอยู่ในสเปน ข้อความในภาพนี้อ่านว่า "การเป็นมนุษย์เป็นเรื่องผิดกฎหมาย"
Jai White
ปัจจุบัน ไจใช้ชีวิตอยู่ในสเปน ข้อความในภาพนี้อ่านว่า “การเป็นมนุษย์เป็นเรื่องผิดกฎหมาย”

เมื่อไจได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นออทิสติกตอนอายุ 26 ปี เธอรู้สึก “ประหลาดใจมาก”

การเติบโตมาในสหราชอาณาจักร เธอรู้ว่าตัวเองแตกต่างไปจากเพื่อน ๆ เกี่ยวกับเพศ แต่เมื่อย้ายไปอยู่สเปนและเข้ารับบริการทางการแพทย์ของเอกชน เธอจึงได้รับการวินิจฉัยว่าเธอเป็นออทิสติกด้วย

สำหรับคนบางส่วน รวมถึงไจ การใช้คำอย่าง “ออทิเจนเดอร์” (autigender) และ “ออทิเควียร์” (autiqueer) ช่วยอธิบายได้ถึงการทับซ้อนกันของการเป็นออทิสติกและอัตลักษณ์ทางเพศของพวกเขา

ไจบอกว่า “สำหรับฉัน มันเหมือนกับการค้นพบคำตอบสำคัญ”

“มันรวมอัตลักษณ์สำคัญของฉันสองด้านไว้เป็นอย่างเดียวกัน”

……………….

คำนิยามที่เป็นประโยชน์

อัตลักษณ์ทางเพศ (Gender identity) : การรับรู้เพศของตัวเองของบุคคลคนหนึ่ง ซึ่งอาจจะไม่ตรงกับเพศทางชีววิทยาของคนคนนั้น และอาจจะไม่ใช่แค่เพศชายหรือหญิงเท่านั้น

ความหลากหลายทางเพศ (Gender-diverse) : คำคำนี้เป็นคำที่มีความหมายครอบคลุม ซึ่งใช้ในการเรียกคนที่ไม่ได้กำหนดอัตลักษณ์ทางเพศไว้เฉพาะกับเพศทางชีววิทยาของตัวเอง

คนข้ามเพศ (Transgender) : คนที่มีอัตลักษณ์ทางเพศไม่ตรงกับเพศทางชีววิทยา ยกตัวอย่าง คนที่เกิดมาเป็นเพศหญิง อาจรู้สึกว่าเป็นผู้ชาย คนข้ามเพศบางคนอาจจะมีการผ่าตัดหรือรับการรักษาด้วยฮอร์โมน ทำให้ร่างกายของพวกเขาสอดคล้องกับอัตลักษณ์ทางเพศ

นอน-ไบนารี (Non-binary) : คนบางส่วนที่มีอัตลักษณ์ทางเพศไม่ใช่ทั้งผู้ชายและผู้หญิงใช้คำนี้ บางคนรู้สึกว่า พวกเขาอยู่บนแถบสเปกตรัม และอาจจะนิยามเพศของตัวเองว่า อยู่จุดใดจุดหนึ่งระหว่างผู้ชายและผู้หญิง

ซิสเจนเดอร์ (Cisgender) : คนที่อัตลักษณ์ทางเพศสอดคล้องกับเพศทางชีววิทยา

ความทุกข์ใจในเพศสภาพ (Gender dysphoria) : อาการทางการแพทย์ที่หมายถึงความรู้สึกกังวลใจของคน เมื่อเพศที่พวกเขาเกิดมาไม่สอดคล้องกับอัตลักษณ์ทางเพศของพวกเขา

แพนเซ็กชวล (Pansexual) : คือคนที่รู้สึกดึงดูดใจกับคนทุกเพศ

……………….

“หน้ากากที่หลุดออก”

ลีริก ฮอลแมนส์ ยิ้มโดยไม่มองกล้อง
Lyric Holmans
ลีริกกล่าวว่า “หน้ากากได้หลุดออก แล้วหน้ากากเรื่องเพศก็หลุดออกไปด้วย ฉันเหลือไว้แต่ความรู้สึกที่ซื่อตรงเกี่ยวกับตัวเองจริง ๆ”

ลีริก ฮอลแมนส์ เติบโตขึ้นมาในรัฐเทกซัสของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความเคร่งศาสนาในบรรดาหลายรัฐทางใต้ของสหรัฐฯ

ลีริกกล่าวว่า “ฉันรู้ว่า ฉันเป็นเควียร์ ก่อนที่จะมีคำ [เรียกมัน] เสียอีก”

“ฉันรู้ว่าฉันชอบคนหลากหลายเพศ ช่วงที่เรียนมัธยมต้น ฉันรู้ว่าฉันไม่ใช่คนที่มีเพศตรงตามเพศกำเนิดและรู้ว่า ตัวเองมีความรู้สึกเกี่ยวกับความสัมพันธ์ต่างจากคนอื่นมาก และเรื่องต่าง ๆ ที่ขัดกับที่สังคมให้การยอมรับและเห็นว่าเป็นบรรทัดฐานของคนรุ่นใหม่”

ลีริกซึ่งเป็นแพนเซ็กชวล และนอน-ไบนารี กล่าวว่า เธอมีความทุกข์ใจในเพศสภาพในช่วงที่เป็นเด็ก


เธอยังพบด้วยว่า เธอมักจะ “ใส่หน้ากาก” ซึ่งเป็นคำที่ใช้เรียกคนออทิสติกบางส่วนที่เลียนแบบคนอื่นในการพยายามปกปิดลักษณะออทิสติกของตัวเอง

ตอนที่ลีริกได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นออทิสติกตอนอายุ 29 ปี เธอก็เริ่มมองเห็นความเปลี่ยนแปลงหลายอย่างที่เกิดขึ้นพร้อม ๆ กัน

“หน้ากากที่ฉันได้สร้างขึ้นเพื่อปกปิดความเป็นออทิสติกและปัญหาของฉัน และทำเหมือนกับว่าฉันโอเคทั้งที่จริง ๆ แล้วไม่โอเค ได้เริ่มหลุดออก ฉันตระหนักถึงสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตฉันว่าดำเนินไปได้ดีแค่ไหน”

“ฉันรู้ว่าการเป็นออทิสติกที่ทำเรื่องต่าง ๆ เพื่อคนอื่น แทนที่จะทำเพราะฉันรู้สึกอยากจะทำจริง ๆ ไม่ได้ช่วยอะไรเลย”

“ทำไมเพศของฉันจึงต่างออกไป มันจึงเหมือนกับหน้ากากได้หลุดออก แล้วหน้ากากเรื่องเพศก็หลุดออกไปด้วย ฉันเหลือไว้แต่ความรู้สึกที่ซื่อตรงเกี่ยวกับตัวเองจริง ๆ”

“พวกเขาคิดว่า การวินิจฉัยผิดพลาด”

แดเนียล ยิ้มให้กับกล้อง สวมแว่นตา และเสื้อสีแดง
Daniel Prado
แดเนียลบอกว่า เจ้าหน้าที่การแพทย์ปฏิเสธที่จะยอมรับว่า เขาเป็นทั้งคนข้ามเพศและออทิสติก

คนที่เป็นออทิสติกและเป็นคนหลากหลายทางเพศบอกว่า พวกเขาเผชิญกับการเลือกปฏิบัติหลากหลายรูปแบบ

แดเนียล ปราโด วัย 21 ปี จากสเปน กล่าวว่า เจ้าหน้าที่การแพทย์ใช้เวลา 2 ปี จึงจะเชื่อว่าเขาเป็นคนข้ามเพศ ทั้งที่เขามีการเปลี่ยนชื่อในเอกสารระบุตัวตนตามกฎหมาย

“พวกเขาบอกว่า ‘ใช่ แต่คุณเป็นออทิสติก คุณรู้ได้อย่างไรว่าคุณไม่ผิด’ ผมบอกว่า ‘ผมกำลังบอกคุณว่า ผมรู้ว่าไม่ผิด ผมเปลี่ยนชื่อเพราะผมรู้ว่านี่คือตัวผม'” แดเนียลกล่าว

“ผมเป็นออทิสติกและเป็นคนข้ามเพศ ปัญหาอยู่ตรงไหน พวกเขาไม่เข้าใจว่า ผมเป็นได้ทั้งออทิสติกและคนข้ามเพศ” เขากล่าว

ดร. จอห์น สตราง ผู้อำนวยการโครงการออทิสติกและเพศ (Gender and Autism Program) ที่โรงพยาบาลเด็กแห่งชาติ (Children’s National Hospital) ในกรุงวอชิงตัน ดีซี กล่าวว่า ทัศนคติที่คล้ายคลึงกันนี้มีอยู่ในสหรัฐฯ ด้วย

การศึกษาหนึ่งของเขา ซึ่งได้ขอให้วัยรุ่นที่เป็นคนข้ามเพศและเป็นออทิสติกเล่าประสบการณ์การเข้ารับบริการด้านสุขภาพของพวกเขา พบว่า “คนรุ่นใหม่เหล่านี้เผชิญกับอคติจากการเป็นออทิสติกของพวกเขาในสัดส่วนที่มาก” เขากล่าว

“พวกเขาบอกเราว่า มีการตั้งคำถามต่อความหลากหลายทางเพศของพวกเขา เพราะว่าพวกเขาเป็นออทิสติก”

“ในฐานะแพทย์ที่ทำการรักษา ผมได้ยินเรื่องนี้จากหลายคนที่ผู้ดูแลคนที่เป็นออทิสติกและคนที่มีเพศหลากหลาย”

“การลดทอนความสำคัญในแบบอื่น ๆ”

ลีเดีย เอ็กซ์ แซด บราวน์ ชาวอเมริกันเชื้อสายจีนซึ่งเป็นนักเคลื่อนไหวเอเชียตะวันออก และนักวิชาการด้านสิทธิผู้พิการกล่าวว่า มี “เหตุผลมากมาย” ว่าทำไมการเป็นคนหลากหลายทางเพศอาจจะเป็นเรื่องปกติในคนที่เป็นออทิสติก”

“มันไม่ใช่เรื่องยากที่จะยอมรับว่า คุณก็เบี่ยงเบนออกจากไปจากบรรทัดฐานบางอย่างอยู่แล้ว ดังนั้น คุณอาจจะเบี่ยงเบนจากบรรทัดฐานอีกอย่างหนึ่งได้ เมื่อบรรทัดฐานนั้นคือ การเป็นคนขาว การเป็นคนไม่พิการ และการมีอัตลักษณ์ทางเพศตรงกับเพศทางชีววิทยา”

นี่ไม่ได้หมายความว่า คนที่เป็นคนข้ามเพศและเป็นออทิสทิกจะเผชิญหน้ากับโลกนี้ได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่ “ถูกลดทอนความสำคัญในหลายทาง เพราะพวกเขาเป็นผู้อพยพ เพราะพวกเขาเป็นคนผิวสีอื่น ๆ พวกเขายากจน หรือเพราะพวกเขาเป็นชนกลุ่มน้อยต่าง ๆ”

ได้มีการทำงานวิจัยจำนวนมากเกี่ยวกับออทิสติกและความหลากหลายทางเพศในชาติตะวันตก ดร. ไล่เชื่อว่า จำเป็นต้องมีการทำงานวิจัยเพิ่มขึ้นเพื่อดูว่า วัฒนธรรมอื่น ๆ เข้าใจทั้งสองเรื่องนี้อย่างไร

การศึกษาเล็ก ๆ โครงการหนึ่งในไต้หวัน ซึ่งประกอบด้วยผู้เข้าร่วมการศึกษา 130 คน ศึกษาถึงการทับซ้อนกันในเรื่องนี้ของประเทศต่าง ๆ ในทวีปเอเชียว่าเป็นเรื่องปกติมากแค่ไหน

พบว่า 27.3% ของผู้เข้าร่วมการศึกษาที่เป็นออทิสติกระบุว่า พวกเขารู้สึกอยากจะเป็นเพศตรงข้าม “บางครั้ง” “บ่อยครั้ง” หรือ “บ่อยครั้งมาก” ส่วนคนที่ไม่ได้เป็นออทิสติกมีความรู้สึกนี้ที่ 9.5%

“คุณค่าของการศึกษาขนาดเล็กชิ้นนี้คือ มันได้ผลเช่นเดียวกับที่มีการค้นพบในรายงานของชาติตะวันตก โดยเฉพาะในสหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์ ออสเตรเลีย สหรัฐฯ และแคนาดา” ดร. ไล่กล่าว

การศึกษาจากสหรัฐฯ ในปี 2019 ซึ่งสำรวจเด็ก 48,762 คน พบว่าผู้ที่เป็นออทิสติกมีโอกาสได้รับการวินิจฉัยว่า มีความทุกข์ใจในเพศสภาพมากกว่าคนที่ไม่ได้เป็นออทิสติกราว 4 เท่า

ดร. ไล่ตั้งข้อสังเกตว่า การศึกษาในปัจจุบันส่วนใหญ่สำรวจคนที่มีความทุกข์ใจในเพศสภาพ ดังนั้นผลที่ได้ “อาจจะไม่ได้สะท้อนสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในคนส่วนใหญ่ที่เป็นคนข้ามเพศหรือคนหลากหลายทางเพศ แต่ไม่ได้มีความทุกข์ใจในเพศสภาพ”

“รับฟังเรา”

นัวร์ เพอร์เวซ ถ่ายเซลฟี สวมแว่น และหูฟัง
Noor Pervez
นัวร์ เพอร์เวซ กล่าวว่า คนข้ามเพศที่เป็นออทิสติก รู้จักตัวเองดีที่สุด

ดร. สตรางกล่าวว่า งานของเขาซึ่งมุ่งเน้นศึกษาเกี่ยวกับประสบการณ์ของเด็กที่เป็นออทิสติกและคนข้ามเพศมีเป้าหมายที่ชัดเจนอย่างหนึ่ง

“งานวิจัยของผม ไม่ได้นับว่ามีคนที่มีลักษณะทั้งสองอย่างนี้พร้อมกันมากแค่ไหน ผมสนใจว่า มีคนจำนวนมากที่มารับบริการและมีความต้องการต่าง ๆ ผมต้องการทำความเข้าใจให้ดีขึ้นว่า จะช่วยเหลือพวกเขาได้อย่างไร”

ดร. ไล่เห็นด้วยว่า “ไม่ใช่เรื่องง่ายที่เราพยายามถามว่า ทำไมเกิดเรื่องนี้ขึ้น แต่ในหลายกรณี ทำไม ไม่ใช่คำถามที่สำคัญที่สุด คำถามที่สำคัญกว่าคือ เราจะทำอะไรได้บ้างเพื่อทำความเข้าใจและพัฒนาสวัสดิภาพของคนที่เป็นออทิสติก และ/หรือ คนหลากหลายทางเพศ”

นัวร์ เพอร์เวซ ผู้จัดการด้านการมีส่วนร่วมของชุมชุน กล่าวว่า Autistic Self Advocacy Network (ASAN) สนับสนุนการวิจัยประเภทนี้ ตราบใดที่งานวิจัยนี้ไม่ได้ถูกใช้เพื่อสร้าง “ความเกี่ยวข้องกันทางพยาธิวิทยาในทางลบระหว่างสองเรื่องนี้”

เขาย้ำว่าการวิจัยนี้อาจจะเป็นเรื่องใหม่ แต่คนเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหม่

“โดยพื้นฐานแล้ว คนออทิสติกและคนข้ามเพศเป็นคนที่ดูแลตัวเองได้อย่างเต็มที่และสมบูรณ์แบบ และไม่มีอัตลักษณ์ใดที่ส่งผลเสียต่ออีกอัตลักษณ์หนึ่ง” เขากล่าว

“มีแนวโน้มเกิดความกังวลใจหรือความกระอักกระอ่วนใจในทำนองว่า เราไม่เหมือนคนอื่น หรือเราไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของชุมชน ผมคงบอกว่า มันไม่ถูกต้องเลย”

“เพียงเพราะมีการใช้คำเรียกมากขึ้น ฐานความรู้กำลังเพิ่มขึ้น ไม่ได้หมายความว่านี่คือเรื่องใหม่”

สำหรับแดเนียล ความก้าวหน้าของชุมชนจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีการรับฟังคนที่ควรรับฟัง

“ผมไม่มีคำตอบทุกอย่าง แต่ถ้าสังคมเริ่มด้วยการรับฟังพวกเรา และเรียนรู้เกี่ยวกับประสบการณ์ชีวิตของพวกเรา พวกเขาอาจเข้าใจเราดีขึ้น และเปลี่ยนแปลงสิ่งที่ผิดพลาดในสังคมนี้ได้”

………………..

ลีริก เคยเล่าประสบการณ์ของตัวเองในรายการพ็อดคาสต์ของบีบีซี โดยใช้ชื่อว่า คริสตา

……………

ข่าว BBCไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ข่าวสด เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ เมื่อการเป็นออทิสติกและเรื่องเพศทับซ้อนกัน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง