เอไอ : ทำไมคนเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์จึงชื่นชอบปัญญาประดิษฐ์ ที่อาจทำให้พวกเขาตกงานได้

8 ก.ย. 2564 - 22:43 น.

“เมื่อคุณเริ่มเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ มันทำให้คุณรู้สึกว่าตัวเองเก่ง เหมือนอยู่ใน [ภาพยนตร์] เมทริกซ์” จานีน ลุก วิศวกรซอฟต์แวร์วัย 26 ปี ที่ทำงานในกรุงลอนดอนกล่าว

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

เธอเกิดในฮ่องกง และเริ่มทำงานด้านการตลาดเรือยอชต์ทางใต้ของฝรั่งเศส แต่รู้สึกว่าเป็นงาน “ที่จำเจและฉาบฉวย”

เธอจึงเริ่มเรียนรู้การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ด้วยตัวเองหลังเลิกงาน จากนั้นก็เข้าค่ายฝึกอบรมการฝึกเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์นาน 15 สัปดาห์

ในวันสุดท้ายของการเข้าค่าย เธอสมัครงานที่ Avast บริษัทซอฟต์แวร์ด้านความมั่นคงไซเบอร์

อีก 1 สัปดาห์ต่อมา เธอก็เริ่มทำงานที่นั่น

“เวลาผ่านไป 2 ปีครึ่ง ฉันคิดว่า เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดเท่าที่ฉันเคยทำมา” เธอเล่า

Janine Luk, a 26 year-old software engineer in London.
Janine Luk
จานีน ลุก กล่าวว่า การเรียนเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดเท่าที่เธอเคยทำมา

ตอนที่เธอเริ่มทำงานที่บริษัทแห่งนี้ เธอเป็นนักพัฒนาหญิงคนแรกที่เข้ามาสร้างทีมของตัวเอง ตอนนี้เธอใช้เวลาว่างในการส่งเสริมให้ผู้หญิงคนอื่น ๆ ผู้คนที่มีสีผิวหลากหลาย และคนหลากหลายทางเพศลองพยายามเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์

สำหรับโปรแกรมเมอร์อย่างเธอ เธอบอกว่า การเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจที่สุดในช่วงไม่นานนี้คือ การใช้ปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligence–AI) หรือ เอไอ เป็นเครื่องมือในการช่วยเขียนโปรแกรมเพิ่มมากขึ้น

ในเดือน มิ.ย. GitHub แพลตฟอร์มในการใช้เขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ตั้งอยู่ในนครซานฟรานซิสโกของสหรัฐฯ โดยมีผู้ใช้งาน 56 ล้านคน ได้เปิดตัวเครื่องมือเอไอตัวใหม่ที่ชื่อว่า โคไพล็อต (Copilot)

เมื่อคุณเริ่มเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ได้นิดหน่อย เอไอตัวนี้จะแนะนำคุณในการเขียนจนเสร็จ

Mike Krieger, co-founder Instagram
Getty Images
ไมก์ ครีเกอร์ ผู้ร่วมก่อตั้งอินสตาแกรมชื่นชมเอไอที่ช่วยเขียนโปรกรมคอมพิวเตอร์

“แอปพลิเคชันที่คิดคำนวณเองได้ที่มหัศจรรย์ที่สุดเท่าที่ผมเคยพบเห็น” ไมก์ ครีเกอร์ ผู้ร่วมก่อตั้งอินสตาแกรมซึ่งรู้สึกตื่นเต้นกับโคไพล็อตกล่าว

เครื่องมือนี้ใช้เอไอที่มีชื่อว่า GPT-3 ซึ่ง OpenAI ห้องปฏิบัติการเอไอในนครซานฟรานซิสโกที่อีลอน มัสก์ ร่วมก่อตั้ง เพิ่งปล่อยออกมาเมื่อฤดูร้อนปีที่แล้ว

เจกอช ยากักซี ผู้ก่อตั้ง Codility ซึ่งสร้างแบบทดสอบการจ้างงานยอดนิยมที่ตั้งอยู่ในกรุงวอร์ซอของโปแลนด์ อธิบายว่า เครื่อง GPT (ซึ่งย่อมาจาก generative pre-training) “ทำเรื่องที่ง่ายแต่ทำได้จำนวนมาก อย่างการคาดการณ์ตัวอักษรตัวต่อไป”

เขากล่าวว่า OpenAI ฝึกใช้ AI ในงานเกี่ยวกับตัวอักษรที่มีอยู่แล้วในโลกออนไลน์อย่างหนังสือ วิกิพีเดีย และเว็บเพจนับแสนแห่ง ซึ่งสามารถเขียนออกมา “ได้อย่างถูกต้องแม่นยำระดับหนึ่ง แต่ใช้งานได้กับทุกภาษาของมนุษย์”

นายยากักซีกล่าวเพิ่มเติมว่า “ที่น่าขนลุกคือ มันไม่ได้ถูกสอนเกี่ยวกับกฎของภาษาใดโดยเฉพาะ”

แต่ผลที่ได้คือข้อความที่เขียนฟังดูเข้าทีมีเหตุผล

ต่อมา ผู้คนได้ขอให้นำมันมาใช้ในการเขียนรูปแบบที่หลากหลาย ยกตัวอย่าง หนังสือแฮร์รี พอตเตอร์ เล่มใหม่ แต่เขียนในรูปแบบของเออร์เนสต์ เฮมิงเวย์ หรือ เรย์มอนด์ แชนด์เลอร์

Sam Altman, OpenAI's chief executive
Getty Images
แซม ออลต์แมน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ OpenAI ทวีตข้อความว่า เอไอ “บางครั้งก็ทำเรื่องผิดพลาดโง่ ๆ” ได้

แซม ออลต์แมน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ OpenAI ทวีตข้อความว่า สุดท้ายแล้ว การโฆษณา GPT-3 “มากเกินไปมาก” และจำเป็นต้องมีการเตือนผู้คนว่า เอไอ “บางครั้งก็ทำเรื่องผิดพลาดโง่ ๆ” ได้

แต่กระนั้น GitHub ซึ่งไมโครซอฟท์ที่เป็นเจ้าของได้ซื้อลิขสิทธิ์ในการใช้งาน GPT-3 ไว้แต่เพียงผู้เดียวในเดือน ก.ย. ก็ตัดสินใจที่จะสร้างแบบจำลองที่คล้ายคลึงกันอีกแบบหนึ่งขึ้นมา แต่ครั้งนี้ มีการนำเอไอมาใช้งานเขียนโปรแกรมซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์แทน

GitHub เป็นที่ตั้งของโปรแกรมคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีที่เก็บซอฟต์แวร์สาธารณะอย่างน้อย 28 ล้านแห่ง ดังนั้นทางบริษัทจึงป้อนโปรแกรมคอมพิวเตอร์สาธารณะที่เหมาะสมให้กับโคไพล็อต

จานีน ลุก ซึ่งได้เคยลองใช้เอไอตัวนี้ให้แก้ปัญหาการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ยาก ผลที่ได้คือ โคไพล็อตสามารถ “เสนอวิธีแก้ปัญหาได้ค่อนข้างดี แม้ว่าบางครั้งจำเป็นต้องมีการกระตุ้นมันบ้าง”

ในฐานะโปรแกรมเมอร์ซึ่งไม่ได้มองว่าเครื่องมือนี้มีความเสี่ยงต่องานที่เธอทำ เธอชอบแนวคิดการให้เอไอช่วยเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ “ในส่วนที่น่าเบื่อ” อย่างการตรวจสอบส่วนที่ซับซ้อนที่ใช้สูตรปกติซึ่งเธอต้อง “ตรวจสอบ 4 รอบ” เสมอ


Dina Muscanell, Vermont-based senior programmer at open-source software company Red Hat
Red Hat
นางมัสคาเนลล์เตือนว่า ในระหว่างนี้ “ถ้าคุณไม่มีประสบการณ์ และคุณกำลังพยายามเรียนรู้อยู่ คุณอาจทำอะไรไม่ดีโดยไม่รู้ตัว”

ไดอานา มัสคาเนลล์ โปรแกรมเมอร์อาวุโสที่อยู่ในเวอร์มอนต์ซึ่งทำงานที่ เรด แฮ็ต (Red Hat) บริษัทซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส กล่าวว่า นับตั้งแต่มีการป้อนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่เขียนโดยโปรแกรมเมอร์มืออาชีพให้แก่เอไอ มันช่วยคนเขียนโปรแกรมด้วยการนำทักษะและประสบการณ์ที่สั่งสมไว้ของเพื่อนร่วมงานมาใช้

มีเว็บไซต์ที่เป็นแหล่งรวมของการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์อย่าง Stack Exchange ซึ่งโปรแกรมเมอร์สามารถตั้งคำถามและขอคำแนะนำต่าง ๆ ได้อยู่แล้ว บางทีนี่อาจจะไม่ได้เป็นเรื่องพิเศษอะไร

เธอตั้งข้อสังเกตว่า “ถ้าคุณลองนึกว่า คุณได้รับการตอบสนองทันทีขณะที่กำลังพิมพ์อยู่ มันยอดเยี่ยมมาก คุณมีทีมงานหลายคนที่คอยป้อนรหัสนี้ให้แก่คุณ” ราวกับว่ามีเอไอรวบรวมข้อมูลนี้

แต่โปรแกรมเมอร์มืออาชีพหลายคนยังคงมีความกังวลบางอย่างเกี่ยวกับเอไอรุ่นใหม่ที่วางจำหน่าย

อย่างหนึ่งคือการตรวจจับข้อผิดพลาด นายยากักซี กล่าวว่า ในด้านวิศวรรมซอฟต์แวร์ “คุณโชคดีมากที่เห็นขยะได้ชัดเจน แต่สิ่งนี้สามารถสร้างขยะที่คลุมเครือได้”

ข้อผิดพลาดที่ละเอียดอ่อนในการเขียนโปรแกรมอาจทำให้เกิดความเสียหายมหาศาลและเป็นเรื่องที่ตรวจพบได้ยาก

คำตอบในอนาคตที่เป็นไปได้อาจมีการนำเอไอมาใช้ตรวจจับข้อผิดพลาด ยกตัวอย่าง การสังเกตว่า การกดปุ่มบางปุ่มบนเตาไมโครเวฟ “เป็นการป้อนคำสั่งที่ถูกต้องแต่ไม่มีเหตุผล” แต่เรายังไปไม่ถึงจุดนั้น

นางมัสคาเนลล์เตือนว่า ในระหว่างนี้ “ถ้าคุณไม่มีประสบการณ์ และคุณกำลังพยายามเรียนรู้อยู่ คุณอาจทำอะไรไม่ดีโดยไม่รู้ตัว”

ปัญหาใหญ่อีกอย่างหนึ่งเกี่ยวข้องกับ การเป็นเจ้าของรหัสที่สร้างขึ้นเองโดยอัตโนมัตินี้ ถ้าโคไพล็อต ซึ่งได้รับการฝึกโดยใช้โปรแกรมของคนอื่นสร้างอะไรบางอย่างที่เกือบจะเหมือนกับรหัสที่โปรแกรมเมอร์อีกคนเขียนขึ้นมา แล้วคุณจะใช้มันไหม?

น.ส. ลุกระบุว่า การใช้เครื่องมือเอไอ “อาจละเมิดใบอนุญาตโอเพนซอร์สได้ เพราะมันอาจจะอ้างอะไรบางอย่างจากชุดการฝึก” ซึ่งนั่นอาจจะทำให้คุณเผชิญกับข้อหาขโมยความคิดได้

นายยากักซีกล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของ “กฎหมายที่ยังตามไม่ทันเทคโนโลยี”

ในทางทฤษฎี คุณอาจวัดได้ว่า มีรหัสที่มาจากส่วนที่เป็นการฝึกเขียนโปรแกรมมากแค่ไหน ด้วยการให้เอไออีกตัวหนึ่งใช้รหัสเหมือนกันทั้งหมดยกเว้นเฉพาะบางส่วนเอาไว้

นายยากักซีตั้งข้อสังเกตว่า การทำเช่นนี้ “จะเสียค่าใช้จ่ายสูงมาก”

ในความเป็นจริงแล้ว ในตอนนี้เอไอสามารถเสนอรหัสสั้น ๆ ให้ได้เท่านั้น ยังไม่ได้กลายเป็นโปรแกรมซอฟต์แวร์อย่างสมบูรณ์แบบ

นายยากักซีกล่าวว่า เมื่อเปรียบเทียบว่า รหัสเว็บไซต์จำเป็นต้องมีความยาวขั้นต่ำ 10,000 บรรทัด เพื่อให้สามารถใช้งานได้ดีในระดับหนึ่ง เอไอจึงยังไม่พร้อมที่จะนำมาใช้แทนที่โปรแกรมเมอร์ที่เป็นมนุษย์

หรือจะทำให้เกิด เอไอ ซิงกูลาริตี (AI singularity) ซึ่งเป็นแนวคิดที่จอห์น วอน นอยแมนน์ สร้างสมมุติฐานขึ้นเป็นคนแรกว่า สติปัญญาของคอมพิวเตอร์จะพัฒนาตัวเองขึ้นอย่างรวดเร็วจนกระทั่งแซงหน้าสติปัญญาของมนุษย์

สำหรับคนเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์อย่าง น.ส. ลุก “แม้ว่ามันจะช่วยงานได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า งานเธอจะน้อยลง”

การเขียนโปรแกรมจำเป็นต้องมีการตรวจทานอย่างละเอียด และต้องมีการทดสอบทั้งในด้านวิธีการทำงานและความสอดคล้องเข้ากันได้กับรหัสอื่น ๆ

เหตุผลหลักที่เธอสนุกกับการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ “คือการแก้ปัญหา ถ้าทุกอย่างถูกทำให้คุณหมดแล้ว มันก็หมดสนุก” น.ส. ลุกกล่าว

ถ้าคอมพิวเตอร์คิดมากเกินไป “คุณจะไม่มีความสุขหลังจากแก้ปัญหาได้”

แม้ว่าเธอคิดว่า เครื่องมือการเขียนโปรแกรมด้วยเอไออาจเกิดขึ้น หลังจากมีการเรียนรู้และปรับตัวมากขึ้น “แต่ก็หวังว่า คงจะไม่ใช่ในเร็ววันนี้ ที่ไม่จำเป็นต้องมีเราอีกต่อไป” เธอหัวเราะ

…………

ข่าว BBCไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ข่าวสด เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ เอไอ : ทำไมคนเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์จึงชื่นชอบปัญญาประดิษฐ์ ที่อาจทำให้พวกเขาตกงานได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง