ธรรมนัส พรหมเผ่า : อดีตรัฐมนตรีที่ถูกปลดกับอนาคตที่ "อาจจะไปสร้างบ้านใหม่"

9 ก.ย. 2564 - 21:05 น.

ในรอบ 9 เดือนของปี 2564 เส้นทางชีวิตการเมืองของ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า นักการเมืองมากฉายาและอดีตผู้กองแห่งกองทัพบก ขึ้นสูงและลงต่ำในเวลาอันรวดเร็ว

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

เมื่อต้นเดือน พ.ค. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 9 คน มีมติเอกฉันท์ ให้สมาชิกภาพความเป็นผู้แทนราษฎร และความเป็นรัฐมนตรีของ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า ไม่สิ้นสุดลง โดยยกหลักอธิปไตยของประเทศ มาเป็นหนึ่งในเหตุผลหลัก หลังคำร้องของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ฝ่ายค้านเข้าชื่อให้ตรวจสอบคุณสมบัติ เนื่องจากเขาเคยต้องโทษจำคุกคดียาเสพติด ตามคำพิพากษาของศาลออสเตรเลีย

กองโฆษก พปชร.
ร.อ. ธรรมนัส แสดงเอกสารต่อหน้าสื่อมวลชน เพื่อยืนยันว่ามีคุณสมบัติครบถ้วนในการเป็น รมต. เมื่อ 11 ก.ค. 2562

1 เดือนต่อมา ร.อ. ธรรมนัส ผู้มากฉายา เช่น “คนใจนักเลง” “คนเลี้ยงลิง” “คนรับเผือกร้อน” และ “รัฐมนตรีแป้ง” เข้ายึดเก้าอี้เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) คนที่ 3 ได้สำเร็จสมใจ ด้วยคะแนนเสียง 556 คะแนน ภายใต้แรงสนับสนุนจาก พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรค พปชร.

ผ่านไปไม่ถึง 3 เดือน วันที่ 9 ก.ย. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศให้ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี ลงวันที่ 8 ก.ย. โดยมี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ ขณะที่อดีต รมช.เกษตรฯ ชิงเปิดแถลงข่าวก่อนว่าได้ลาออกจากตำแหน่งตั้งแต่วานนี้

 

การปลดจากตำแหน่งมีขึ้น 1 สัปดาห์หลังมีข่าวลือออกมาเขย่าเก้าอี้นายกรัฐมนตรี ในช่วงของการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีอีก 5 คน จนทำให้ทั้งนายกรัฐมนตรี และ ร.อ. ธรรมนัส ออกมาชี้แจง โดยผู้สื่อข่าวถามทั้ง 2 คน ว่าคุยกับอีกฝ่ายหรือยัง คำตอบจาก พล.อ. ประยุทธ์ ก็คือ “ผมไม่เคยมีอะไรกับเขา เพราะผมเป็นคนเอาเขาเข้ามาทำงานเอง แล้วจะไปมีอะไรกับเขา ผู้ใหญ่จะไปมีปัญหากับเด็กได้อย่างไร ไม่ได้พูดถึงเฉพาะรายนี้” ส่วน ร.อ. ธรรมนัส ตอบว่า “ยืนยันว่าผมไม่คุยกับนายกฯ แต่คุยกับรองนายกฯ หัวหน้าพรรคผม”

เมื่อทราบว่าจะถูกนายกรัฐมนตรีปลด ร.อ. ธรรมนัส ชิงเปิดแถลงข่าวที่รัฐสภา ระบายความไม่พอใจ และบอกใบ้ถึงอนาคตทางการเมืองในอนาคต ที่ดูเหมือนว่าจะไปหาพรรคใหม่ แม้ยังไม่ลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการพรรค พปชร. ที่เขาร่วมสร้างขึ้นมา

บีบีซีไทยย้อนเหตุการณ์และเรื่องราวสำคัญของนักการเมืองหนุ่มใหญ่วัย 56 ปี

จาก ส.ส. รุ่น “โมฆะ” สู่ รมต. สมัยแรก

ร.อ. ธรรมนัส เริ่มอาชีพนักการเมืองอย่างเป็นทางการภายใต้สังกัด พปชร. โดยเป็น ส.ส. สมัยแรกที่ได้นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีทันที

เขามีชื่อเป็นสมาชิกลำดับที่ 282 ของพรรคการเมืองน้องใหม่ที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อรองรับการ “ขยายเวลา” ครองอำนาจของ พล.อ. ประยุทธ์ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทั้ง ๆ ที่หลังรัฐประหาร 22 พ.ค. 2557 ร.อ. ธรรมนัส เคยถูก คสช. เรียกไปรายงานตัวพร้อมกับ “ลูกพี่คนสนิท” คือ พล.อ. ไตรรงค์ อินทรทัต หรือ “เสธ.ไอซ์” เพื่อนเตรียมทหาร (ตท.) รุ่น 10 ของ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตหัวหน้าไทยรักไทย (ทรท.)

กองโฆษก พปชร.

ก่อนเข้ามาอยู่ใต้ชายคา พปชร. ร.อ. ธรรมนัส ยืนเคียง “พรรคทักษิณ” มาเกือบทศวรรษ เคยเป็นสมาชิก ทรท. ตั้งแต่ยุคสร้างพรรคปี 2542 ร่วมทำพื้นที่ กทม. ในยุครุ่งเรืองปี 2548 ก่อนเปิดหน้า-เปิดตัวลงสมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) ลำดับที่ 55 ในนามพรรคเพื่อไทย (พท.) จึงมีโอกาสร่วมบัญชีกับ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ผู้เป็นปาร์ตี้ลิสต์หมายเลข 1 ในศึกเลือกตั้งปี 2557 ทว่ายังไม่ทันได้เข้าสภา เนื่องจากการเลือกตั้งครั้งนั้นกลายเป็นโมฆะ

แต่แล้ว ร.อ. ธรรมนัส ก็สร้างเกียรติประวัติทางการเมืองให้ตัวเองได้สำเร็จในการเลือกตั้งปี 2562 เมื่อสามารถล้มแชมป์เก่าจาก พท. ได้เป็น ส.ส.พะเยา เขต 1 ด้วยคะแนนเสียง 52,417 คะแนน

ในฐานะประธานกรรมการยุทธศาสตร์เลือกตั้งภาคเหนือของ พปชร. เขาหอบหิ้วลูกทีมเข้าสภาได้ถึง 25 คน จาก ส.ส. ภาคเหนือทั้งหมด 61 คน แม้ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ราว 38-40 คน แต่ตัวเลขที่ออกมาถือว่าน่าพอใจสำหรับพรรคเกิดใหม่ และเป็นรองเพียง พท. ที่นำ ส.ส. เหนือเข้าสภาได้ 28 คน

ผลงานอันเป็นที่ประจักษ์ของ ร.อ. ธรรมนัส ทำให้ ส.ส. สมัยแรกรายนี้เข้าไปทำงานฝ่ายนิติบัญญัติได้เพียง 2 เดือน ก็ก้าวกระโดดขึ้นเป็นรัฐมนตรีทันที ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในรัฐบาล “ประยุทธ์2/1”

“คนใจนักเลง”

ก่อนจะถึงฝั่งฝัน-ได้ร่วมวงบริหารราชการแผ่นดิน เส้นทางขึ้นสู่อำนาจของ ร.อ. ธรรมนัส ไม่ราบรื่นนัก เมื่อคู่แข่งขันทางการเมืองทั้งภายใน-ภายนอกพรรคพร้อมใจกันขุดอดีตขึ้นมาหลอกหลอนเขา ในโผสื่อ หวังสกัดกั้นการตัดสินใจของนายกฯ คนที่ 29

THAI NEWS PIX

พลันที่เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายในการจัดโผคณะรัฐมนตรี (ครม.) “ประยุทธ์ 2/1” ร.อ. ธรรมนัส จึงงัดเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ขึ้นมาเปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่รัฐสภาชั่วคราว อาคารทีโอที เมื่อ 11 ก.ค. 2562 เพื่อการันตีตัวเองว่ามีคุณสมบัติเป็นรัฐมนตรีได้

ร.อ. ธรรมนัสยอมรับว่า เคยถูกจับในประเทศออสเตรเลียเมื่อปี 2536 ในข้อหารู้ว่ามียาเสพติด แต่ไม่แจ้งให้ตำรวจรับทราบ และถูกคุมขังประมาณ 8 เดือน หลังจากได้รับการปล่อยตัว ก็ทำงานในออสเตรเลียอีกระยะจึงกลับเมืองไทย โดยไม่มีคดีอะไรค้างคา

ในระหว่างแถลงข่าวเกือบครึ่งชั่วโมง เขาได้ทิ้งวาทะทางการเมืองไว้มากมาย อาทิ

“ผมมีความโชคร้าย”

“เป็นเรื่องโอละพ่อ และถือเป็นตราบาปที่ผมไม่เคยพูดมาตลอด 30 ปี”

“ผมเป็นกำลังหลักในการจัดตั้งรัฐบาล โดยมีบทบาทในการขับเคลื่อนและประสานงาน ซึ่งหากล้มผมได้ รัฐบาลก็สั่นคลอน เพราะหลายเรื่องที่ได้ประสานงานไว้นั้น ถือเป็นความลับที่ผมรู้เพียงคนเดียว”

“เขารู้ว่าผมเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่จะเอาเลือดไปหล่อเลี้ยงในหัวใจของรัฐบาล จึงพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อล้มผม”

เมื่อผู้สื่อข่าวยิงคำถามใส่ว่ารู้สึกอย่างไรที่มีคนปรามาสว่ากระทรวงเกษตรฯ ยุคใหม่เป็น “กระทรวงมาเฟีย”

“คนเรานั้น อยากถามว่าสามารถทำอดีตให้เป็นปัจจุบันได้ไหม มันทำไม่ได้หรอกครับ แต่สิ่งที่จะพิสูจน์คือในอนาคตผมจะทำอะไรให้แผ่นดินบ้าง ไม่ใช่เอะอะก็มาเฟีย นักเลง คนใจนักเลงอย่างผมน่ะ ลองให้ผมทำงานดูก่อน ถ้าผมทำไม่ได้เรื่องแล้วผมจะพิจารณาตัวเอง” ร.อ. ธรรมนัส ตอบคำถามสื่อมวลชน

นักการเมืองหน้าใหม่ ซึ่งเป็นอดีตนักเรียนเตรียมทหาร (ตท.) รุ่น 25, เจ้าของธุรกิจรักษาความปลอดภัย, ตัวแทนจำหน่ายล็อตเตอรี่รายใหญ่ หรือที่ถูกเรียกขานว่า 1 ใน “5 เสือกองสลากฯ”, ผู้บริหารตลาดคลองเตย ตลาดนัดสวนจตุจักร และอื่น ๆ อีกหลายบทบาท อธิบายตัวเองว่าเป็น “คนกว้างขวาง เพื่อนฝูงเยอะ และเป็นคนใจกว้าง” ซึ่งบางครั้งการคบคนนั้นคนนี้ก็ไม่ได้กรอง ดังนั้นเมื่อเขานำภัยมาหาเรา ก็ไม่โทษคนนั้นคนนี้ เพราะไม่ใช่วิถี ต้องแก้ปัญหาให้จบด้วยตัวเองด้วยกระบวนการยุติธรรม

“คนเลี้ยงลิง”

ความเป็น “คนกว้างขวาง” ของ ร.อ. ธรรมนัส ถูกนำมาใช้สร้างโครงข่ายการเมืองให้ พปชร.

ในฐานะพรรคที่มีเสียงเป็นอันดับ 2 ของสภา ต้องเดินเกมทั้งบนดิน-ใต้ดิน เพื่อช่วงชิงการจัดรัฐบาลแข่งกับ พท. ถึงขนาดสร้างธรรมเนียมใหม่ทางการเมืองด้วยการอ้างความชอบธรรมจากการได้คะแนนมหาชน (ป๊อบปูลาร์โหวต) สูงสุด 8.4 ล้านเสียง ขณะที่ พท. มีคะแนนมหาชน 7.9 ล้านเสียง (ตามการประกาศรับรองผลอย่างเป็นทางการของ กกต. เมื่อ 28 มี.ค. 2562)

แกนนำคนสำคัญของ พปชร. แยกย้ายกันเปิดเจรจากับผู้นำพรรคการเมืองต่าง ๆ โดย ร.อ. ธรรมนัส ได้รับมอบหมายให้ “เปิดดีล” กับบรรดา “พรรคเสียงเดียว”

13 พ.ค. 2562 แกนนำ 1 พรรคเล็ก และ 10 พรรคจิ๋วที่เข้าสภาด้วยการปัดเศษทศนิยมทั้งที่มีคะแนนมหาชนไม่ถึงเกณฑ์มี “ส.ส. พึงมีได้” ร่วมกันประกาศสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาลของ พปชร.


จากนั้นบรรดาพรรคขนาดกลางและขนาดเล็กก็ตามไปสบทบ ปิดยอดรัฐบาลผสม 20 พรรค ด้วยเสียงในสภารวมกัน 254 เสียง ทิ้ง พท. ให้เป็นฝ่ายค้านร่วมกับอีก 5 พรรคการเมือง

แม้ตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ แต่ พปชร. ต้องเผชิญปัญหา “เสียงปริ่มน้ำในสภา” และเกิดแรงกระเพื่อมทางการเมืองในช่วงต้น ระหว่างจัดสรรคนลงตำแหน่งทางการเมือง ตั้งแต่ ครม., เลขานุการ/ที่ปรึกษา รมต. และประธานกรรมาธิการ (กมธ.) และก็เป็น ร.อ. ธรรมนัสนั่นเองที่รับบท “ประสานผลประโยชน์-บริหารความพอใจ” ของบรรดาพรรคเล็ก/พรรคจิ๋ว

“ผมเปรียบเหมือนคนเลี้ยงลิง เลยต้องเอากล้วยให้ลิงกินตลอดเวลา ขณะนี้เชื่อว่ากินจนอิ่มแล้ว น่าจะพอได้แล้ว” ร.อ. ธรรมนัส กล่าวเมื่อ 7 ก.ย. 2562 หลังเคลียร์ใจกับพรรคเล็กที่ขู่ถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล เพราะไม่พอใจการจัดสรรโควตาประธาน กมธ.

ทว่าหลังจากนั้น “มือแจกกล้วย” ต้องออกมา “ขอโทษพวกพี่ ๆ ที่ไปล้อเล่นมากจนเกินไป” พร้อมยืนยันไม่มีเจตนาเปรียบเทียบพวกเขาเป็นลิงหรือเป็นสัตว์ และได้โทรศัพท์ไปขอโทษทุกคนแล้ว แต่ถึงกระนั้นคำว่า “แจกกล้วย” ได้กลายเป็นศัพท์การเมืองที่ย้อนกลับมาทุกครั้งที่สภาต้องลงมติสำคัญ ๆ

ใจถึง-จัดได้

ร.อ. ธรรมนัส นั้นขึ้นชื่อว่าเป็นคน “ใจถึง” และ “จัดได้” ทำให้ พล.อ. ประวิตร มอบความไว้วางใจ ใช้บริการเขาอยู่เนือง ๆ

THAI NEWS PIX
พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ เข้าร่วมประชุม พปชร. ในฐานะหัวหน้าพรรคเป็นครั้งแรก

จากเคยเป็น “สิงห์เหนือ” ของพรรคในช่วงเลือกตั้งทั่วไป ร.อ. ธรรมนัส ในฐานะรองหัวหน้า พปชร. ผงาดลงไปกรุยพื้นที่การเมืองภาคอื่น ๆ เป็นทั้ง “ทัพหน้า” ช่วงหาเสียง และปรากฏตัวยืนชูมือประกาศชัยชนะร่วมกับผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อมของพรรคในหลายกรรมหลายวาระ ช่วย “เบ่งเสียงในสภา” ของพรรคแกนนำรัฐบาล

  • ชนะเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ขอนแก่น เขต 7 (แทนนายนวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.พท. ที่พ้นจากตำแหน่งตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ) เมื่อ 22 ธ.ค. 2562 โดย ร.อ. ธรรมนัส เป็นหนึ่งในทีมหาเสียงตามยุทธศาสตร์ “ดาวกระจาย”
  • ชนะเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ลำปาง เขต 4 (แทนนายอิทธิรัตน์ จันทรสุรินทร์ ส.ส. พท. ที่เสียชีวิต) เมื่อ 20 มิ.ย. 2563 โดย ร.อ. ธรรมนัส นำลูกทีมล้มพรรคแชมป์เก่า
  • ชนะเลือกตั้งซ่อม ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 3 (แทนนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.ชป. ที่พ้นจากตำแหน่งตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ) เมื่อ 7 มี.ค. 2564 โดย ร.อ. ธรรมนัสเป็นหัวหน้าทีม โค่นน้องชายของ ส.ส. เจ้าของพื้นที่เดิมลงได้

ทุกชัยชนะของ “ทีมธรรมนัส” ถูกต่อสาย-รายงานตรงถึงหัวหน้า พปชร. แบบทันท่วงที โดยเฉพาะการล้ม ปชป. ในเมืองคอน ซึ่ง ร.อ. ธรรมนัส ประกาศว่า “เป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ของ พปชร.”

การจัดการงานได้ “ตามสั่ง” ทำให้ “ผู้กองธรรมนัส” ขึ้นหม้อแบบสุด ๆ ถึงขั้นมีข่าว ว่า “หัวหน้าพรรค” เตรียมมอบหมายให้ “รองหัวหน้าพรรคฝ่ายปฏิบัติการ” รายนี้ดูแล 14 ส.ส.ใต้ของ พปชร. อย่างเป็นทางการ

ตอกย้ำด้วยคำสั่งแบ่งงานรัฐมนตรีที่ออกมาเมื่อ 21 เม.ย. 2564 ซึ่งนายกฯ มอบหมายให้ ร.อ. ธรรมนัส เป็นผู้กำกับดูแลพื้นที่ จ.สงขลา นครศรีธรรมราช และภูเก็ต จากเดิมเคยดูแลพื้นที่ จ.หนองบัวลำภู พะเยา เชียงราย จนถูกวิจารณ์ว่าเป็นการเตรียมพื้นที่รองรับการเลือกตั้งในอนาคตหรือไม่ และสร้างความไม่พอใจให้ “อดีตพรรคปักษ์ใต้” อย่างพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล แต่ถึงกระนั้นเจ้าตัวก็ไม่สนใจ เดินหน้าแก้ปัญหาราคาพริกตกต่ำในภาคใต้ จนถูกสื่อหลายสำนักทั้งไทยรัฐ เดลินิวส์ ไทยโพสต์ พาดหัวข่าวโดยใช้คำว่า “ไม่เลิกเจาะฐาน ปชป.” หรือ “แย่งซีนกันนัว” “ข้ามหน้าแก้พริกราคาตก เอาใจคนใต้”

นอกจากนี้ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ยังมีคำสั่งภายในให้ “ผู้กองธรรมนัส” เป็น “ทัพหลัง” สนับสนุนการชิงเก้าอี้ผู้ว่าราชการ กทม. ของ พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีต ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ชนิดที่กลุ่ม “3 ทหารเสือ กปปส.” ซึ่งเป็นแกนนำสาย กทม. ได้แต่มองตาปริบ ๆ

นอกจากงานพรรค ร.อ. ธรรมนัสยังได้รับมอบหมายจากนายกฯ และรองนายกฯ ให้เป็น “คนรับเผือกร้อน” แก้ปัญหาการเมืองให้รัฐบาลหลายครั้ง อาทิ

  • ประธานตรวจสอบเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต อ.จะนะ จ.สงขลา
  • ประธานอนุกรรมการประสานงานเร่งรัดติดตามแก้ไขปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ)
  • ประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน รวมทั้งการพัฒนาและฟื้นฟูคุณภาพชีวิตของชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่บ้านบางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี
  • หัวหน้าศูนย์ประสานงานสถานการณ์ฉุกเฉินโควิด-19 ของ พปชร. เพื่อประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐ

“เทามนัส” รมต. ที่ถูกซักฟอก 2 ปีซ้อน

แม้คดีความต่าง ๆ ของ ร.อ. ธรรมนัสสิ้นสุดลงแล้ว แต่การถูกขุดคุ้ยทั้งคดียาเสพติดในต่างประเทศ และวุฒิการศึกษา “ทำให้คนกังขา ไม่เชื่อมั่นในความโปร่งใส รวมถึงการทำหน้าที่มือประสานสิบทิศทางการเมืองก็ยังถูกครหาเรื่องการซื้อตัว ส.ส. พรรคเล็กและดีลการเมืองกับฝ่ายค้าน”

เหล่านี้คือเหตุผลที่ทำให้สื่อมวลชนสายทำเนียบรัฐบาลตั้งฉายา “เทามนัส” ให้แก่ รมช.เกษตรฯ ในขวบปีแรกของการทำหน้าที่

THAI NEWS PIX
ส.ส. รัฐบาลแสดงความยินดีกับ ร.อ. ธรรมนัส ที่ได้รับความไว้วางใจจากสภาให้ทำหน้าที่ต่อไป หลังเสร็จศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อ 28 ก.พ. 2563

ขณะเดียวกันโซเชียลมีเดียยังวิพากษ์วิจารณ์การเป็น “นักการเมืองสีเทา” และมีผู้สื่อข่าวนำความเห็นนี้ไปสอบถามคนที่ถูกวิจารณ์

“ดูว่าคนเทา ๆ จะทำอะไรให้ชาวบ้านบ้าง ไม่ใช่ว่าใสสะอาด เงียบ ประวัติดี แต่ไม่ทำอะไรเลย อย่างนั้นไม่ใช่ธรรมนัส” ร.อ. ธรรมนัส กล่าวกับสื่อมวลชนเมื่อ 24 ธ.ค. 2562

ผ่านมา 1 ปี 9 เดือนของการนั่งเก้าอี้เสนาบดี ร.อ. ธรรมนัส ถูกฝ่ายค้านเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ 2 ปีซ้อน

ครั้งแรกปี 2563 ร.อ. ธรรมนัส ถูกยื่นซักฟอก ปมขาดคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรีจากกรณีเข้าไปพัวพันกับคดียาเสพติดตามคำพิพากษาของศาลออสเตรเลีย โดยมีนายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนาคตใหม่ (ในเวลานั้นยังไม่สังกัดพรรคก้าวไกล) เป็นผู้อภิปรายหลัก ส่วนประเด็นอื่น ๆ ที่ฝ่ายค้านหยิบยกมาอภิปราย อาทิ กรณีวุฒิการศึกษา “ด็อกเตอร์” ในต่างแดน, กรณีถูกถอดยศทางทหาร แต่ยังใช้คำนำหน้าชื่อว่า “ร้อยเอก” และกรณีการแจ้งบัญชีทรัพย์สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะเป็นผู้ค้าสลากรายใหญ่

ผลการลงมติพบว่า รมช.เกษตรฯ ได้ “คะแนนไว้วางใจต่ำที่สุด” ในหมู่รัฐมนตรี 10 คนที่ถูกซักฟอก ด้วยคะแนนเสียง 269 ต่อ 55 งดออกเสียง 7 โดย 5 ส.ส. พรรคเศรษฐกิจใหม่ที่เพิ่งพลิกขั้วไปร่วมรัฐบาลหมาด ๆ ได้ลงมติ “งดออกเสียง” ให้เขา ขณะที่ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) 5 คนออกมาแถลงเรียกร้องให้นายกฯ รับฟังเสียงของประชาชนนอกสภา และทบทวนให้ดีเพราะ “ภาพพจน์รัฐบาลเกี่ยวข้องโดยตรงกับภาพพจน์รัฐมนตรี”

THAI NEWS PIX
ร.อ. ธรรมนัส รับไหว้นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล ที่มาขอบคุณบรรดา ครม. หลังเสร็จศึกอภิปรายไม่วางใจเมื่อ 20 ก.พ. 2564

อีกครั้งในเดือน ก.พ. 2564 ร.อ. ธรรมนัส ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ถูกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ปมออกกฎหมายเอื้อประโยชน์นายทุนและนักการเมือง ทำให้เกิดการกว้านซื้อที่ดิน ส.ป.ก. จนเกษตรกรไม่มีที่ทำกิน ทว่ามีฝ่ายค้านลุกขึ้นอภิปรายเพียงคนเดียวคือ นายนิยม บุญวิเศษ ส.ส. บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย

แต่ครั้งหลังนี้ รมช.เกษตรฯ ได้ “คะแนนไว้วางใจ” จากเพื่อนร่วมรัฐบาลอย่างท่วมท้น ด้วยคะแนนเสียง 274 ต่อ 119 งดออกเสียง 5 ซึ่งคะแนนสูงเป็นอันดับ 2 ผงาดขึ้นสู่ระนาบเดียวกันกับ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และยังสูงกว่านายกฯ ด้วย 2 คะแนน ในจำนวนผู้โหวตไว้วางใจให้ “ผู้กองธรรมนัส” มี ส.ส. ฝ่ายค้านด้วย 4 คน มาจาก พท. 2 คน และพรรคประชาชาติ 1 คน และยังมี 2 ส.ส. พรรคเพื่อชาติของดออกเสียง จนถูกวิจารณ์เรื่องการ “รับกล้วย”

สํานักโฆษก สํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า จับมือทักทาย พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา หนึ่งใน “พี่น้อง 3 ป.” ที่นายกฯ บอกว่ารักกันเหมือนพี่น้องท้องเดียวกัน ก่อนการประชุม ครม. เมื่อวันที่ 7 ก.ย. แต่ พล.อ. อนุพงษ์ไม่ได้คุยกับเขา

“บ้านหลังใหม่ที่มันมีความสุข”

ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งที่ 2 ของปี 2564 ชื่อของ ร.อ. ธรรมนัส ไม่อยู่ในบัญชีของฝ่ายค้าน แต่ชื่อของเขากลับถูกพูดถึงว่าเกี่ยวข้องกับข่าวลือที่เขย่าเสถียรภาพของนายกฯ แม้ 2 ฝ่ายจะออกมาชี้แจง ทว่าลที่ตามมาหลังคำชี้แจงนั้น คือการพ้นจากเก้าอี้รัฐมนตรีของ ร.อ. ธรรมนัส

ในการแถลงข่าวที่รัฐสภา วันที่ 9 ก.ย. ร.อ. ธรรมนัสกล่าวถึงเหตุผลในการลาออกว่า “ต้องการทำการเมืองให้มันเข้มแข็ง เพื่อประเทศชาติ บ้านเมืองจริง ๆ ไม่ใช่มารองรับ หรือทำอะไรเพื่อคนบางกลุ่ม” และยอมรับว่า “คงเดินไปในทิศทางเดียวกันไม่ได้” กับการทำงานร่วมกับนายกฯ

“วันนี้ผมตัดสินใจแล้วว่าผมจะเลือกทางเดิน เส้นทางการเมืองใหม่ โดยยึดหลักผลประโยชน์ของประเทศชาติและพี่น้องประชาชนเป็นที่ตั้ง ผมจะไปต่อสู้ในเวทีการเมืองอย่างเต็มที่”

ในส่วนอนาคตทางการเมืองกับ พปชร. นั้น เขากล่าวว่าจะไม่ไปเหยียบที่ทำการ พปชร. อีก “ไม่ชอบ ไม่อยากฝืนใจตัวเอง” แต่ถึงกระนั้นก็ยังเป็นเลขาธิการพรรค ยังไม่ได้ลาออก

“ผมอาจจะไปอยู่บ้านหลังใหม่ที่มันมีความสุข ผมย้ายจากบ้านหลังเก่ามา บ้านหลังเดิม ผมก็มีความสุขอยู่แล้ว บ้านหลังเดิมคือบ้านที่พะเยามีความสุขดีอยู่แล้ว ส่วนบ้านหลังใหม่ อาจจะไปสร้างบ้านใหม่” ร.อ. ธรรมนัสกล่าว

“บ้านหลังเดิม” ที่เขาพูดถึง บีบีซีไทยเข้าใจว่าเป็นการเปรียบเปรยที่หมายถึงพรรคเพื่อไทย เนื่องจากเป็นพรรคการเมืองสุดท้ายที่ ร.อ. ธรรมนัสเคยสังกัดและลงสมัครรับเลือกตั้งเมื่อปี 2557 ก่อนที่การเลือกตั้งครั้งนั้นจะกลายเป็นโมฆะ และมีการรัฐประหารในเวลาต่อมา กระทั่งก่อนการเลือกตั้งปี 2562 ร.อ. ธรรมนัสจึงยกคณะเข้ามาลงเล่นการเมืองในนาม พปชร.

ทว่าเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าการตัดสินใจไปอยู่บ้านอื่น มีพรรคเพื่อไทยอยู่ในตัวเลือกด้วยหรือไม่ ร.อ. ธรรมนัสตอบว่ามีพรรคมาจีบเยอะแยะ และไม่เกี่ยวกับที่มีกระแสข่าวว่ามีการพูดคุยกันก่อนหน้านี้ อาจจะเป็น “พรรคพะเยา” หรือ “พรรคพลังพะเยา” หรือ “อีสานล้านนา” ก็ได้ ทุกอย่างเตรียมไว้หมดแล้ว เร็ว ๆ นี้จะได้เห็นโฉมหน้าแน่

“นี่เป็นจุดเปลี่ยนของพรรคพลังประชารัฐ เพราะ คุณธรรมนัสมีบทบาทในการดูแลพรรคมาตลอดตั้งแต่ตั้งพรรค เมื่อไม่มีธรรมนัส สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ใครจะมาทำหน้าที่ตรงนี้ กลุ่มของธรรมนัสจะตัดสินใจทางการเมืองต่อไปอย่างไร เป็นเรื่องที่น่าจับตา” ดร. บุญเกียรติ การะเวกพันธุ์ อาจารย์ประจำหลักสูตรรัฐศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง ให้ความเห็น

กองโฆษก พปชร.
ประชาชนที่อยู่ในชุด “จิตอาสา” ชูป้ายให้กำลังใจ ร.อ. ธรรมนัส ระหว่างเป็นประธานพิธีเปิดโครงการ “จิตอาสาสืบสานการสร้างป่าและเกษตรกรรมยั่งยืน ในเขตปฏิรูปที่ดินเฉลิมพระเกียรติในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษกฯ” และมอบเอกสารสิทธิ ส.ป.ก. 4-01 ให้เกษตรกรชาวพะเยา เมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2562

…………………..

ข่าว BBCไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ข่าวสด เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ ธรรมนัส พรหมเผ่า : อดีตรัฐมนตรีที่ถูกปลดกับอนาคตที่ "อาจจะไปสร้างบ้านใหม่"
ข่าวที่เกี่ยวข้อง