แก้รัฐธรรมนูญ : ประวิตรสั่งลูกพรรคโหวตเห็นชอบวาระ 3 ส่วน ส.ว. ยังเสียงแตก

10 ก.ย. 2564 - 09:30 น.

ที่ประชุมร่วมรัฐสภาเตรียมลงมติรับ/ไม่รับ ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่.. ) พ.ศ. …. (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 83 และมาตรา 91) ในวาระที่ 3 คาดใช้เวลาราว 4 ชม. ในการขานมติ

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

การประชุมรัฐสภานัดนี้ เกิดขึ้นหลังมีความเปลี่ยนแปลงใหญ่ในรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อมีคำสั่งปลด 2 กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พ้นเก้าอี้รัฐมนตรี นั่นคือ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา และเลขาธิการ พรรค พ้นเก้าอี้ รมช.เกษตรและสหกรณ์ และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค พ้นเก้าอี้ รมช.แรงงาน

แต่ถึงกระนั้น ร.อ. ธรรมนัส ผู้มีส่วนสำคัญในการเดินสายขายแนวคิดกลับไปใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ได้ประกาศว่าพร้อมลงคะแนนตามมติพรรค

ขณะที่ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้า พปชร. ได้สั่งลูกพรรคให้โหวตสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในทิศทางเดียวกัน

อย่างไรก็ตามเสียงชี้ขาดดูเหมือนจะอยู่ที่สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ซึ่งมีทั้งกลุ่มที่ประกาศขานรับแนวทางของ พล.อ. ประวิตร และกลุ่มที่ต้องการคงระบบเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสมตามรัฐธรรมนูญ 2560 เอาไว้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็น ส.ว. สายทหารที่เป็นเพื่อนร่วมรุ่นของ พล.อ. ประยุทธ์

ในการลงมติในวาระที่ 3 กำหนดให้ใช้วิธีเรียกชื่อและลงคะแนนโดยเปิดเผย พร้อมกำหนดเงื่อนไขในการผ่านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้ว่า ต้องได้คะแนนเสียงเห็นชอบมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา หรือ 366 คน จากสมาชิกที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ 730 คน (ปัจจุบันมี ส.ส. ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ 480 คน และ ส.ว. 250 คน) ต้องได้เสียงสนับสนุนจาก ส.ส. ฝ่ายค้าน 20% หรือ 43 จาก 212 เสียง และมี ส.ว. เห็นชอบไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของ ส.ว. ที่มีอยู่ หรือ 84 คน

หากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา จะถือเป็นร่างแรกที่ฝ่ายนิติบัญญัติให้ความเห็นชอบ จากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งหมด 20 ร่างที่นักการเมืองและภาคประชาชนเคยสนอเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา ก่อนถูกตีตกไปต่างกรรมต่างวาระในช่วง 2 ปีมานี้

สำหรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 83 และ 91 มีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และคณะ เป็นเจ้าของร่าง มีเป้าหมายหลักเพียงประเด็นเดียว นั่นคือ การรื้อระบบเลือกตั้ง ส.ส. โดยให้ยกเลิกระบบจัดสรรปันส่วนผสมที่ใช้ครั้งแรกในรัฐธรรมนูญ 2560 แล้วหวนกลับไปใช้ระบบเลือกตั้งแบบรัฐธรรมนูญ 2540

ระบบเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นตามร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ มีสาระสำคัญสรุปได้ ดังนี้

  • ให้สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิก 500 คน แบ่งเป็น ส.ส.แบบแบ่งเขต 400 คน (เดิม 350 คน) และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน (เดิม 150 คน)
  • ให้ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เลือก ส.ส. 2 ประเภท (เดิม ใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว ตัดสินใจเลือก ส.ส., พรรค และนายกฯ ในบัญชีที่พรรคนำเสนอ)
  • การคำนวณสัดส่วน ส.ส.บัญชีรายชื่อของแต่ละพรรค ให้นำคะแนนที่แต่ละพรรคได้รับการเลือกตั้งมารวมกันทั้งประเทศ แล้วคำนวณเพื่อแบ่งจำนวนผู้ที่จะได้รับเลือกของแต่ละพรรค (เดิม เข้าสูตรคำนวณหา ส.ส. พึงมีได้)

ทิศทางการลงมติ

ปัจจุบันรัฐบาลผสม 18 พรรค ครองที่นั่งในสภาล่าง 268 เสียง ขณะที่ 7 พรรคฝ่ายค้าน บวก 1 เสียงจากนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส. พรรคเศรษฐกิจใหม่ มีเสียงรวมกัน 212 เสียง อย่างไรก็ตามมี ส.ส. บางส่วนสนับสนุนขั้วตรงข้ามกับพรรคการเมืองของตนในการลงมติสำคัญ ๆ ซึ่งถูกสื่อมวลชนขนานนามว่า "ส.ส. งูเห่า" หรือ "ส.ส. ฝากเลี้ยง"

สำหรับพรรคการเมืองที่ประกาศสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ได้แก่ พรรคเพื่อไทย (พท.) ซึ่งมี ส.ส. อยู่ 134 เสียง พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) มี 119 เสียง และพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) มี 48 เสียง

ส่วนพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) 12 เสียง เปิดให้สมาชิกฟรีโหวต แต่มีแนวโน้มโหวตรับร่าง เช่นเดียวกับพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) ที่มีอยู่ 4 เสียง

นั่นเท่ากับว่าจะได้รับเสียงสนับสนุนจากสภาล่างอย่างน้อย 317 เสียง


ขณะที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ซึ่งเหลือ 59 เสียงในสภา หลังศาลสั่ง 2 ส.ส. พัทลุงหยุดปฏิบัติหน้าที่ระหว่างรอพิจารณาคดีเสียบบัตรแทนกัน มีมติให้งดออกเสียงตั้งแต่วาระที่ 1 ถึง 3

ส่วนพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ที่มี 53 เสียง แม้สนับสนุนกับการกลับไปใช้บัตรเลือกตั้งแบบ 2 ใบ แต่ไม่เห็นด้วยกับวิธีคำนวณคะแนนตามร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้

แต่สำหรับกลุ่มที่ประกาศโหวตคว่ำร่างรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจนคือพรรคเสียงเดียว โดยให้เหตุผลว่าการกลับไปใช้ระบบอย่างรัฐธรรมนูญ 2540 จะทำให้เกิด "เผด็จการรัฐสภา" ทั้งนี้พรรคที่ร่วมแถลงจุดยืนไม่รับร่างในวาระที่ 3 ประกอบด้วย พรรคพลังชาติไทย (ได้คะแนนเกินเกณฑ์ ส.ส. พึงมีได้ 1 คน) และอีก 6 "พรรคจิ๋ว" อันหมายถึงพรรคที่ได้ ส.ส. จากการปัดเศษทศนิยมตามสูตรคิดคำนวณหายอด ส.ส. พึงมีภายใต้รัฐธรรมนูญ 2560 ได้แก่ พรรคเพื่อชาติไทย, พรรคครูไทยเพื่อประชาชน, พรรคประชาธรรมไทย, พรรคพลเมืองไทย, พรรคประชาธิปไตยใหม่, พรรคพลังธรรมใหม่ และพรรคไทรักธรรม

ด้าน ส.ว. 250 คน ก็ปล่อยให้ฟรีโหวต ซึ่งปรากฏว่ามีทั้งฝ่ายสนับสนุนและคัดค้านการใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ แม้ ส.ว. สายใกล้ชิดกับ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ จะออกมาส่งสัญญาณว่าพร้อมโหวตรับร่างรัฐธรรมนูญก็ตาม เพราะเคยผ่านร่างในวาระ 1 และ 2 มาแล้ว แต่ก็มีสมาชิกบางส่วนกังวลว่าอาจทำให้ "ระบอบทักษิณ" หวนกลับมา นอกจากนี้ยังมี ส.ว. สายทหารที่เป็นเพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร (ตท.) รุ่น 12 ของ พล.อ. ประยุทธ์ออกมาระบุว่าจะลงมติไม่รับร่าง

แต่ประเด็นหลักที่ทำให้ ส.ว. และ ส.ส. บางส่วนต้องตัดสินใจไม่รับร่าง หรืองดออกเสียง เป็นเพราะเกรงว่าจะขัดรัฐธรรมนูญ เนื่องจากมีความพยายามเพิ่มเนื้อหาในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในชั้น กมธ. ที่เกินกว่าร่างที่รัฐสภามีมติรับหลักการในวาระที่ 1 และอาจมีผู้ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยหลังจากนี้ หากลงมติเห็นชอบไป อาจทำให้เกิดผลกระทบตามมาหลังจากนี้

รัฐธรรมนูญ 2560 เปิดทางให้ ส.ส. ส.ว. หรือสมาชิกทั้งสองสภารวมกันไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 มีสิทธิเข้าชื่อกันเสนอประธานสภาให้ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ก่อนที่นายกฯ จะนำร่างขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย

ย้อนเส้นทางแก้รัฐธรรมนูญ 2560

ความพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยแบ่งออกเป็น 2 ยกใหญ่

ยกแรก รัฐสภาพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 7 ฉบับ ทว่าถูกเสียงส่วนใหญ่ในรัฐสภาตีตกไป 5 ฉบับ ตั้งแต่พิจารณาวาระที่ 1 ขั้นรับหลักการ เมื่อ 18 พ.ย. 2563 ในจำนวนนี้มีร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับ "5 ยกเลิก 5 แก้ไข" เสนอโดยโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) หรือที่รู้จักในชื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนรวมอยู่ด้วย

ส่วน 2 ฉบับที่รัฐสภามีมติรับหลักการคือ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพื่อเปิดทางตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่มี ส.ส. พรรคร่วมรัฐบาลเป็นเจ้าของร่าง และอีกฉบับมี ส.ส. พรรคร่วมฝ่ายค้านเป็นเจ้าของร่าง จากนั้นเมื่อเข้าสู่ชั้นคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ได้ยึดร่างของรัฐบาลเป็นร่างหลัก และผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาในวาระ 2 ซึ่งเป็นการพิจารณารายมาตรา เมื่อ 25 ก.พ. 2564 แต่แล้วร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว ก็ถูกโหวตคว่ำกลางสภาในระหว่างพิจารณาในวาระที่ 3 ซึ่งเป็นการขอความเห็นชอบทั้งฉบับ ทำให้ความพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับตเองสิ้นสุดลง ทั้งนี้คนในสภาบางส่วนให้เหตุผลว่าต้องการยุติข้อถกเถียงต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ให้ทำประชามติก่อนว่าประชาชนประสงค์จะให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่

ย้อนดูไฮไลท์การประชุมสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญยกแรก

ผลการลงมติในวาระที่ 1 เมื่อ 18 พ.ย. 2563
BBC
ผลการลงมติในวาระที่ 1 เมื่อ 18 พ.ย. 2563

ยกสอง รัฐสภาพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมล็อตใหม่อีก 13 ฉบับ ซึ่งเป็นการเสนอแก้ไขรายประเด็น ไม่ใช่แก้ไขทั้งฉบับ แต่ถึงกระนั้นมีเพียงร่างเดียวที่มีหัวหน้า ปชป. เป็นเจ้าของร่าง ที่ผ่านความเห็นชอบในวาระที่ 1 เมื่อ 24 มิ.ย. 2564 และวาระที่ 2 เมื่อ 25 ส.ค. 2564 ก่อนกลับเข้ารัฐสภาเพื่อพิจารณาวาระที่ 3 ในวันที่ 9 ก.ย. 2564

ย้อนดูไฮไลท์การประชุมสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญยกสอง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ แก้รัฐธรรมนูญ : ประวิตรสั่งลูกพรรคโหวตเห็นชอบวาระ 3 ส่วน ส.ว. ยังเสียงแตก
ข่าวที่เกี่ยวข้อง