ธรรมนัส พรหมเผ่า: ประมวลความเคลื่อนไหวนายกฯ-พลังประชารัฐ-สภา หลังปลดธรรมนัส-นฤมล

10 ก.ย. 2564 - 21:30 น.

กว่า 48 ชั่วโมงผ่านไปหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรี มีผลตั้งแต่เวลา 01.00 น. ของวันที่ 8 ก.ย. แต่ปฏิกิริยา แรงกระเพื่อม คำถามถึงเบื้องหลังการปลดหรือลาออก รวมทั้งอนาคตของรัฐบาลและพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

หลังจาก พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมพูดถึงกรณีนี้เป็นครั้งแรกเย็นเมื่อวานนี้ (9 ก.ย.) ว่า “ยังไงเขาก็ไม่อยู่แล้ว จะมายังไง จะไปยังไง ผมไม่ตอบ” และ “ไม่ได้แจ้งใครทั้งสิ้น มันอยู่ที่ผม ผมทำของผม…เหตุผลของผมก็คือเหตุผลของผม” นายกฯ ตอบคำถามสื่อมวลชนในประเด็นนี้เป็นครั้งที่ 2 วันนี้ (10 ก.ย.) โดยอ้างถึงมาตรา 171 ของรัฐธรรมนูญปี 2560 ถึง 2 ครั้ง

ครั้งแรก ผู้สื่อข่าวถามว่าได้มีการพูดคุยหรือเคลียร์กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้า พปชร. แล้วใช่หรือไม่นายกฯ ตอบว่า “เคลียร์เรื่องอะไร ไปดูมาตรา 171”

และเมื่อผู้สื่อข่าวถามต่ออีกว่าการปลด 2 รัฐมนตรีทำให้เขาสบายใจขึ้นแล้วใช่หรือไม่เรื่องการเมือง พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “สบายใจมาตลอด…เป็นเรื่องที่นายกฯ ต้องปรับเปลี่ยนอะไรบ้างเพื่อให้เกิดผลดีต่อการบริหารราชการแผ่นดิน รัฐธรรมนูญเขียนไว้แล้วในมาตรา 171”

เมื่อวานนี้ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ได้หยิบยกกฎหมายข้อนี้มาอ้างแล้วครั้งหนึ่ง เพื่ออธิบายข้อสงสัยของสื่อว่าการพ้นจากตำแหน่งของ ร.อ. ธรรมนัสเป็นเรื่องของการ “ปลด” หรือ “ลาออก” กันแน่ โดยนายวิษณุอธิบายว่า เป็นการปลดออกจากตำแหน่ง เนื่องจากในตัวพระบรมราชโองการได้มีการอ้างรัฐธรรมนูญ มาตรา 171 บัญญัติไว้ว่า “พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอํานาจในการให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี ตามที่นายกรัฐมนตรีถวายคําแนะนํา”

บีบีซีไทยประมวลความเคลื่อนไหวในรอบวันหลังการปลด 2 รัฐมนตรีที่สร้างความฮือฮามากที่สุดครั้งหนึ่งในรอบ 2 ปีกว่าของรัฐบาลประยุทธ์

พปชร.

ร.อ. ธรรมนัสยังเป็นเลขาธิการ พปชร. แต่สถานการณ์ในพรรคก็คงกระอักกระอ่วนไม่น้อยหลังจากที่เขาประกาศในการแถลงข่าววานนี้ว่าจะไม่ไปเหยียบที่ทำการ พปชร. อีก “ไม่ชอบ ไม่อยากฝืนใจตัวเอง” และบอกอีกว่าถ้าใจมันไม่อยู่ ใครจะมาบังคับก็ไม่ได้

วันที่ 8 ก.ย. ซึ่งเป็นวันที่ ร.อ. ธรรมนัสอ้างว่าตั้งใจจะยื่นจดหมายลาออกจากตำแหน่ง รมช. และหนึ่งวันก่อนที่เขาจะประกาศไม่ไปเหยียบที่ทำการพรรค เพจเฟซบุ๊กของ พปชร. โปรโมทภารกิจของเลขาฯ พรรคว่า “รมช. ธรรมนัส ลั่นฆ้อง พปชร. พร้อมศึกเลือกตั้งท้องถิ่น”

โดยในวันนั้น ร.อ. ธรรมนัสเปิดเผยว่ากรรมการบริหารพรรคกำลังเตรียมประชุมเร็ว ๆ นี้ เพื่อกำหนดทิศทางการรับมือการเลือกตั้งท้องถิ่น โดยเฉพาะองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสะท้อนความเดือดร้อนของประชาชนถึงรัฐบาล

FACEBOOK/พลังประชารัฐ
เพจเฟซบุ๊กของ พปชร. โปรโมทภารกิจของ ร.อ. ธรรมนัส หนึ่งวันก่อนที่เขาจะประกาศไม่ไปเหยียบที่ทำการพรรคอีก

หลังการปลด ร.อ. ธรรมนัสและนางนฤมล ยังไม่มีความเคลื่อนไหวหรือท่าทีที่เป็นทางการจาก พปชร. ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ ส.ส. ส่วนใหญ่เข้าร่วมการประชุมสภาฯ มีเพียงนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว. ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) และกรรมการบริหาร พปชร. ที่ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว

นายสุชาติซึ่งเป็นกรรมการบริหาร พปชร. กล่าวก่อนเข้าประชุมว่าขณะนี้ยังไม่รู้ว่า ร.อ. ธรรมนัสจะลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการพรรคหรือไม่ หรือจะมีใครลาออกจากตำแหน่งอื่น ๆ หรือไม่ แต่เขาไม่คิดว่าจะมีผลกระทบต่อพรรค เพราะ ส.ส. ทุกคนรู้บทบาทหน้าที่ เคารพมติพรรค และที่สำคัญคือมี พล.อ. ประวิตร หัวหน้าพรรคเป็น “ศูนย์รวมจิตใจ” และมี พล.อ. ประยุทธ์เป็นนายกฯ ส่วนจะมีการปรับโครงสร้างพรรคหรือไม่อย่างไรก็ขึ้นอยู่กับหัวหน้าพรรค

“ทุกคนที่มาอยู่กับพรรคนี้ เพราะพรรคเสนอชื่อคนเดียว คือ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ผมจึงเชื่อว่าไม่มีอะไร การเมืองก็ปรับเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ เหมือนเราเปลี่ยนผู้บริหารบริษัท ลักษณะคล้ายกัน ส่วนจะมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพรรคหรือไม่นั้น ผมยังไม่ทราบและยังไม่ถึงเวลา” นายสุชาติกล่าวและบอกอีกว่า

คำพูดนายกฯ
BBC

นายสุชาติกล่าวอีกว่า พปชร. มีความเหนียวแน่น แข็งแรงและสามัคคีกัน บางคนอาจสนิทสนมกันแต่ไม่ได้หมายความว่าต้องแบ่งเป็นกลุ่มเป็นก๊วน เพราะ พปชร. มีหัวหน้าพรรคที่ทุกคนให้ความเคารพ ในส่วนของเลขาธิการพรรค หลังเปลี่ยนจากนายอนุชา นาคาศัย มาเป็น ร.อ. ธรรมนัส ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร เพราะหัวหน้าพรรคยังเป็น พล.อ. ประวิตร

ผู้สื่อข่าวถามว่า หาก ร.อ. ธรรมนัสลาออกไป คิดว่าจะมีกลุ่มก๊วนใดตามออกไปบ้างหรือไม่ นายสุชาติคิดว่าไม่มี


“วันนี้ท่าน (ร.อ. ธรรมนัส) ก็ยังอยู่ในพรรคพลังประชารัฐ และผมคิดว่าผู้แทนทุกคนที่มาอยู่กับพรรค มาอยู่เพราะเลือกนายกฯและหัวหน้าพรรคลุงป้อม ไม่ได้มาเพราะ ร.อ.ธรรมนัส เป็นหัวหน้าพรรค…ยืนยันว่าไม่มีประเด็นในเรื่องนี้” นายสุชาติกล่าว

ด้านนายชัยวุฒิกล่าวในฐานะกรรมการบริหาร พปชร. ว่าสถานการณ์ในพรรคยังคงเป็นปกติ และยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งใด ๆ ภายในพรรค โดยเฉพาะตำแหน่งเลขาธิการพรรคของ ร.อ.ธรรมนัส

เขากล่าวอีกว่าการปลดรัฐมนตรีในครั้งนี้จะไม่สั่นคลอนความมั่นคงของรัฐบาล ซึ่งเชื่อว่าจะอยู่ครบวาระ 4 ปี และมองว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่เมื่อทำงานร่วมกันไม่ได้ ก็ต้องมีการปรับเปลี่ยน

กระทรวงเกษตรฯ

ร.อ. ธรรมนัสเข้าทำงานวันแรกที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2562 พร้อมกับนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว. เกษตร จากพรรคประชาธิปัตย์ และ รมช. อีก 2 คน คือ นางมนัญญา ไทยเศรษฐ์ จากพรรคภูมิใจไทย และนายประภัตร โพธสุธน จากพรรคชาติไทยพัฒนา ทำให้กระทรวงเกษตรฯ เป็นกระทรวงที่มีรัฐมนตรี 4 คนจาก 4 พรรค

ร.อ. ธรรมนัสได้รับมอบหมายจากนายเฉลิมชัยให้ดูแล 4 หน่วยงานคือ กรมฝนหลวงและการบินเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน สำนักงานการปฏิรูปที่ดิน เพื่อเกษตรกรรม และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร

ผลงานล่าสุดของ ร.อ. ธรรมนัสคือการผลักดันโครงการปลูกฟ้าทะลายโจร 1 ล้านต้นในพื้นที่ ส.ป.ก. เพื่อเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรจากความต้องการฟ้าทะลายโจรที่มีคุณสมบัติรักษาผู้ป่วยโควิด-19

หลังจาก ร.อ. ธรรมนัสพ้นตำแหน่ง กระทรวงเกษตรฯ ก็จะเหลือ รมช. 2 คน คือนางมนัญญาและนายประภัตร

วันนี้ (10 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวถามนายประภัตรที่รัฐสภาถึงความเคลื่อนไหวในกระทรวงเกษตรฯ หลัง ร.อ.ธรรมนัสพ้นตำแหน่ง นายประภัตรกล่าวว่าขณะนี้ยังไม่ถึงเวลาที่จะพูดเรื่องการแบ่งงานกันใหม่ระหว่างรัฐมนตรี และยังไม่ได้คุยเรื่องนี้กับนายเฉลิมชัย รมว. เกษตรฯ

ผู้สื่อข่าวถามว่าขณะนี้กระทรวงเกษตรฯ จะเหลือรัฐมนตรี 3 คนจะมีผลกระทบต่อการทำงานหรือไม่ นายประภัตรกล่าวว่า เรื่องนี้พูดไม่ได้เลย แล้วแต่ท่านนายกฯ เมื่อถามว่าได้รับการส่งสัญญาณเรื่องการ ปรับ ครม.หรือไม่ นายประภัตร กล่าวว่า ไม่มีสัญญาณอะไรเลย

สภาผู้แทนราษฎร

ร.อ. ธรรมนัสไม่ปรากฏตัวที่รัฐสภาในการลงมตินัดสำคัญวันนี้ (10 ก.ย.) ภายหลังถูกปลดพ้นเก้าอี้รัฐมนตรีพร้อม “คู่หู” อย่างนางนฤมล

การประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ (มาตรา 83 และมาตรา91) ในวาระที่ 3 วันนี้ (10 ก.ย.) เกิดขึ้นหลังมีความเปลี่ยนแปลงใหญ่ในรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อมีคำสั่งปลด 2 กรรมการบริหาร พปชร. พ้นเก้าอี้รัฐมนตรี

ในระหว่างแถลงเปิดใจกับสื่อมวลชนเมื่อ 9 ก.ย. ร.อ. ธรรมนัส เลขาธิการ พปชร. กล่าวยืนยัน จะยกมือลงมติสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ตามแนวทางของพรรค

ทว่าเมื่อถึงเวลาลงมติในวันนี้ (10 ก.ย.) เจ้าหน้าที่เรียกชื่อ ร.อ. ธรรมนัส เพื่อให้ลงมติ แต่ปรากฏเพียงความเงียบแทนการขานมติจาก ส.ส.พะเยา พปชร. รายนี้

นอกจาก ร.อ. ธรรมนัสจะหายไป นายเอกราช ช่างเหลา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พปชร. ซึ่งเป็นคนสนิทของผู้กองธรรมนัส และนายวัฒนา ช่างเหลา ส.ส.ขอนแก่น พปชร. ก็ไม่ปรากฏชื่อในการลงมติด้วย ขณะที่นายจีรเดช ศรีวิราช ส.ส.พะเยา พปชร. ร่วมลงมติเห็นชอบกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ

+++++++++

ข่าว BBCไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ข่าวสด เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ ธรรมนัส พรหมเผ่า: ประมวลความเคลื่อนไหวนายกฯ-พลังประชารัฐ-สภา หลังปลดธรรมนัส-นฤมล
ข่าวที่เกี่ยวข้อง