อัฟกานิสถาน : จากคนไร้บ้านสู่ทหารในภารกิจคาบูล ทำไมเขาจากไทยไปเป็นทหารอเมริกัน

13 ก.ย. 2564 - 10:58 น.

“ผมออกมา วันที่ระเบิดพอดี” ชายหนุ่มเชื้อชาติไทยที่กลายเป็นทหารอเมริกัน เล่าให้บีบีซีไทยฟังผ่านการสนทนาทางแอปพลิเคชันไลน์ ถึง เหตุการณ์ระเบิดฆ่าตัวตายที่สนามบินกรุงคาบูล อัฟกานิสถานในช่วง 18.00 น. ของ 26 ส.ค. ตามเวลาท้องถิ่น ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 170 คน รวมถึงเจ้าหน้าที่กองทัพสหรัฐฯ 13 นาย

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

“ไทเลอร์” วัย 39 ปี ผู้ไม่ขอเปิดเผยชื่อไทยคือหนึ่งในทหารอเมริกันหลายพันนายที่ถูกส่งเข้าไปในอัฟกานิสถานตั้งแต่กลางเดือน ส.ค. เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการอพยพประชาชนชาวอเมริกันและชาวอัฟกันที่ทำงานกับสหรัฐฯ ออกจากประเทศ หลังกลุ่มตาลีบันเข้ายึดครองอัฟกานิสถาน และประกาศขีดเส้นตายให้สหรัฐฯ ถอนทหารภายใน 31 ส.ค. ท่ามกลางความสับสนวุ่นวายที่สนามบินกรุงคาบูล

TYLER’S HANDOUT

“วันนั้น ไม่นานหลังผมมาถึงคูเวต ก็มีรายงานข่าวในค่ายของเราว่าเกิดระเบิดขึ้นแล้ว” นายทหารยศสิบเอก ตำแหน่งหัวหน้าชุดหมู่ปืนเล็ก กองพันลาดตระเวนระยะไกล สังกัดหน่วยพลร่มที่ 82 กองทัพบก สหรัฐฯ เล่าด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

หน่วยพลร่มที่ 82 ตั้งอยู่ที่ฟอร์ตแบรกก์ ฐานทัพของกองทัพสหรัฐฯ ในรัฐนอร์ทแคโรไลนา และเป็นหนึ่งในฐานทัพทหารที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีกำลังพลประมาณ 54,000 นาย ซึ่งช่วงเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา กองร้อยส่งทางอากาศของไทยได้ส่งกำลังพลกว่าร้อยนายเดินทางไปร่วมการฝึกกระโดดร่มทางยุทธศาสตร์กับกองทัพบกสหรัฐฯ

US AIR FORCE HANDOUT
โลงศพของทหารอเมริกัน 13 นายที่เสียชีวิตในเหตุระเบิดสนามบินคาบูลถูกคลุมด้วยธงชาติสหรัฐฯ วางเรียงอยู่บนเครื่องบินลำเลียง C17 จากอัฟกานิสถานกลับสู่สหรัฐฯ

เตรียมพร้อม

ไทเลอร์เล่าว่าหน่วยพลร่มของเขาได้รับคำสั่งเมื่อวันที่ 13 ส.ค. ให้เตรียมพร้อมรับภารกิจ ให้มาพักคอยที่สนามบินของค่ายฟอร์ตแบรก จนช่วง 15.00 น. ของวันที่ 15 ส.ค. ตามเวลาสหรัฐฯ จึงปฏิบัติการเคลื่อนย้ายกำลังทางเครื่องบิน “ซึ่งที่ตั้งหน่วยอยู่ ได้เข้าร่วมภารกิจอพยพผู้คนออกจากอัฟกานิสถานเมื่อ 16 ส.ค.”

หน่วยที่เกี่ยวข้องต้องเตรียมกำลังพล เครื่องมือ ยุทโธปกรณ์ เช่น รถฮัมวีติดปืน 15 คัน ตู้คอนเทนเนอร์ประมาณ 3 ตู้ ขนส่งไปพร้อมกัน โดยแต่ละส่วนจะนำของมารวมกันเพื่อเอามาใช้ด้วยกันและลำเลียงขึ้นเครื่องบิน C17 รวมถึงเครื่องบินโดยสารที่ขนย้ายทหาร ชุดไหนที่ไปเครื่องลำเลียงก็จะตรงไปลงที่สนามบินในกรุงคาบูล แต่ที่เป็นเครื่องโดยสารก็จะไปเปลี่ยนเครื่อง C17 ที่คูเวตอีกที

เขาเล่าว่าเมื่อถึงคาบูล เขายังไม่มีข้อมูลอะไรมาก หน่วยเหนือยังไม่มีคำสั่งชัดเจน จึงต้องรอ ทราบแต่ว่าเป็นภารกิจอพยพผู้คนออกจากพื้นที่ความขัดแย้ง หรือ NEO (Noncombatant Evacuation Operations) ทีมของเขาได้รับมอบหมายในการดูแลความปลอดภัยสนามบิน

“ในช่วงที่เราไป ก็เริ่มอพยพไปแล้ว แต่ที่เราต้องไปเพราะเริ่มมีข่าวกรองในเรื่องของระยะเวลากระชั้นชิดมาก เริ่มเอาไม่ไหว เลยทำให้เรียกพวกเราไป เพราะถ้าไม่เร่งด่วนจริง พวกเราก็คงไม่ได้ออกไป พอไปถึงจะมีคนดูแลรักษาความปลอดภัยในพื้นที่อยู่แล้วเราก็เข้าไปสับเปลี่ยนกำลัง”

ปกติภารกิจหลักของทีมของเขา คือ การแทรกซึมเข้าไปในดินแดนข้าศึก เฝ้าตรวจพื้นที่ปฏิบัติการ รวบรวมข่าวสารสำคัญ และเป้าหมายที่หน่วยเหนือกำหนด โดยใช้กำลังพลที่ผ่านการฝึกมาเป็นพิเศษ และการใช้ยุทโธปกรณ์พิเศษ ได้แก่ โดรน ดาวเทียม หรือกล้องตรวจการณ์ระยะไกลจะอยู่แถวสนามบิน เหมือนเป็นหน่วยเฝ้าระวังของพลร่ม ต้องออกไปขยายรัศมีนอกสนามบิน แต่ครั้งนี้คำสั่งให้ปฏิบัติการ NEO ในพื้นที่สนามบิน รวมถึงการประสานงานรัฐบาลอัฟกานิสถาน มีคำสั่งตามลงมาในเรื่องการอพยพ มีทีมเจ้าหน้าที่ในการจัดลำดับ ทำหลักฐาน เอกสารต่าง ๆ ไว้แล้ว ส่วนทีมเขาก็ดูแลในการเคลื่อนย้ายคนเพื่อขึ้นเครื่อง ไล่ตั้งแต่ ทหารสหรัฐฯ เจ้าหน้าที่สถานทูต และพลเรือน

ไทเลอร์ยอมรับว่า สถานการณ์ในขณะนั้นเสี่ยง เพราะไม่รู้ว่าใครเป็นใคร ก่อนเกิดเหตุระเบิด 1-2 วัน มีข่าวกรองเข้ามาว่า จะมีการลอบวางระเบิด มีการโจมตี และมีรายงานต่อเนื่องจนกระทั่งอีก 2-3 ชม. ก่อนระเบิด ก็มีการเตือนตลอด แต่ไม่รู้จุดไหน เพราะเหตุการณ์โดยรอบวุ่นวาย ไม่รู้ว่าใครเป็นใคร จนเกิดระเบิดคร่าชีวิตพลเรือนอัฟกันนับร้อย รวมทั้งทหารบก ทหารเรือ และนาวิกโยธินของสหรัฐฯ

“ก็ใจหายอยู่ เพราะหลายคนก็เห็น ๆ หน้ากัน เคยแซวกัน มีทหารนายหนึ่งก็มาจากฟอร์ตแบรกก์ แต่มาจากกองพันที่ 8”

Explosion in Kabul A view of the damaged caused at the scene of a rocket attack near the Hamid Karzai International airport, in Kabul, Afghanistan, 29 August 2021. The process of withdrawing the 5,000 United States military personnel deployed to Kabul"s airport for the evacuation of Americans and Afghan allies is under way in the face of "very real" threats of additional attacks such as the one two days ago that left some 200 people dead, the Pentagon said 28 August. More than 117,000 people have departed from the Kabul airport since the "massive military, diplomatic, security and humanitarian undertaking" began following the fall of the capital to the Taliban on August.
EPA
สภาพซากรถที่ถูกจรวดถล่มใส่ใกล้สนามบินนานาชาติในกรุงคาบูล เมื่อ 29 ส.ค. 2021

มาเป็นทหารอเมริกันได้อย่างไร

หลังเหตุการณ์รัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 การแบ่งฝักฝ่ายทางการเมืองยังมีอยู่ การประท้วงตามท้องถนนยังไม่จบ ไทเลอร์เลือกระงับการเรียนในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ออกมาทำงาน แต่เศรษฐกิจไม่ดี ถูกโกง เขาไม่เห็นอนาคตที่สดใสข้างหน้า จึงตัดสินใจออกเดินทางเพื่อแสวงหาโอกาสใหม่ให้ชีวิต จึงเลือกมาสหรัฐอเมริกา และโชคดีที่ได้วีซ่าเข้าประเทศ

เมื่อปี 2011 เขาบินจากลอสแอนเจลิส มาหาเพื่อนในนครนิวยอร์กทั้งที่มีเงินติดตัวไม่มาก สุดท้ายเงินหมด ต้องนอนตามข้างทาง สวนสาธารณะ ใต้สะพาน กลายเป็นคนไร้บ้านอยู่หลายเดือน ระหว่างนั้นมีคนช่วยเหลือ เอาอาหาร เงิน มาให้บ้าง จนกระทั่งได้ความช่วยเหลือจากหญิงไทยสัญชาติอเมริกันคนหนึ่งซึ่งเขาเรียกว่า “คุณป้า” จนได้ทำงานที่ร้านอาหารในรัฐนิวเจอร์ซีย์ ชีวิตจึงเริ่มดีขึ้นในระยะเวลา 1 ปีเศษ

หลังชีวิตดีขึ้น เขาได้พบรักกับหญิงชาวอเมริกัน จนแต่งงานกัน ทำให้เข้าได้สิทธิอยู่อาศัยถาวรหรือกรีนการ์ด แต่ในภายหลังก็เลิกกัน ทว่า เขายังสามารถถือกรีนการ์ดต่อไปได้ จนนำไปสู่ความพยายามในการสมัครเข้าเป็นทหารในกองทัพสหรัฐฯ

“ช่วง homeless… มีแต่คนอเมริกันที่ช่วยเหลือ… เลยทำให้รู้สึกว่าอยากจะตอบแทนประเทศนี้ ซึ่งสำหรับผมที่ไทยคือ motherland แต่ที่นี่คือ homeland ของผม”

ไทเลอร์เล่าว่า เขาต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการเตรียมตัวสอบ ทั้งเรียนพิเศษ และศึกษาคำศัพท์นับพันคำ อีกทั้งคำปรามาสจากเพื่อนรุ่นน้องคนไทย จึงทำให้เกิดแรงฮึดในการฝึกฝน ผ่านการทำข้อสอบถึง 3 ครั้ง ระหว่างปี 2556-2559 กว่าจะเข้าเป็นทหารได้

หลังสอบได้ เขาถูกส่งเข้ารับการอบรมพื้นฐานและพลร่มรวม 22 สัปดาห์ที่ศูนย์ฝึก ฟอร์ตแจ็กสัน รัฐเซาท์แคโรไลนา ก่อนไปฝึกต่อที่โรงเรียนพลร่มที่ฟอร์ตแบรกก์ ในรัฐนอร์ทแคโรไลนา

ด้วยการเข้ารับราชการที่อายุมากกว่าเพื่อนร่วมรุ่น มีวุฒิภาวะมากกว่า ทำให้เขาเติบโตในราชการได้รวดเร็ว จากพลทหารขึ้นเป็นสิบโทในเวลาเพียง 2 ปี ผ่านภารกิจสำคัญทั้งในคูเวต อิรัก และ อัฟกานิสถาน รวมทั้งช่วยตำรวจดูแลฝูงชนในประเทศในช่วงการประท้วง Black Live Matter ด้วย

เมื่อถามว่า ทำไมเลือกเป็นทหาร หน่วยพลร่มที่ 82 เพราะดูแล้วภารกิจค่อนข้างเสี่ยง ไทเลอร์กล่าวว่า “ผมคิดว่าไหน ๆ ก็ได้เข้ามาแล้ว ก็เต็มที่ พอผมได้โอกาสเข้ามา ก็อยากทำให้เต็มที่เหมือนให้น้อง ๆ รุ่นหลังเห็นว่าคนไทยก็ไปได้ไกล เหมือนบางทีเราแบกฝันคนอื่นไว้ อยากลองดูสักตั้ง เมื่อตอนที่ผมเข้ามาผมไม่รู้จักใครเลย แต่ตอนนี้รู้จักคนไทยในกองทัพสหรัฐฯ หลายคน”

TYLER’S HANDOUT
ไทเลอร์ขณะพักผ่อนรอปฏิบัติภารกิจ

อนาคตข้างหน้า

ไทเลอร์เล่าว่า การเข้าเป็นทหารในกองทัพบกสหรัฐฯ ของเขาเป็นไปในลักษณะของการทำสัญญา 4 ปีแรก และหลังจากนั้นจึงต่อสัญญารายปี สามารถขอย้ายหน่วย โดยผ่านกระบวนการคัดเลือกทดสอบตามขั้นตอน ปลายปีนี้เขากำลังจะหมดสัญญา จึงตั้งใจที่จะเปลี่ยนหน่วยเพื่อเข้ารับประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่มองไว้ คือ 160th SOAR เป็นหน่วยบินปฏิบัติการพิเศษ ใช้เฮลิคอปเตอร์แบบโจมตีบินโจมตีทางอากาศต่อที่หมายภาคพื้น และสนับสนุนทางยุทธวิธีให้กับหน่วยปฏิบัติการพิเศษ หรือหน่วยตอบโต้สถานการณ์ฉุกเฉิน ตามภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก หรือไม่ก็สมัครเป็นทหารในหน่วยรบพิเศษสหรัฐฯ ที่มีภารกิจคือ การปฏิบัติการโดยตรง การต่อต้านการก่อการร้าย และ ช่วยเหลือตัวประกัน

ทั้ง 2 ทางเลือกนี้ ต้องผ่านกระบวนการคัดเลือกและทดสอบตามขั้นตอนก่อน โดยหมุดหมายต่อไปเขาอยากมาประจำการที่ฐานทัพสหรัฐฯ ที่เกาะโอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น นอกจากนี้เขายังมีอีกทางเลือก คือ ออกจากทหารแล้วมาเป็นตำรวจ ซึ่งตอนนี้ เขาได้รับการติดต่อให้ไปสัมภาษณ์งานกับ สำนักงานตำรวจของนครลอสแอนเจลิส

TYLER’S HANDOUT

รายได้ สวัสดิการ และการยอมรับจากสังคม

ไทเลอร์เล่าว่า เขาได้รับค่าตอบแทน ประมาณ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน รวมค่าบ้านให้คนมีลูก หรือมีครอบครัว หรือมีลูกติด มีค่าห่างไกลครอบครัว มีค่าตอบแทนเวลาไปต่างประเทศ ได้รับยกเว้นภาษี ได้วันหยุดเดือนละ 1.5 วัน สะสมวันหยุดต่อเนื่องได้ไม่เกิน 60 วัน มีประกันชีวิตวงเงินกว่า 400,000 ดอลลาร์สหรัฐในกรณีที่เสียชีวิต มีประกันสุขภาพให้ครอบครัว

“อย่างถ้าลูกผมกลับไทย ผมก็โอนชื่อเขากลับไทย ซึ่งเขาก็จะสามารถเข้าโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำได้” ไทเลอร์กล่าว

“ภูมิใจทุกครั้งที่สวมเครื่องแบบทหารสหรัฐ ทุกคนให้เกียรติทหารมาก ๆ รวมไปจนถึงครอบครัว เช่น เวลาเราเดินไปไหนมาไหนถ้าเขารู้ว่าเราเป็นทหาร เขาจะเข้ามาจับมือ หรือไม่ก็พูดว่า Thank you for your service. We appreciate it.”

……………

ข่าว BBCไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ข่าวสด เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ อัฟกานิสถาน : จากคนไร้บ้านสู่ทหารในภารกิจคาบูล ทำไมเขาจากไทยไปเป็นทหารอเมริกัน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง