โควิด-19 : ประเทศไหนบ้างที่กำลังให้วัคซีนแก่เด็ก และทำไม

15 ก.ย. 2564 - 01:20 น.
  • จิม รีด
  • ผู้สื่อข่าวสุขภาพ

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

ยุโรป อังกฤษ สหรัฐฯ และอีกหลายประเทศเริ่มให้วัคซีนโรคโควิด-19 แก่เด็กแล้วแม้จะเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงน้อยก็ตาม

เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ของสหราชอาณาจักรแนะนำให้เด็ก ๆ อายุระหว่าง 12-15 ปี สามารถรับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ได้ โดยเป็นวัคซีนไฟเซอร์ 1 โดส และจะเริ่มโครงการเชิญชวนเข้ารับการฉีดวัคซีนในสัปดาห์หน้า แต่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง

แผนการนี้เกิดขึ้นตามคำแนะนำของหัวหน้าเจ้าหน้าที่การแพทย์ของสหราชอาณาจักร ซึ่งระบุว่า การให้วัคซีนแก่เด็กจะช่วยลดผลกระทบทางการศึกษาลง

อย่างไรก็ดี ยังไม่มีการยืนยันว่าจะมีการให้วัคซีนแก่เด็กในสกอตแลนด์, เวลส์ และไอร์แลนด์เหนือหรือไม่

หัวหน้าเจ้าหน้าที่การแพทย์ 4 คน ของสหราชอาณาจักร แนะนำเมื่อวานนี้ (13 ก.ย.) ว่า แม้เด็กอายุ 12-15 ปี จะมีความเสี่ยงต่ำในการติดเชื้อ แต่เมื่อพิจารณาหลายปัจจัยร่วมด้วย เช่น ผลกระทบทางการศึกษา ก็เห็นสมควรที่จะให้ได้รับวัคซีน 1 โดส

ขณะที่หลายประเทศได้เริ่มการให้วัคซีนแก่เด็กและวัยรุ่นไปได้สักพักหนึ่งแล้ว แต่วิธีการอาจจะแตกต่างกันไป

เกิดอะไรขึ้นบ้างในยุโรป

เมื่อเดือน พ.ค. สำนักงานการแพทย์ยุโรป (European Medicines Agency–EMA) ได้อนุมัติวัคซีนไฟเซอร์สำหรับเด็กอายุ 12-15 ปี และประเทศต่าง ๆ ในสหภาพยุโรป ก็ได้เริ่มให้วัคซีนแก่เด็กนับตั้งแต่นั้น

เดนมาร์ก (12-15 ปี) และสเปน (12-19 ปี) ต่างให้วัคซีนแก่ประชากรเด็กส่วนใหญ่แล้วอย่างน้อย 1 โดส

ฝรั่งเศสได้ให้วัคซีนแก่เด็ก 12-17 ปี จำนวน 1 โดสแล้วคิดเป็นสัดส่วน 66% และให้วัคซีนครบโดสแล้ว 52%

ในเดือน ต.ค. นี้ หนังสือรับรองสุขภาพ หรือ Health Pass ของฝรั่งเศส จะขยายครอบคลุมถึงคนอายุต่ำกว่า 18 ปี ทำให้วัยรุ่นทุกคนจำเป็นต้องแสดงหลักฐานการได้รับวัคซีนหรือผลการตรวจหาเชื้อโรคโควิดที่เป็นลบเพื่อเข้าไปในสถานที่ต่าง ๆ เช่น โรงภาพยนตร์, พิพิธภัณฑ์, ภัตตาคาร และศูนย์การค้า ได้

ในเดือน มิ.ย. ที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์ของเยอรมนี แนะนำว่าควรจะให้วัคซีนแก่เด็กอายุ 12-15 ปี ที่มีปัญหาสุขภาพ แต่ในเดือน ส.ค. หลังจากที่เชื้อกลายพันธุ์เดลตาเริ่มแพร่ระบาดเพิ่มมากขึ้น ก็ได้ขยายการให้วัคซีนแก่ทุกคนที่อายุมากกว่า 12 ปี

ในสวีเดน เด็กอายุ 12-15 ปี มีสิทธิ์ได้รับวัคซีน หากเป็นโรคปอด โรคหอบหืดรุนแรง หรือมีปัญหาด้านสุขภาพที่มีความเสี่ยงสูง ในนอร์เวย์ ซึ่งไม่ใช่ส่วนหนึ่งของสหภาพยุโรป เพิ่งขยายการให้วัคซีนครอบคลุมเด็กอายุ 12-15 ปี แต่จะให้เพียงโดสแรกเท่านั้น และจะมีการตัดสินใจต่อไปว่า จะให้โดสที่ 2 หรือไม่

สหรัฐฯ บังคับฉีดวัคซีน

ในเดือน พ.ค. หน่วยงานกำกับดูแลของแคนาดาและสหรัฐฯ อนุมัติให้ฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้แก่เด็กอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไปได้ จากนั้นก็เริ่มมีการให้วัคซีนแก่เด็กตามจุดต่าง ๆ ทั่วสหรัฐฯ ทันที โดยจะให้ 2 โดส ทิ้งช่วงห่างกัน 3 สัปดาห์

ในปลายเดือน ก.ค. เด็กอายุ 12-17 ปี ราว 42% ได้รับวัคซีนไฟเซอร์หรือโมเดอร์นาโดสแรกแล้ว และ 32% ได้รับวัคซีนโดสที่ 2 แล้ว

การผลักดันให้ฉีดวัคซีนให้แก่เด็กเกิดขึ้นในช่วงที่สหรัฐฯ ต้องเผชิญกับจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นจากเชื้อกลายพันธุ์เดลตา

พยาบาลฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้แก่เด็กชายที่โรงเรียนในรัฐฟลอริดา
Getty Images
พยาบาลฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้แก่เด็กชายที่โรงเรียนในรัฐฟลอริดา

รายงานล่าสุดของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติของสหรัฐฯ ระบุว่า จำนวนเด็กที่เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลเพราะป่วยเป็นโควิดในรัฐที่มีอัตราการให้วัคซีนต่ำ สูงกว่ารัฐอื่น ๆ 3.4-3.7 เท่า

คณะกรรมการโรงเรียนในสหรัฐฯ บางแห่ง ได้ลงมติบังคับให้เด็กอายุ 12 ปีขึ้นไป ต้องได้รับการฉีดวัคซีน จึงจะอนุญาตให้เข้าชั้นเรียน แม้ว่ามีพ่อแม่เด็กบางส่วนคัดค้าน

ในนครลอสแอนเจลิส เพิ่งออกคำสั่งฉีดวัคซีน ซึ่งครอบคลุมนักเรียน 600,000 คน ส่วนในนครนิวยอร์ก เจ้าหน้าที่ในโรงเรียนต้องรับวัคซีน แต่ไม่บังคับนักเรียน

ไฟเซอร์ได้เริ่มทดสอบวัคซีนป้องกันโรคโควิดในเด็กที่อายุน้อยลงด้วย โดยคาดว่าผลการทดสอบครั้งแรกในเด็กอายุระหว่าง 5-11 ปี จะออกมาในเดือน ก.ย. ส่วนผลการทดสอบในเด็กทารกอายุ 6 เดือน ไปจนถึง 4 ปี คาดว่าจะออกตามมาในช่วงสิ้นปีนี้

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ ประกาศก่อนหน้านี้ว่าจะให้วัคซีนในกลุ่มเด็กที่อายุน้อยลง หลังจากหน่วยงานกำกับดูแลได้ตรวจสอบข้อมูลการทดลองทางการแพทย์แล้ว

จีนอนุมัติฉีดวัคซีนแก่เด็กอายุ 3 ปีขึ้นไป

ในเดือน มิ.ย. จีนเริ่มเสนอให้วัคซีนที่ผลิตโดยซิโนแวคแก่เด็กอายุ 3-17 ปีบางส่วน ทำให้จีนกลายเป็นประเทศแรกที่อนุมัติการให้วัคซีนในเด็กกลุ่มอายุดังกล่าว

จีนได้กำหนดเป้าหมายคร่าว ๆ ว่า ต้องการให้วัคซีนครอบคลุม 80% ของประชากร 1.4 พันล้านคนให้ได้ภายในสิ้นปีนี้ ตัวเลขนี้จะเป็นไปไม่ได้ถ้าไม่มีการให้วัคซีนแก่เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี

ตามหลักการแล้ว จีนไม่ได้บังคับให้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด แต่รัฐบาลท้องถิ่นบางแห่งบอกกับนักเรียนว่า จะไม่ได้รับอนุญาตให้กลับไปโรงเรียนในภาคการศึกษานี้ ถ้าคนในครอบครัวทุกคนยังได้รับวัคซีนไม่ครบ 2 โดส

มีการใช้วัคซีนซิโนแวคอย่างแพร่หลายในอีกหลายประเทศในเอเชีย, แอฟริกา และอเมริกาใต้ด้วย

ในชิลี ได้อนุมัติให้ใช้วัคซีนนี้ในเด็กอายุตั้งแต่ 6 ขวบขึ้นไป ขณะที่ทางบริษัทเพิ่งเริ่มการทดลองทางการแพทย์เพื่อทดสอบการให้วัคซีนในเด็กในแอฟริกาใต้อายุตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 17 ปี

นักเรียนในเมืองหนานจิง ประเทศจีน เข้าแถวเพื่อรับวัคซีนป้องกันโรคโควิดที่โรงเรียน
Getty Images
นักเรียนในเมืองหนานจิง ประเทศจีน เข้าแถวเพื่อรับวัคซีนป้องกันโรคโควิดที่โรงเรียน

อินเดีย ให้วัคซีนแก่ผู้ใหญ่ก่อน

เชื่อว่าอินเดียมีประชากรเด็กและเยาวชนมากที่สุดในโลก โดยองค์การยูนิเซฟประเมินตัวเลขไว้ที่ราว 253 ล้านคน ข้อมูลล่าสุดจากการสำรวจทางวิทยาเซรุ่มแห่งชาติ ระบุว่าตั้งแต่เกิดการระบาดใหญ่ มีเด็กราว 60% สัมผัสกับไวรัสโคโรนาแล้ว และน่าจะมีการสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นบางส่วนจากการติดเชื้อที่ผ่านมา

ในเดือน ส.ค. หน่วยงานกำกับดูแลยาของอินเดียได้อนุมัติการใช้งานฉุกเฉินวัคซีนตัวใหม่ที่พัฒนาขึ้นโดยไซดุส คาลิลา (Zydus Cadila) บริษัทยาในประเทศ ให้แก่เด็กอายุ 12 ปีขึ้นไป ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่มีการให้วัคซีนครอบคลุมประชากรวัยเด็ก

โดยเด็กต้องได้รับวัคซีนนี้ซึ่งเป็นชนิดฉีดแบบไร้เข็ม แยกกัน 3 โดส และบริษัทหวังว่าจะเริ่มการทดลองในเด็กที่อายุ 2 ขวบขึ้นไปในเร็ว ๆ นี้

ที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์ของรัฐบาลอินเดียระบุว่า การให้วัคซีนแก่เด็กอายุ 12-17 ปี ที่มีปัญหาทางสุขภาพร้ายแรง อาจเริ่มขึ้นในเดือน ต.ค. แต่การให้วัคซีนที่ครอบคลุมมากกว่านั้นจะเกิดขึ้นหลังจากที่โครงการให้วัคซีนในผู้ใหญ่ในอินเดียซึ่งตั้งเป้าว่าจะเสร็จสิ้นในปลายปีนี้

………..

ข่าว BBCไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ข่าวสด เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ โควิด-19 : ประเทศไหนบ้างที่กำลังให้วัคซีนแก่เด็ก และทำไม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง