เกาหลีเหนือ : ทำไมการปล่อยขีปนาวุธร่อนของรัฐบาลเปียงยางทำให้หลายชาติกังวล

18 ก.ย. 2564 - 18:04 น.

เมื่อต้นสัปดาห์นี้ เกาหลีเหนือประกาศว่าประสบความสำเร็จในการทดสอบการปล่อยขีปนาวุธร่อนพิสัยไกลที่มีขีดความสามารถในการโจมตีพื้นที่ส่วนใหญ่ของญี่ปุ่นได้

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

ขีปนาวุธร่อน (cruise missiles) ต่างจากขีปนาวุธทิ้งตัว (ballistic missiles) มันสามารถเปลี่ยนทิศทางและหักเลี้ยวได้ระหว่างการเดินทาง ทำให้โจมตีเป้าหมายได้จากมุมที่คาดเดาไม่ได้

การทดสอบนี้แสดงให้เห็นว่า เกาหลีเหนือยังคงพยายามที่จะพัฒนาวิธีการที่ซับซ้อนและหลากหลายต่าง ๆ เพื่อให้สามารถปล่อยอาวุธนิวเคลียร์ได้

เป็นที่ชัดเจนว่าในช่วงการระบาดใหญ่ การเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติหลายครั้ง และความยากลำบากของภาวะเศรษฐกิจในประเทศ แทบไม่เป็นอุปสรรคต่อเกาหลีเหนือในป้องกันอาวุธนิวเคลียร์ซึ่งเกาหลีเหนือให้ความสำคัญอย่างมากได้เลย

การทดสอบที่ประสบความสำเร็จครั้งล่าสุด ทำให้เกิดคำถามหลายข้อขึ้นว่า ทำไมเกาหลีเหนือจึงทำการทดสอบในช่วงนี้ การทดสอบนี้มีความสำคัญอย่างไร และมันบอกอะไรเราบ้างเกี่ยวกับการจัดลำดับความสำคัญของเกาหลีเหนือ

สื่อเกาหลีเหนือเผยแพร่ภาพการปล่อยขีปนาวุธร่อนชนิดใหม่
KCNA
สื่อเกาหลีเหนือเผยแพร่ภาพการปล่อยขีปนาวุธร่อนชนิดใหม่

รัฐบาลเกาหลีเหนือยังไม่เปลี่ยนเป้าหมาย

เกาหลีเหนือกำลังพัฒนาขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์ของประเทศ ทั้งในแง่ปริมาณและคุณภาพ นับตั้งแต่ มี.ค. 2019

นับตั้งแต่กลับจากการประชุมสุดยอดที่ล้มเหลวในเดือน ก.พ. 2019 กับอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ในกรุงฮานอยของเวียดนาม คิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ก็ได้แสดงความแน่วแน่ในการลงทุนด้านการป้องกันอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือต่อไป และเดินหน้ายุทธศาสตร์กลาโหมแห่งชาติ “พึ่งพาตัวเอง”

แต่ทำไมเกาหลีเหนือเลือกที่จะทำเช่นนี้ ทั้งที่ก็เผชิญกับการขาดแคลนอาหารและวิกฤตเศรษฐกิจที่รุนแรง

มันตอบสนองต่อเป้าหมายหลายอย่างของเกาหลีเหนือ

ภายในประเทศ การทดสอบเหล่านี้ช่วยสนับสนุนสิ่งที่นายคิมบอกว่า พยายามที่จะพึ่งพาตัวเองในการป้องกันประเทศและเป็นการเพิ่มขวัญกำลังใจด้วย

ในทางปฏิบัติ ขีดความสามารถใหม่ของขีปนาวุธร่อนเหล่านี้ ทำให้การวางแผนของศัตรูเกาหลีเหนือยุ่งยากขึ้น เพราะต้องต่อกรกับขีดความสามารถใหม่เหล่านี้

ต่างจากขีปนาวุธทิ้งตัว ขีปนาวุธร่อนสามารถบในระดับต่ำและเข้าโจมตีเป้าหมายอย่างช้า ๆ

ขีปนาวุธร่อนที่เกาหลีเหนือทดสอบเมื่อไม่นานนี้ เดินทางเป็นระยะราว 1,500 กม. ใช้เวลาเดินทางราว 2 ชั่วโมงเศษ

ในการเดินทางในระยะทางเดียวกัน ขีปนาวุธทิ้งตัวจะใช้เวลาเป็นหลักนาทีเท่านั้น แต่การที่เกาหลีเหนือสนใจในขีปนาวุธร่อนอาจจะเป็นเพราะ จะเพิ่มความยากให้ศัตรูในการตรวจจับการปล่อยและการสกัดขีปนาวุธชนิดนี้

คิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ
Reuters
เกาหลีเหนือยังพัฒนาอาวุธอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ขับเจ้าหน้าที่ตรวจสอบของ IAEA ออกจากประเทศ

การทดสอบเหล่านี้เผยให้เห็นว่า แม้ว่าจะยอมรับอย่างเปิดเผยถึงความยากลำบากของประเทศ นายคิม ก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์ของเขาก็ต่อ

หากเกาหลีเหนือไม่เปลี่ยนแปลงภารกิจที่ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก หรือสหรัฐฯ ไม่สามารถดำเนินการทางการทูตได้อย่างประสบความสำเร็จ คาดว่า รัฐบาลเกาหลีเหนือก็น่าจะยังคงพัฒนาขีดความสามารถนี้ต่อไป

การที่เกาหลีเหนือทดสอบระบบอาวุธนี้ในช่วงเวลานี้ มีอะไรที่เป็นข้อน่าสังเกตหรือไม่


การเปิดตัวระบบอาวุธนี้ และการทดสอบน่าจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับนโยบายใด โดยเฉพาะของรัฐบาลโจ ไบเดน หรือการครบรอบ 20 ปี เหตุโจมตีสหรัฐฯ เมื่อ 11 กันยายน 2001 ซึ่งตรงกับช่วงที่มีการทดสอบครั้งล่าสุด

ขีดความสามารถในการบรรทุกนิวเคลียร์

ในบรรดาความกังวลสำคัญของเกาหลีใต้, ญี่ปุ่น และประชาคมโลกคือ การที่สื่อเกาหลีเหนือเรียกขีปนาวุธที่ถูกทดสอบใหม่ว่า “อาวุธยุทธศาสตร์”

คำนี้มักหมายความว่า รัฐบาลเกาหลีเหนือหวังว่า จะติดหัวรบนิวเคลียร์กับอาวุธนี้

ไม่มีระบบขีปนาวุธร่อนใด ๆ ก่อนหน้านี้ในเกาหลีเหนือที่ถูกบอกเป็นนัยว่า จะใช้ติดหัวรบนิวเคลียร์มาก่อน

แต่การพัฒนาขีปนาวุธหล่าเหล่านี้ ก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าประหลาดใจ

นายคิม เคยประกาศในเดือน ม.ค. 2021 ว่า กำลังพัฒนาระบบขีปนาวุธดังกล่าวอยู่

เขายังบอกเป็นนัยด้วยว่า ระบบขีปนาวุธนี้อาจถูกใช้ในอนาคต ซึ่งอาจมีความสามารถในการส่งหัวรบนิวเคลียร์ได้

เรารู้อะไรอีกบ้างเกี่ยวกับขีปนาวุธเหล่านี้

ขีปนาวุธร่อนทำหน้าหน้าที่ต่างไปจากขีปนาวุธทิ้งตัว ซึ่งเกาหลีเหนือเพิ่งทดสอบในอีก 2 วันต่อจากนั้น

มติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติได้ห้ามเกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธทิ้งตัว แต่ไม่ได้ห้ามขีปนาวุธร่อน

นี่เป็นเพราะคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเห็นว่า มันมีความเสี่ยงมากกว่า เพราะมันสามารถบรรทุกวัตถุที่มีขนาดใหญ่กว่าและทรงพลังกว่า มีพิสัยไกลกว่าและบินได้เร็วกว่าขีปนาวุธร่อน

แต่ต่างจากขีปนาวุธทิ้งตัว ซึ่งมีข้อจำกัดในการดำเนินการขั้นสุดท้ายของการเดินทาง สิ่งที่บรรทุกอยู่ในขีปนาวุธทิ้งตัวจะร่วงลงสู่ผิวโลก แต่ขีปนาวุธร่อนสามารถเปลี่ยนทิศทางและหักเลี้ยวได้ ทำให้สามารถโจมตีเป้าหมายจากมุมที่คาดเดาไม่ได้

ขณะที่การบินในระดับต่ำของขีปนาวุธร่อน ทำให้ระบบเรดาร์ภาคพื้นดิน มักจะตรวจจับขีปนาวุธเหล่านี้ได้เฉพาะในช่วงสุดท้ายของการบิน ซึ่งขีปนาวุธได้ร่อนลงต่ำมาก และพยายามที่จะสกัดขีปนาวุธในช่วงนั้นให้สำเร็จ

ขีปนาวุธร่อนไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่ของเกาหลีเหนือ เป็นเวลาหลายปีแล้วที่เกาหลีเหนือได้ทดสอบและพัฒนาขีปนาวุธร่อนโจมตีเรือที่มีต้นแบบมาจากโซเวียต

อย่างไรก็ตาม ขีปนาวุธที่ถูกทดสอบเมื่อไม่นานนี้ มีพิสัยไกลกว่าขีปนาวุธร่อนรุ่นเก่า

ขีปนาวุธร่อนเหล่านี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความพยายามของเกาหลีเหนือเท่านั้น

ขณะที่ผู้อำนวยการใหญ่ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (International Atomic Energy Agency—IAEA) ประเมินเมื่อไม่นานนี้ว่า รัฐบาลเกาหลีเหนือได้กลับมาเดินเครื่องเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่ยองบยอน ซึ่งเป็นการบ่งชี้ว่า จะมีการผลิตแร่พลูโตเนียมสำหรับใช้ในอาวุธนิวเคลียร์อีกครั้ง

การทดสอบขีปนาวุธทิ้งตัวในอีกไม่กี่วันหลังจากการทดสอบขีปนาวุธร่อน เป็นการเน้นย้ำถึงความเป็นไปได้ที่เกาหลีเหนือได้กลับมาดำเนินการพัฒนาขีปนาวุธต่อ มีการทดสอบและประเมินผลต่อไป

อันคิต พันดา เป็นนักวิจัยอาวุโสโครงการนโยบายนิวเคลียร์ที่มูลนิธิคาร์เนกีเพื่อสันติภาพระหว่างประเทศ (Carnegie Endowment for International Peace)

……………….

ข่าว BBCไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ข่าวสด เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ เกาหลีเหนือ : ทำไมการปล่อยขีปนาวุธร่อนของรัฐบาลเปียงยางทำให้หลายชาติกังวล
ข่าวที่เกี่ยวข้อง