ใครคือผู้สืบทอดตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเยอรมนี หลัง “อังเกลา แมร์เคิล” อำลาการเมือง

25 ก.ย. 2564 - 12:38 น.

การแข่งขันเพื่อชิงตำแหน่งผู้นำเยอรมนีคนใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว แต่อิทธิพลของนางอังเกลา แมร์เคิล ซึ่งเพิ่งวางมือจากเวทีการเมืองไป หลังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมายาวนานถึง 16 ปี ทำให้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะมีผู้สมัครคนใดคนหนึ่งก้าวขึ้นมาฉายแววโดดเด่นเทียบชั้นเธอได้

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

ในการเลือกตั้งทั่วไปที่จะมีขึ้นในเดือนก.ย.นี้ น่าสงสัยว่าพรรคการเมืองและผู้นำพรรคคนใดจะสามารถเอาชนะใจประชาชนชาวเยอรมัน จนคว้าคะแนนเสียงข้างมากไปครองได้สำเร็จ

สามตัวเต็งว่าที่ผู้นำเยอรมนีคนใหม่
Getty Images
สามตัวเต็งว่าที่ผู้นำเยอรมนีคนใหม่ (จากซ้าย) โอลาฟ ชอลซ์, อันนาเลนา แบร์บอก, อาร์มิน ลาเชต

อาร์มิน ลาเชต พรรคสหภาพคริสเตียนเดโมแครต (CDU)

อันที่จริงนายลาเชตนั้นจัดว่าเป็นตัวเต็ง ในฐานะว่าที่ผู้นำเยอรมนีคนใหม่ เนื่องจากเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งหัวหน้าพรรคสหภาพคริสเตียนเดโมแครตหรือซีดียูต่อจากนางแมร์เคิลโดยตรง แต่ดูเหมือนว่าเส้นทางสู่เก้าอี้นายกรัฐมนตรีของเขาจะไม่ราบรื่นนัก เนื่องจากปัญหาเรื่องภาพลักษณ์และจุดยืน ซึ่งในระยะหลังเริ่มผิดแปลกไปจากความเป็นฝ่ายอนุรักษ์นิยมแบบกลาง-ขวา ของพรรคซีดียูอย่างมาก

อาร์มิน ลาสเชต
Getty Images

นายลาเชตอายุ 60 ปี สมรสแล้วและมีบุตร 3 คน เขาเติบโตในครอบครัวคนงานเหมืองแร่ที่นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกอย่างเคร่งครัด ก่อนจะเข้าสู่เส้นทางอาชีพทนายความและลงเล่นการเมืองในที่สุด ปัจจุบันเขายังดำรงตำแหน่งผู้นำของรัฐนอร์ทไรน์-เวสต์ฟาเลีย (NRW) ซึ่งเป็นแหล่งอุตสาหกรรมที่มีจำนวนประชากรสูงสุดของประเทศอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม คะแนนนิยมของนายลาเชตนั้นไม่ค่อยดีนัก เนื่องจากแผนจัดการวิกฤตโควิดในรัฐ NRW ของเขาค่อนข้างย่ำแย่และไม่คงเส้นคงวา ในขณะที่พรรคซีดียูและแนวร่วมคือพรรคซีเอสยู (CSU) ของรัฐบาวาเรียก็กำลังมีคะแนนเสียงตกต่ำเพราะปัญหาโรคระบาดอยู่ด้วยเช่นกัน โดยผลสำรวจล่าสุดพบว่ามีผู้ลงคะแนนให้พรรคซีดียูเพียง 23% ตามหลังพรรค SPD ซึ่งเป็นคู่แข่งฝ่ายกลาง-ซ้ายอยู่เล็กน้อย

เมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา นายลาเชตถูกจับได้ว่าแสดงกิริยาหัวเราะขบขัน ระหว่างที่ประธานาธิบดีเยอรมนีขึ้นกล่าวไว้อาลัยที่เมืองแห่งหนึ่ง ซึ่งก่อนหน้านี้เมืองดังกล่าวถูกทำลายด้วยเหตุน้ำท่วมครั้งรุนแรง เหตุการณ์นี้ทำให้ผลสำรวจคะแนนเสียงล่าสุดของนายลาเชตเองตกลงมาก โดยมีผู้เห็นว่าเขาควรเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปเพียง 20% เท่านั้น

การที่คะแนนนิยมของนายลาเชตตกต่ำลงในหมู่ผู้ออกเสียงฝ่ายกลาง-ขวา ทำให้เขาตัดสินใจสลัดภาพลักษณ์ “ทายาท” ผู้สืบทอดนโยบายเดินสายกลางของนางแมร์เคิล และเริ่มมีท่าทีโน้มเอียงไปทางฝ่ายอนุรักษ์นิยมที่เป็นขวาเต็มตัวมากขึ้น ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่าเป็นกลยุทธ์ที่ใช้แสวงหาเสียงสนับสนุนเพิ่มเติมจากกลุ่มการเมืองใหม่ ๆ แต่ก็เป็นแผนการที่มีความเสี่ยงจะล้มเหลวได้

อันนาเลนา แบร์บอก พรรคกรีน

อันนาเลนา แบร์บอก
Getty Images

ในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งนี้ นางแบร์บอกถือเป็นผู้ท้าชิงตำแหน่งผู้นำเยอรมนีเพียงคนเดียวที่เป็นหญิง ทั้งยังเป็นผู้นำคนแรกของพรรคกรีนที่มีโอกาสนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีอีกด้วย แม้หนทางสู่การเป็นผู้นำประเทศของเธอจะมีความเป็นไปได้ต่ำสุดในบรรดาตัวเต็งสามคนแรกก็ตาม

นางแบร์บอกอายุ 40 ปี มีบุตรสาว 2 คน เธอเคยเป็นนักกีฬาแทรมโพลีนระดับแชมป์ รวมทั้งสำเร็จการศึกษาด้านกฎหมายและการเมืองจากนครฮัมบูร์กและกรุงลอนดอนของสหราชอาณาจักร ก่อนจะเข้าทำงานเป็นตัวแทนพรรคกรีนในสภายุโรป ปัจจุบันเธอเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรติดต่อกันหลายสมัยมานานถึง 8 ปีแล้ว

แม้จะไม่เคยดำรงตำแหน่งระดับรัฐมนตรีมาก่อน แต่นางแบร์บอกชี้ว่านี่คือข้อดีของเธอ เนื่องจากยังไม่ได้แปดเปื้อนมลทินทางการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องที่บรรดาผู้นำมักมีอุดมการณ์มุ่งรักษา “สถานะดั้งเดิม” เอาไว้ จนการเมืองเยอรมันไม่พัฒนาไปไหนเสียที


นโยบายของนางแบร์บอกนั้นมุ่งเน้นการแก้ปัญหาครอบครัวและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นประเด็นที่ผู้ออกเสียงเลือกตั้งของเยอรมนีเริ่มให้ความสำคัญมากขึ้น ทำให้พรรคกรีนมีคะแนนนิยมเพิ่มสูงกว่าเดิมมาก จนขยับไปอยู่ที่ 25% ซึ่งจะทำให้มีโอกาสเข้าร่วมในรัฐบาลผสมชุดใหม่ได้ค่อนข้างแน่นอน

โอลาฟ ชอลซ์ พรรคโซเชียลเดโมแครต (SPD)

โอลาฟ ชอลซ์
Getty Images

แม้จะเป็นผู้นำจากพรรคคู่แข่งสำคัญของพรรคซีดียู แต่นายชอลซ์นั้นถือได้ว่าเป็นทายาทผู้สืบทอดอุดมการณ์ของนางแมร์เคิลอย่างแท้จริง ความสำเร็จของเขาในฐานะรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีคลังในรัฐบาลของนางแมร์เคิล ทำให้ชาวเยอรมันเกือบ 50% ไว้วางใจให้เขาเป็นผู้นำคนต่อไปในการสำรวจหยั่งเสียงครั้งล่าสุด

นายชอลซ์เคยดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาหลายสมัย และเคยเป็นนายกเทศมนตรีนครฮัมบูร์กระหว่างปี 2011-2018 นอกจากเขาจะแก้ปัญหาการเงินของเมืองสำคัญแห่งนี้ได้สำเร็จแล้ว ในฐานะรัฐมนตรีคลังคนล่าสุด เขายังเป็นผู้ผลักดันงบฉุกเฉิน 750,000 ล้านยูโร เพื่อช่วยเหลือแรงงานและธุรกิจต่าง ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิดอีกด้วย

ผลงานในอดีตและบุคลิกที่เคร่งขรึมน่าเชื่อถือ ทำให้ประชาชนมองว่าเขาคือผู้ที่ “ไว้วางใจได้” ในการสืบสานนโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ซึ่งจะทำให้ความมั่นคงและเสถียรภาพที่มีมาโดยตลอดในยุคของนางแมร์เคิลดำเนินต่อไป

ในบรรดาผู้ฝักใฝ่สังคมนิยมหรือฝ่ายกลาง-ซ้ายด้วยกันเองแล้ว นายชอลซ์นั้นถือว่ามีจุดยืนโน้มเอียงไปทางอนุรักษ์นิยมมากอยู่ ทำให้เขาสามารถแสดงตัวเป็นทายาทของนางแมร์เคิลที่เป็นฝ่ายตรงข้ามในเชิงอุดมการณ์ได้ รวมทั้งชนะใจคนเยอรมันส่วนใหญ่ที่มักมีจุดยืนทางการเมืองเป็นสายกลางด้วย

คริสเตียน ลินด์เนอร์ หัวหน้าพรรคฟรีเดโมแครต (FDP)
AFP

ผู้ท้าชิงจากพรรคการเมืองอื่น ๆ

นอกจากตัวเต็งหลักจาก 3 พรรคข้างต้นแล้ว ยังมีผู้ลงชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีที่น่าจับตาจากพรรคอื่น ๆ อยู่อีกด้วย เช่นนายคริสเตียน ลินด์เนอร์ หัวหน้าพรรคฟรีเดโมแครต (FDP) ซึ่งเป็นตัวแทนของฝ่ายเสรีนิยมที่ส่งเสริมเศรษฐกิจแบบตลาดเสรี คำขวัญของเขาคือการทำให้เยอรมนี “ทันสมัยยิ่งขึ้น มีความเป็นดิจิทัลมากขึ้น และเปิดเสรียิ่งกว่าเดิม”

ในอดีตพรรค FDP มีแนวโน้มที่จะร่วมงานกับพรรคอื่นในรัฐบาลผสมได้ไม่ดีนัก โดยนายลินด์เนอร์ดูจะมีความหยิ่งทะนงและมั่นใจในตนเองจนเกินไป แต่ในการเลือกตั้งครั้งนี้ซึ่งผลสำรวจคะแนนนิยมล่าสุดชี้ว่าเขาได้รับเสียงสนับสนุนที่ 11% นายลินด์เนอร์ดูมีท่าทีอ่อนลงและดูเหมือนว่าพร้อมจะร่วมมือกับพรรคอื่น ๆ มากกว่าที่ผ่านมา

AFP
ผู้นำพรรค AfD อาจไม่มีโอกาสได้เข้าร่วมรัฐบาลชุดใหม่

ส่วนพรรค AfD หรือพรรคทางเลือกฝ่ายขวาจัดแห่งเยอรมนี ซึ่งยึดถือนโยบายชาตินิยมโดยต่อต้านการรับผู้อพยพและการเข้าร่วมเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปนั้น เริ่มมีคะแนนนิยมลดลงเรื่อยมาตั้งแต่ก่อนการระบาดของโรคโควิด-19 ซ้ำยังแสดงท่าทีคัดค้านการล็อกดาวน์และมาตรการป้องกันโรคต่าง ๆ ทำให้เชื่อได้ว่าพรรค AfD น่าจะไม่มีโอกาสเข้าร่วมรัฐบาลในครั้งนี้ เช่นเดียวกับพรรค Die Linke ฝ่ายซ้ายตกขอบที่ต่อต้านกลุ่มพันธมิตร NATO ซึ่งอาจไม่ได้ที่นั่งในสภามากเท่าใดนัก

……………..

ข่าว BBCไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ข่าวสด เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ ใครคือผู้สืบทอดตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเยอรมนี หลัง “อังเกลา แมร์เคิล” อำลาการเมือง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง