สัตว์ป่า : นักกิจกรรมชี้ต้นกำเนิดโควิดที่ยังเป็นปริศนาอาจส่งผลให้เกิดการบริโภคสัตว์ป่าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้น

29 ก.ย. 2564 - 10:13 น.

นักเคลื่อนไหวด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติและพนักงานสืบสวนกล่าวกับบีบีซีว่า การที่ยังหาข้อสรุปเกี่ยวกับต้นกำเนิดของโควิด-19 ไม่ได้ อาจทำให้ผู้คนกลับมาบริโภคสัตว์ป่าจากตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกครั้ง

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ผู้บริโภคสัตว์ป่าแต่เดิมในภูมิภาคเริ่มรู้สึกไม่มั่นใจกับการบริโภคผลิตภัณฑ์จากสัตว์ป่าทั้งที่ถูกกฎหมายและผิดกฎหมายในช่วงหลังจากเริ่มมีการระบาดใหญ่ในปี 2019

เจษฎา ทวีกาญจน์ ผู้จัดการโครงการต่อต้านการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย ของกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (World Wild Fund for Nature—WWF) เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า ผู้คนกำลังลืมเรื่องความเชื่อมโยงที่เป็นไปได้ระหว่างสัตว์ป่ากับโควิด และก็ไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก

เจษฎาระบุด้วยว่า ความกลัวว่าจะติดเชื้อไวรัสจากการบริโภคสัตว์ป่าอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้วไม่มีแล้ว และตลาดค้าสัตว์ป่าก็ยังมีการซื้อขายกันอย่างต่อเนื่องในช่วงการระบาดใหญ่

ผู้เชี่ยวชาญของ Traffic ซึ่งเป็นองค์กรระหว่างประเทศที่ตรวจสอบการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย มีข้อมูลที่สอดคล้องกัน

“เนื่องจากการขาดข้อสรุปที่มีหลักฐานเกี่ยวกับต้นกำเนิดของการระบาดใหญ่ ผู้คนดูเหมือนจะไม่กังวลเกี่ยวกับการบริโภคสัตว์ป่าแล้วในตอนนี้” บุย ทุย งา จาก Traffic ในเวียดนามกล่าว

สัตว์แพทย์ช่วยนำลูกเสือดาวออกมาอาบแดดในเวียดนาม
Getty Images
เมื่อไม่นานนี้ ได้มีการช่วยชีวิตเสือและลูกเสือดาวหลายตัวจากฟาร์มผิดกฎหมายในหลายจังหวัดของเวียดนาม

ยังไม่เคยมีการสำรวจหรือการศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมผู้บริโภคเกี่ยวข้องกับภาวะไร้ข้อสรุปของต้นกำเนิดโควิด-19

มีรายงานว่า สำนักงานข่าวกรองของสหรัฐฯ มีความเห็นแตกต่างกันว่า ไวรัสนี้มาจากการแพร่เชื้อจากสัตว์สู่มนุษย์ หรือเกิดจากอุบัติเหตุจากห้องปฏิบัติการ

นักวิทยาศาสตร์หลายคนเชื่อว่า อาจจะต้องใช้เวลาวิจัยนานหลายปีก่อนที่จะได้ข้อสรุปที่แน่นอน

ขณะที่นักเคลื่อนไหวและเจ้าหน้าที่ตรวจสอบระบุว่า มีหลักฐานว่า ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ป่ารวมถึงที่ผิดกฎหมายด้วย ยังคงมีการซื้อขายกันอย่างต่อเนื่องในช่วงการระบาดใหญ่

“เมื่อ 9 ก.ย. เจ้าหน้าที่ทางการมาเลเซียยึดนอแรดและชิ้นส่วนของนอแรดได้ 50 ชิ้น จากรถคันหนึ่งใกล้กับสนามบินนานาชาติกรุงกัวลาลัมเปอร์ และจับกุมชาย 2 คน นี่คือการยึดนอแรดครั้งใหญ่ที่สุดของมาเลเซียนับตั้งแต่ปี 2018” Traffic ระบุในแถลงการณ์

เอลิซาเบธ จอห์น เจ้าหน้าที่ฝ่ายสื่อสารอาวุโสของ Traffic เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า “แม้ว่า ยังไม่เคยมีการศึกษาเกี่ยวกับการบริโภค การลักลอบค้าผลิตภัณฑ์สัตว์ป่าก็ไม่เคยหยุดลง ไม่ว่าจะมีการระบาดใหญ่หรือไม่”

ลดราคาผลิตภัณฑ์สัตว์ป่า

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า มีผลิตภัณฑ์สัตว์ป่าทั้งที่ถูกกฎหมายและผิดกฎหมายที่ถูกกักตุนสะสมไว้เพิ่มขึ้น เพราะข้อจำกัดที่เกี่ยวข้องกับโควิดในประเทศที่มีตลาดค้าผลิตภัณฑ์เหล่านี้ เช่น จีน เวียดนาม และลาว

ประเทศเหล่านี้เป็นแหล่งที่มีการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายจำนวนมากมานานหลายปี

A giant flying squirrel being sold in the market of Khammoune province of Lao PDR Iin July
WWF Greater Mekong
พบผลิตภัณฑ์และชิ้นส่วนจากสัตว์ป่าผิดกฎหมายเกือบ 80,000 ชิ้น วางขายอยู่ใน 5 ประเทศในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่างในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

คณะกรรมการความยุติธรรมเพื่อสัตว์ป่า (Wildlife Justice Commission–WJC) ซึ่งเป็นองค์กรเอกชนระหว่างประเทศที่ทำงานต่อต้านอาชญากรรมสัตว์ป่าข้ามชาติ ระบุในรายงานที่เผยแพร่ในปี 2020 ว่า ผู้ลักลอบค้าบางส่วนได้เสนอส่วนลดในผลิตภัณฑ์สัตว์ป่าผิดกฎหมายเพื่อระบายของที่ตกค้างอยู่จำนวนมาก

พนักงานสืบสวนระบุว่า ยังคงมีการกักตุนต่อเนื่องในปีนี้เช่นกัน เพราะว่าข้อจำกัดในการข้ามพรมแดนระหว่างประเทศต่าง ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

“ราคาร่วงลงอีกครั้ง เพราะผู้ลักลอบค้า กำลังลังเลที่จะเก็บผลิตภัณฑ์จำนวนมากไว้ ซึ่งเสี่ยงต่อการที่จะถูกตรวจพบและถูกปรับมหาศาล” ซาราห์ สโตนเนอร์ เจ้าหน้าที่สอบสวนอาวุโสของ WJC กล่าว

WJC ระบุว่า ข่าวกรองที่ได้รับมาทำให้เจ้าหน้าที่ทางการในไนจีเรียอายัดเกล็ดตัวนิ่มไว้ได้มากกว่า 7,000 กิโลกรัม และงาช้างเกือบ 900 กิโลกรัม ที่กำลังถูกส่งออกจากเมืองลากอสไปยังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในเดือน ก.ค. ปีที่แล้ว

จากรายงานของ Traffic ที่เผยแพร่ในปีนี้ พบผลิตภัณฑ์และชิ้นส่วนสัตว์ป่าผิดกฎหมายเกือบ 78,000 ชิ้น วางขายในร้านมากกว่า 1,000 แห่งตามเมืองต่าง ๆ ใน 5 ประเทศภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่าง ได้แก่ กัมพูชา ลาว เวียดนาม เมียนมา และไทย ตลอดปี 2019 และ 2020

“พบชิ้นส่วนและผลิตภัณฑ์จากสัตว์หลากหลายชนิด…รวมถึงหมี เสือ นกชนหิน ตัวนิ่ม แรด และเลียงผา แต่พบงาช้างมากที่สุด”


การค้าเสือผิดกฎหมายในเวียดนาม

เจ้าหน้าที่ทางการเวียดนามยึดเสือ 17 ตัว จากฟาร์มเสือผิดกฎหมายแห่งหนึ่งในจังหวัดเหงะอานเมื่อเดือน ส.ค. ปีที่แล้ว
Vietnam Police
เจ้าหน้าที่ทางการเวียดนามยึดเสือ 17 ตัว จากฟาร์มเสือผิดกฎหมายแห่งหนึ่งในจังหวัดเหงะอานเมื่อเดือน ส.ค. ปีที่แล้ว

เมื่อเดือนที่แล้ว ตำรวจในเวียดนามได้อายัดเสือ 17 ตัว ที่ถูกเลี้ยงไว้อย่างผิดกฎหมายที่ชั้นใต้ดินของที่พักอาศัยแห่งหนึ่งในจังหวัดเหงะอาน

หลายวันก่อนหน้านั้น ตำรวจได้พบลูกเสือ 7 ตัว ขณะเรียกหยุดรถคันหนึ่งในจังหวัดเดียวกันที่เดินทางมาจากจังหวัดห่าติ่ญ

นักรณรงค์ด้านสัตว์ป่าในเวียดนามระบุว่า นี่คือหลักฐานว่า มีการค้าสัตว์ป่าเกิดขึ้นแม้แต่ในช่วงของการระบาดใหญ่

ซากสัตว์ป่าในลาว
WWF Greater Mekong
นักรณรงค์ด้านสัตว์ป่า ระบุว่า คนจำนวนมากในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่พูดกันถึงความเสี่ยงในการติดโรคจากการบริโภคสัตว์ป่าแล้ว

พวกเขาเกรงว่า การจับกุมเมื่อไม่นานนี้ อาจจะทำให้ผู้ค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายฆ่าเสือหรือสัตว์ป่าชนิดอื่น ๆ เช่น หมี ที่ถูกเลี้ยงไว้ และนำพวกมันไปแช่แข็ง เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจับกุม จากนั้นจึงจะพยายามขายพวกมันภายในประเทศ

เหงวียน วัน ไท ผู้อำนวยการองค์กร Save Vietnam’s Wildlife ซึ่งเป็นองค์กรเอกชนที่ทำงานด้านช่วยชีวิตสัตว์ป่าในเวียดนาม และต่อต้านการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย กล่าวว่า “ช่วงก่อน [การระบาดใหญ่] พวกเขาเคยลักลอบขนสัตว์มีชีวิตออกไป แต่ตอนนี้พวกเขาไม่สามารถทำได้ เพราะข้อจำกัดด้านพรมแดน ดังนั้น พวกเขาจะต้องพยายามหาผู้ซื้อภายในประเทศ”

“สรุปแล้ว ความสับสนเกี่ยวกับต้นกำเนิดของโควิด-19 ไม่ได้ช่วยอะไรเลย ตอนนี้คนที่ต้องการบริโภคผลิตภัณฑ์เช่นนั้น กังวลใจน้อยลงว่า สัตว์ป่าจะเสี่ยงทำให้พวกเขาติดเชื้อไวรัส”

ลักลอบค้าลูกเสือในไทย

เจ้าหน้าที่ทางการไทย พบว่า ลูกเสือ 2 ตัว ถูกลักลอบค้ามาจากที่อื่น ขณะที่เจ้าหน้าที่สวนเสืออ้างว่า ลูกเสือเกิดจากเสือที่เลี้ยงไว้
Department of National Parks, Thailand
เจ้าหน้าที่ทางการไทย พบว่า ลูกเสือ 2 ตัว ถูกลักลอบค้ามาจากที่อื่น ขณะที่เจ้าหน้าที่สวนเสืออ้างว่า ลูกเสือเกิดจากเสือที่เลี้ยงไว้

ในเดือน มี.ค. เจ้าหน้าที่ทางการของไทยได้ตรวจสอบดีเอ็นเอที่ มุกดาสวนเสือและฟาร์ม และพบว่า มีลูกเสือ 2 ตัว ที่ไม่ได้เกิดที่นั่น

เจ้าหน้าที่ของสวนเสือแห่งนี้อ้างว่า เสือที่โตเต็มวัยที่สวนให้กำเนิดลูกเสือทั้ง 2 ตัวนี้

แต่การตรวจดีเอ็นเอพบว่า ลูกเสือถูกลักลอบขนมาจากที่อื่น

“มีเสือราว 1,500 ตัวในสวนเหล่านี้ แหล่งรายได้ของพวกเขาคือนักท่องเที่ยวชาวจีนนับล้าน ๆ คน ที่ปัจจุบันมาเที่ยวชมไม่ได้เพราะการระบาดใหญ่” เจษฎากล่าว

เจษฎากล่าวว่า เสือเหล่านี้จะตกไปอยู่ในมือของผู้ค้าผิดกฎหมายที่อาจฆ่าและขายพวกมันหรือไม่ เป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างมากในขณะนี้ โดยเฉพาะเมื่อผู้บริโภคกำลังลืมไปแล้วเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของความเกี่ยวข้องกันระหว่างการระบาดใหญ่และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ป่า

สัตว์เลื้อยคลานถูกวางขายในลาว
WWF Greater Mekong
ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ประเทศต่าง ๆ อย่าง จีนและเวียดนาม ได้ห้ามการกินสัตว์ที่อาศัยอยู่บนบกหลายชนิดเป็นอาหาร หลังจากเกิดการระบาดใหญ่ แต่การบังคับใช้กฎหมายยังเป็นปัญหาสำคัญ

ห้ามผลิตภัณฑ์สัตว์ป่า

นับตั้งแต่เริ่มมีการระบาดใหญ่ ทั้งจีนและเวียดนามได้ห้ามผลิตภัณฑ์อาหารที่มาจากสัตว์ป่าที่อาศัยอยู่บนบกหลายชนิด แต่ยังอนุญาตให้มีการนำไปใช้ในยาแผนโบราณและทำเครื่องประดับได้

ในตอนแรก ช่วงที่ผู้คนเชื่อว่า โควิด-19 น่าจะเกิดขึ้นมาจากตลาดค้าเนื้อสดในเมืองอู่ฮั่น การสำรวจความคิดเห็นในจีนพบว่า คนส่วนใหญ่ยอมที่จะเลิกกินสัตว์ป่าเป็นอาหาร

“ตอนนี้ แทบไม่มีใครพูดถึงความเชื่อมโยงที่เป็นไปได้ระหว่างสัตว์ป่ากับไวรัสแล้ว เพราะประชาชนในจีนเชื่อคำพูดของรัฐบาลที่ว่า โควิดไม่ได้เริ่มต้นขึ้นในประเทศจีน” เพ่ย ซู ผู้อำนวยการ ActAsia องค์กรเอกชนระหว่างประเทศที่ทำงานด้านความยั่งยืน กล่าว โดยประเทศจีนเป็นหนึ่งในประเทศที่ทางองค์กรให้ความสำคัญ

“เนื่องจากมีการห้าม การบริโภคสัตว์ป่าอาจจะไม่มากกว่าระดับช่วงก่อนเกิดการระบาดใหญ่ แต่เมื่อพิจารณาจากขนาดของจีน และเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับสัตว์ป่าที่มีจำนวนจำกัด หลายพื้นที่ในจีนยังคงมีการค้าสัตว์ป่าทั้งที่ถูกกฎหมายและผิดกฎหมายอยู่”

……..

ข่าว BBCไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ข่าวสด เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ สัตว์ป่า : นักกิจกรรมชี้ต้นกำเนิดโควิดที่ยังเป็นปริศนาอาจส่งผลให้เกิดการบริโภคสัตว์ป่าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง