โควิด : มีกว่า 50 ประเทศที่ไม่สามารถฉีดวัคซีนได้ตามเป้าขององค์การอนามัยโลก

1 ต.ค. 2564 - 19:15 น.

กว่า 50 ประเทศทั่วโลกยังไม่สามารถฉีดวัคซีนโควิด-19 ครบโดส ตามที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ตั้งเป้าหมายไว้ว่าภายในเดือน ก.ย.ควรฉีดให้ได้เป็นสัดส่วน 10% ของประชากรในประเทศ โดยส่วนใหญ่เป็นประเทศในทวีปแอฟริกา ที่มีจำนวนผู้ที่ได้รับวัคซีนครบโดสเพียง 4.4% ขณะที่ในสหราชอาณาจักร มีผู้ฉีดวัคซีนครบโดสแล้วเกือบ 66% สหภาพยุโรป 62% และสหรัฐอเมริกา 55%

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

ประเทศไหนบ้างที่พลาดเป้า 10%

ส่วนใหญ่เป็นประเทศที่มีระดับรายได้ต่ำ ที่ต้องเผชิญกับปัญหาการจัดหาวัคซีน และระบบสาธารณสุขพื้นฐาน ขณะที่ประเทศอย่างเยเมน, ซีเรีย, อิรัก, อัฟกานิสถาน และเมียนมา ต้องเผชิญกับความขัดแย้งภายในประเทศ และบางประเทศเช่น เฮติ ที่มีอุปสรรคจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ

A Ugandan nurse draws a vaccine dose in Kampala
Getty Images
ในสหราชอาณาจักร มีคนฉีดวัคซีนครบโดสแล้วเกือบ 66% ขณะตัวเลขของสหภาพยุโรปอยู่ที่ 62% และสหรัฐอเมริกาอยู่ที่ 55%

แต่ไต้หวันซึ่งมีฐานะร่ำรวยก็ฉีดวัคซีนให้คนได้ไม่ถึง 10% เพราะมีปัญหาจัดส่งล่าช้าและอื่น ๆ ขณะที่เวียดนามซึ่งเมื่อไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้เป็นประเทศที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อต่ำที่สุดในโลกประเทศหนึ่ง ก็ยังฉีดวัคซีนให้ประชาชนไม่ครบ 10% เช่นกัน

มีประเทศในทวีปแอฟริกาเพียง 15 จาก 54 ประเทศเท่านั้นที่สามารถฉีดวัคซีนได้ถึงเป้า 10% แต่อีกครึ่งหนึ่งยังฉีดวัคซีนได้ไม่ถึง 2% ของประชาชนทั้งหมด

BBC
BBC

นอกจากนี้ ประเทศใหญ่ ๆ ที่มีประชากรเยอะก็พลาดเป้านี้เหมือนกัน อย่างอียิปต์ที่ฉีดวัคซีนครบโดสได้เพียง 5% ของประชากรทั้งหมด ส่วนเอธิโอเปียและไนจีเรียทำได้ไม่ถึง 3%

ส่วนบุรุนดีและเอริเทรียเป็นสองประเทศแอฟริกาที่ยังไม่ได้เริ่มฉีดวัคซีนเลย

“หลายประเทศ [ที่ประชาชนได้รับวัคซีนมากกว่า] อยู่ในกลุ่มที่มีรายได้ปานกลางและสูง และจัดซื้อวัคซีนมาจากผู้ผลิตโดยตรงเลย” นายมัตชิดีโซ โมเอติ ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลกประจำภูมิภาคแอฟริกา กล่าว

Rush hour street scene in Hanoi, Vietnam
Getty Images
เวียดนามฉีดวัคซีนให้ประชาชนได้น้อยกว่า 10%

ทำไมแอฟริกาฉีดวัคซีนได้ล่าช้า

ประเทศในแอฟริกาต้องพึ่งวัคซีนทั้งจากโครงการที่เป็นข้อตกลงระหว่างประเทศ จากการบริจาค และจากโครงการโคแว็กซ์ ซึ่งมีเป้าหมายอันสูงส่งที่จะให้ทั้งประเทศร่ำรวยและยากจนได้แบ่งวัคซีนกันอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรมมากที่สุด

ประเทศต่าง ๆ เริ่มได้รับวัคซีนจากโคแว็กซ์มากขึ้นแล้วในเดือน ก.ค. และ ส.ค. หลังจากที่เผชิญความล่าช้าเมื่อต้นปี

Covax supplies being loaded at Goma airport in DR Congo
Getty Images
การจัดส่งวัคซีนจากโครงการโคแว็กซ์ไปที่คองโก

เมื่อเดือน มิ.ย. ประเทศร่ำรวยประกาศในที่ประชุมสุดยอดกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำของโลก 7 ประเทศ (G 7) ว่าจะบริจาควัคซีนเพิ่มเติมให้กับประเทศในแอฟริกาโดยตรง ไม่ผ่านโครงการโคแว็กซ์

นอกจากนี้ยังให้คำมั่นสัญญาเพิ่มเติมในการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ โดยสหรัฐอเมริกาบอกว่าจะบริจาควัคซีนไฟเซอร์เพิ่มให้อีก 500 ล้านโดส เพิ่มจากที่เคยรับปากว่าจะบริจาคให้ก่อนหน้านี้

มีงานวิจัยเมื่อเร็ว ๆ นี้ซึ่งรวบรวมตัวเลขปริมาณวัคซีนที่ประเทศสมาชิก G7 และสหภาพยุโรป สัญญาว่าจะบริจาคให้ราว 1 พันล้านโดส แต่ในความเป็นจริงยังส่งมอบได้ไม่ถึง 15%

ก่อนหน้านี้ องค์การอนามัยโลกประเมินว่าทวีปแอฟริกาต้องการวัคซีน 270 ล้านโดส จึงจะสามารถบรรลุเป้าหมายให้ประชากร 10% ได้รับวัคซีนครบโดส ภายในเดือน ก.ย. ได้ แต่ถึงวันสุดท้ายของเดือน ก.ย. ทวีปแอฟริกาได้รับวัคซีนแค่ 200 ล้านโดส ยังขาดอยู่ 70 ล้านโดส หรือเกือบ 25% ของเป้าหมายที่กำหนดไว้

ทำไมวัคซีนถึงขาดแคลน

อุปสรรคใหญ่ที่สุดสำหรับทวีปแอฟริกาคือโครงการโคแว็กซ์ ที่ต้องพึ่งสถาบันเซรุ่มแห่งอินเดีย ซึ่งเป็นโรงงานผลิตวัคซีนที่ใหญ่ที่สุดในโลก

อินเดียหยุดการส่งออกวัคซีนเมื่อเดือน เม.ย. เพราะต้องนำวัคซีนที่มีอยู่ไปใช้รับมือกับสถานการณ์ระบาดในประเทศตัวเอง และผู้ผลิตรายอื่น ๆ ก็ประสบปัญหาในการเร่งการผลิตด้วย

ประเทศที่ร่ำรวยเซ็นสัญญาซื้อจากผู้ผลิตตั้งแต่เดือน ก.ค. ปี 2020 ตั้งแต่วัคซีนเหล่านั้นยังอยู่ในขั้นตอนพัฒนาและทดลองอยู่เลย ดังนั้นประเทศเหล่านี้จึงได้รับสิทธิก่อน ทำให้การจัดหาวัคซีนภายใต้โครงการโคแว็กซ์ สหภาพแอฟริกา และประเทศต่าง ๆ เป็นไปได้ยาก

Health worker receiving vaccine in South Africa
Getty Images
เจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้รับวัคซีนที่แอฟริกาใต้

เมื่อไม่นานมานี้ โครงการโคแว็กซ์ออกแถลงการณ์ประเมินจำนวนวัคซีนที่จะจัดหาได้ในช่วงสิ้นปีนี้และต้นปีหน้า โดยระบุว่าต้องลดยอดที่เคยตั้งเป้าไว้ว่าจะได้รับ โดยความล่าช้าเกิดจากปัญหาการห้ามส่งออกวัคซีน อุปสรรคในการเร่งการผลิต รวมถึงความล่าช้าในกระบวนการอนุมัติวัคซีนบางตัวด้วย

อินเดียได้ออกมาประกาศแล้วว่าจะเริ่มส่งออกวัคซีนได้ตั้งแต่เดือน ต.ค. เป็นต้นไป โดยเน้นให้ประเทศเอเชียและโครงการโคแว็กซ์ แต่ก็ไม่ได้บอกว่าจะส่งออกเป็นจำนวนเท่าไหร่

“เราต้องขอร้องให้ประเทศต่าง ๆ ที่จะบริจาควัคซีน ให้บริจาควัคซีนที่จะไม่หมดอายุในเร็ววัน” ดร.อโยอาเด อาลาคิจา จากกลุ่มพันมิตรเพื่อการจัดส่งวัคซีนสหภาพแอฟริกา (African Union Vaccine Delivery Alliance) กล่าว

ขณะที่นายกอร์ดอน บราวน์ อดีตนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร เรียกร้องให้ประเทศที่ร่ำรวยไม่ปล่อยให้วัคซีนที่กักตุนไว้แล้วไม่ได้ใช้หลายล้านโดสต้องเสียเปล่า

แอฟริกาต้องการวัคซีนเท่าไร

องค์การอนามัยโลกตั้งเป้าให้ฉีดวัคซีนครบโดสให้ได้ 40% ของประชากรโลกภายในสิ้นปี 2021

แต่โคแว็กซ์ ได้ปรับลดตัวเลขที่ตั้งเป้าว่าจะส่งให้แอฟริกาได้จาก 620 ล้านโดสเหลือ 470 ล้านโดสแล้ว

จำนวนนั้นจะเพียงพอที่จะให้วัคซีนครบโดสให้ประชากรในทวีปแอฟริกาได้เพียง 17% และยังมีความต้องการอีกถึง 500 ล้านโดส ก่อนที่ประเทศในแอฟริกาจะบรรลุเป้าฉีดให้ประชากรได้ 40% ก่อนสิ้นปีนี้

นายมัตชิดีโซ โมเอติ ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลกประจำภูมิภาคแอฟริกา บอกว่า หากยังส่งมอบได้ในระดับนี้ คาดว่ากว่าทวีปแอฟริกาจะฉีดวัคซีนได้ตามเป้าหมาย 40% คือภายในเดือน มี.ค. ปีหน้า ไม่ใช่สิ้นปี 2021

ในเวลาเดียวกันก็ยังมีความกังวลเรื่องที่ประชาชนยังมีความลังเลในการฉีด และถึงตอนนี้ก็ยากที่จะคำนวณเป็นตัวเลขว่าความเคลือบแคลงใจในวัคซีนจะส่งผลกระทบแค่ไหน แต่งานวิจัยชิ้นหนึ่งในแอฟริกาใต้ระบุว่า แม้โดยรวมแล้วคนจะลังเลใจน้อยลง แต่คนในช่วงอายุระหว่าง 18 ถึง 25 ปี กลับมีความลังเลที่จะรับวัคซีนมากขึ้น

++++++

ข่าว BBCไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ข่าวสด เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ โควิด : มีกว่า 50 ประเทศที่ไม่สามารถฉีดวัคซีนได้ตามเป้าขององค์การอนามัยโลก
ข่าวที่เกี่ยวข้อง