น้ำท่วม 2564: จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อต้องระบายน้ำเพิ่มจากเขื่อนป่าสักฯ หลังทุบสถิติ น้ำมากสุดในรอบ 4 ปี

1 ต.ค. 2564 - 21:21 น.

น้ำเหนือยังคงไหลหลากลงสู่อ่างเก็บน้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี จนขณะนี้ปริมาณน้ำมีมากเกินความจุอ่างแล้ว ขณะที่สถิติพบว่าปริมาณน้ำในเขื่อน ณ วันที่ 1 ต.ค. สูงสุดในรอบ 4 ปี ทำให้กรมชลประทานต้องเร่งระบายน้ำออกจากเขื่อน ซึ่งจะทำให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำป่าสักใน จ.สระบุรี และ จ.พระนครศรีอยุธยา

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

กรมชลประทานอธิบายว่าน้ำเหนือที่ไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำเขื่อนป่าสักฯ ในขณะนี้ เป็นน้ำป่าที่ไหลมาจากเทือกเขาใน จ.เพชรบูรณ์ ลพบุรีและชัยภูมิ จากอิทธิพลของพายุเตี้ยนหมู่ลงสู่แม่น้ำป่าสัก ส่งผลให้ปริมาณน้ำในเขื่อนป่าสักฯ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยภายในสัปดาห์เดียวปริมาณน้ำเพิ่มจาก 44% ของความจุอ่างเมื่อวันที่ 22 ก.ย. เป็นเกือบ 107% ของความจุอ่างวันนี้ (1 ต.ค.)

เพื่อให้เขื่อนสามารถรองรับปริมาณน้ำที่ไหลเข้ามาเพิ่มได้ กรมชลประทานจึงต้องระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำของเขื่อนลงสู่แม่น้ำป่าสัก ข้อมูลจากเว็บไซต์กรมชลประทานรายงานว่าปริมาณน้ำที่ระบายออกจากอ่างเก็บน้ำเขื่อนป่าสักฯ วันนี้อยู่ที่ 104 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 51 ล้าน ลบ.ม. ที่ระบายออกเมื่อวันที่ 29 ก.ย. ถึงกว่าเท่าตัว

สถิติของกรมชลประทานบอกด้วยว่า ปริมาตรน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนป่าสักฯ ณ วันที่ 1 ต.ค. ปีนี้มีมากถึง1,027 ล้าน ลบ.ม. สูงที่สุดเมื่อเทียบกับวันเดียวกันของปี 2561, 2562 และ 2563 ซึ่งวัดปริมาตรน้ำในอ่างได้ 680 ล้าน 439 ล้าน และ 375.8 ล้าน ลบ.ม. ตามลำดับ

การระบายน้ำปริมาณมหาศาลออกจากอ่างเก็บน้ำเขื่อนป่าสักจะทำให้เกิดอะไรขึ้นบ้าง?

อ่างเก็บน้ำรับน้ำได้เพิ่ม

จุดประสงค์หลักของการระบายน้ำออกสู่ด้านท้ายน้ำก็เพื่อให้อ่างเก็บน้ำเขื่อนป่าสักสามารถรองรับปริมาณน้ำเหนือที่ยังคงไหลเข้ามาเพิ่มอย่างต่อเนื่องได้ และเพื่อรักษาเสถียรภาพความปลอดภัยและความมั่นคงของเขื่อน โดยนายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะรองผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ระบุว่าขณะนี้ยังมีมวลน้ำอีกราว 400 ล้าน ลบ.ม. ที่จะไหลเข้าอ่างเก็บน้ำเขื่อนป่าสักฯ เพิ่มเติม

แต่เนื่องจากระหว่าง 28 ก.ย.-2 ต.ค. มีร่องมรสุมจะเลื่อนลงพาดผ่านภาคกลางตอนล่างและภาคใต้ จึงทำให้มีฝนตกหนักบางแห่งในบริเวณดังกล่าว จึงอาจมีน้ำไหลลงอ่างอย่างต่อเนื่อง

ปล่อยน้ำจากเขื่อน-กระทบท้ายน้ำ

กรมชลประทานอธิบายว่าในการระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำลงสู่แม่น้ำป่าสักจะกำหนดปริมาณและความเร็วให้อยู่ในเกณฑ์ที่ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบกับพื้นที่ท้ายน้ำมากเกินไปหรืออยู่ในระดับที่ “แม่น้ำป่าสักด้านท้ายน้ำสามารถรองรับน้ำได้ โดยไม่ล้นคันกั้นน้ำของแม่น้ำป่าสัก”

จากเขื่อนป่าสักฯ ใน อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี มวลน้ำที่ระบายจากเขื่อนจะไหลลงสู่แม่น้ำป่าสัก ผ่าน อ.วังม่วง อ.แก่งคอย อ.เมืองสระบุรี อ.เสาไห้ ของ จ.สระบุรี จากนั้นก็จะถึงเขื่อนพระราม 6 ใน อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา

กราฟแสดงปริมาณน้ำในเขื่อนป่าสัก
BBC
สถิติปริมาตรน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ณ วันที่ 1 ต.ค. เปรียบเทียบปี 2561-2564

นายสุรัช ธนูศิลป์ ผู้อำนวยการสำงานชลประทานที่ 10 ให้ข้อมูลกับบีบีซีไทยว่ามวลน้ำใช้เวลาประมาณ 1 วันไหลจากเขื่อนป่าสักฯ ถึงเขื่อนพระราม 6

นายสุรัชกล่าวว่าตลอดทั้งวันนี้ (1 ต.ค.) กรมชลประทานได้ระบายน้ำจากเขื่อนป่าสักฯ ในอัตราเฉลี่ย 1,200 ลบ.ม. ต่อวินาที โดยจะคงในอัตราการระบายน้ำในระดับนี้ไว้จนกว่าการประเมินสภาพอากาศ ปริมาณน้ำเหนือสมทบและปัจจัยอื่น ๆ จะบ่งชี้ว่าสามารถลดอัตราการระบายลงได้ เพื่อลดผลกระทบในพื้นที่ท้ายเขื่อนให้น้อยที่สุด

THAI NEWS PIX
เมื่อ 30 ก.ย. ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์เข้าให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมใน จ.ลพบุรี

ใช้เขื่อนพระราม 6 “หน่วงน้ำ”

นายสุรัชอธิบายเพิ่มเติมว่า กรมชลประทานจะใช้เขื่อนพระราม 6 ในการ “หน่วงน้ำ” หรือควบคุมให้น้ำไหลช้าลงมาอยู่อัตราที่สามารถควบคุมได้เพื่อไม่ให้กระทบพื้นที่และชุมชนใน อ.ท่าเรือ อ.นครหลวง อ.เมืองพระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

จากเขื่อนพระราม 6 น้ำส่วนหนึ่งจะถูกแบ่งไปยังคลองระพีพัฒน์ในอัตรา 200 ลบ.ม. ต่อวินาที ซึ่งน้ำจากคลองนี้จะถูกระบายออกผ่านทาง อ.คลองด่าน จ.สมุทรปราการ ลงสู่อ่าวไทย เพื่อลดปริมาณน้ำที่จะลงไปเติมแม่น้ำเจ้าพระยา

แม้จะพยายามควบคุมอัตราการระบายน้ำ แต่ก็ยังจะส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักด้านท้ายเขื่อนป่าสักฯ มีระดับน้ำสูงขึ้นประมาณ 1.20-2.40 เมตร ขณะที่ระดับน้ำด้านท้ายเขื่อนพระราม 6 ใน จ. พระนครศรีอยุธยาจะสูงขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 2.30-2.80 เมตร ระหว่างวันที่ 1-5 ต.ค.

FACEBOOK/กรมชลประทาน
ภาพการระบายน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เมื่อวันที่ 29 ก.ย. 2564

พื้นที่ไหนจะได้รับผลกระทบ

กรมชลประทานเตือนว่าระดับน้ำที่สูงขึ้นในแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำป่าสักระหว่างวันที่ 1-5 ต.ค. จะกระทบกับพื้นที่ต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

  • จ.ชัยนาท แม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณตำบลโพนางดำออก อำเภอสรรพยา
  • จ. สิงห์บุรี แม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณวัดเสือข้าม วัดสิงห์ อ.อินทร์บุรี อ.เมืองสิงห์บุรี และ อ.พรหมบุรี
  • จ.อ่างทอง คลองโผงเผง และแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณวัดไชโย อ.ไชโย และ อ.ป่าโมก
  • จ.ลพบุรี ริมสองฝั่งแม่น้ำป่าสัก บริเวณ อ.พัฒนานิคม
  • จ.พระนครศรีอยุธยา บริเวณคลองบางบาล และริมแม่น้ำน้อย บริเวณตำบลหัวเวียง อ.เสนา (ตำบลลาดชิด ตำบลท่าดินแดง) อ.ผักไห่ และริมสองฝั่งแม่น้ำป่าสัก อ.ท่าเรือ และ อ.นครหลวง อ.พระนครศรีอยุธยาจรดแม่น้ำเจ้าพระยา
  • จ.สระบุรี ริมสองฝั่งแม่น้ำป่าสัก อ.วังม่วง อ.แก่งคอย อ.เมือง อ.เสาไห้ และ อ.บ้านหมอ
  • จ.ปทุมธานี และ จ.นนทบุรี บริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำนอกแนวคันกั้นน้ำริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา
  • กรุงเทพมหานคร แนวคันกั้นน้ำบริเวณพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งกรุงเทพมหานคร (กทม.) ระบุว่ามีชุมชนที่อยู่นอกแนวกั้นนำริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งหมด 11 ชุมชน 239 ครัวเรือน ในพื้นที่ 7 เขต (ดุสิต พระนคร สัมพันธวงศ์ บางคอแหลม ยานนาวา บางกอกน้อย คลองสาน)

++++++++++

ข่าว BBCไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ข่าวสด เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ น้ำท่วม 2564: จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อต้องระบายน้ำเพิ่มจากเขื่อนป่าสักฯ หลังทุบสถิติ น้ำมากสุดในรอบ 4 ปี
ข่าวที่เกี่ยวข้อง